- สาขาของบริษัทต่างประเทศ (Branch Office) ไม่มีสถานะนิติบุคคลแยกจากบริษัทแม่ บริษัทแม่จึงต้องร่วมรับผิดชอบหนี้สินและข้อผูกพันทั้งหมดในไทยแบบไม่จำกัดจำนวน
- การดำเนินธุรกิจบริการหรือการค้าส่วนใหญ่ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business License หรือ FBL) ก่อนเริ่มดำเนินงาน
- ทุนขั้นต่ำที่ต้องนำเข้ามาในไทยคือ 3 ล้านบาท หรือร้อยละ 25 ของประมาณการค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีสำหรับ 3 ปีแรก (ใช้จำนวนที่สูงกว่า)
- เอกสารนิติบุคคลจากต่างประเทศต้องผ่านการรับรองโดย Notary Public และรับรองนิติกรณ์ (Legalization) จากสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย โดยมีอายุไม่เกิน 6 เดือน
- สาขาต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 20 จากกำไรสุทธิในไทย และภาษีการจำหน่ายกำไรไปต่างประเทศ (Branch Profit Remittance Tax) อีกร้อยละ 10
สาขาบริษัทต่างประเทศ vs บริษัทในเครือ (Subsidiary)
การเลือกระหว่างการเปิดสาขาหรือการตั้งบริษัทจำกัดที่เป็นบริษัทลูกขึ้นอยู่กับลักษณะสัญญาและระดับความเสี่ยงของธุรกิจ หากเลือกเปิดสาขา สัญญาทั้งหมดจะผูกพันบริษัทแม่โดยตรง ซึ่งเหมาะกับงานโครงการระยะสั้น สัญญากับหน่วยงานรัฐ หรืองานเฉพาะกิจที่ต้องการใช้โปรไฟล์และประวัติการทำงานของบริษัทแม่
| ปัจจัยเปรียบเทียบ | สาขาบริษัทต่างประเทศ (Branch Office) | บริษัทในเครือ (Subsidiary) |
|---|---|---|
| สถานะนิติบุคคล | ไม่แยกจากบริษัทแม่ | เป็นนิติบุคคลไทยแยกต่างหาก |
| ความรับผิดทางกฎหมาย | บริษัทแม่รับผิดชอบหนี้สินทั้งหมด | จำกัดความรับผิดไม่เกินมูลค่าหุ้น |
| โครงสร้างผู้ถือหุ้น | บริษัทแม่ถือสิทธิ์ 100% | มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป |
| การขอใบอนุญาต (FBL) | ต้องขอ หากทำธุรกิจในบัญชีห้าม | ต้องขอ หากต่างชาติถือหุ้นเกิน 50% |
| ภาษีส่งกำไรกลับ | ภาษีจำหน่ายเงินกำไร 10% | ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินปันผล 10% |
| สัญญาและผลงาน | ใช้ผลงานของบริษัทแม่ได้โดยตรง | ต้องสร้างผลงานและเครดิตใหม่ในนามบริษัทไทย |
ทุนขั้นต่ำและเงื่อนไขการนำเข้าเงินทุน
ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ธุรกิจที่ต้องขอรับใบอนุญาต FBL จะต้องนำเงินทุนขั้นต่ำเข้ามาในไทยไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท หรือร้อยละ 25 ของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีสำหรับการดำเนินกิจการ 3 ปีแรก แล้วแต่ว่าจำนวนใดจะสูงกว่า
การนำส่งเงินทุนเข้าสู่ประเทศไทยต้องดำเนินการตามกำหนดเวลา:
- งวดแรก (อย่างน้อย 25%): ต้องโอนเข้าบัญชีธนาคารในไทยภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ได้รับใบอนุญาต FBL
- งวดที่สอง (อีก 50% รวมเป็น 75%): ต้องโอนเข้าไทยภายใน 1 ปีแรกนับจากวันได้รับใบอนุญาต
- งวดสุดท้าย (ส่วนที่เหลือ 25% รวมครบ 100%): ต้องโอนเข้าประเทศภายใน 3 ปีนับจากวันได้รับใบอนุญาต
หากเป็นธุรกิจที่ไม่อยู่ในบัญชีท้ายกฎหมายต่างด้าว เช่น ธุรกิจค้าส่งสินค้าที่ผลิตเองตามเงื่อนไข กฎหมายกำหนดทุนขั้นต่ำไว้ที่ 2 ล้านบาท
เอกสารที่ต้องเตรียมจากบริษัทแม่
ความล่าช้าในการขอจัดตั้งสาขาส่วนใหญ่มักเกิดจากการเตรียมเอกสารรับรองไม่ถูกต้องตามแบบพิธี เอกสารทุกฉบับที่ออกจากต่างประเทศต้องได้รับการแปลเป็นภาษาไทย และผ่านการรับรองจาก Notary Public รวมถึงสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศต้นทาง โดยมีอายุเอกสารไม่เกิน 6 เดือน
รายการเอกสารหลักที่ต้องใช้:
- หนังสือรับรองนิติบุคคล (Certificate of Incorporation / Good Standing): แสดงชื่อ ที่ตั้ง ทุนจดทะเบียน และรายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจ
- หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับบริษัท: เพื่อแสดงวัตถุประสงค์และกรอบอำนาจของบริษัทแม่
- มติคณะกรรมการบริษัท (Board Resolution): อนุมัติการเปิดสาขาในไทย ระบุขอบเขตวัตถุประสงค์ และแต่งตั้งผู้จัดการสาขา
- หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney): แต่งตั้งผู้จัดการสาขาที่พำนักในไทยให้มีอำนาจดำเนินกิจการ จัดการภาษี และลงนามเอกสารราชการ
- งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี: งบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตของบริษัทแม่
- เอกสารประจำตัวของผู้จัดการสาขา: สำเนาหนังสือเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ หรือสำเนาบัตรประชาชนสำหรับคนไทย พร้อมใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เมื่อเริ่มงาน
ขั้นตอนการยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าว (FBL)
การเปิดสาขาเพื่อให้บริการหรือประกอบธุรกิจตามบัญชี 2 หรือบัญชี 3 ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์
- ตรวจสอบบัญชีธุรกิจ: ตรวจสอบว่ากิจกรรมที่ต้องการทำจัดอยู่ในบัญชีใด งานบริการส่วนใหญ่มักเข้าข่ายบัญชี 3 (21) ซึ่งเป็นธุรกิจบริการที่คนไทยยังไม่มีความพร้อม
- จัดทำแผนธุรกิจและแผนถ่ายทอดเทคโนโลยี: จัดทำประมาณการค่าใช้จ่าย 3 ปี แผนการจ้างงาน และรายละเอียดการถ่ายทอดทักษะความรู้ให้แก่บุคลากรไทย ซึ่งเป็นจุดที่คณะกรรมการใช้พิจารณาอนุมัติ
- ยื่นคำขอรับใบอนุญาต (แบบ ต.2): ยื่นเอกสารและหลักฐานทั้งหมดต่อสำนักบริหารการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
- การพิจารณาคำขอ: คณะกรรมการจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 60 วันทำการนับจากวันที่เอกสารครบถ้วนสมบูรณ์
- ชำระค่าธรรมเนียม: เมื่อได้รับอนุมัติ ชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในอัตรา 5 บาทต่อทุน 1,000 บาท (ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 20,000 บาท สูงสุด 250,000 บาท)
- นำเข้าเงินทุนและเปิดบัญชี: โอนเงินทุนงวดแรกเข้ามายังบัญชีธนาคารในไทย และยื่นหลักฐานการนำเข้าเงินทุนต่อ DBD
- จดทะเบียนภาษี: ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับกรมสรรพากรภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มดำเนินงาน
ภาระภาษีและการรายงานบัญชี
สาขาบริษัทต่างประเทศในไทยมีภาระภาษีคล้ายคลึงกับบริษัทไทย แต่มีจุดเฉพาะเกี่ยวกับการส่งเงินกำไรกลับสำนักงานใหญ่:
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล: เสียในอัตราร้อยละ 20 จากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานในไทย ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี) ภายใน 2 เดือนหลังสิ้นรอบ 6 เดือนแรก และแบบ ภ.ง.ด.50 (ประจำปี) ภายใน 150 วันนับแต่วันปิดรอบบัญชี
- ภาษีจำหน่ายเงินกำไร (Branch Profit Remittance Tax): เมื่อโอนกำไรกลับไปยังบริษัทแม่ ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 10 โดยยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 และนำส่งภาษีภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
- อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA): สามารถนำภาษีที่เสียในไทยไปใช้เป็นเครดิตภาษีในประเทศของบริษัทแม่ได้ตามเงื่อนไขของสนธิสัญญาภาษีซ้อนแต่ละประเทศ
- การยื่นงบการเงิน: ต้องแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ในไทยเพื่อตรวจสอบงบการเงิน และยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 5 เดือนนับจากวันปิดรอบบัญชี
ข้อควรระวังในการตั้งสาขา
- การปันส่วนค่าใช้จ่ายจากบริษัทแม่: ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในต่างประเทศไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีในไทยได้ทันที เว้นแต่จะมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของสาขาในไทยโดยตรง
- ความรับผิดไม่จำกัด: หากสาขาในไทยมีข้อพิพาททางกฎหมายหรือผิดสัญญา คู่ความสามารถฟ้องร้องบังคับคดีไปยังทรัพย์สินของบริษัทแม่ในต่างประเทศได้
- ความแตกต่างจากสำนักงานผู้แทน: สำนักงานผู้แทน (Representative Office) มีหน้าที่สำรวจตลาดและรายงานข้อมูลเท่านั้น ไม่สามารถรับจ้าง ขายสินค้า หรือออกใบแจ้งหนี้ได้ หากต้องการมีรายได้เชิงพาณิชย์ ต้องจัดตั้งเป็นสำนักงานสาขาเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สาขาบริษัทต่างประเทศซื้อที่ดินในไทยได้หรือไม่?
ไม่ได้ สาขาถือเป็นคนต่างด้าวตามกฎหมายไทยจึงไม่สามารถถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ เว้นแต่จะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
ขั้นตอนการจัดตั้งสาขาใช้เวลานานเท่าใด?
กระบวนการทั้งหมดมักใช้เวลาประมาณ 3 ถึง 5 เดือน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการรับรองเอกสารในต่างประเทศ และการจัดเตรียมรายละเอียดแผนธุรกิจเพื่อยื่นขอ FBL
หากสาขาไม่มีผลกำไร ต้องเสียภาษีหรือไม่?
หากขาดทุนสุทธิทางภาษี สาขาไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ยังคงต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปีและส่งงบการเงินที่ตรวจสอบแล้วตามกำหนด
สามารถแปลงสภาพสาขาเป็นบริษัทจำกัดในภายหลังได้หรือไม่?
ไม่สามารถแปลงสภาพโดยตรงได้ หากต้องการเปลี่ยนโครงสร้าง ต้องจดทะเบียนตั้งบริษัทจำกัดขึ้นมาใหม่ แล้วทำสัญญาโอนทรัพย์สิน หนี้สิน สัญญา และพนักงานจากสาขาเดิมไปยังบริษัทใหม่ ก่อนดำเนินการปิดสาขา
การวางแผนและขั้นตอนถัดไป
การเปิดสาขาบริษัทต่างประเทศในไทยมีเงื่อนไขด้านการนำเข้าเงินทุนและข้อจำกัดตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่เข้มงวด การกำหนดขอบเขตธุรกิจและการเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยลดความเสี่ยงที่คำขอจะถูกปฏิเสธ หากต้องการความช่วยเหลือในการวางโครงสร้างธุรกิจและการจัดเตรียมคำขอ สามารถปรึกษา ทนายความด้านการจดทะเบียนธุรกิจในไทย เพื่อเริ่มดำเนินการอย่างถูกต้อง