ทนายความ การขอลี้ภัย ที่ดีที่สุดใน เชิงทะเล
แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย
ฟรี ใช้เวลา 2 นาที
รายชื่อทนายความที่ดีที่สุดใน เชิงทะเล, ประเทศไทย
ก่อนยื่นคำขอในภูเก็ต ควรแยกสถานะผู้ลี้ภัยออกจากสถานะตรวจคนเข้าเมือง
ในเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เรื่องการขอลี้ภัยมักเกี่ยวข้องทั้งกับการติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ตและการขอความคุ้มครองจากหน่วยงานระดับชาติหรือสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดูแลเรื่องการเข้าเมืองและการพำนัก แต่ไม่ได้เป็นผู้วินิจฉัยคำขอของ UNHCR
ประเทศไทยไม่มีระบบวีซ่าลี้ภัยโดยทั่วไป และไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 การพิจารณาของ UNHCR และกลไกการคัดกรองระดับชาติของไทยเป็นคนละกระบวนการ และการได้รับเอกสารจากกระบวนการหนึ่งไม่ได้ทำให้มีสิทธิพำนักหรือทำงานโดยอัตโนมัติ
ทนายความในพื้นที่ช่วยประเมินความเสี่ยงด้านตรวจคนเข้าเมือง เตรียมคำให้การและหลักฐาน แปลเอกสาร และติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ การดำเนินการที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานะการพำนัก เหตุผลที่ไม่อาจกลับประเทศ และกระบวนการที่ผู้ขอมีสิทธิยื่น
กรณีใดที่ควรปรึกษาทนายความ
- วีซ่าหมดอายุหรือมีปัญหาการพำนักในภูเก็ต และเกรงว่าจะถูกควบคุมตัวหรือส่งกลับก่อนมีโอกาสขอความคุ้มครอง
- ถูกเรียกพบหรือถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในภูเก็ต และต้องอธิบายเหตุที่ไม่สามารถกลับประเทศได้
- มีประวัติถูกคุกคามหรือทำร้ายในประเทศต้นทาง แต่หลักฐานกระจัดกระจายหรือไม่มีเอกสารราชการยืนยัน
- ต้องเตรียมคำให้การให้สอดคล้องกันสำหรับการติดต่อ UNHCR และการยื่นต่อกลไกการคัดกรองระดับชาติ
- มีสมาชิกครอบครัวที่เป็นเด็ก ผู้ป่วย หรือผู้ต้องพึ่งพิง ซึ่งต้องวางแผนเรื่องเอกสารและการติดต่อแยกกัน
- ได้รับหนังสือแจ้งกำหนดนัด คำสั่ง หรือเอกสารที่อ่านไม่เข้าใจ และต้องตอบภายในเวลาจำกัด
กฎหมายและกลไกที่เกี่ยวข้องกับการขอลี้ภัยในไทย
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 วางหลักเกี่ยวกับการเข้าเมือง การอนุญาตให้อยู่ และการส่งคนต่างด้าวออกนอกราชอาณาจักร ผู้ขอความคุ้มครองยังอาจมีประเด็นเรื่องการเข้าเมืองหรือการพำนักแยกจากการพิจารณาสถานะผู้ลี้ภัย
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคัดกรองคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศอันเป็นภูมิลำเนาได้ พ.ศ. 2562 จัดตั้งกลไกการคัดกรองระดับชาติ ระเบียบมีผลใช้บังคับในปี พ.ศ. 2563 การยื่นหรือได้รับการพิจารณาภายใต้กลไกนี้ไม่ใช่การได้รับวีซ่าหรือใบอนุญาตทำงานโดยอัตโนมัติ
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 และมีหลักห้ามส่งบุคคลออกไปยังที่ที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะเสี่ยงต่อการทรมานหรือการปฏิบัติที่กฎหมายระบุ การประเมินว่าหลักนี้ใช้กับข้อเท็จจริงใดควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเอกสารและสถานการณ์เฉพาะราย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขอลี้ภัยในเชิงทะเล
ประเทศไทยมีสถานะหรือวีซ่าลี้ภัยให้ยื่นโดยตรงหรือไม่?
ประเทศไทยไม่มีวีซ่าลี้ภัยทั่วไปแบบที่ให้สถานะพำนักโดยอัตโนมัติ ผู้ขออาจติดต่อ UNHCR หรือพิจารณากลไกการคัดกรองระดับชาติ ทั้งสองช่องทางมีหลักเกณฑ์และผลทางกฎหมายต่างกัน
การยื่นเรื่องกับ UNHCR เท่ากับได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยหรือไม่?
ไม่เท่ากัน การลงทะเบียนหรือเอกสารจาก UNHCR ไม่ได้แทนวีซ่าและไม่ลบล้างปัญหาการอยู่เกินกำหนดโดยอัตโนมัติ ควรให้ทนายตรวจสถานะตรวจคนเข้าเมืองควบคู่กับการเตรียมคำขอความคุ้มครอง
ใครอาจมีเหตุยื่นขอความคุ้มครอง?
โดยทั่วไปต้องอธิบายความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากกลับประเทศ และเหตุใดความเสี่ยงนั้นจึงเกี่ยวข้องกับตนเอง การพิจารณาขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเกณฑ์ของช่องทางที่ยื่น จึงไม่ควรสรุปสิทธิจากสัญชาติหรือการมีเอกสารเพียงอย่างเดียว
ต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง?
รวบรวมหนังสือเดินทาง เอกสารประจำตัว บันทึกเหตุการณ์ ข้อความข่มขู่ เวชระเบียน และข้อมูลพยานที่มีอยู่ เก็บต้นฉบับและสำเนาไว้ และอย่าสร้างหรือแก้ไขหลักฐาน หากไม่มีเอกสารบางรายการ ควรเตรียมอธิบายเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา
ผู้ที่วีซ่าหมดอายุยังขอความคุ้มครองได้หรือไม่?
การหมดอายุของวีซ่าไม่ได้ตอบโดยลำพังว่าบุคคลนั้นมีเหตุได้รับความคุ้มครองหรือไม่ แต่ยังอาจมีผลด้านการควบคุมตัว การปรับ หรือการส่งออกนอกประเทศ ควรรีบปรึกษาทนายก่อนติดต่อหรือให้ถ้อยคำในเรื่องที่อาจกระทบสถานะ
ผู้ขอความคุ้มครองทำงานในภูเก็ตได้หรือไม่?
การยื่นเรื่องต่อ UNHCR หรือการอยู่ระหว่างการคัดกรองไม่ได้ให้สิทธิทำงานโดยอัตโนมัติ การทำงานโดยไม่มีสิทธิหรือใบอนุญาตที่จำเป็นอาจสร้างปัญหาตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มเติม ควรตรวจสถานะและเงื่อนไขการทำงานกับทนายก่อนเริ่มงาน
กระบวนการใช้เวลานานเท่าใด?
ไม่มีระยะเวลาที่รับประกันได้สำหรับทุกกรณี ระยะเวลาขึ้นอยู่กับช่องทางที่ยื่น ความซับซ้อนของข้อเท็จจริง จำนวนการสัมภาษณ์ และการตรวจสอบเอกสาร ทนายช่วยติดตามนัดหมายและแจ้งความเสี่ยงจากเส้นตายได้ แต่ไม่อาจรับประกันผลหรือกำหนดเวลาของหน่วยงาน
ต้องเดินทางจากเชิงทะเลไปกรุงเทพฯ หรือไม่?
การติดต่อด้านตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่เริ่มสอบถามได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต ส่วนการนัดหรือสัมภาษณ์ของ UNHCR อาจกำหนดให้ติดต่อหรือเดินทางตามที่หน่วยงานแจ้ง อย่าจองการเดินทางจนกว่าจะยืนยันสถานที่และกำหนดนัด
ค่าใช้จ่ายในการจ้างทนายประมาณเท่าใด?
ไม่มีอัตราค่าทนายมาตรฐานสำหรับคดีลักษณะนี้ ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับการตรวจเอกสาร การแปล การเดินทาง และจำนวนครั้งที่ต้องติดต่อหน่วยงาน ขอใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมระบุงานที่รวมและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก่อนว่าจ้าง
การขอลี้ภัยต่างจากการขอวีซ่าหรือไม่?
ต่างกัน การขอวีซ่ามุ่งขออนุญาตเข้าเมืองหรือพำนักตามประเภทวีซ่า ส่วนการขอความคุ้มครองเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงหากต้องกลับประเทศ การยื่นคำขอความคุ้มครองจึงไม่ใช่การต่อวีซ่าแทนกัน
หากเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ควรทำอย่างไร?
ขอทราบเหตุและสถานที่ควบคุมตัว แจ้งให้ติดต่อทนายและครอบครัว และอย่าลงนามในเอกสารที่อ่านไม่เข้าใจโดยไม่มีคำแปล หากมีความเสี่ยงเมื่อถูกส่งกลับ ให้แจ้งข้อเท็จจริงนั้นต่อเจ้าหน้าที่และทนายโดยเร็ว
หน่วยงานทางการที่ควรตรวจสอบข้อมูล
- สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเทศไทย: ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขอความคุ้มครองและกระบวนการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ของ UNHCR
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง: ดูแลเรื่องการเข้าเมือง การพำนัก และการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง สามารถสอบถามสำนักงานในจังหวัดภูเก็ตเกี่ยวกับเรื่องตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ได้
- กระทรวงมหาดไทย: เป็นหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามกลไกการคัดกรองระดับชาติ ควรตรวจสอบช่องทางและขั้นตอนปัจจุบันกับหน่วยงานทางการก่อนยื่น
ขั้นตอนถัดไปเพื่อค้นหาและว่าจ้างทนาย
- ทันที: ตรวจวันหมดอายุวีซ่า หนังสือนัด หรือเอกสารควบคุมตัว และเก็บสำเนาไว้ อย่าทิ้งหรือแก้ไขเอกสารต้นฉบับ
- ภายใน 1-2 วัน: ทำลำดับเหตุการณ์สั้น ๆ ระบุวัน สถานที่ บุคคลที่เกี่ยวข้อง และเหตุที่กลัวการกลับประเทศ พร้อมรวบรวมหลักฐานที่มี
- ภายในไม่กี่วัน: ค้นหาทนายที่ทำงานด้านตรวจคนเข้าเมืองและคดีความคุ้มครองผู้ลี้ภัยในไทย สอบถามประสบการณ์เกี่ยวกับการติดต่อสำนักงานในภูเก็ตและกระบวนการระดับชาติ
- ก่อนนัดปรึกษา: ส่งสำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างปลอดภัย และแจ้งกำหนดนัดหรือเส้นตายทั้งหมด รวมถึงความต้องการล่าม
- ในการปรึกษาครั้งแรก: ขอให้ทนายแยกทางเลือกของ UNHCR กลไกการคัดกรองระดับชาติ และประเด็นตรวจคนเข้าเมือง พร้อมอธิบายความเสี่ยงและขั้นตอนถัดไปเป็นลายลักษณ์อักษร
- ก่อนลงนามว่าจ้าง: ตรวจขอบเขตงาน ค่าบริการ วิธีคิดค่าแปลหรือค่าเดินทาง เงื่อนไขการยกเลิก และผู้รับผิดชอบติดตามนัดหมายให้ชัดเจน
Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน เชิงทะเล ผ่านไดเรกทอรีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของเรา แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง การขอลี้ภัย ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า
แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ
ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน เชิงทะเล, ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ
เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม