Lawzana Lawzana Logo
ประเทศไทย การจดทะเบียนธุรกิจ เผยแพร่เมื่อ May 28, 2026 · อัปเดตเมื่อ Sep 16, 2026

วิธีจดทะเบียนบริษัทในไทย ขั้นตอนและเอกสารครบจบในที่เดียว

ประเด็นสำคัญ

  • กฎหมายปัจจุบันให้มีผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอย่างน้อย 2 คน และเรียกชำระค่าหุ้นเริ่มต้นอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมดได้
  • การยื่นผ่านระบบ DBD Biz Regist ครอบคลุมการจองชื่อ ยืนยันตัวตน กรอกข้อมูล ประชุมจัดตั้ง ลงลายมือชื่อออนไลน์ และชำระค่าธรรมเนียม
  • เอกสารสำคัญได้แก่ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานสถานที่ตั้ง รายงานการประชุม รายชื่อผู้ถือหุ้น และหลักฐานชำระค่าหุ้น โดยทุน 1 ล้านบาทมีค่าธรรมเนียมดิจิทัลขั้นต่ำ 2,950 บาท
  • หลังจดทะเบียนต้องทำบัญชี ยื่นงบการเงินและภาษีแม้ยังไม่มีรายได้ รวมถึงจด VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และปฏิบัติตามเงื่อนไขการจ้างงาน

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม? เพิ่ม Lawzana เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการ เพื่อให้บทความของเราแสดงในผลการค้นหา Google ของคุณบ่อยขึ้น

เพิ่มในแหล่งข้อมูลที่ต้องการ

วิธีจดทะเบียนบริษัทในไทย: ขั้นตอนและเอกสารสำหรับผู้ประกอบการ

สรุปประเด็นสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ

  • ใช้ผู้ร่วมก่อตั้งเพียง 2 คน: กฎหมายปัจจุบันกำหนดจำนวนผู้เริ่มก่อการขั้นต่ำไว้เพียง 2 คน ทำให้โครงสร้างและการตัดสินใจในระยะแรกมีความคล่องตัวสูง
  • ชำระทุนขั้นต่ำ 25%: คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินสดเต็มจำนวนทุนจดทะเบียนในวันแรก กฎหมายอนุญาตให้เรียกชำระขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 25% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมดเพื่อใช้หมุนเวียน
  • จดทะเบียนผ่านระบบ DBD Biz Regist: กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้บริการผ่านระบบออนไลน์เต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยลดค่าธรรมเนียมทางราชการลงถึง 50%
  • หน้าที่ภาษีและบัญชีเริ่มทันที: ทันทีที่จดทะเบียนเสร็จสิ้น บริษัทมีภาระผูกพันในการทำบัญชี ยื่นแบบภาษี และส่งงบการเงินทุกปี แม้ว่าจะยังไม่มีรายได้เข้ามาก็ตาม

ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทผ่านระบบดิจิทัล

ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ผ่านระบบ DBD Biz Regist 5 ขั้นตอน
ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทออนไลน์ผ่านระบบ DBD Biz Regist 5 ขั้นตอน

การจดทะเบียนบริษัทจำกัดในประเทศไทยปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลเป็นหลัก โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ยกเลิกระบบ e-Registration แบบเดิม และแทนที่ด้วยระบบ DBD Biz Regist เพื่อความรวดเร็วและปลอดภัยที่สูงขึ้น หากเตรียมข้อมูลและเอกสารครบถ้วน คุณสามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันทำการตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. การจองชื่อบริษัทออนไลน์

ขั้นตอนแรกคือการป้องกันไม่ให้ชื่อธุรกิจไปซ้ำกับรายอื่นหรือละเมิดเครื่องหมายการค้า คุณสามารถตรวจสอบและจองชื่อผ่านระบบออนไลน์ของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งระบบอัตโนมัติจะประมวลผลและแจ้งผลให้ทราบทันที เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ชื่อจะถูกสงวนไว้ให้ใช้งานได้เป็นเวลา 30 วัน คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ควรเตรียมชื่อที่ต้องการไว้ 3 ชื่อ เรียงลำดับตามความชอบ เพื่อเป็นทางเลือกสำรองหากชื่อแรกไม่ผ่านการอนุมัติ

2. การยืนยันตัวตนของผู้เกี่ยวข้อง (e-KYC)

ผู้เริ่มก่อการ ผู้ถือหุ้น และกรรมการทุกคนที่จะมีชื่อในระบบ ต้องสมัครบัญชีผู้ใช้งานและยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD หรือแอปพลิเคชัน DBD e-Service ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนเริ่มทำรายการ เพื่อป้องกันการแอบอ้างสิทธิและการปลอมแปลงเอกสาร

3. การกรอกข้อมูลจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิ

หนังสือบริคณห์สนธิคือเอกสารที่ระบุข้อตกลงและกรอบการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยระบุข้อมูลเหล่านี้ในระบบออนไลน์:

  • ชื่อบริษัทที่ได้รับการอนุมัติแล้ว
  • ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ (ระบุที่อยู่จริง โดยระบบจะเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานรัฐเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง)
  • วัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ (แนะนำให้ใช้ชุดวัตถุประสงค์สำเร็จรูปของทางกรมเพื่อความรวดเร็ว)
  • ทุนจดทะเบียนและมูลค่าหุ้นต่อหุ้น (มูลค่าหุ้นต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาทต่อหุ้น)
  • รายชื่อและข้อมูลส่วนตัวของผู้เริ่มก่อการอย่างน้อย 2 คน

4. การประชุมจัดตั้งบริษัทและเรียกชำระค่าหุ้น

เมื่อส่งข้อมูลในระบบแล้ว ผู้ร่วมก่อตั้งจะจัดประชุมจัดตั้งบริษัทเพื่อเปลี่ยนผ่านหน้าที่จากผู้เริ่มก่อการไปเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น โดยมีวาระสำคัญดังนี้:

  • รับรองข้อบังคับของบริษัท (หากมี)
  • แต่งตั้งกรรมการชุดแรกและกำหนดอำนาจลงนาม (เช่น กรรมการหนึ่งคนลงชื่อร่วมกับตราประทับบริษัท)
  • แต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) และกำหนดค่าตอบแทน
  • เรียกเก็บเงินค่าหุ้นจากผู้ถือหุ้น ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ชำระขั้นต่ำอย่างน้อย 25% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด

5. การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์และยื่นคำขอ

เมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนแล้ว ระบบจะส่งอีเมลแจ้งเตือนไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกคนเพื่อให้เข้าระบบไปลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) จากนั้นทำการชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางออนไลน์ เมื่อนายทะเบียนอนุมัติ คุณสามารถดาวน์โหลดใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนและหนังสือรับรองบริษัทในรูปแบบไฟล์ดิจิทัลไปใช้ดำเนินธุรกิจได้ทันที

หน้าที่ทางบัญชีและภาษีหลังจดทะเบียน

สถานะนิติบุคคลตามกฎหมายมาพร้อมกับหน้าที่ความรับผิดชอบทางการเงินที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการต้องประสานงานกับ กรมสรรพากร และปฏิบัติตามกฎหมายดังนี้:

  • จัดทำบัญชีและงบการเงินประจำปี: บริษัทต้องจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายตั้งแต่วันแรกที่จัดตั้ง และต้องว่าจ้างผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) มาตรวจสอบและเซ็นรับรองงบการเงินเพื่อนำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นประจำทุกปี
  • การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): บังคับใช้เมื่อบริษัทมีรายได้รวมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้ถึงเกณฑ์
  • การนำส่งเงินสมทบประกันสังคม: หากมีการจ้างพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป บริษัทมีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและนำส่งเงินสมทบภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มจ้างงาน

เช็คลิสต์เอกสารและค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท

การจัดเตรียมข้อมูลที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยลดโอกาสที่คำขอจะถูกปฏิเสธหรือไม่ผ่านการพิจารณา

เอกสารที่ต้องจัดเตรียม

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้เริ่มก่อการทุกคน (อย่างน้อย 2 คน)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของกรรมการทุกคน
  • แผนที่แสดงที่ตั้งสำนักงานใหญ่โดยสังเขป
  • หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ (กรณีไม่ได้เป็นเจ้าของอาคารเอง) พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของสถานที่
  • รายงานการประชุมจัดตั้งบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5)
  • หลักฐานการชำระเงินค่าหุ้น (เช่น ใบรับเงินค่าหุ้นที่ออกโดยบริษัท หรือสลิปการโอนเงินเข้าบัญชี)

ตารางเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน

หมายเหตุ: การยื่นจดทะเบียนผ่านช่องทางดิจิทัล (DBD Biz Regist) จะได้รับสิทธิประโยชน์ลดค่าธรรมเนียมลงถึง 50%

