ธุรกิจไปต่อไม่ไหว? ฟื้นฟูกิจการ vs ปิดกิจการ ใน Thailand

อัปเดตเมื่อ Jan 19, 2026

  • การฟื้นฟูกิจการคือกระบวนการรักษาธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้ ในขณะที่การล้มละลายหรือปิดกิจการคือการยุติธุรกิจและแบ่งทรัพย์สินให้เจ้าหนี้
  • กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ศาลล้มละลายกลางมีกลไก "Automatic Stay" ที่ช่วยคุ้มครองลูกหนี้จากการถูกฟ้องร้องหรือบังคับคดีชั่วคราว
  • การปรับโครงสร้างหนี้นอกศาล (Private Restructuring) เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีเจ้าหนี้น้อยรายและยังสามารถเจรจาตกลงกันได้โดยตรง
  • กรรมการบริษัทอาจต้องสูญเสียอำนาจการบริหารชั่วคราวให้กับ "ผู้ทำแผน" หากเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย
  • ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในไทยมีช่องทางฟื้นฟูกิจการแบบเร่งด่วนที่ออกแบบมาให้กระชับและเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า

สัญญาณเตือนว่าธุรกิจกำลังเข้าสู่ภาวะเสี่ยงล้มละลายและควรรีบขอคำปรึกษา

สัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดคือสภาวะ "หนี้สินล้นพ้นตัว" หรือการที่บริษัทมีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สินทั้งหมด รวมถึงการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ที่ถึงกำหนดได้ หากธุรกิจเริ่มต้องกู้ยืมเงินจากแหล่งนอกระบบมาหมุนเวียน หรือค้างชำระภาษีและเงินสมทบประกันสังคมสะสม นั่นคือสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการแก้ไขทันที

ในการพิจารณาว่าธุรกิจของคุณอยู่ในจุดที่ต้องขอคำปรึกษาทางกฎหมายหรือไม่ ให้สังเกตจากองค์ประกอบเหล่านี้:

  • กระแสเงินสดติดลบต่อเนื่อง: ไม่สามารถทำกำไรครอบคลุมดอกเบี้ยจ่าย (Interest Coverage Ratio ต่ำกว่า 1)
  • การผิดนัดชำระหนี้หลัก: เริ่มค้างชำระค่างวดเงินกู้กับธนาคารหรือซัพพลายเออร์รายใหญ่เกิน 3 เดือน
  • ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี: ได้รับหมายศาลหรือจดหมายทวงถาม (Notice) จากเจ้าหนี้หลายรายพร้อมกัน
  • การถูกระงับวงเงิน: ธนาคารปฏิเสธการต่ออายุวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (OD) หรือวงเงินหมุนเวียน

ความแตกต่างระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายกับบทบัญญัติการปรับโครงสร้างหนี้แบบเอกชน

การปรับโครงสร้างหนี้แบบเอกชน (Private Restructuring) เป็นการเจรจาโดยสมัครใจระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้โดยไม่ผ่านกระบวนการศาล ส่วนการฟื้นฟูกิจการ (Business Reorganization) เป็นกระบวนการทางกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย ซึ่งมีผลบังคับใช้กับเจ้าหนี้ทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน

หัวข้อเปรียบเทียบ การปรับโครงสร้างหนี้นอกศาล การฟื้นฟูกิจการผ่านศาลล้มละลาย
ความยินยอม ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ทุกรายที่เกี่ยวข้อง ใช้เสียงข้างมากของเจ้าหนี้ตามที่กฎหมายกำหนด
การคุ้มครอง (Automatic Stay) ไม่มี เจ้าหนี้รายอื่นยังฟ้องร้องได้ มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวทันทีที่ศาลรับคำร้อง
ค่าใช้จ่าย ต่ำกว่า (ค่าที่ปรึกษาทางการเงินและกฎหมาย) สูงกว่า (ค่าธรรมเนียมศาล, ผู้ทำแผน, ผู้บริหารแผน)
ความลับ เป็นส่วนตัวสูง เจรจาเฉพาะกลุ่ม เป็นข้อมูลสาธารณะ ต้องประกาศหนังสือพิมพ์/ราชกิจจาฯ
ผลบังคับ ผูกพันเฉพาะคู่สัญญาในข้อตกลง ผูกพันเจ้าหนี้ทุกราย (รวมถึงรายที่คัดค้าน)

ขั้นตอนหลักและระยะเวลาของกระบวนการฟื้นฟูกิจการในศาลล้มละลายกลาง

อินโฟกราฟิกสรุป 4 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าธุรกิจกำลังเข้าสู่ภาวะเสี่ยงล้มละลาย
อินโฟกราฟิกสรุป 4 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าธุรกิจกำลังเข้าสู่ภาวะเสี่ยงล้มละลาย

กระบวนการฟื้นฟูกิจการในประเทศไทยเริ่มต้นจากการยื่นคำร้องต่อ ศาลล้มละลายกลาง โดยลูกหนี้ต้องแสดงให้เห็นว่าธุรกิจมีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะฟื้นฟูได้จริง กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่วันยื่นคำร้องจนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งอนุมัติแผนมักใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของหนี้

  1. การยื่นคำร้อง: ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล
  2. สภาวะพักชำระหนี้ (Automatic Stay): เกิดขึ้นทันทีที่ศาลรับคำร้อง ป้องกันไม่ให้เจ้าหนี้ฟ้องร้องหรือยึดทรัพย์
  3. ศาลไต่สวนและมีคำสั่ง: ศาลพิจารณาว่าควรให้ฟื้นฟูกิจการหรือไม่ และตั้ง "ผู้ทำแผน" (Planner)
  4. การเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้: เจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายใน 1 เดือนหลังประกาศคำสั่ง
  5. การจัดทำและประชุมอนุมัติแผน: ผู้ทำแผนส่งร่างแผนให้เจ้าหนี้พิจารณาและลงมติ
  6. ศาลเห็นชอบด้วยแผน: หากเจ้าหนี้ส่วนใหญ่ยอมรับและแผนถูกต้องตามกฎหมาย ศาลจะสั่งเห็นชอบและเริ่มการปฏิบัติตามแผน

ผลกระทบต่อกรรมการ ผู้ถือหุ้น และเจ้าหนี้หากเลือกแต่ละแนวทาง

การตัดสินใจเลือกแนวทางแก้ไขหนี้ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้าง โดยเฉพาะในด้านอำนาจการตัดสินใจและสิทธิในทรัพย์สิน

สำหรับกรรมการบริษัท

หากเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการ อำนาจในการจัดการกิจการและทรัพย์สินของกรรมการจะสิ้นสุดลงและตกไปอยู่ที่ผู้ทำแผนหรือผู้บริหารแผนที่ศาลแต่งตั้ง อย่างไรก็ตาม หากเลือกการปรับโครงสร้างหนี้นอกศาล กรรมการยังคงมีอำนาจบริหารเต็มรูปแบบแต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข (Covenants) ที่ตกลงกับธนาคาร

สำหรับผู้ถือหุ้น

ในแผนฟื้นฟูกิจการ มักมีการลดทุนเพื่อล้างส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้น หรือการเพิ่มทุนเพื่อดึงพันธมิตรใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นเดิมถูกลดทอนลง (Dilution) อย่างรุนแรง ในกรณีล้มละลาย ผู้ถือหุ้นมักไม่ได้รับส่วนแบ่งใดๆ เนื่องจากต้องจ่ายให้เจ้าหนี้จนครบก่อน

สำหรับเจ้าหนี้

เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ภายใต้เงื่อนไขใหม่ เช่น การยืดระยะเวลา การลดดอกเบี้ย หรือการแปลงหนี้เป็นทุน เจ้าหนี้มีหน้าที่สำคัญในการลงคะแนนเสียงเพื่อกำหนดทิศทางของบริษัท หากบริษัทถูกสั่งล้มละลาย เจ้าหนี้มักได้รับชำระคืนเพียงเศษส่วนเล็กน้อยจากการขายทอดตลาดทรัพย์สิน

บทบาทของทนายความและที่ปรึกษาทางการเงินในการวางแผน

การฟื้นฟูกิจการไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของการอยู่รอดทางการเงิน ทนายความที่เชี่ยวชาญจะทำงานร่วมกับที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) เพื่อสร้างแบบจำลองธุรกิจใหม่ที่พิสูจน์ได้ว่าบริษัทจะสามารถทำกำไรและคืนหนี้ได้ในอนาคต

บทบาทสำคัญประกอบด้วย:

  • การจัดเตรียมคำร้อง: รวบรวมหลักฐานทางการเงินและเหตุผลทางธุรกิจเพื่อโน้มน้าวศาล
  • การเจรจากับเจ้าหนี้รายใหญ่: เพื่อสร้างความมั่นใจและขอเสียงสนับสนุนก่อนการประชุมเจ้าหนี้
  • การป้องกันความรับผิดส่วนบุคคล: ตรวจสอบว่าการกระทำของกรรมการในช่วงวิกฤตไม่ขัดต่อกฎหมายล้มละลายซึ่งอาจนำไปสู่โทษทางอาญาหรือการฟ้องร้องทางแพ่ง
  • การบริหารจัดการ Automatic Stay: ดูแลไม่ให้มีการละเมิดสิทธิของลูกหนี้ในระหว่างที่ได้รับความคุ้มครองจากศาล

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

1. การฟื้นฟูกิจการคือจุดจบของธุรกิจ ในความเป็นจริง การฟื้นฟูกิจการคือ "โอกาสครั้งที่สอง" กฎหมายออกแบบมาเพื่อรักษาองค์กรธุรกิจ การจ้างงาน และมูลค่าทางเศรษฐกิจเอาไว้ ไม่ใช่การปิดบริษัท

2. เมื่อยื่นฟื้นฟูแล้วไม่ต้องจ่ายหนี้เลย สภาวะพักชำระหนี้ช่วยให้หยุดจ่ายหนี้ "เงินต้นและดอกเบี้ยเดิม" ชั่วคราวเพื่อให้มีกระแสเงินสดหมุนเวียน แต่ธุรกิจยังต้องจ่ายค่าใช้จ่ายฝ่ายดำเนินงาน เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟ และหนี้ใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างการฟื้นฟู

3. เฉพาะบริษัทใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้นที่ทำได้ กฎหมายไทยปัจจุบันมีบทบัญญัติสำหรับการฟื้นฟูกิจการของ SMEs (Small and Medium Enterprises) โดยเฉพาะ ซึ่งขั้นตอนจะง่ายกว่าและรวดเร็วกว่าการฟื้นฟูกิจการขนาดใหญ่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การฟื้นฟูกิจการใช้เวลานานเท่าไหร่?

ช่วงเริ่มต้นจนถึงศาลเห็นชอบแผนมักใช้เวลา 6-12 เดือน หลังจากนั้นจะเป็นช่วงปฏิบัติตามแผนซึ่งมักมีระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี (ขยายได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี)

ค่าใช้จ่ายในการยื่นฟื้นฟูกิจการมีอะไรบ้าง?

มีค่าธรรมเนียมศาล ค่าจ้างผู้ทำแผนและผู้บริหารแผน ค่าสอบบัญชี และค่าที่ปรึกษากฎหมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับมูลค่าหนี้และความซับซ้อนของกิจการ

หากแผนฟื้นฟูไม่ผ่านการอนุมัติจะเกิดอะไรขึ้น?

หากเจ้าหนี้ไม่ยอมรับแผนหรือศาลไม่เห็นชอบด้วยแผน ศาลอาจมีคำสั่งยกเลิกกระบวนการฟื้นฟู ซึ่งมักตามมาด้วยการถูกเจ้าหนี้ฟ้องล้มละลายหรือการบังคับคดีตามปกติ

เจ้าหนี้สามารถคัดค้านการฟื้นฟูกิจการได้หรือไม่?

ได้ เจ้าหนี้สามารถยื่นคำคัดค้านต่อศาลได้หากเชื่อว่าลูกหนี้ยื่นฟื้นฟูโดยไม่สุจริต หรือธุรกิจไม่มีทางกลับมาฟื้นตัวได้จริง

เมื่อไหร่ควรจ้างทนายความ

คุณควรปรึกษาทนายความด้านการปรับโครงสร้างหนี้ทันทีเมื่อธุรกิจเริ่มขาดสภาพคล่องและไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนดได้ หรือเมื่อได้รับจดหมายทวงถามหนี้จากสถาบันการเงิน การรอจนกระทั่งถูกยึดทรัพย์หรือถูกฟ้องล้มละลายจะทำให้ทางเลือกในการกอบกู้กิจการลดลงอย่างมาก

ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายจะช่วยประเมินว่าธุรกิจของคุณควรใช้วิธีเจรจานอกศาล หรือเข้าสู่ระบบฟื้นฟูของศาลล้มละลายกลางจึงจะคุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด

ขั้นตอนต่อไป

  1. สำรวจสถานะหนี้: รวบรวมรายชื่อเจ้าหนี้ทั้งหมดและจำนวนหนี้ที่ค้างชำระจริง
  2. จัดทำประมาณการกระแสเงินสด: ดูว่าธุรกิจสามารถอยู่รอดได้นานแค่ไหนหากหยุดชำระหนี้ชั่วคราว
  3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: นัดหมายพูดคุยกับทนายความเพื่อวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของแต่ละแนวทาง
  4. เตรียมเอกสาร: จัดเตรียมงบการเงินย้อนหลัง 3 ปี และบัญชีรายชื่อทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ

ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบการยื่นคำร้องได้ที่ กรมบังคับคดี (Legal Execution Department)

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SPECTER CK & PARTNERS Logo
SPECTER CK & PARTNERS
นนทบุรี
ตั้งแต่ปี 1998
ทนายความ 20 คน
ฟรี 1 hour
ธุรกิจ กฎหมายบริษัทและการค้า การย้ายถิ่นฐาน +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
The Law Society Co.Ltd. Logo
The Law Society Co.Ltd.
ภูเก็ต
ตั้งแต่ปี 2006
ทนายความ 22 คน
ธนาคารและการเงิน คดีความและข้อพิพาท ธุรกิจ +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Anona International And Consultancy Co.,  Ltd. Logo
Anona International And Consultancy Co., Ltd.
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2020
ทนายความ 10 คน
ฟรี 1 hour
ธนาคารและการเงิน การย้ายถิ่นฐาน สิทธิพลเมืองและสิทธิมนุษยชน +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม