ถูกผิดสัญญา เรียกค่าเสียหายอย่างไร? ขั้นตอนและหลักฐานในไทย

อัปเดตเมื่อ Aug 13, 2026

  • การเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญาตามกฎหมายไทย ต้องพิสูจน์ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
  • ดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมายคำนวณในอัตรา 5% ต่อปี (มาจากอัตราดอกเบี้ยทางแพ่ง 3% บวกเพิ่ม 2%) เว้นแต่สัญญาจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
  • การส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถาม (Notice Letter) ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อกำหนดวันผิดนัดและใช้เป็นหลักฐานในศาล
  • อายุความฟ้องคดีผิดสัญญาทางการค้ามีตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี ขึ้นอยู่กับคู่สัญญาและประเภทสินค้าหรือบริการ
  • เอกสารสัญญา หลักฐานการส่งมอบ และเอกสารคำนวณความเสียหายทางการเงิน เป็นปัจจัยชี้ขาดโอกาสชนะคดีและการได้รับชดใช้เงินคืน

เช็คลิสต์การจัดเตรียมเอกสารหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความสูญเสียทางการเงิน

ในการดำเนินคดีผิดสัญญาทางการค้า สิ่งสำคัญที่สุดคือภาระการพิสูจน์ความเสียหาย เอกสารหลักฐานที่ครบถ้วนและเป็นระบบจะช่วยให้ศาลเห็นตัวเลขความสูญเสียอย่างชัดเจน

จัดเตรียมเอกสารตามเช็คลิสต์ต่อไปนี้ก่อนเริ่มกระบวนการทางกฎหมาย:

  • เอกสารสัญญาและข้อตกลง: ตัวสัญญาหลัก (Contract) เอกสารแนบท้าย (Addendum) ใบสั่งซื้อ (Purchase Order) ใบเสนอราคา (Quotation) และข้อตกลงระดับการบริการ (SLA) ที่ลงนามครบถ้วน
  • หลักฐานการชำระเงินและการส่งมอบ: ใบแจ้งหนี้ (Invoice) ใบเสร็จรับเงิน สลิปโอนเงิน ใบส่งสินค้า (Delivery Order) และเอกสารตรวจรับงาน
  • หลักฐานการผิดสัญญา: อีเมลติดตามงาน บันทึกการประชุม ข้อความแชตทางการค้า หนังสือเตือนความล่าช้า หรือรายงานการตรวจสอบข้อบกพร่อง
  • หลักฐานคำนวณความเสียหาย: สัญญาคู่ขนานกับลูกค้ารายอื่นที่ต้องถูกยกเลิก งบการเงินเทียบเคียงช่วงเวลา เอกสารแสดงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อแก้ไขงาน และเอกสารประเมินการขาดกำไรโดยผู้สอบบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญ
  • หลักฐานกระบวนการก่อนฟ้อง: หนังสือบอกกล่าวทวงถาม (Notice Letter) พร้อมใบตอบรับการส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) หรือไปรษณีย์ลงทะเบียน

ประเภทของค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เปิดช่องให้ผู้เสียหายเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามที่เกิดขึ้นจริง โดยแบ่งประเภทค่าเสียหายตามมาตรา 222 ออกเป็นกลุ่มหลัก ซึ่งต้องคำนวณและระบุยอดเรียกร้องให้ถูกต้อง

ประเภทค่าเสียหาย ลักษณะทางกฎหมาย ตัวอย่างในบริบทธุรกิจ
ค่าเสียหายตามธรรมดา ความเสียหายที่เป็นผลโดยตรงจากการไม่ชำระหนี้หรือผิดสัญญาตามปกติ ค่าสินค้าที่ไม่ได้รับ ค่าจ้างซ่อมแซมงานที่บกพร่อง หรือส่วนต่างราคาที่ต้องซื้อสินค้าจากผู้ขายรายอื่นในราคาสูงกว่า
ค่าเสียหายอันเกิดแต่วิธีพิเศษ ความเสียหายจากพฤติการณ์พิเศษ ซึ่งคู่กรณีได้คาดหมายหรือควรจะได้คาดหมายไว้แล้ว การสูญเสียกำไรจากสัญญาลูกค้าปลายทาง (กรณีแจ้งให้คู่สัญญาทราบตั้งแต่ก่อนทำสัญญา) หรือค่าปรับที่ต้องจ่ายให้บุคคลที่สาม
เบี้ยปรับ จำนวนเงินที่คู่สัญญากำหนดไว้ล่วงหน้าว่าจะจ่ายหากมีการผิดสัญญา ค่าปรับรายวันกรณีส่งมอบงานล่าช้า เช่น 0.1% ของมูลค่าสัญญาต่อวัน