รายการค่าธรรมเนียม (สำหรับทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท) ยื่นแบบกระดาษปกติ ยื่นผ่านระบบ DBD Biz Regist
ค่าจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท 250 บาท (ลด 50%)
ค่าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท 5,000 บาท 2,500 บาท (ลด 50%)
ค่าอากรแสตมป์สำหรับเอกสาร 200 บาท 200 บาท
ค่าออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน 100 บาท ฟรี (ดาวน์โหลดไฟล์ PDF)
รวมขั้นต่ำ 5,800 บาท 2,950 บาท

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งบริษัทในไทย

ตารางเปรียบเทียบความเข้าใจผิดและความจริงในการจดทะเบียนบริษัทในไทย
ตารางเปรียบเทียบความเข้าใจผิดและความจริงในการจดทะเบียนบริษัทในไทย

ผู้ประกอบการหน้าใหม่มักสับสนกับข้อมูลกฎหมายที่ล้าสมัย ซึ่งความเข้าใจผิดเหล่านี้อาจทำให้เสียเวลาหรืออาจถูกปรับโดยไม่จำเป็น

  • เข้าใจผิดว่าต้องหาคนให้ครบ 3 คน: ปัจจุบันประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้ใช้ผู้ร่วมก่อตั้งขั้นต่ำเพียง 2 คนเท่านั้น คุณจึงไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อหุ้นส่วนนอมินีหรือคนอื่นเพียงเพื่อให้ครบจำนวนเหมือนในอดีต
  • เข้าใจผิดว่าต้องแช่เงินสด 1 ล้านบาทไว้ในธนาคาร: กฎหมายกำหนดให้เรียกชำระเงินค่าหุ้นขั้นต่ำเพียง 25% หมายความว่าหากทุนจดทะเบียนคือ 1 ล้านบาท คุณและหุ้นส่วนร่วมกันเตรียมเงินเริ่มต้นเพียง 250,000 บาทก็สามารถตั้งบริษัทได้ และเงินก้อนนี้สามารถนำมาใช้จ่ายเพื่อดำเนินธุรกิจได้ทันที ไม่ได้ถูกอายัดไว้ในบัญชี
  • เข้าใจผิดว่าไม่มีรายได้ก็ไม่ต้องทำบัญชีหรือยื่นภาษี: ข้อนี้เป็นความผิดพลาดที่มีราคาแพง ทันทีที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล บริษัทมีหน้าที่ต้องจัดทำและยื่นงบการเงินประจำปีรวมถึงยื่นภาษี แม้ว่าตลอดทั้งปีจะไม่มีรายได้หรือไม่มีการเคลื่อนไหวทางบัญชีเลยก็ตาม หากละเลยจะมีโทษปรับสะสมหลายหมื่นบาทต่อปีจากทั้งสองหน่วยงานราชการ

ข้อจำกัดและข้อกำหนดเพิ่มเติมที่สำคัญ

การถือหุ้นของชาวต่างชาติในประเทศไทย

ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนดให้คนไทยต้องถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 51% ในกลุ่มธุรกิจบริการ ค้าปลีก และค้าส่งส่วนใหญ่ หากต่างชาติต้องการถือหุ้น 100% จะต้องผ่านเงื่อนไขพิเศษ เช่น การได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI, การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (FBL) หรือการใช้สิทธิประโยชน์ตามสนธิสัญญาทางไมตรีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา (Treaty of Amity) การใช้หุ้นส่วนคนไทยที่เป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) เพื่อเลี่ยงข้อบังคับนี้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายร้ายแรง

ระยะเวลาในการดำเนินการจดทะเบียน

เมื่อกรอกข้อมูลและจัดเตรียมเอกสารเสร็จสิ้น ระบบ DBD Biz Regist จะตรวจสอบความถูกต้องเบื้องต้น หากผู้ถือหุ้นและกรรมการทุกคนลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ครบถ้วน นายทะเบียนมักจะพิจารณาอนุมัติคำขอภายใน 1 ถึง 3 วันทำการ

เงื่อนไขการเข้าระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

คุณไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทันทีในวันแรกที่ตั้งบริษัท แต่กฎหมายบังคับให้ต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่บริษัทมีรายได้สะสมเกิน 1.8 ล้านบาทในรอบปีภาษะนั้น อย่างไรก็ตาม หากธุรกิจของคุณเน้นทำการค้ากับองค์กรขนาดใหญ่ หรือมีการนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรจากต่างประเทศ การจดทะเบียน VAT ตั้งแต่วันแรกจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเปิดโอกาสให้ขอคืนภาษีซื้อได้

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาทนายความเพื่อจดทะเบียนบริษัท?

การจดทะเบียนบริษัทที่มีโครงสร้างเรียบง่ายและผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยทั้งหมดสามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองผ่านระบบออนไลน์ แต่หากธุรกิจของคุณเริ่มมีความเป็นสากลหรือมีข้อตกลงที่ซับซ้อน การปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญกฎหมายธุรกิจจะช่วยคุ้มครองสิทธิของคุณในระยะยาวได้ดีที่สุด

สถานการณ์ที่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายประกอบด้วย:

  • โครงสร้างผู้ถือหุ้นและสิทธิออกเสียง: ต้องการจัดตั้ง หุ้นบุริมสิทธิ เพื่อควบคุมสิทธิการออกเสียงและสัดส่วนการรับเงินปันผลไม่ให้เท่ากันตามเงินทุนจริง
  • มีผู้ร่วมทุนเป็นคนต่างชาติ: ต้องการการวางโครงสร้างธุรกิจที่รัดกุม ถูกต้องตามข้อกำหนดของกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากประเด็นนอมินี
  • ต้องการข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders' Agreement): ต้องการร่างสัญญาที่ระบุข้อตกลงเฉพาะตัวเรื่องการจัดสรรกำไร การแก้ไขข้อพิพาท หรือการขายหุ้นในอนาคตเพื่อดึงดูดกลุ่มนักลงทุนสถาบัน

หากต้องการจัดตั้งบริษัทอย่างถูกต้องและมั่นใจได้ในความปลอดภัยทางกฎหมาย สามารถค้นหาและปรึกษา ทนายความจดทะเบียนธุรกิจในประเทศไทย เพื่อรับคำแนะนำเชิงลึกและให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลการจัดทำเอกสารแทนคุณได้ทันที

ขั้นตอนต่อไปในการเริ่มต้นธุรกิจของคุณ

เพื่อเริ่มต้นอย่างถูกต้องในวันนี้ สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือตกลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการกับหุ้นส่วนให้ชัดเจน จากนั้นร่างชื่อบริษัทที่ต้องการไว้ 3 ชื่อ แล้วเริ่มทำรายการลงทะเบียนยืนยันตัวตนในระบบจองชื่อออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การวางแผนที่รัดกุมตั้งแต่ขั้นตอนแรกจะช่วยปกป้องสิทธิทางกฎหมายและช่วยประหยัดเวลาในการขับเคลื่อนธุรกิจของคุณในอนาคต

About the Author

L

ทีมบรรณาธิการ Lawzana

Lawzana เผยแพร่คู่มือกฎหมายสำหรับผู้บริโภค เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจสิทธิและทางเลือกของคุณก่อนปรึกษาทนายความ

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Sep 28, 2026

สัญญาธุรกิจผิดนัดชำระหนี้ใน Thailand ฟ้องบังคับคดีอย่างไร

ก่อนฟ้องคดี เจ้าหนี้ควร "ตรวจสัญญา + หลักฐานหนี้ค้าง" ให้ครบ เพื่อพิสูจน์จำนวนหนี้ วันครบกำหนด และเงื่อนไขดอกเบี...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Sep 28, 2026

ซื้อกิจการในไทยเสี่ยงไหม? คู่มือ Due Diligence ทางกฎหมาย

การทำ Legal Due Diligence (LDD) คือการตรวจสอบภาระผูกพัน สิทธิ และความเสี่ยงที่อยู่นอกงบดุล เพื่อประเมินมูลค่าแท้จริงก่...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Sep 28, 2026

ธุรกิจไปต่อไม่ไหว? ฟื้นฟูกิจการ vs ปิดกิจการ ใน Thailand

การฟื้นฟูกิจการคือกระบวนการรักษาธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้ ในขณะที่การล้มละลายหรือปิดกิจการคือการยุติธุรกิจและแบ่งทรัพย์ส...

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

ทนายความที่คุณติดต่อได้

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากทนายความในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2012
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 นาที
การป้องกันคดีอาญา คดีความและข้อพิพาท ครอบครัว +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Lawyer Republic Logo
Lawyer Republic
ภูเก็ต
ตั้งแต่ปี 2006
ทนายความ 22 คน
ฟรี 1 ชั่วโมง
ธนาคารและการเงิน คดีความและข้อพิพาท ภาษี +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความที่ลงรายชื่อบน Lawzana โปรดมองหาตราสัญลักษณ์ยืนยัน

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม

เราใช้ AI ในการสร้างคู่มือ และทนายความอาจตรวจสอบคู่มือเหล่านั้น