Lawzana Lawzana Logo
ประเทศไทย การดำเนินคดีทางการค้า เผยแพร่เมื่อ Aug 12, 2026 · อัปเดตเมื่อ Sep 28, 2026

ถูกผิดสัญญา เรียกค่าเสียหายอย่างไร? ขั้นตอนและหลักฐานในไทย

ประเด็นสำคัญ

  • การเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาตามกฎหมายไทย ต้องพิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  • ดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมายคำนวณในอัตรา 5% ต่อปี (มาจากอัตราดอกเบี้ยทางแพ่ง 3% บวกเพิ่ม 2%) เว้นแต่สัญญาจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
  • การส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถาม (Notice Letter) ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อกำหนดวันผิดนัดและใช้เป็นหลักฐานในศาล
  • อายุความฟ้องคดีผิดสัญญาทางการค้ามีตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี ขึ้นอยู่กับคู่สัญญาและประเภทสินค้าหรือบริการ
  • เอกสารสัญญา หลักฐานการส่งมอบ และเอกสารคำนวณความเสียหายทางการเงิน เป็นปัจจัยชี้ขาดโอกาสชนะคดีและการได้รับชดใช้เงินคืน

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม? เพิ่ม Lawzana เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการ เพื่อให้บทความของเราแสดงในผลการค้นหา Google ของคุณบ่อยขึ้น

เพิ่มในแหล่งข้อมูลที่ต้องการ

เช็คลิสต์การจัดเตรียมเอกสารหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความสูญเสียทางการเงิน

ในการดำเนินคดีผิดสัญญาทางการค้า สิ่งสำคัญที่สุดคือภาระการพิสูจน์ความเสียหาย เอกสารหลักฐานที่ครบถ้วนและเป็นระบบจะช่วยให้ศาลเห็นตัวเลขความสูญเสียอย่างชัดเจน

จัดเตรียมเอกสารตามเช็คลิสต์ต่อไปนี้ก่อนเริ่มกระบวนการทางกฎหมาย:

  • เอกสารสัญญาและข้อตกลง: ตัวสัญญาหลัก (Contract) เอกสารแนบท้าย (Addendum) ใบสั่งซื้อ (Purchase Order) ใบเสนอราคา (Quotation) และข้อตกลงระดับการบริการ (SLA) ที่ลงนามครบถ้วน
  • หลักฐานการชำระเงินและการส่งมอบ: ใบแจ้งหนี้ (Invoice) ใบเสร็จรับเงิน สลิปโอนเงิน ใบส่งสินค้า (Delivery Order) และเอกสารตรวจรับงาน
  • หลักฐานการผิดสัญญา: อีเมลติดตามงาน บันทึกการประชุม ข้อความแชตทางการค้า หนังสือเตือนความล่าช้า หรือรายงานการตรวจสอบข้อบกพร่อง
  • หลักฐานคำนวณความเสียหาย: สัญญาคู่ขนานกับลูกค้ารายอื่นที่ต้องถูกยกเลิก งบการเงินเทียบเคียงช่วงเวลา เอกสารแสดงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อแก้ไขงาน และเอกสารประเมินการขาดกำไรโดยผู้สอบบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญ
  • หลักฐานกระบวนการก่อนฟ้อง: หนังสือบอกกล่าวทวงถาม (Notice Letter) พร้อมใบตอบรับการส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) หรือไปรษณีย์ลงทะเบียน

ประเภทของค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เปิดช่องให้ผู้เสียหายเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามที่เกิดขึ้นจริง โดยแบ่งประเภทค่าเสียหายตามมาตรา 222 ออกเป็นกลุ่มหลัก ซึ่งต้องคำนวณและระบุยอดเรียกร้องให้ถูกต้อง

ประเภทค่าเสียหาย ลักษณะทางกฎหมาย ตัวอย่างในบริบทธุรกิจ
ค่าเสียหายตามธรรมดา ความเสียหายที่เป็นผลโดยตรงจากการไม่ชำระหนี้หรือผิดสัญญาตามปกติ ค่าสินค้าที่ไม่ได้รับ ค่าจ้างซ่อมแซมงานที่บกพร่อง หรือส่วนต่างราคาที่ต้องซื้อสินค้าจากผู้ขายรายอื่นในราคาสูงกว่า
ค่าเสียหายอันเกิดแต่วิธีพิเศษ ความเสียหายจากพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งคู่กรณีได้คาดหมายหรือควรจะได้คาดหมายไว้แล้ว การสูญเสียกำไรจากสัญญาลูกค้าปลายทาง (กรณีแจ้งให้คู่สัญญาทราบตั้งแต่ก่อนทำสัญญา) หรือค่าปรับที่ต้องจ่ายให้บุคคลที่สาม
เบี้ยปรับ จำนวนเงินที่คู่สัญญากำหนดไว้ล่วงหน้าว่าจะจ่ายหากมีการผิดสัญญา ค่าปรับรายวันกรณีส่งมอบงานล่าช้า เช่น 0.1% ของมูลค่าสัญญาต่อวัน

สำหรับเบี้ยปรับ แม้จะระบุไว้ในสัญญาชัดเจน แต่ศาลไทยมีอำนาจตามกฎหมายในการลดจำนวนเบี้ยปรับลงได้ หากเห็นว่าจำนวนที่กำหนดไว้นั้นสูงเกินส่วนเมื่อเทียบกับความเสียหายจริง

การคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมายไทย

แผนภาพแสดงโครงสร้างและการคำนวณอัตราดอกเบี้ยผิดนัด 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีตามกฎหมายไทย
แผนภาพแสดงโครงสร้างและการคำนวณอัตราดอกเบี้ยผิดนัด 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีตามกฎหมายไทย

การคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีหลักเกณฑ์เพื่อป้องกันไม่ให้คิดดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมและลดภาระดอกเบี้ยทบต้น

โครงสร้างการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดปัจจุบัน มีดังนี้:

  1. อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมาย: อัตราดอกเบี้ยทางแพ่งพื้นฐานอยู่ที่ 3% ต่อปี (ตามมาตรา 7) และอัตราดอกเบี้ยผิดนัดจะบวกเพิ่มอีก 2% รวมเป็น 5% ต่อปี (ตามมาตรา 224) เว้นแต่สัญญาระหว่างธุรกิจจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดไว้สูงกว่านั้นโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
  2. จุดเริ่มต้นการคิดดอกเบี้ย: ดอกเบี้ยผิดนัดเริ่มคำนวณตั้งแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด เช่น วันถัดจากวันครบกำหนดชำระตามสัญญา หรือวันถัดจากวันที่ครบกำหนดตามหนังสือบอกกล่าวทวงถาม
  3. การห้ามคิดดอกเบี้ยทบต้น: มาตรา 224/1 ห้ามไม่ให้คิดดอกเบี้ยผิดนัดบนดอกเบี้ยผิดนัดที่ค้างชำระ ข้อกำหนดในสัญญาใดที่ฝ่าฝืนจะมีผลเป็นโมฆะ

ศึกษาข้อกฎหมายฉบับเต็มเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและการชำระหนี้ได้จาก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นหน่วยงานรวบรวมตัวบทกฎหมายไทย

ขั้นตอนการส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามและตัวอย่างแม่แบบ

การส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถาม (Notice Letter) เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนฟ้องคดี เพราะนอกจากจะเปิดโอกาสให้คู่สัญญาแก้ไขการผิดสัญญาแล้ว ยังใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าเจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ขั้นตอนการดำเนินการ:

  1. ระบุข้อเท็จจริงการผิดสัญญา: กำหนดรายละเอียดสัญญา ข้อที่ฝ่าฝืน และยอดเงินหรือการกระทำที่เรียกร้องให้ชัดเจน
  2. กำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม: ให้เวลาคู่สัญญาชำระหนี้หรือแก้ไขงาน โดยทั่วไปกำหนดไว้ 7 ถึง 15 วันนับแต่วันได้รับหนังสือ
  3. จัดส่งด้วยวิธีที่พิสูจน์ได้: ส่งผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือ EMS เพื่อเก็บใบตอบรับไว้เป็นหลักฐานในศาล

ตัวอย่างข้อความแม่แบบหนังสือบอกกล่าวทวงถาม

เรื่อง: ขอให้ชำระหนี้และค่าเสียหายจากการผิดสัญญา
เรียน: กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท [ชื่อคู่สัญญาที่ผิดสัญญา] จำกัด

ตามที่ บริษัท [ชื่อบริษัทของคุณ] จำกัด ("บริษัท") ได้ทำสัญญา [ระบุชื่อสัญญา] ฉบับลงวันที่ [วันที่] กับท่าน เพื่อ [ระบุวัตถุประสงค์สัญญา] และบริษัทได้ปฏิบัติการชำระเงินหรือส่งมอบงานตามสัญญาเรียบร้อยแล้วนั้น

ปรากฏว่าท่านได้ผิดสัญญาโดย [ระบุการผิดสัญญา เช่น ไม่ชำระเงินตามใบแจ้งหนี้เลขที่... หรือส่งมอบงานล่าช้าเกินกำหนด] คิดเป็นยอดเงินค้างชำระจำนวน [ระบุยอดเงิน] บาท

บริษัทจึงขอแจ้งให้ท่านชำระยอดเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ [ระบุอัตรา] ต่อปี นับแต่วันที่ผิดนัดจนถึงวันที่ชำระเสร็จสิ้น ให้แก่บริษัทภายใน [7 หรือ 15] วัน นับแต่วันที่ท่านได้รับหนังสือฉบับนี้ หากพ้นกำหนดดังกล่าว บริษัทจะจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อเรียกร้องเงินและค่าเสียหายทั้งหมดต่อไป

อายุความในการฟ้องร้องดำเนินคดีผิดสัญญา

อินโฟกราฟิกสรุปอายุความในการฟ้องร้องดำเนินคดีผิดสัญญาทางการค้าตามกฎหมายไทย
อินโฟกราฟิกสรุปอายุความในการฟ้องร้องดำเนินคดีผิดสัญญาทางการค้าตามกฎหมายไทย

การดำเนินคดีทางการค้าต้องระมัดระวังเรื่องอายุความ หากยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนดอายุความ จำเลยสามารถยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความเพื่อให้ศาลยกฟ้องได้ทันที

  • อายุความทั่วไป (10 ปี): ใช้กับสิทธิเรียกร้องจากการผิดสัญญาที่ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นการเฉพาะ (ตามมาตรา 193/30)
  • อายุความการเรียกค่าสินค้าหรือบริการ (2 ปี): สิทธิเรียกร้องของผู้ประกอบการหรือผู้ให้บริการในการเรียกค่าสินค้า ค่าจ้าง หรือค่าการงานที่ได้ทำ (ตามมาตรา 193/34(1))
  • อายุความสัญญาจ้างทำของ (2 ปี): สิทธิเรียกร้องอันเกิดจากการรับจ้างทำของทั่วไป
  • อายุความตามตั๋วเงินหรือเช็ค (1 ปี): กรณีชำระหนี้ด้วยเช็คแล้วเช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน

อายุความจะเริ่มนับตั้งแต่ "ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้" ซึ่งมักเป็นวันถัดจากวันที่ถึงกำหนดชำระหนี้หรือวันที่เกิดการผิดสัญญา

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเรียกร้องค่าเสียหาย

  • เข้าใจผิดว่าเรียกร้องค่าเสียหายทางจิตใจได้ในสัญญาธุรกิจ: ศาลไทยไม่รับพิจารณาค่าเสียหายทางจิตใจหรือความอลหม่านทางอารมณ์ในคดีผิดสัญญาทางการค้า ค่าเสียหายต้องคำนวณเป็นตัวเงินที่พิสูจน์ได้เท่านั้น
  • เข้าใจผิดว่าเรียกร้องค่าเสียหายเชิงลงโทษ (Punitive Damages) ได้: ระบบกฎหมายแพ่งของไทยใช้หลักการชดเชยตามจริง ศาลไม่ลงโทษคู่สัญญาด้วยการสั่งปรับเงินก้อนโตเหมือนระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้
  • เข้าใจผิดว่าการแจ้งความลงบันทึกประจำวันช่วยหยุดอายุความ: การแจ้งความบันทึกประจำวันกับตำรวจในคดีแพ่งไม่ถือเป็นการฟ้องคดี และไม่ทำให้อายุความทางแพ่งสะดุดหยุดลง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หากคู่สัญญาต่างชาติผิดสัญญา ต้องฟ้องที่ศาลไทยหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับข้อตกลงเรื่องเขตอำนาจศาล (Jurisdiction Clause) ในสัญญา หากสัญญาระบุให้ใช้กฎหมายไทยและขึ้นศาลไทย ศาลไทยย่อมมีอำนาจพิจารณาคดี อย่างไรก็ตาม การบังคับคดีกับทรัพย์สินที่อยู่นอกประเทศไทยอาจมีขั้นตอนและข้อจำกัดทางกฎหมายระหว่างประเทศ

ค่าใช้จ่ายในการยื่นฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายมีอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าธรรมเนียมศาล (ค่าขึ้นศาล) ในคดีมีทุนทรัพย์ อัตราปกติอยู่ที่ 2% ของทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง (สำหรับทุนทรัพย์ไม่เกิน 50 ล้านบาท โดยมีเพดานสูงสุด 200,000 บาท สำหรับทุนทรัพย์ไม่เกิน 10 ล้านบาท) นอกจากนี้ยังมีค่าส่งหมาย และค่าบริการทางกฎหมายของทนายความ

สามารถยึดทรัพย์คู่สัญญาได้ทันทีหลังยื่นฟ้องหรือไม่?

ไม่สามารถยึดทรัพย์ได้ทันที เว้นแต่จะยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา เช่น ขออายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว ซึ่งผู้ฟ้องต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าจำเลยกำลังยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินเพื่อหลบเลี่ยงการชำระหนี้

ขั้นตอนต่อไปและเมื่อไหร่ควรพบทนายความ

เมื่อเกิดการผิดสัญญาทางการค้าที่มีมูลค่าความเสียหายสูงหรือกระทบต่อสภาพคล่องของธุรกิจ การขอปรึกษาทางกฎหมายตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้เสียเปรียบเรื่องอายุความและการจัดเก็บหลักฐาน

คุณควรพิจารณาปรึกษาทนายความเมื่อ:

  • การส่งหนังสือทวงถามด้วยตนเองไม่ได้รับความร่วมมือหรือถูกปฏิเสธ
  • ความเสียหายเป็นเรื่องพฤติการณ์พิเศษที่มีความซับซ้อนทางการเงิน
  • คู่สัญญามีสัญญาณถ่ายโอนทรัพย์สินหรือเสี่ยงต่อการล้มละลาย

หากต้องการประเมินคดีหรือดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย สามารถค้นหาและปรึกษา ทนายความด้านการดำเนินคดีแพ่งและพาณิชย์ในไทย เพื่อปกป้องสิทธิและประโยชน์ทางธุรกิจของคุณได้อย่างทันท่วงที

About the Author

L

ทีมบรรณาธิการ Lawzana

Lawzana เผยแพร่คู่มือกฎหมายสำหรับผู้บริโภค เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจสิทธิและทางเลือกของคุณก่อนปรึกษาทนายความ

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Sep 28, 2026

ข้อพิพาทการค้าระหว่างประเทศ เริ่มอย่างไรดีสำหรับธุรกิจไทย Thailand

เมื่อเกิดข้อพิพาทการค้าระหว่างประเทศ ธุรกิจไทยควรเริ่มจากการตรวจสัญญา โดยเฉพาะเงื่อนไขกฎหมายที่ใช้บังคับ (govern...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Sep 28, 2026

ต่างชาติเปิดบริษัทในไทยได้ไหม? คู่มือจดทะเบียนปี 2569 (ทุน, BOI, FBL)

ต่างชาติเปิดบริษัทในไทยได้ไหม? ได้ และมี 3 ทางหลัก: (1) ตั้งบริษัทสัญชาติไทยที่ต่างชาติถือหุ้นไม่ถึง 50% (2) ตั้งบริษัทต...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Sep 28, 2026

กรรมการบริษัทรับผิดอะไรบ้างใน Thailand เสี่ยงคดีไหน

กรรมการบริษัทในไทยมีความรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และทางปกครอง หากฝ่าฝืนหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ร.บ....

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

ทนายความที่คุณติดต่อได้

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากทนายความในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2012
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 นาที
การป้องกันคดีอาญา คดีความและข้อพิพาท ครอบครัว +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Lawyer Republic Logo
Lawyer Republic
ภูเก็ต
ตั้งแต่ปี 2006
ทนายความ 22 คน
ฟรี 1 ชั่วโมง
ธนาคารและการเงิน คดีความและข้อพิพาท ภาษี +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความที่ลงรายชื่อบน Lawzana โปรดมองหาตราสัญลักษณ์ยืนยัน

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม

เราใช้ AI ในการสร้างคู่มือ และทนายความอาจตรวจสอบคู่มือเหล่านั้น