สำหรับเบี้ยปรับ แม้จะระบุไว้ในสัญญาชัดเจน แต่ศาลไทยมีอำนาจตามกฎหมายในการลดจำนวนเบี้ยปรับลงได้ หากเห็นว่าจำนวนที่กำหนดไว้นั้นสูงเกินส่วนเมื่อเทียบกับความเสียหายจริง

การคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมายไทย

แผนภาพแสดงโครงสร้างและการคำนวณอัตราดอกเบี้ยผิดนัด 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีตามกฎหมายไทย
แผนภาพแสดงโครงสร้างและการคำนวณอัตราดอกเบี้ยผิดนัด 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปีตามกฎหมายไทย

การคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีหลักเกณฑ์เพื่อป้องกันไม่ให้คิดดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมและลดภาระดอกเบี้ยทบต้น

โครงสร้างการคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดปัจจุบัน มีดังนี้:

  1. อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมาย: อัตราดอกเบี้ยทางแพ่งพื้นฐานอยู่ที่ 3% ต่อปี (ตามมาตรา 7) และอัตราดอกเบี้ยผิดนัดจะบวกเพิ่มอีก 2% รวมเป็น 5% ต่อปี (ตามมาตรา 224) เว้นแต่สัญญาระหว่างธุรกิจจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดไว้สูงกว่านั้นโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
  2. จุดเริ่มต้นการคิดดอกเบี้ย: ดอกเบี้ยผิดนัดเริ่มคำนวณตั้งแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด เช่น วันถัดจากวันครบกำหนดชำระตามสัญญา หรือวันถัดจากวันที่ครบกำหนดตามหนังสือบอกกล่าวทวงถาม
  3. การห้ามคิดดอกเบี้ยทบต้น: มาตรา 224/1 ห้ามไม่ให้คิดดอกเบี้ยผิดนัดบนดอกเบี้ยผิดนัดที่ค้างชำระ ข้อกำหนดในสัญญาใดที่ฝ่าฝืนจะมีผลเป็นโมฆะ

ศึกษาข้อกฎหมายฉบับเต็มเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยและการชำระหนี้ได้จาก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นหน่วยงานรวบรวมตัวบทกฎหมายไทย

ขั้นตอนการส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามและตัวอย่างแม่แบบ

การส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถาม (Notice Letter) เป็นขั้นตอนสำคัญก่อนฟ้องคดี เพราะนอกจากจะเปิดโอกาสให้คู่สัญญาแก้ไขการผิดสัญญาแล้ว ยังใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าเจ้าหนี้ได้ใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ขั้นตอนการดำเนินการ:

  1. ระบุข้อเท็จจริงการผิดสัญญา: กำหนดรายละเอียดสัญญา ข้อที่ฝ่าฝืน และยอดเงินหรือการกระทำที่เรียกร้องให้ชัดเจน
  2. กำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม: ให้เวลาคู่สัญญาชำระหนี้หรือแก้ไขงาน โดยทั่วไปกำหนดไว้ 7 ถึง 15 วันนับแต่วันได้รับหนังสือ
  3. จัดส่งด้วยวิธีที่พิสูจน์ได้: ส่งผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือ EMS เพื่อเก็บใบตอบรับไว้เป็นหลักฐานในศาล

ตัวอย่างข้อความแม่แบบหนังสือบอกกล่าวทวงถาม

เรื่อง: ขอให้ชำระหนี้และค่าเสียหายจากการผิดสัญญา
เรียน: กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท [ชื่อคู่สัญญาที่ผิดสัญญา] จำกัด

ตามที่ บริษัท [ชื่อบริษัทของคุณ] จำกัด ("บริษัท") ได้ทำสัญญา [ระบุชื่อสัญญา] ฉบับลงวันที่ [วันที่] กับท่าน เพื่อ [ระบุวัตถุประสงค์สัญญา] และบริษัทได้ปฏิบัติการชำระเงินหรือส่งมอบงานตามสัญญาเรียบร้อยแล้วนั้น

ปรากฏว่าท่านได้ผิดสัญญาโดย [ระบุการผิดสัญญา เช่น ไม่ชำระเงินตามใบแจ้งหนี้เลขที่... หรือส่งมอบงานล่าช้าเกินกำหนด] คิดเป็นยอดเงินค้างชำระจำนวน [ระบุยอดเงิน] บาท

บริษัทจึงขอแจ้งให้ท่านชำระยอดเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ [ระบุอัตรา] ต่อปี นับแต่วันที่ผิดนัดจนถึงวันที่ชำระเสร็จสิ้น ให้แก่บริษัทภายใน [7 หรือ 15] วัน นับแต่วันที่ท่านได้รับหนังสือฉบับนี้ หากพ้นกำหนดดังกล่าว บริษัทจะจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อเรียกร้องเงินและค่าเสียหายทั้งหมดต่อไป

อายุความในการฟ้องร้องดำเนินคดีผิดสัญญา

อินโฟกราฟิกสรุปอายุความในการฟ้องร้องดำเนินคดีผิดสัญญาทางการค้าตามกฎหมายไทย
อินโฟกราฟิกสรุปอายุความในการฟ้องร้องดำเนินคดีผิดสัญญาทางการค้าตามกฎหมายไทย

การดำเนินคดีทางการค้าต้องระมัดระวังเรื่องอายุความ หากยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนดอายุความ จำเลยสามารถยกข้อต่อสู้เรื่องอายุความเพื่อให้ศาลยกฟ้องได้ทันที

  • อายุความทั่วไป (10 ปี): ใช้กับสิทธิเรียกร้องจากการผิดสัญญาที่ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นการเฉพาะ (ตามมาตรา 193/30)
  • อายุความการเรียกค่าสินค้าหรือบริการ (2 ปี): สิทธิเรียกร้องของผู้ประกอบการหรือผู้ให้บริการในการเรียกค่าสินค้า ค่าจ้าง หรือค่าการงานที่ได้ทำ (ตามมาตรา 193/34(1))
  • อายุความสัญญาจ้างทำของ (2 ปี): สิทธิเรียกร้องอันเกิดจากการรับจ้างทำของทั่วไป
  • อายุความตามตั๋วเงินหรือเช็ค (1 ปี): กรณีชำระหนี้ด้วยเช็คแล้วเช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน

อายุความจะเริ่มนับตั้งแต่ "ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้" ซึ่งมักเป็นวันถัดจากวันที่ถึงกำหนดชำระหนี้หรือวันที่เกิดการผิดสัญญา

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเรียกร้องค่าเสียหาย

  • เข้าใจผิดว่าเรียกร้องค่าเสียหายทางจิตใจได้ในสัญญาธุรกิจ: ศาลไทยไม่รับพิจารณาค่าเสียหายทางจิตใจหรือความอลหม่านทางอารมณ์ในคดีผิดสัญญาทางการค้า ค่าเสียหายต้องคำนวณเป็นตัวเงินที่พิสูจน์ได้เท่านั้น
  • เข้าใจผิดว่าเรียกร้องค่าเสียหายเชิงลงโทษ (Punitive Damages) ได้: ระบบกฎหมายแพ่งของไทยใช้หลักการชดเชยตามจริง ศาลไม่ลงโทษคู่สัญญาด้วยการสั่งปรับเงินก้อนโตเหมือนระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้
  • เข้าใจผิดว่าการแจ้งความลงบันทึกประจำวันช่วยหยุดอายุความ: การแจ้งความบันทึกประจำวันกับตำรวจในคดีแพ่งไม่ถือเป็นการฟ้องคดี และไม่ทำให้อายุความทางแพ่งสะดุดหยุดลง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หากคู่สัญญาต่างชาติผิดสัญญา ต้องฟ้องที่ศาลไทยหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับข้อตกลงเรื่องเขตอำนาจศาล (Jurisdiction Clause) ในสัญญา หากสัญญาระบุให้ใช้กฎหมายไทยและขึ้นศาลไทย ศาลไทยย่อมมีอำนาจพิจารณาคดี อย่างไรก็ตาม การบังคับคดีกับทรัพย์สินที่อยู่นอกประเทศไทยอาจมีขั้นตอนและข้อจำกัดทางกฎหมายระหว่างประเทศ

ค่าใช้จ่ายในการยื่นฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายมีอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าธรรมเนียมศาล (ค่าขึ้นศาล) ในคดีมีทุนทรัพย์ อัตราปกติอยู่ที่ 2% ของทุนทรัพย์ที่เรียกร้อง (สำหรับทุนทรัพย์ไม่เกิน 50 ล้านบาท โดยมีเพดานสูงสุด 200,000 บาท สำหรับทุนทรัพย์ไม่เกิน 10 ล้านบาท) นอกจากนี้ยังมีค่าส่งหมาย และค่าบริการทางกฎหมายของทนายความ

สามารถยึดทรัพย์คู่สัญญาได้ทันทีหลังยื่นฟ้องหรือไม่?

ไม่สามารถยึดทรัพย์ได้ทันที เว้นแต่จะยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา เช่น ขออายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราว ซึ่งผู้ฟ้องต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าจำเลยกำลังยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินเพื่อหลบเลี่ยงการชำระหนี้

ขั้นตอนต่อไปและเมื่อไหร่ควรพบทนายความ

เมื่อเกิดการผิดสัญญาทางการค้าที่มีมูลค่าความเสียหายสูงหรือกระทบต่อสภาพคล่องของธุรกิจ การขอปรึกษาทางกฎหมายตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้เสียเปรียบเรื่องอายุความและการจัดเก็บหลักฐาน

คุณควรพิจารณาปรึกษาทนายความเมื่อ:

  • การส่งหนังสือทวงถามด้วยตนเองไม่ได้รับความร่วมมือหรือถูกปฏิเสธ
  • ความเสียหายเป็นเรื่องพฤติการณ์พิเศษที่มีความซับซ้อนทางการเงิน
  • คู่สัญญามีสัญญาณถ่ายโอนทรัพย์สินหรือเสี่ยงต่อการล้มละลาย

หากต้องการประเมินคดีหรือดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย สามารถค้นหาและปรึกษา ทนายความด้านการดำเนินคดีแพ่งและพาณิชย์ในไทย เพื่อปกป้องสิทธิและประโยชน์ทางธุรกิจของคุณได้อย่างทันท่วงที

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Mar 13, 2026

แก้ปัญหาข้อพิพาทแรงงานในองค์กร Thailand ไกล่เกลี่ยอย่างไร

การมี "นโยบายไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานภายใน" ที่ชัดเจน ช่วยลดโอกาสถูกฟ้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน คณะกรรมการแรงงานสัม...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Mar 13, 2026

ผู้ถือหุ้นทะเลาะกันทำไงดี? ทางเลือกก่อนฟ้องศาลใน Thailand

บทความนี้เหมาะกับผู้ถือหุ้น ผู้ก่อตั้ง กรรมการ และผู้บริหารใน "บริษัทไทย" (B2B) ที่ต้องการแก้ข้อพิพาทเรื่องอำนาจบริหาร...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Dec 11, 2025

ถูกสอบสวนกฎหมายแข่งขันทางการค้าใน Thailand ทำไงดี

หากได้รับหนังสือสอบสวนหรือถูก "บุกตรวจ" (dawn raid) ภายใต้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า นายจ้างและผู้บริหารต้องตอบสน...

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2012
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 minutes
การป้องกันคดีอาญา คดีความและข้อพิพาท ครอบครัว +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Lawyer Republic Logo
Lawyer Republic
ภูเก็ต
ตั้งแต่ปี 2006
ทนายความ 22 คน
ฟรี 1 hour
ธนาคารและการเงิน คดีความและข้อพิพาท ภาษี +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม