อยากส่งออกข้าวและสินค้าเกษตรไทย ต้องขอใบอนุญาตอย่างไร?

อัปเดตเมื่อ Sep 3, 2026

  • การส่งออกสินค้าเกษตรไทยมีหน่วยงานกำกับดูแลหลัก 3 แห่ง คือ กรมวิชาการเกษตร กรมการค้าต่างประเทศ และกรมศุลกากร โดยสินค้าแต่ละกลุ่มมีระเบียบควบคุมเฉพาะ
  • ผู้ส่งออกพืชสด ผัก ผลไม้ และเมล็ดพันธุ์ ต้องขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกและขอใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate) ผ่านระบบ e-Phyto ก่อนตรวจปล่อยสินค้า
  • การส่งออกข้าวสารเพื่อการพาณิชย์ ต้องมีหนังสืออนุญาตประกอบการค้าข้าว (แบบ ค.2) และขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกข้าวกับกรมการค้าต่างประเทศ
  • หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form C/O) จากกรมการค้าต่างประเทศ เป็นเอกสารจำเป็นในการขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีนำเข้าภายใต้ข้อตกลง FTA และ RCEP

การขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรกับกรมวิชาการเกษตร

ผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกพืชและผลิตผลพืช ต้องเริ่มต้นด้วยการขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกกับกลุ่มบริการส่งออกสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร ตามพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. 2507

คุณสามารถยื่นคำขอผ่านระบบ e-Service ของ กรมวิชาการเกษตร โดยต้องเตรียมเอกสารนิติบุคคล ทะเบียนพาณิชย์ และข้อมูลโรงคัดบรรจุ (Packing House) สำหรับผลไม้สดและพืชควบคุมเฉพาะ โรงคัดบรรจุต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน GHPs หรือ GMP และมีรหัสทะเบียนโรงงาน (DOA Number) ที่ยังไม่หมดอายุ

เมื่อได้รับอนุมัติทะเบียนแล้ว ผู้ส่งออกจะได้รหัสประจำตัวเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลในระบบ National Single Window (NSW) สำหรับยื่นขอใบรับรองสุขอนามัยพืชและส่งข้อมูลตรวจปล่อยไปยังกรมศุลกากร

ขั้นตอนการขอใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate)

ขั้นตอนการขอใบรับรองสุขอนามัยพืช e-Phyto สำหรับส่งออกสินค้าเกษตร
ขั้นตอนการขอใบรับรองสุขอนามัยพืช e-Phyto สำหรับส่งออกสินค้าเกษตร

ใบรับรองสุขอนามัยพืช (PC) คือเอกสารราชการที่ยืนยันว่าสินค้าเกษตรปลอดจากศัตรูพืชกักกันและเป็นไปตามเงื่อนไขนำเข้าของประเทศปลายทาง การขอใบรับรองนี้ต้องดำเนินการล่วงหน้าก่อนโหลดตู้สินค้าหรือส่งขึ้นเครื่องบิน

ขั้นตอนการดำเนินงานหลักมีดังนี้:

  1. ยื่นคำขอตรวจพืช (แบบ พ.ก. 7): กรอกรายละเอียดสินค้า ปริมาณ เลขล็อต ประเทศปลายทาง และชื่อผู้รับผ่านระบบ e-Phyto
  2. นัดตรวจสินค้าและรมยา: เจ้าหน้าที่กักกันพืชจะเข้าสุ่มตรวจสินค้า ณ โรงคัดบรรจุ หรือด่านตรวจพืชประจำท่าเรือหรือสนามบิน หากประเทศปลายทางกำหนดให้มีการอบไอน้ำ (VHT) หรือรมยาด้วยสารเคมี (Fumigation) ต้องแนบหลักฐานการบำบัดรักษาพืชประกอบ
  3. รับใบรับรองสุขอนามัยพืช (แบบ พ.ก. 9): เมื่อสินค้าผ่านเกณฑ์ เจ้าหน้าที่จะอนุมัติเอกสาร PC โดยปัจจุบันไทยเชื่อมโยงระบบ e-Phyto ส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานกักกันพืชของหลายประเทศคู่ค้าได้โดยตรง

มาตรฐานสินค้าเกษตรภาคบังคับและภาคทั่วไป

พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 กำหนดให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นผู้วางเกณฑ์คุณภาพ โดยแบ่งสินค้าออกเป็น 2 กลุ่ม:

ประเภทมาตรฐาน ข้อกำหนดทางกฎหมาย ตัวอย่างสินค้า
มาตรฐานบังคับ ต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับใบอนุญาตก่อนส่งออก ฝ่าฝืนมีโทษปรับและจำคุก เมล็ดถั่วลิสง (คุมสารอะฟลาท็อกซิน), ข้าวหอมมะลิไทยส่งออก, ทุเรียนแช่เยือกแข็ง
มาตรฐานทั่วไป ยื่นขอรับการรับรองตามความสมัครใจเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในตลาด ข้าวอินทรีย์, มะม่วงสด, มาตรฐาน GAP ระดับแปลง

หากสินค้าของคุณจัดอยู่ในกลุ่ม มาตรฐานบังคับ คุณต้องยื่นขอใบอนุญาตเป็นผู้ส่งออกสินค้าตามมาตรฐานบังคับ (แบบ มกษ.) และพิมพ์เครื่องหมายรับรองบนบรรจุภัณฑ์ให้ถูกต้องก่อนดำเนินพิธีการศุลกากร

พิธีการศุลกากรและเอกสารเฉพาะสำหรับการส่งออกข้าว

แผนภาพเอกสารและใบอนุญาตที่ต้องใช้ในการส่งออกข้าวไทยผ่านระบบ NSW
แผนภาพเอกสารและใบอนุญาตที่ต้องใช้ในการส่งออกข้าวไทยผ่านระบบ NSW

การส่งออกสินค้าเกษตรทุกชนิดต้องผ่านระบบ e-Customs ของ กรมศุลกากร โดยระบบจะตรวจสอบใบอนุญาตอัตโนมัติผ่านเครือข่าย NSW

สำหรับการส่งออกข้าว กฎหมายไทยกำหนดเงื่อนไขเฉพาะตาม พ.ร.บ. การค้าข้าว พุทธศักราช 2489 ผู้ส่งออกต้องจัดเตรียมเอกสารเหล่านี้:

  • ใบอนุญาตประกอบการค้าข้าว (ค.2): ออกโดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
  • ทะเบียนผู้ส่งออกข้าว: ยื่นขอต่อกรมการค้าต่างประเทศ (DFT) พร้อมวางหลักประกันตามเกณฑ์ที่กำหนด
  • ใบอนุญาตส่งออกข้าว (อ.4): ขอยื่นผ่านระบบ NSW สำหรับการส่งออกข้าวสารแต่ละเที่ยวเรือ
  • หนังสือรับรองมาตรฐานข้าว: ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการตรวจข้าว สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

เอกสารส่งออกชุดมาตรฐานที่ต้องใช้ยื่นต่อศุลกากรประกอบด้วย:

  • ใบขนสินค้าขาออก (Export Declaration)
  • บัญชีราคาสินค้า (Commercial Invoice) และบัญชีรายการบรรจุหีบห่อ (Packing List)
  • ใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phytosanitary Certificate)
  • ใบอนุญาตเฉพาะสินค้า เช่น ใบ อ.4 สำหรับข้าว หรือใบอนุญาต CITES สำหรับไม้และกล้วยไม้บางชนิด

การใช้สิทธิลดภาษีภายใต้ข้อตกลง FTA และโควตาภาษี

ความตกลงการค้าเสรี เช่น AFTA, ACFTA, JTEPA และ RCEP ช่วยลดภาระภาษีนำเข้าในประเทศคู่ค้า แต่ผู้ส่งออกต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขแหล่งกำเนิดสินค้าให้ครบถ้วน:

  • เกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin): พืชผลทางการเกษตรส่วนใหญ่ต้องผ่านเกณฑ์ Wholly Obtained (WO) คือปลูกและเก็บเกี่ยวภายในประเทศไทยทั้งหมด
  • การขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form C/O): ยื่นคำขอผ่านระบบของกรมการค้าต่างประเทศ เช่น Form D สำหรับกลุ่มอาเซียน หรือ Form E สำหรับประเทศจีน
  • การบริหารโควตาภาษี (TRQ): สินค้าบางกลุ่มในบางตลาดปลายทาง เช่น แป้งมันสำปะหลังหรือข้าวส่งออกไปสหภาพยุโรปหรือสหรัฐฯ มีการจำกัดปริมาณโควตาภาษี ผู้ส่งออกต้องติดตามรอบการจัดสรรหนังสือรับรองโควตาจากกระทรวงพาณิชย์

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการส่งออกสินค้าเกษตร

  • เข้าใจว่ามีใบรับรอง GAP ของแปลงปลูกก็พอ: GAP รับรองเฉพาะกระบวนการปลูก แต่การส่งออกต้องการมาตรฐานโรงคัดบรรจุ (GHPs/GMP) และใบรับรองสุขอนามัยพืช (PC) ประจำชิปเมนต์ด้วยเสมอ
  • ส่งออกข้าวสารปริมาณน้อยโดยไม่ขอใบอนุญาต: การส่งออกข้าวสารเพื่อการค้าไม่ว่าปริมาณเท่าใด กฎหมายกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาต ค.2 และขึ้นทะเบียนผู้ส่งออก การส่งออกโดยพลการมีโทษทางอาญาตามกฎหมายว่าด้วยการค้าข้าว
  • ขอใบรับรอง PC ย้อนหลัง: ใบรับรองสุขอนามัยพืชต้องออกก่อนสินค้าเดินทางออกจากท่าเรือหรือสนามบินไทย เจ้าหน้าที่ไม่สามารถออกใบรับรองย้อนหลังให้ได้ หากสินค้าถึงปลายทางโดยไม่มีเอกสาร สินค้าอาจถูกกักกัน ส่งกลับ หรือสั่งทำลายทันที

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สินค้าเกษตรแปรรูป เช่น ผลไม้อบแห้ง ต้องขอใบรับรองสุขอนามัยพืชหรือไม่?

หากสินค้าผ่านกรรมวิธีแปรรูปจนหมดสภาพการเป็นพาหะนำโรคพืช (เช่น อบแห้ง บรรจุกระป๋อง หรือทอดสุญญากาศ) โดยทั่วไปไม่ต้องใช้ใบรับรองสุขอนามัยพืช (PC) แต่ต้องใช้ใบรับรองสุขอนามัยอาหาร (Health Certificate) หรือหนังสือรับรองการจำหน่ายอิสระ (Certificate of Free Sale) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แทน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของประเทศปลายทาง

ค่าธรรมเนียมการขอใบรับรองสุขอนามัยพืชอยู่ที่เท่าไหร่?

ค่าธรรมเนียมราชการสำหรับการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (แบบ พ.ก. 9) อยู่ที่ 100 ถึง 200 บาทต่อฉบับ แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามจริง เช่น ค่าบริการตรวจสอบสินค้านอกเวลาราชการ ค่าธรรมเนียมตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ และค่าบริการรมยาหรืออบไอน้ำจากผู้ให้บริการเอกชน

ส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ไปยุโรปหรือสหรัฐฯ ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่ม?

คุณต้องได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ตามข้อกำหนดของตลาดปลายทาง เช่น EU Organic หรือ USDA Organic จากหน่วยรับรอง (Certification Body) ที่ได้รับการยอมรับ และต้องมีหนังสือรับรองการตรวจสอบ (Certificate of Inspection: COI) แนบไปพร้อมกับชุดเอกสารส่งออก

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาทนายความด้านการค้าระหว่างประเทศ

แม้ตัวแทนออกของ (Customs Broker) จะช่วยเดินพิธีการศุลกากรได้ แต่ธุรกรรมระหว่างประเทศมีความเสี่ยงทางกฎหมายที่ต้องป้องกันล่วงหน้า คุณควรพิจารณาปรึกษา ทนายความด้านการค้าระหว่างประเทศในไทย ในกรณีต่อไปนี้:

  • ร่างและตรวจสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ: กำหนดเงื่อนไข Incoterms การกระจายความเสี่ยงกรณีสินค้าเน่าเสียง่าย (Perishable Goods) และเงื่อนไขการเปิด Letter of Credit (L/C)
  • รับมือกับมาตรการกีดกันที่ไม่ใช่ภาษี (NTBs): เมื่อประเทศปลายทางปรับเกณฑ์ด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) กะทันหัน หรือสินค้าถูกปฏิเสธการนำเข้า
  • ระงับข้อพิพาททางการค้า: การวางข้อสัญญาอนุญาโตตุลาการเพื่อรองรับกรณีผู้ซื้อปฏิเสธการรับมอบสินค้าหรือผิดนัดชำระเงิน

แนวทางดำเนินการถัดไป

  1. ตรวจสอบพิกัดศุลกากร (HS Code): ยืนยันประเภทสินค้าเพื่อดูว่าเป็นสินค้ามาตรฐานบังคับ มีมาตรการควบคุม หรือต้องขอโควตาส่งออกหรือไม่
  2. ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ: ลงทะเบียนผู้ส่งออกกับกรมวิชาการเกษตร กรมการค้าต่างประเทศ และเปิดสิทธิในระบบ e-Customs
  3. ตรวจสอบห่วงโซ่การผลิต: ยืนยันว่าแปลงปลูกได้รับรอง GAP และโรงคัดบรรจุมีรหัส DOA ถูกต้องตามเกณฑ์
  4. ทำสัญญาซื้อขายให้รัดกุม: ระบุความรับผิดชอบเรื่องใบรับรองสุขอนามัยและเอกสารประกอบการส่งมอบให้ชัดเจนในสัญญาก่อนยืนยันคำสั่งซื้อ

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Mar 13, 2026

สัญญาธุรกิจผิดนัดชำระหนี้ใน Thailand ฟ้องบังคับคดีอย่างไร

ก่อนฟ้องคดี เจ้าหนี้ควร "ตรวจสัญญา + หลักฐานหนี้ค้าง" ให้ครบ เพื่อพิสูจน์จำนวนหนี้ วันครบกำหนด และเงื่อนไขดอกเบี...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Jan 10, 2026

ถูกฟ้องคดีธุรกิจใน Thailand ต้องทำอะไรใน 30 วันแรก

อย่าเพิ่งตอบโต้ด้วยอารมณ์: 48-72 ชั่วโมงแรกควร "อ่านเอกสารให้ครบ + ล็อกเส้นตาย + กันความเสียหายของหลักฐาน" เ...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Jul 09, 2026

วิธีจดทะเบียนบริษัทในไทย: เช็คลิสต์และค่าใช้จ่ายล่าสุด

วิธีจดทะเบียนบริษัทในไทย: เช็คลิสต์และค่าใช้จ่ายล่าสุด (อัปเดต 2026) การจดทะเบียนบริษัทจำกัดในประเทศไทยเป็นก้าวแรกที่ช่ว...

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2012
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 นาที
การป้องกันคดีอาญา คดีความและข้อพิพาท ครอบครัว +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Lawyer Republic Logo
Lawyer Republic
ภูเก็ต
ตั้งแต่ปี 2006
ทนายความ 22 คน
ฟรี 1 ชั่วโมง
ธนาคารและการเงิน คดีความและข้อพิพาท ภาษี +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม