Lawzana Lawzana Logo
ค้นหาทนายความ
ประเทศไทย การกำกับดูแลกิจการ เผยแพร่เมื่อ Jan 9, 2026 · อัปเดตเมื่อ Oct 7, 2026

ทะเลาะกับหุ้นส่วน ทำยังไงดี? รับมือหุ้นส่วนไม่แฟร์ ไม่โปร่งใส

ประเด็นสำคัญ

  • ข้อพิพาทผู้ถือหุ้นในไทยมัก "บานปลาย" เพราะเอกสารสิทธิไม่ชัด การสื่อสารไม่เป็นระบบ และการประชุม/มติไม่ถูกขั้นตอน
  • เอกสารที่ต้องดูเป็นอันดับแรกคือ หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับบริษัท สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น สัญญาผู้ถือหุ้น และรายงานการประชุม
  • ก่อนฟ้องศาล มักมีทางเลือกที่คุ้มกว่า เช่น เจรจาแบบมีหลักฐาน ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง และอนุญาโตตุลาการ (ถ้ามีข้อตกลง)
  • ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยยังมี "เครื่องมือ" ตามกฎหมาย เช่น ขอเรียกประชุมวิสามัญ เพิกถอนมติที่ประชุม และเรียกค่าเสียหายเมื่อมีการใช้อำนาจโดยไม่ชอบ
  • จุดตัดสำคัญคือ "เวลา" โดยเฉพาะกรณีขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมที่ผิดระเบียบ มักมีกรอบเวลาสั้น

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม? เพิ่ม Lawzana เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการ เพื่อให้บทความของเราแสดงในผลการค้นหา Google ของคุณบ่อยขึ้น

เพิ่มในแหล่งข้อมูลที่ต้องการ

ตรวจทานกฎหมายล่าสุด: ตุลาคม 2569 (2026)

สงสัยว่าหุ้นส่วนไม่แฟร์หรือไม่โปร่งใส ควรเริ่มตรงไหน?

ความรู้สึกว่าหุ้นส่วนเอาเปรียบเป็นเหตุผลที่ดีพอให้ตรวจสอบ แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีใครทำผิด สิ่งที่คุณต้องการในช่วงแรกคือคำตอบสามข้อ: คุณมีสิทธิอะไรตามกฎหมายและเอกสารของบริษัท อีกฝ่ายทำอะไรไปแล้วบ้าง และมีกำหนดเวลาใดกำลังเดินอยู่ บทความนี้ช่วยตอบสามข้อนั้น เพื่อให้คุณเลือกได้ว่าจะเจรจา ไกล่เกลี่ย หรือดำเนินคดี

  1. ระบุรูปแบบธุรกิจให้ถูก ในภาษาพูด เราเรียกทุกคนที่ลงทุนร่วมกันว่า "หุ้นส่วน" แต่ในทางกฎหมาย ผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน และผู้ถือหุ้นในบริษัทมหาชนจำกัด มีสิทธิและขั้นตอนต่างกัน ตรวจจากหนังสือรับรองนิติบุคคลก่อน

  2. เก็บเอกสารที่คุณมีสิทธิเข้าถึงโดยชอบ เช่น หนังสือนัดประชุม รายงานการประชุม อีเมล และข้อความที่คุณเป็นผู้รับ อย่าคัดลอกหรือนำเอกสารบริษัทออกมาโดยไม่มีอำนาจ เพราะอาจสร้างปัญหาทางกฎหมายใหม่ให้ตัวเอง

  3. ระบุรายการที่โต้แย้งให้เจาะจง เช่น "มติเพิ่มทุนวันที่ 5 มีนาคม" หรือ "ค่าที่ปรึกษาเดือนละ 200,000 บาทที่จ่ายให้บริษัทของกรรมการ" ไม่ใช่แค่ "บริหารไม่โปร่งใส"

  4. เช็กกำหนดเวลาเร่งด่วน โดยเฉพาะหนึ่งเดือนสำหรับการขอเพิกถอนมติที่ประชุมผิดระเบียบ ถ้ามติเพิ่งผ่านไปไม่กี่วัน ให้ปรึกษาทนายก่อนเริ่มเจรจา ไม่ใช่หลังเจรจาล้มเหลว

  5. ตัดสินใจเป้าหมาย คุณต้องการกลับมามีบทบาทในบริษัท หรือต้องการขายหุ้นออกในราคาที่เป็นธรรม คำตอบนี้กำหนดว่าควรใช้เครื่องมือใด

ขอบเขตของบทความ: สิทธิและตัวเลขที่อธิบายต่อไปนี้เป็นของบริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เกณฑ์ขอเรียกประชุมวิสามัญคือผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 10% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด และมีลำดับเวลาตามกฎหมายบริษัทมหาชนต่างหาก ส่วนข้อพิพาทในห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องวิเคราะห์ตามบทบัญญัติเรื่องห้างหุ้นส่วนโดยเฉพาะ

เจอสถานการณ์แบบนี้ ควรทำอะไรก่อน?

ตารางนี้สรุปสถานการณ์ที่ผู้ถือหุ้นเจอบ่อย พร้อมเอกสารที่ควรขอและคำถามทางกฎหมายที่ต้องตอบให้ได้

สถานการณ์ เอกสารที่ควรขอหรือเก็บก่อน คำถามที่ต้องตอบ
บริษัทไม่ให้ดูเอกสาร ทำหนังสือขอตรวจสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น (มาตรา 1139) และรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น (มาตรา 1207) เอกสารที่ขอเป็นเอกสารที่ผู้ถือหุ้นมีสิทธิตรวจตามกฎหมายหรือข้อบังคับหรือไม่ บริษัทปฏิเสธเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่
ถูกถอดจากกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนาม หนังสือนัดประชุม รายงานการประชุม ข้อบังคับบริษัท หนังสือรับรองฉบับก่อนและหลัง การถอดทำโดยมติที่นัดเรียกและลงมติถูกต้องหรือไม่ (การถอดในตัวเองไม่ได้ผิดกฎหมายเสมอไป)
มีกำไรแต่ไม่ได้รับเงินปันผล งบการเงิน รายงานการประชุมที่พิจารณาเรื่องปันผล มีมติประกาศจ่ายเงินปันผลแล้วหรือยัง ถ้ามีแล้ว ได้จ่ายภายในหนึ่งเดือนตามกฎหมายหรือไม่
สัดส่วนหุ้นลดลงหลังเพิ่มทุน หนังสือนัดประชุมเพิ่มทุน มติพิเศษ หนังสือเสนอขายหุ้นใหม่ สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น บริษัทได้เสนอขายหุ้นใหม่ให้คุณตามสัดส่วนก่อนหรือไม่ และมีการประชุมลงมติพิเศษถูกต้องหรือไม่
มีรายจ่ายน่าสงสัย เช่น ค่าที่ปรึกษาให้คนใกล้ชิด งบการเงินที่ยื่นต่อกรมฯ รายงานการประชุมกรรมการที่อนุมัติรายการ (ถ้าขอได้) ใครได้รับเงิน ได้รับอนุมัติอย่างไร และความเสียหายตกแก่บริษัทหรือแก่คุณโดยตรง
มีมติที่ประชุมใหญ่ที่คุณเห็นว่าผิดระเบียบ หนังสือนัดประชุมพร้อมซองหรือใบตอบรับ รายงานการประชุม รายชื่อผู้เข้าประชุมและใบมอบฉันทะ นับจากวันลงมติผ่านไปกี่วันแล้ว (กำหนดหนึ่งเดือน)

หุ้นส่วนไม่โปร่งใส: ควรขอเอกสารอะไร และขอจากใคร?

สิทธิของคุณไม่ได้วัดจากเปอร์เซ็นต์หุ้นอย่างเดียว แต่มาจากเอกสารหลายชุดที่ต้องอ่านประกอบกัน และเอกสารแต่ละชุดอยู่คนละที่ ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือคิดว่าขอทุกอย่างจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้

เอกสารที่บริษัทเก็บไว้

  • สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น เป็นทะเบียนที่บริษัทต้องจัดทำและเก็บไว้ที่สำนักงาน ผู้ถือหุ้นมีสิทธิตรวจดูได้ตามมาตรา 1139 ใช้ประกอบกับหลักฐานการโอนหุ้นและการชำระค่าหุ้นเพื่อยืนยันว่าใครถือหุ้นเท่าใด ณ วันใด

  • รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นตรวจดูได้ตามมาตรา 1207 เป็นหลักฐานว่าใครเข้าประชุม ลงมติอย่างไร และมีผู้คัดค้านหรือไม่

  • รายงานการประชุมกรรมการ สัญญา และบัญชีรายละเอียด ผู้ถือหุ้นไม่ได้มีสิทธิเข้าถึงเอกสารทุกฉบับของบริษัทโดยอัตโนมัติ หากข้อบังคับหรือสัญญาผู้ถือหุ้นไม่ได้ให้สิทธิไว้ อาจต้องใช้มติที่ประชุมหรือกระบวนการทางศาลเพื่อให้ได้มา

  • สัญญาผู้ถือหุ้น (Shareholders' Agreement) ถ้ามี จะกำหนดกติกาเพิ่มเติม เช่น สิทธิซื้อหุ้นก่อนบุคคลภายนอก สิทธิขายตามผู้ถือหุ้นใหญ่ (tag-along) สิทธิบังคับให้ขายตาม (drag-along) และวิธีแก้ทางตันเมื่อผู้ถือหุ้นตัดสินใจไม่ลงตัว

เอกสารที่ขอได้จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

  • หนังสือรับรองนิติบุคคล แสดงชื่อกรรมการ อำนาจกรรมการ ทุนจดทะเบียน และที่ตั้งสำนักงาน

  • หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับบริษัท กำหนดทุน วิธีประชุม การลงมติ และอำนาจกรรมการ

  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) และงบการเงิน ที่บริษัทยื่นไว้

ข้อควรระวังสำคัญ: บอจ.5 คือข้อมูลที่บริษัทแจ้งต่อกรมฯ ไม่ใช่สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นตัวจริง ประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่มีผลตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 (2026) ระบุชัดว่าการรับรองสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นเป็นการรับรองสำเนาเอกสารที่ยื่นไว้ ไม่ได้รับรองสถานะความเป็นผู้ถือหุ้นที่ปรากฏในเอกสารนั้น หาก บอจ.5 ฉบับล่าสุดขัดกับสิ่งที่คุณรู้ ให้ตรวจสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและหลักฐานการโอนหุ้นประกอบเสมอ

คุณขอคัดหรือสืบค้นเอกสารที่ยื่นไว้ได้ผ่าน DBD e-Service ตามอัตราค่าธรรมเนียมที่กรมฯ ประกาศ ขณะตรวจทานบทความนี้ หนังสือรับรองคิดรายการละ 40 บาท ส่วนสำเนารับรองเอกสารทะเบียน งบการเงิน และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นคิดหน้าละ 50 บาท ชุดเอกสารหลายรายการจึงอาจมีค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่าที่คาด ควรตรวจอัตราปัจจุบันบนระบบก่อนสั่ง

จัดแฟ้มหลักฐานชุดเดียวให้ใช้ได้ทั้งตอนเจรจาและตอนฟ้อง

แฟ้มที่เรียงดีทำให้ทนายประเมินคดีได้เร็วขึ้น และทำให้การเจรจาอยู่บนข้อเท็จจริงแทนความรู้สึก

  1. ไทม์ไลน์ระบุวันที่: วันส่งหนังสือนัดประชุม วันประชุม วันลงมติ วันโอนหุ้น วันชำระเงิน วันส่งอีเมลสำคัญ

  2. ตารางสัดส่วนหุ้นก่อนและหลังแต่ละเหตุการณ์ พร้อมเหตุผลที่สัดส่วนเปลี่ยน

  3. เอกสารประชุม: หนังสือนัดประชุม ซองหรือใบตอบรับไปรษณีย์ วาระ รายงานการประชุม รายชื่อผู้เข้าประชุมและผู้รับมอบฉันทะ

  4. หลักฐานการสื่อสาร: อีเมล ข้อความ หนังสือขอเอกสาร และคำตอบหรือการปฏิเสธของบริษัท

  5. ตัวเลขความเสียหายที่คำนวณได้ พร้อมแยกว่าเป็นความเสียหายของบริษัทหรือของคุณเอง

ข้อพิพาทผู้ถือหุ้นที่พบบ่อย และกฎหมายคุ้มครองอะไรได้จริง

  • ถูกถอดจากกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนาม การเป็นผู้ถือหุ้นไม่ได้ทำให้คุณมีสิทธิเป็นกรรมการหรือเซ็นบัญชีธนาคาร ที่ประชุมใหญ่ถอดกรรมการได้โดยมติ ประเด็นที่ตรวจสอบได้คือมติถอดนั้นนัดเรียกและลงมติถูกต้องหรือไม่ และสัญญาผู้ถือหุ้นให้สิทธิคุณเสนอชื่อกรรมการไว้หรือไม่

  • มีกำไรแต่ไม่ปันผล กำไรในงบการเงินยังไม่ทำให้เกิดหนี้เงินปันผล ตามมาตรา 1201 เงินปันผลต้องจ่ายตามมติที่ประชุมใหญ่ (หรือกรรมการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลได้เมื่อบริษัทมีกำไรพอสมควร) ห้ามจ่ายจากเงินที่ไม่ใช่กำไร และห้ามจ่ายขณะบริษัทยังมีขาดทุนสะสม การเก็บกำไรไว้ในบริษัทจึงไม่ผิดในตัวเอง แต่ถ้ามีมติประกาศจ่ายแล้ว บริษัทต้องจ่ายภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ลงมติ

  • ดึงผลประโยชน์ออกทางอื่น เช่น ค่าที่ปรึกษาหรือค่าเช่าที่จ่ายให้บริษัทของกรรมการในราคาสูงผิดปกติ ประเด็นนี้มักเป็นความเสียหายของบริษัท ซึ่งเกี่ยวกับหน้าที่ของกรรมการและสิทธิฟ้องแทนบริษัทตามมาตรา 1169

  • เพิ่มทุนจนสัดส่วนหุ้นลดลง (dilution) การถูกลดสัดส่วนไม่ได้พิสูจน์ว่ามีการทำผิด การเพิ่มทุนของบริษัทจำกัดต้องทำโดยมติพิเศษ (มาตรา 1220) และหุ้นใหม่ต้องเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนที่ถืออยู่ (มาตรา 1222) สิ่งที่ต้องตรวจคือขั้นตอนทั้งสองนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่

  • โอนหุ้นให้คนนอกโดยข้ามสิทธิของผู้ถือหุ้นเดิม ถ้าข้อบังคับหรือสัญญาผู้ถือหุ้นกำหนดสิทธิซื้อก่อนหรือต้องได้รับความยินยอม ให้ตรวจว่าการโอนทำตามเงื่อนไขนั้นหรือไม่

  • มติที่ประชุมผิดระเบียบ เช่น ส่งหนังสือนัดประชุมไม่ทันกำหนด วาระไม่ครอบคลุมเรื่องที่ลงมติ องค์ประชุมไม่ครบ หรือใบมอบฉันทะไม่ถูกต้อง รายละเอียดอยู่ในหัวข้อเพิกถอนมติด้านล่าง

ตัวอย่างสมมติ: ผู้ถือหุ้น 30% ที่ไม่ได้รับหนังสือนัดประชุม

A เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ถือหุ้น 30 หุ้นจากทั้งหมด 100 หุ้น (30%) บริษัทจัดประชุมผู้ถือหุ้นโดย A อ้างว่าไม่ได้รับหนังสือนัด ที่ประชุมถอด A จากกรรมการ และลงมติพิเศษเพิ่มทุนอีก 100 หุ้นซึ่งจัดสรรให้นักลงทุนกลุ่มใหม่ทั้งหมด A ไม่ได้ซื้อหุ้นใหม่ จึงเหลือ 30 หุ้นจาก 200 หุ้น หรือ 15%

ตัวเลขนี้บอกอะไรเรา? ถ้าทุกหุ้นมีหนึ่งเสียงเท่ากันและทุกคนเข้าประชุม มติพิเศษต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าสามในสี่ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง ผู้ถือหุ้นอื่นรวมกันมี 70% ซึ่งไม่ถึงสามในสี่ หาก A ได้เข้าประชุมและคัดค้าน มติเพิ่มทุนอาจไม่ผ่าน เรื่องหนังสือนัดประชุมจึงเป็นแกนกลางของคดี ไม่ใช่รายละเอียดเล็ก ๆ นอกจากนี้ก่อนเพิ่มทุน A ถือ 30% จึงขอเรียกประชุมวิสามัญได้ด้วยตัวเอง แต่หลังถูกลดเหลือ 15% จะต้องหาผู้ถือหุ้นอื่นมาร่วมให้ถึง 20%

คำถามที่ A ต้องตรวจทันที:

  • บริษัทส่งหนังสือนัดประชุมถึง A ทางไหน วันใด และมีใบตอบรับหรือไม่

  • บริษัทเสนอขายหุ้นใหม่ให้ A ตามสัดส่วน 30% ก่อนหรือไม่

  • วันที่ลงมติคือวันไหน และเหลือเวลาอีกกี่วันก่อนครบหนึ่งเดือน

ข้อเท็จจริงในตัวอย่างนี้ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าฝ่ายใดทำผิด แต่ชี้ให้เห็นว่าควรใช้เวลาในสัปดาห์แรกไปกับการตรวจเอกสารและกำหนดเวลา มากกว่าการโต้เถียงว่าใครผิดก่อน

วิธีจัดการหุ้นส่วนที่ไม่แฟร์: เจรจา ไกล่เกลี่ย หรืออนุญาโตตุลาการ

ไม่มีวิธีใดดีที่สุดในทุกกรณี ทางเลือกนอกศาลเหมาะเมื่ออีกฝ่ายยังพร้อมคุย ธุรกิจยังต้องเดินต่อ และไม่มีกำหนดเวลาตามกฎหมายใกล้หมด หากมีมติที่ต้องขอเพิกถอนหรือมีความเสี่ยงที่ทรัพย์สินจะถูกโอนออก การยื่นเรื่องต่อศาลอาจต้องมาก่อน แล้วเจรจาคู่ขนานไป

ทางเลือก เหมาะเมื่อ จุดแข็ง ข้อควรระวัง
เจรจา (Negotiation) ยังคุยกันได้ และมีเอกสารพอจะระบุประเด็นได้ชัด เร็ว ยืดหยุ่น เก็บเป็นความลับได้ ไม่ได้หยุดกำหนดเวลาตามกฎหมาย ต้องกำหนดเส้นตายของการเจรจาเอง
ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องหรือในศาล ต้องการคนกลางช่วยกำหนดกรอบการคุย บริการไกล่เกลี่ยของศาลไม่มีค่าธรรมเนียมศาล และขอให้ศาลพิพากษาตามยอมได้เมื่อเข้าเงื่อนไข ถ้าอีกฝ่ายใช้เพื่อถ่วงเวลา ต้องมีเส้นตายและแผนสำรองที่พร้อมยื่นศาล
อนุญาโตตุลาการ (Arbitration) มีสัญญาอนุญาโตตุลาการเป็นหนังสือ หรือคู่กรณีตกลงกันได้หลังเกิดข้อพิพาท เป็นความลับกว่าศาล เลือกผู้ชี้ขาดที่เข้าใจธุรกิจได้ ใช้ได้เฉพาะเมื่อมีข้อตกลงที่ครอบคลุมคู่กรณีและประเด็นพิพาท ค่าใช้จ่ายสูงกว่าการไกล่เกลี่ย และคำชี้ขาดยังถูกขอเพิกถอนได้ในเหตุจำกัด

เรื่องอนุญาโตตุลาการ: การที่ฝ่ายหนึ่งต้องการผลที่ผูกพันยังไม่พอ พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 11 กำหนดให้ต้องมีสัญญาอนุญาโตตุลาการที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ควรตรวจว่าใครเป็นคู่สัญญา (บริษัทหรือผู้ถือหุ้น) ข้อสัญญาครอบคลุมประเด็นที่พิพาทหรือไม่ และประเด็นนั้นระงับโดยอนุญาโตตุลาการได้หรือไม่ ซึ่งคำขอบางประเภทเกี่ยวกับมติที่ประชุมหรือการแก้ทะเบียนอาจยังต้องไปศาล หลังมีคำชี้ขาด ฝ่ายที่ต้องการให้เพิกถอนต้องยื่นต่อศาลโดยหลักภายใน 90 วันตามมาตรา 40

เริ่มเจรจาอย่างไรให้มีน้ำหนัก

ข้อเสนอที่อีกฝ่ายรับได้ต้องเจาะจงพอให้ตอบว่า "ได้" หรือ "ไม่ได้" เช่น แทนที่จะเขียนว่า "ขอให้บริหารอย่างโปร่งใส" ให้เขียนว่า "ขอสำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 5 มีนาคม และหลักฐานการส่งหนังสือนัดประชุมถึงข้าพเจ้า ภายใน 7 วัน"

  • ส่งหนังสือสรุปข้อกังวลเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุเหตุการณ์ วันที่ และเอกสารที่ขอ หนังสือนี้กลายเป็นหลักฐานว่าคุณขอแล้วและบริษัทตอบอย่างไร

  • เสนอทางออกสองถึงสามทาง เช่น (1) ให้ผู้ถือหุ้นอีกฝ่ายหรือผู้ซื้อภายนอกซื้อหุ้นของคุณในราคาที่ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ (2) ปรับโครงสร้างคณะกรรมการให้คุณมีที่นั่ง (3) ทำสัญญาผู้ถือหุ้นฉบับใหม่ที่มีกลไกแก้ทางตัน

  • สรุปข้อตกลงหลักในเอกสารสั้น ๆ (term sheet) ก่อนร่างสัญญาฉบับเต็ม เช่น ราคา วิธีชำระ กำหนดโอนหุ้น และการลาออกจากตำแหน่ง

ข้อควรระวังเรื่อง "ซื้อหุ้นคืน": บริษัทจำกัดโดยทั่วไปห้ามเป็นเจ้าของหุ้นของตนเองหรือรับจำนำหุ้นของตนเอง (มาตรา 1143) ทางออกที่ทำได้จึงมักเป็นการขายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นหรือบุคคลภายนอก ไม่ใช่ให้บริษัทใช้เงินบริษัทซื้อหุ้นของคุณ ในข้อตกลงต้องระบุตัวผู้ซื้อให้ชัด

ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องในไทยเริ่มอย่างไร

ศาลยุติธรรมเปิดให้ยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องได้ทั้งที่ศาลที่มีเขตอำนาจ และทางออนไลน์ผ่านระบบของศาลโดยใช้บัญชีผู้ใช้ CIOS บริการนี้ไม่มีค่าธรรมเนียมศาลและค่าใช้จ่ายในการให้บริการ แต่ค่าทนายที่คุณจ้างเองเป็นค่าใช้จ่ายแยก เมื่อตกลงกันได้และเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย คู่กรณีขอให้ศาลมีคำพิพากษาตามยอมได้ ซึ่งบังคับได้หนักแน่นกว่าข้อตกลงกันเองทั่วไป

ดูข้อมูลและช่องทางยื่นคำร้องได้ที่ COJ Mediation

การยื่นขอไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องไม่ควรถูกถือว่าช่วยยืดกำหนดหนึ่งเดือนสำหรับการเพิกถอนมติ หากใกล้ครบกำหนด ให้ทนายประเมินการยื่นคำร้องต่อศาลก่อน

ใช้สิทธิผู้ถือหุ้นตามกฎหมาย: ประชุมวิสามัญ เพิกถอนมติ และเรียกค่าเสียหาย

เมื่อการคุยไม่คืบหน้า ขั้นต่อไปคือใช้สิทธิตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด สิทธิแต่ละอย่างมีเกณฑ์จำนวนหุ้น รูปแบบ และกำหนดเวลาของตัวเอง ทำผิดขั้นตอนเมื่อไร อีกฝ่ายจะมีข้อต่อสู้เพิ่มทันที

ผู้ถือหุ้นเรียกประชุมวิสามัญได้เมื่อไร?

ตามมาตรา 1173 ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นรวมกัน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนหุ้นทั้งหมด ของบริษัทจำกัด มีสิทธิทำหนังสือร้องขอให้กรรมการเรียกประชุมวิสามัญ โดยต้องระบุว่าประชุมเพื่อประสงค์ใด ตามมาตรา 1174 กรรมการต้องเรียกประชุมโดยไม่ชักช้า หากไม่เรียกประชุมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ยื่นคำร้องขอ ผู้ถือหุ้นที่ร้องขอหรือผู้ถือหุ้นอื่นที่ถือหุ้นรวมกันถึงเกณฑ์เดียวกันเรียกประชุมเองได้

ผู้ถือหุ้น 10% ที่อยู่คนเดียวจึงยังขอเรียกประชุมไม่ได้ ต้องหาผู้ถือหุ้นอื่นมาร่วมให้ถึง 20% และต้องแยกให้ออกระหว่าง "สิทธิเรียกประชุม" กับ "เสียงพอผ่านมติ" การถอดหรือแต่งตั้งกรรมการต้องอาศัยเสียงข้างมากของที่ประชุม ส่วนเรื่องที่ต้องใช้มติพิเศษต้องได้ไม่น้อยกว่าสามในสี่ของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง ก่อนยื่นคำร้องจึงควรนับคะแนนเสียงที่คาดว่าจะได้

  • หนังสือร้องขอ ระบุวาระชัดเจน เช่น พิจารณาแต่งตั้งกรรมการเพิ่ม หรือพิจารณาให้บริษัทฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกรรมการกรณีค่าที่ปรึกษา

  • หลักฐานสัดส่วนหุ้น เช่น สำเนาสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นหรือใบหุ้น และ บอจ.5 ประกอบ

  • หลักฐานการยื่น ส่งโดยวิธีที่พิสูจน์วันรับได้ เพราะกำหนด 30 วันนับจากวันนั้น

ขอให้ศาลเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้เมื่อไร?

ตามมาตรา 1195 ถ้าการนัดเรียกประชุมหรือการลงมติฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับของบริษัท กรรมการหรือผู้ถือหุ้นร้องขอให้ศาลเพิกถอนมตินั้นได้ แต่ต้องร้องขอ ภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ลงมติ กำหนดนี้คิดเป็นเดือนตามปฏิทิน ไม่ควรแปลงเป็น 30 วันโดยอัตโนมัติ และไม่เริ่มนับใหม่จากวันที่คุณได้รับรายงานการประชุม

เหตุที่พบในคดีลักษณะนี้:

  • หนังสือนัดประชุมไม่ถูกต้อง สำหรับบริษัทจำกัดที่ไม่ได้ออกใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ หนังสือนัดประชุมใหญ่โดยหลักต้องส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงผู้ถือหุ้นทุกคนก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน และไม่น้อยกว่า 14 วันถ้าเป็นการประชุมเพื่อลงมติพิเศษ ข้อบังคับบริษัทอาจกำหนดระยะเวลาหรือวิธีการเข้มกว่านี้ (บริษัทที่ออกใบหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือมีกติกาการลงโฆษณาแยกต่างหาก)

  • วาระไม่ครอบคลุมเรื่องที่ลงมติ หรือหนังสือนัดไม่ได้ระบุข้อความที่จะเสนอเป็นมติพิเศษ

  • องค์ประชุมไม่ครบ หรือใบมอบฉันทะไม่ถูกต้อง

หลักฐานที่ใช้: หนังสือนัดประชุมพร้อมซองและใบตอบรับ รายงานการประชุม รายชื่อผู้เข้าประชุม ใบมอบฉันทะ ข้อบังคับบริษัท และบันทึกการคัดค้านในที่ประชุม (ถ้ามี)

ข้อแยกสำคัญ: การประชุมที่เกิดขึ้นจริงแต่ผิดระเบียบ ต่างจากรายงานการประชุมที่ทำขึ้นทั้งที่ไม่มีการประชุมเกิดขึ้นเลย ในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5402/2562 ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้านำมาอธิบาย ศาลแยกกรณีที่ไม่มีการประชุมจริงออกจากกรอบหนึ่งเดือนตามมาตรา 1195 และใช้อายุความทั่วไป 10 ปีในคดีนั้น อย่างไรก็ดี ไม่ควรสันนิษฐานว่าข้อกล่าวหาเรื่องรายงานการประชุมเท็จทุกกรณีจะพ้นกำหนดหนึ่งเดือน หากยังอยู่ในกำหนด การยื่นภายในหนึ่งเดือนเป็นทางที่ปลอดภัยกว่า และควรให้ทนายประเมินข้อเท็จจริงโดยละเอียด

ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกรรมการได้เมื่อไร และใครเป็นผู้ได้รับเงิน?

ก่อนฟ้อง ต้องตอบให้ได้ว่าใครเสียหาย ใครเป็นโจทก์ ใครเป็นจำเลย และเงินค่าเสียหายจะตกแก่ใคร

  • บริษัทเสียหาย เช่น กรรมการอนุมัติจ่ายค่าที่ปรึกษาเกินจริงให้บริษัทของตนเอง โดยหลักบริษัทเป็นผู้ฟ้องกรรมการ หากบริษัทไม่ยอมฟ้อง มาตรา 1169 ให้ผู้ถือหุ้นคนใดคนหนึ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกรรมการแทนบริษัทได้ แต่ค่าเสียหายที่ได้เป็นของบริษัท ไม่ใช่ของผู้ถือหุ้นที่ฟ้อง

  • ผู้ถือหุ้นเสียหายโดยตรง เช่น ถูกหลอกให้โอนหุ้น หรือไม่ได้รับเงินปันผลที่มีมติประกาศจ่ายแล้ว กรณีนี้ต้องอาศัยฐานทางกฎหมายของตนเอง เช่น ละเมิด สัญญา หรือสิทธิตามมติ ไม่ใช่มาตรา 1169

  • คำนวณความเสียหายเป็นตัวเลข เช่น ส่วนต่างระหว่างค่าที่ปรึกษาที่จ่ายจริงกับราคาตลาด พร้อมเอกสารประกอบ ค่าเสียโอกาสที่พิสูจน์ไม่ได้จะมีน้ำหนักน้อย

  • วิธีคุ้มครองชั่วคราว หากมีความเสี่ยงที่ทรัพย์สินจะถูกโอนออกหรือการกระทำจะก่อความเสียหายเพิ่ม อาจขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองระหว่างพิจารณาได้ ศาลจะพิจารณาความจำเป็นและความเร่งด่วนจากพยานหลักฐาน

หากเรื่องเกี่ยวข้องกับเอกสารเท็จหรือการแจ้งข้อความเท็จต่อนายทะเบียน อาจมีประเด็นทางอาญาด้วย ควรปรึกษาทนายก่อนแจ้งความ เพราะการกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐานพอก็มีความเสี่ยงต่อผู้กล่าวหา

ก่อนตัดสินใจฟ้อง ให้ประเมินสี่เรื่องนี้

  • เป้าหมาย ต้องการกลับมามีบทบาท หรือต้องการขายหุ้นออกในราคาที่เป็นธรรม คดีเพิกถอนมติช่วยเรื่องแรกได้มากกว่า ส่วนการเจรจาขายหุ้นอาจตอบเรื่องหลังได้เร็วกว่า

  • ผลกระทบต่อธุรกิจ เตรียมการสื่อสารกับธนาคารและคู่ค้าหลัก เพราะข้อพิพาทเรื่องอำนาจกรรมการอาจกระทบวงเงินและการลงนามเอกสาร

  • ต้นทุน ค่าขึ้นศาล (คำนวณตามทุนทรัพย์ในคดีเรียกเงิน หรือเป็นอัตราคงที่ในคำขอที่ไม่มีทุนทรัพย์) ค่าทนาย ค่าแปลเอกสารหากมีคู่กรณีต่างชาติ และค่าผู้เชี่ยวชาญบัญชีหากต้องพิสูจน์ความเสียหาย ค่าเหล่านี้แยกจากค่าคัดเอกสารที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

  • ลำดับคำขอ บางเรื่องต้องเพิกถอนมติก่อน จึงจะแก้ข้อมูลทางทะเบียนหรือเรียกค่าเสียหายต่อได้

ความเข้าใจผิดที่ทำให้เสียสิทธิ

  • "ถือหุ้นมากก็ทำอะไรก็ได้" ผู้ถือหุ้นใหญ่ต้องใช้อำนาจผ่านการประชุมที่นัดเรียกถูกต้อง เรื่องอย่างเพิ่มทุนหรือแก้ข้อบังคับต้องเป็นมติพิเศษ ถ้าข้ามขั้นตอน มติอาจถูกเพิกถอน

  • "รอเจรจาให้จบก่อนค่อยฟ้อง" กำหนดหนึ่งเดือนตามมาตรา 1195 เดินต่อระหว่างเจรจา ผู้ถือหุ้นที่รอจนเกินกำหนดอาจหมดสิทธิขอเพิกถอนมติ แม้มติจะผิดระเบียบจริง

  • "บอจ.5 ล่าสุดพิสูจน์ว่าใครถือหุ้น" บอจ.5 เป็นข้อมูลที่บริษัทแจ้ง การรับรองสำเนาของกรมฯ ไม่ได้รับรองสถานะผู้ถือหุ้น ต้องดูสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและหลักฐานการโอนประกอบ

  • "ฟ้องกรรมการแล้วเงินจะเข้ากระเป๋าผู้ถือหุ้น" ถ้าเป็นความเสียหายของบริษัทและฟ้องตามมาตรา 1169 เงินเข้าบริษัท

เมื่อไหร่ควรปรึกษาทนายด้านกฎหมายบริษัท?

ปรึกษาทันทีหากมีมติที่ประชุมที่คุณคัดค้านและยังอยู่ในกำหนดหนึ่งเดือน หรือมีสัญญาณข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:

  • บริษัทปฏิเสธเอกสารที่คุณมีสิทธิตรวจ เช่น สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นหรือรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น หรือเปลี่ยนผู้มีอำนาจลงนามโดยไม่แจ้ง

  • มีรายการที่เปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ เช่น เพิ่มทุน โอนหุ้นจำนวนมาก ขายทรัพย์สินหลัก หรือทำสัญญาระยะยาวผิดปกติกับบุคคลใกล้ชิดกรรมการ

  • สงสัยว่ารายงานการประชุมหรือเอกสารที่ยื่นต่อนายทะเบียนไม่ตรงความจริง เพราะต้องประเมินทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และกำหนดเวลาที่ต่างกัน

  • มีผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือเอกสารสองภาษา ซึ่งทำให้การนัดประชุม การมอบฉันทะ และหลักฐานการชำระค่าหุ้นซับซ้อนขึ้น

FAQ

ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยทำอะไรได้บ้างถ้าถูกกันออกจากการบริหาร?

เริ่มจากขอตรวจสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น แล้วตรวจว่ามติที่ถอดคุณนัดเรียกและลงมติถูกต้องหรือไม่ ถ้าผิดระเบียบและยังอยู่ในหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมติ พิจารณาขอให้ศาลเพิกถอน ถ้าถือหุ้นรวมกับผู้อื่นได้ 20% ขึ้นไป ขอเรียกประชุมวิสามัญได้ แต่การถูกถอดจากกรรมการโดยมติที่ถูกต้องไม่ใช่การละเมิดสิทธิผู้ถือหุ้นในตัวเอง

ถ้ากรรมการไม่เรียกประชุมตามคำขอ ผู้ถือหุ้นทำอะไรต่อได้?

หากคำร้องขอเป็นหนังสือ ระบุวัตถุประสงค์ และผู้ร้องถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า เมื่อกรรมการไม่เรียกประชุมภายใน 30 วัน ผู้ถือหุ้นที่ร้องขอหรือผู้ถือหุ้นอื่นที่ถือหุ้นถึงเกณฑ์เรียกประชุมเองได้ ต้องนัดเรียกประชุมให้ถูกตามวิธีและระยะเวลาที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนด มิฉะนั้นมติของการประชุมนั้นเองก็อาจถูกโต้แย้ง

ไกล่เกลี่ยต่างจากอนุญาโตตุลาการอย่างไร?

ไกล่เกลี่ยคือคนกลางช่วยให้คู่กรณีตกลงกันเองโดยสมัครใจ ไม่มีใครถูกบังคับให้ยอม ส่วนอนุญาโตตุลาการคือผู้ชี้ขาดออกคำชี้ขาดที่ผูกพันคู่กรณี แต่ใช้ได้เฉพาะเมื่อมีสัญญาอนุญาโตตุลาการเป็นหนังสือที่ครอบคลุมคู่กรณีและประเด็นพิพาท

ขอคัดเอกสารบริษัทได้จากที่ไหน?

เอกสารที่ยื่นต่อนายทะเบียน เช่น หนังสือรับรอง ข้อบังคับ บอจ.5 และงบการเงิน ขอได้ผ่าน DBD e-Service ส่วนสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นอยู่ที่บริษัท ต้องขอตรวจจากบริษัทโดยตรง

ถ้าต้องการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้อง ติดต่อที่ไหน?

ยื่นคำร้องได้ที่ศาลที่มีเขตอำนาจ หรือทางออนไลน์ ดูข้อมูลได้ที่ COJ Mediation

แผนปฏิบัติสองสัปดาห์ (ใช้เมื่อไม่มีกำหนดเวลาเร่งด่วน)

แผนนี้เป็นกรอบช่วยจัดลำดับงาน ไม่ใช่เหตุผลให้รอ หากมีมติที่ประชุมที่คุณคัดค้าน ให้นับวันจากวันลงมติและปรึกษาทนายในวันนี้ แล้วค่อยใช้แผนนี้คู่ขนาน

  1. วันที่ 1-3: ตรวจหนังสือรับรองและข้อบังคับ ยืนยันรูปแบบธุรกิจ และจดวันที่ของทุกมติที่โต้แย้ง

  2. วันที่ 3-7: ส่งหนังสือขอตรวจสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและรายงานการประชุม คัดเอกสารจาก DBD และจัดแฟ้มหลักฐานตามรายการข้างต้น

  3. วันที่ 7-10: สรุปประเด็นพิพาทไม่เกิน 3-5 ข้อ แต่ละข้อมีเอกสารรองรับ และนับคะแนนเสียงที่คุณมีหรือรวบรวมได้

  4. วันที่ 10-14: ส่งข้อเสนอเป็นหนังสือ เช่น ให้ผู้ถือหุ้นอีกฝ่ายซื้อหุ้นของคุณในราคาที่ประเมินอิสระ หรือปรับคณะกรรมการ พร้อมกำหนดวันตอบ และเสนอไกล่เกลี่ยหากเห็นว่ามีคนกลางจะช่วยได้

  5. หากไม่คืบหน้า: ให้ทนายเลือกคำขอที่ตรงประเด็น เช่น เพิกถอนมติ ฟ้องแทนบริษัทตามมาตรา 1169 หรือขอคุ้มครองชั่วคราว และกำหนดลำดับการยื่น

About the Author

L

ทีมบรรณาธิการ Lawzana

Lawzana เผยแพร่คู่มือกฎหมายสำหรับผู้บริโภค เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจสิทธิและทางเลือกของคุณก่อนปรึกษาทนายความ

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Sep 28, 2026

กรรมการบริษัทรับผิดอะไรบ้างใน Thailand เสี่ยงคดีไหน

กรรมการบริษัทในไทยมีความรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และทางปกครอง หากฝ่าฝืนหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ร.บ....

อ่านบทความ
ประเทศไทย Sep 16, 2026

เจอปัญหาข้อพิพาทขนส่งในไทย? แก้ด้วยอนุญาโตตุลาการ

เจอปัญหาข้อพิพาทขนส่งในไทย? แก้ด้วยอนุญาโตตุลาการ สรุปประเด็นสำคัญ รักษาความลับทางการค้า: กระบวนการพิจารณาเป็นความลับ ช...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Sep 28, 2026

ได้รับหมายศาลคดีธุรกิจใน Thailand ต้องทำอย่างไร? เช็กสิทธิ

หมายศาลคดีแพ่ง/พาณิชย์มักมาพร้อม "หมายเรียก" และ "สำเนาคำฟ้อง" และนับเวลาเดินทันทีเมื่อมีการส่งหมายโดยชอบ โด...

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2012
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 นาที
การป้องกันคดีอาญา คดีความและข้อพิพาท ครอบครัว +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Lawyer Republic Logo
Lawyer Republic
ภูเก็ต
ตั้งแต่ปี 2006
ทนายความ 22 คน
ฟรี 1 ชั่วโมง
ธนาคารและการเงิน คดีความและข้อพิพาท ภาษี +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม

เราใช้ AI ในการสร้างคู่มือ และทนายความอาจตรวจสอบคู่มือเหล่านั้น