ทนายความด้านการปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ใกล้ บางกะปิ
แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย
ฟรี ใช้เวลา 2 นาที
รายชื่อทนายความที่ดีที่สุดใน บางกะปิ, ประเทศไทย
ยังไม่มีทนายความด้านการปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ใน บางกะปิ คำขอของคุณจะถูกส่งไปยังทนายความด้านการปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ในภูมิภาค กรุงเทพมหานคร รวมถึงสำนักงานด้านล่างนี้
บางกะปิ อยู่ใน กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย เมืองที่ใกล้ที่สุดที่มีทนายความด้านการปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ในรายชื่อคือ ห้วยขวาง ห่างออกไปประมาณ 7 กม. อย่างน้อย 174 สำนักงานด้านการปรับโครงสร้างและการล้มละลาย จะได้รับคำขอของคุณ
ส่งคำขอของคุณ
คู่มือกฎหมายเขียนโดย SIAM LEGAL INTERNATIONAL:
- Different Types of Long-Term Visas in Thailand
- How To Get Divorced In Thailand
- Child Custody, Support, and Legitimation in Thailand
คู่มือกฎหมายเขียนโดย GPS Legal:
- Land Ownership in Thailand: Title Deeds
- New Interest Rules for Loans in Thailand
- Buying a condo or investing money in Thailand? You may qualify for an investment visa
ทนายความด้านการปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ในเมืองใกล้เคียง
ประเทศไทย การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย คำถามทางกฎหมายที่ตอบโดยทนายความ
เรียกดู คำถามทางกฎหมาย 1 ข้อ ของเรา เกี่ยวกับ การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ใน ประเทศไทย และอ่านคำตอบจากทนายความ หรือถามคำถามของคุณเองได้ฟรี.
- เจ้าหนี้ยังคงสามารถอายัดบัญชีธนาคารในประเทศไทยของบริษัทได้หรือไม่ หากบริษัทยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง
- ธุรกิจโลจิสติกส์ของเราซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครได้ผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์อันเนื่องมาจากรายได้ที่ลดลง และมีเจ้าหนี้รายหนึ่งกำลังขู่ว่าจะดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อชำระบัญชีกับเรา เรากำลังพิจารณาที่จะยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการอย่างเป็นทางการเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลายของประเทศไทย ทั้งนี้ เราต้องการทราบว่าสภาวะพักการชำระหนี้ (automatic stay) จะมีผลบังคับใช้ในทันทีที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้พิจารณาหรือไม่ เพื่อคุ้มครองบัญชีที่ใช้ในการดำเนินงานของเรา
-
คำตอบจากทนายความ โดย SILQ
เรียน ท่าน, โปรดทราบว่าข้อมูลนี้มิใช่คำปรึกษาทางกฎหมายและไม่อาจนำไปใช้อ้างอิงได้ อีกทั้งจำเป็นต้องมีการพิจารณาข้อเท็จจริงเฉพาะกรณีของท่านอย่างละเอียดเพื่อที่จะสามารถให้คำแนะนำทางกฎหมายดังกล่าวได้ อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปแล้ว เมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณา สภาวะพักการชำระหนี้ (Automatic Stay) จะมีผลใช้บังคับในทันทีซึ่งก่อให้เกิดความคุ้มครองตามกฎหมายที่สำคัญยิ่งต่อบัญชีที่ใช้ในการดำเนินงานและทรัพย์สินทางธุรกิจของท่าน ดังนี้: การอายัดบัญชีเงินฝากธนาคารและการยึดทรัพย์สิน: เจ้าหนี้ไม่มีประกันและเจ้าหนี้อื่นในลักษณะเดียวกันจะไม่สามารถยึดทรัพย์สินของบริษัท อายัดสิทธิเรียกร้อง หรืออายัดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ใช้ในการดำเนินกิจการผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ การระงับการดำเนินคดี: คดีแพ่งหรือกระบวนการทางกฎหมายเพื่อบังคับชำระหนี้ใดๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาต่อธุรกิจโลจิสติกส์ของท่านในมูลหนี้เดิมจะถูกระงับไว้ตามกฎหมาย และห้ามมิให้เจ้าหนี้ยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่ เจ้าหนี้มีประกัน: แม้กระทั่งผู้ให้กู้ที่มีหลักประกันก็ถูกจำกัดสิทธิตามกฎหมายมิให้บังคับหลักประกันหรือยึดทรัพย์หลักประกันภายนอกหรือก่อนกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตอย่างชัดแจ้งจากศาลล้มละลายกลาง
อ่านคำตอบฉบับเต็ม
ประเทศไทย การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย บทความกฎหมาย
เรียกดู บทความกฎหมาย 3 บทความ ของเรา เกี่ยวกับ การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ใน ประเทศไทย พร้อมข้อมูลกฎหมายที่นำไปใช้ได้จริง.
- ฟื้นฟูกิจการ SME ปี 2569: เงื่อนไข ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และเกณฑ์ใหม่ที่ผ่านรัฐสภาแล้ว
- หมายเหตุสถานะกฎหมาย (ทบทวน ตุลาคม 2569): หลักเกณฑ์กำลังจะเปลี่ยน ร่างกฎหมายแก้ไขพระราชบัญญัติล้มละลายส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาครบทั้งสองสภาแล้ว สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ด้วยคะแนน 444 ต่อ 0 และวุฒิสภาเห็นชอบเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ด้วยคะแนน 137 ต่อ 2 ขั้นต่อไปคือนายกรัฐมนตรีนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ซึ่งมีรายงานว่าต้องดำเนินการภายใน 20 วันนับแต่ได้รับร่างจากรัฐสภา จากนั้นจึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ระหว่างนี้หมวด 3/2 ฉบับปัจจุบันยังใช้บังคับอยู่ และจะใช้ต่อไปจนถึงวันที่กฎหมายใหม่กำหนดให้มีผล วันมีผลบังคับที่แน่นอนให้ตรวจจากตัวบทที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะ ณ วันที่ทบทวนยังยืนยันจากแหล่งทางการไม่ได้ บทความนี้อธิบายกฎหมายที่ใช้อยู่ และสรุปเกณฑ์ใหม่ตามที่มีรายงานไว้ในตารางเปรียบเทียบ เพื่อช่วยตัดสินใจว่าจะยื่นตอนนี้หรือรอ การฟื้นฟูกิจการไม่ได้รับประกันว่าธุรกิจจะรอด สิ่งที่กฎหมายให้คือเวลาและกรอบการเจรจาใหม่ภายใต้การกำกับของศาล และต้องพูดให้ตรงว่าช่องทาง SME ตามกฎหมายปัจจุบันแคบมาก รายงานข่าวระบุว่าตลอดราว 10 ปีที่กฎหมายนี้ใช้บังคับ มีผู้ยื่นคำร้องเพียงประมาณ 10 ราย...
- หนี้เสีย SME แก้ยังไงดี ฟื้นฟูกิจการก่อนล้มละลายใน Thailand
- ฟื้นฟูกิจการ SME ในไทย: ทางเลือกก่อนยื่นล้มละลาย จุดประสงค์การค้นหา: Know + Do (ต้องการเข้าใจทางเลือกและเริ่มลงมือเจรจา/เตรียมเอกสาร) กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ประกอบการ / ผู้บริหาร SME (B2B) ที่มีปัญหาสภาพคล่อง และต้องการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือฟื้นฟูกิจการมากกว่าปิดกิจการ "ปรับโครงสร้างหนี้" สามารถทำได้ทั้งแบบเจรจานอกศาลและผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการในศาล ต่างจาก "ล้มละลาย" ซึ่งเน้นการรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์มาชำระหนี้ SME ที่มีหนี้จากการประกอบธุรกิจและมีช่องทางฟื้นฟู สามารถยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย ไม่จำเป็นต้องรอถูกฟ้องล้มละลายก่อน การเตรียมเอกสารการเงินและเอกสารนิติบุคคลครบถ้วน เป็นหัวใจสำคัญให้ทนายและที่ปรึกษาวางแผนเจรจาหนี้และจัดทำแผนฟื้นฟูที่น่าเชื่อถือ ศาลล้มละลายกลาง ผู้ทำแผน และกรมบังคับคดี มีบทบาทร่วมกันในการกลั่นกรองแผน ดูแลประชุมเจ้าหนี้ และกำกับการฟื้นฟูให้เป็นธรรมทั้งต่อลูกหนี้และเจ้าหนี้ การลงมือเร็ว ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเจรจากับเจ้าหนี้เชิงรุก มักช่วยเพิ่มโอกาสฟื้นกิจการได้ดีกว่ารอให้คดีบานปลายไปถึงขั้นล้มละลาย 1. ความแตกต่างระหว่างปรับโครงสร้างหนี้และการล้มละลายตามกฎหมายไทย สำหรับ SME ไทย "ปรับโครงสร้างหนี้" คือการปรับเงื่อนไขหนี้เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้ ไม่ว่าจะทำผ่านการเจรจาตรงกับเจ้าหนี้หรือตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการในศาล ส่วน "ล้มละลาย" คือขั้นที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย และใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่มาจ่ายเจ้าหนี้เป็นหลัก... อ่านเพิ่มเติม →
- ธุรกิจไปต่อไม่ไหว? ฟื้นฟูกิจการ vs ปิดกิจการ ใน Thailand
- การฟื้นฟูกิจการคือกระบวนการรักษาธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้ ในขณะที่การล้มละลายหรือปิดกิจการคือการยุติธุรกิจและแบ่งทรัพย์สินให้เจ้าหนี้ กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ศาลล้มละลายกลางมีกลไก "Automatic Stay" ที่ช่วยคุ้มครองลูกหนี้จากการถูกฟ้องร้องหรือบังคับคดีชั่วคราว การปรับโครงสร้างหนี้นอกศาล (Private Restructuring) เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีเจ้าหนี้น้อยรายและยังสามารถเจรจาตกลงกันได้โดยตรง กรรมการบริษัทอาจต้องสูญเสียอำนาจการบริหารชั่วคราวให้กับ "ผู้ทำแผน" หากเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในไทยมีช่องทางฟื้นฟูกิจการแบบเร่งด่วนที่ออกแบบมาให้กระชับและเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า สัญญาณเตือนว่าธุรกิจกำลังเข้าสู่ภาวะเสี่ยงล้มละลายและควรรีบขอคำปรึกษา สัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดคือสภาวะ "หนี้สินล้นพ้นตัว" หรือการที่บริษัทมีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สินทั้งหมด รวมถึงการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ที่ถึงกำหนดได้ หากธุรกิจเริ่มต้องกู้ยืมเงินจากแหล่งนอกระบบมาหมุนเวียน หรือค้างชำระภาษีและเงินสมทบประกันสังคมสะสม นั่นคือสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการแก้ไขทันที ในการพิจารณาว่าธุรกิจของคุณอยู่ในจุดที่ต้องขอคำปรึกษาทางกฎหมายหรือไม่ ให้สังเกตจากองค์ประกอบเหล่านี้: กระแสเงินสดติดลบต่อเนื่อง: ไม่สามารถทำกำไรครอบคลุมดอกเบี้ยจ่าย (Interest Coverage Ratio ต่ำกว่า 1) การผิดนัดชำระหนี้หลัก: เริ่มค้างชำระค่างวดเงินกู้กับธนาคารหรือซัพพลายเออร์รายใหญ่เกิน 3 เดือน ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี: ได้รับหมายศาลหรือจดหมายทวงถาม (Notice) จากเจ้าหนี้หลายรายพร้อมกัน การถูกระงับวงเงิน: ธนาคารปฏิเสธการต่ออายุวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (OD) หรือวงเงินหมุนเวียน ความแตกต่างระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายกับบทบัญญัติการปรับโครงสร้างหนี้แบบเอกชน การปรับโครงสร้างหนี้แบบเอกชน (Private Restructuring) เป็นการเจรจาโดยสมัครใจระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้โดยไม่ผ่านกระบวนการศาล...
1. เกี่ยวกับกฎหมายการปรับโครงสร้างและการล้มละลายในบางกะปิ, ประเทศไทย
กฎหมายไทยมองเห็นการปรับโครงสร้างหนี้และการล้มละลายเป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ช่วยให้ผู้ประกอบการและบุคคลมีโอกาสฟื้นฟูกิจการหรือลดความเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนตัวได้อย่างมีระเบียบ
ในบางกะปิ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร กระบวนการเหล่านี้ใช้อำนาจของศาลล้มละลายกลางร่วมกับกฎหมายกลางของประเทศ จุดประสงค์คือให้ผู้เสียหนี้มีโอกาสเรียงลำดับหนี้และทรัพย์สินอย่างเป็นธรรม ทั้งผู้ให้กู้และลูกหนี้มีโอกาสเจรจาตกลง
กฎหมายหลักที่ใช้บังคับประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลายและพระราชบัญญัติฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งได้รับการอธิบายและปรับปรุงตามสภาพเศรษฐกิจ ไทยมุ่งเน้นความโปร่งใสและความยุติธรรมในการดำเนินคดี
อ้างอิงแนวคิดทางกฎหมาย: พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 และ พระราชบัญญัติฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งมีบทบัญญัติเกี่ยวกับขั้นตอนการยื่นคำร้อง การแต่งตั้งผู้ดูแลทรัพย์สิน และการจัดทำแผนฟื้นฟู
2. ทำไมคุณอาจต้องการทนายความ
หากคุณดำเนินธุรกิจหรือมีหนี้สินในบางกะปิ การมีทนายความช่วยให้กระบวนการปรับโครงสร้างและล้มละลายเป็นไปอย่างถูกกฎหมายและมีประสิทธิภาพต่อไปนี้คือสถานการณ์ที่มักพบจริง
- สถานการณ์ที่ 1 ร้านอาหารในบางกะปิ ประสบปัญหาสภาพคล่องจากหนี้ธนาคารและเจ้าหนี้หลายราย ต้องการคำแนะนำในการยื่นขอฟื้นฟูกิจการหรือล้มละลายเพื่อรักษาธุรกิจไว้
- สถานการณ์ที่ 2 ผู้ผลิตขนาดกลางในย่านอุตสาหกรรมบางกะปิ ต้องการทำข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ใหญ่ เพื่อให้การผลิตยังเดินหน้าได้
- สถานการณ์ที่ 3 ผู้ประกอบการตลาดนัดหรือตลาดในพื้นที่บางกะปิ ถูกฟ้องล้มละลายหรือมีข้อพิพาทหนี้ที่ซับซ้อน ต้องการผู้เชี่ยวชาญช่วยวางแผนและยื่นคำร้องอย่างมีหลักฐาน
- สถานการณ์ที่ 4 บุคคลธรรมดาในบางกะปิ มีหนี้สินส่วนบุคคลจำนวนมาก ต้องการคำแนะนำในการยื่นล้มละลายบุคคลหรือฟื้นฟูกิจการส่วนบุคคลเพื่อหาทางออกทางการเงิน
- สถานการณ์ที่ 5 เจ้าของธุรกิจครอบครัวในเขตบางกะปิ ต้องการประเมินทางเลือกระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้กับการขายทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ให้ดีที่สุดสำหรับครอบครัว
3. ภาพรวมกฎหมายท้องถิ่น
กฎหมายที่ควรรู้มักเป็นกฎหมายระดับประเทศที่บังคับใช้อย่างทั่วถึงในกรุงเทพมหานคร รวมถึงบางกะปิ แต่การบังคับใช้อยู่ในบริบทของศาลกลางล้มละลายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติล้มละลาย เป็นกฎหมายหลักที่กำหนดกระบวนการล้มละลายทั้งบุคคลและนิติบุคคล และระบุขั้นตอนการยื่นคำร้อง การตรวจสอบทรัพย์สิน และการชำระหนี้ให้เป็นระบบ
พระราชบัญญัติฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ เน้นการออกแบบแผนฟื้นฟูหนี้ที่เป็นไปได้จริง เช่น การจัดทำแผนฟื้นฟูร่วมกับเจ้าหนี้ เพื่อให้ธุรกิจยังดำเนินต่อไปได้
แนวปฏิบัติของศาลล้มละลายกลาง มุ่งคุ้มครองทรัพย์สินของลูกหนี้และสร้างกระบวนการกลั่นกรองข้อพิพาทที่เป็นธรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ข้อมูลอ้างอิง: กระทรวงยุติธรรม (MOJ) และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ชี้ว่ากระบวนการล้มละลายและฟื้นฟูกิจการมีศูนย์กลางการดำเนินคดีที่ศาลล้มละลายกลางในกรุงเทพมหานคร
4. คำถามที่พบบ่อย
อะไรคือความแตกต่างระหว่างฟื้นฟูกิจการกับล้มละลาย
ฟื้นฟูกิจการมุ่งสร้างแผนปรับโครงสร้างหนี้เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ ส่วนล้มละลายเน้นชำระหนี้ตามทรัพย์สินที่มีและมักนำไปสู่การยุติการดำเนินกิจการ
อย่างไรจึงเริ่มกระบวนการยื่นฟื้นฟูกิจการในบางกะปิ
คุณต้องปรึกษาทนายเพื่อประเมินสถานะการเงิน จากนั้นยื่นคำร้องพร้อมแผนฟื้นฟูและเอกสารทางการเงินต่อศาลล้มละลายกลางผ่านทางผู้แทนกฎหมาย
เมื่อไหร่ควรพิจารณาการล้มละลายบุคคล
เมื่อหนี้สินไม่สามารถชำระได้และทรัพย์สินไม่พอชำระหนี้ การล้มละลายบุคคลอาจช่วยเรียงลำดับเจ้าหนี้อย่างเป็นธรรม
ที่ไหนจะมีคำปรึกษาด้านการปรับโครงสร้างในกรุงเทพฯ
คุณควรหาทนายความที่มีประสบการณ์ด้านล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ และสามารถแนะนำท่านผู้มีทรัพย์สินในบางกะปิได้อย่างตรงจุด
ทำไมคุณควรจ้างทนายความในการยื่นคำร้อง
ทนายความช่วยตรวจสอบเอกสาร เตรียมแผนฟื้นฟู และเจรจาข้อตกลงกับเจ้าหนี้ เพื่อให้กระบวนการชัดเจนและลดความเสี่ยง
สามารถยื่นคำร้องด้วยตนเองได้หรือไม่
สามารถได้ แต่กระบวนการมีความซับซ้อนและต้องปฏิบัติตามระเบียบศาลอย่างเคร่งครัด หากทำผิดอาจขัดข้องคำร้อง
ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างหนี้มีค่าใช้จ่ายเท่าไร
ค่าใช้จ่ายขึ้นกับขอบเขตงานและความซับซ้อน โดยทั่วไปประกอบด้วยค่าทนาย ความเสียค่าใช้จ่ายในการยื่นคำร้อง และค่าใช้จ่ายศาล
ระยะเวลาในกระบวนการล้มละลายเป็นอย่างไร
ระยะเวลาขึ้นกับความซับซ้อนของคดี โดยทั่วไปอาจใช้หลายเดือนถึงปี ทั้งนี้ขึ้นกับการประมวลเอกสารและการเจรจากับเจ้าหนี้
ฉันต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน งบการเงิน รายการหนี้สิน สัญญากู้ยืม และเอกสารทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง พร้อมหมายเหตุเจ้าหนี้
ใครสามารถเป็นผู้ดูแลกระบวนการฟื้นฟู
ศาลจะแต่งตั้งผู้ดูแลกระบวนการฟื้นฟู ซึ่งมักเป็นทนายหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินเพื่อประสานงานกับเจ้าหนี้
ความคุ้มครองสิทธิ์เจ้าหนี้ในกระบวนการคืออะไร
เจ้าหนี้ทุกคนมีสิทธิเรียกร้องตามสัดส่วนหนี้และได้รับการแจ้งเตือนอย่างเป็นธรรมผ่านกระบวนการศาล
กระบวนการปรับโครงสร้างมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
ข้อดีคือมีโอกาสรักษาธุรกิจและลดหนี้ ส่วนข้อเสียคือกระบวนการอาจยาวนานและต้องยอมรับข้อจำกัดทางการบริหาร
ควรเริ่มหาทนายความเมื่อไร
เมื่อคุณเริ่มมีปัญหาหนี้สินที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจหรือครอบครัว ควรปรึกษาทนายความด่านนี้ทันทีเพื่อประเมินแนวทางที่เป็นไปได้
5. ทรัพยากรเพิ่มเติม
- กระทรวงยุติธรรม (MOJ) https://moj.go.th
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) https://www.dbd.go.th
- ราชกิจจานุเบกษา https://www.ratchakitcha.soc.go.th
6. ขั้นตอนถัดไป
- ประเมินสถานการณ์การเงินของคุณร่วมกับทนายความผู้เชี่ยวชาญในบางกะปิ
- ค้นหาทนายความด้านการปรับโครงสร้างและการล้มละลายที่มีประสบการณ์ในพื้นที่บางกะปิ
- นัดปรึกษาเบื้องต้นเพื่อรับคำแนะนำแนวทางและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ
- รวบรวมเอกสารทางการเงินทั้งหมดและจัดทำงบการเงินล่าสุด
- ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางหรือขอฟื้นฟูกิจการ พร้อมแผนฟื้นฟู
- เจรจากับเจ้าหนี้เพื่อเห็นชอบในแผนฟื้นฟูหรือข้อตกลงชำระหนี้
- ติดตามกระบวนการของศาลและปรับแผนตามความคืบหน้า
Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน บางกะปิ ผ่านไดเรกทอรีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของเรา แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า
แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ
ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน บางกะปิ, ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ
เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม