ทนายความ อุทธรณ์ ที่ดีที่สุดใน เทิง
แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย
ฟรี ใช้เวลา 2 นาที
รายชื่อทนายความที่ดีที่สุดใน เทิง, ประเทศไทย
ประเทศไทย อุทธรณ์ คำถามทางกฎหมายที่ตอบโดยทนายความ
เรียกดู คำถามทางกฎหมาย 5 ข้อ ของเรา เกี่ยวกับ อุทธรณ์ ใน ประเทศไทย และอ่านคำตอบจากทนายความ หรือถามคำถามของคุณเองได้ฟรี.
- สามารถขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ 30 วัน ในคดีแพ่งฐานผิดสัญญาในประเทศไทยได้หรือไม่?
- ข้าพเจ้าเพิ่งแพ้คดีแพ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทสัญญาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และได้รับแจ้งว่ามีระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนในการยื่นอุทธรณ์ ทีมทนายความของข้าพเจ้าต้องการเวลาเพิ่มเติมเพื่อจัดทำเอกสารคำแปลที่ได้รับการรับรองความถูกต้อง และปรึกษาพยานผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะยื่นคำฟ้องอุทธรณ์ โดยทั่วไปแล้ว ศาลมีหลักเกณฑ์หรือต้องการเหตุอันสมควรประการใดบ้างในการพิจารณาอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์
-
คำตอบจากทนายความ โดย SB Law Asia
ตามกฎหมายไทย โดยทั่วไปแล้วการยื่นอุทธรณ์ในคดีแพ่งจะต้องกระทำภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มีคำพิพากษา อย่างไรก็ดี มาตรา 23 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้อำนาจศาลในการขยายระยะเวลาดังกล่าวได้ หากมีพฤติการณ์พิเศษอันสมควร การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาใด ๆ ควรกระทำก่อนสิ้นสุดกำหนดเวลาดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงเหตุผลอย่างชัดเจนว่าเหตุใดจึงจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มเติม เมื่อพ้นกำหนดเวลาไปแล้ว การขอขยายเวลาจะกระทำได้ยากยิ่งขึ้น และโดยทั่วไปจะต้องปรากฏเหตุอันเข้าข่ายเป็นเหตุสุดวิสัย ความจำเป็นในการจัดทำคำแปลเอกสารที่ได้รับการรับรอง หรือความจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการเตรียมอุทธรณ์ อาจเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลนำมาประกอบการพิจารณาได้ แต่มิได้เป็นเหตุผลอันชอบธรรมในการขอขยายระยะเวลาโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์เฉพาะกรณีและเหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาเดิม นอกจากนี้ ขอให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับการอ้างถึงการปรึกษาพยานผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากการอุทธรณ์มิใช่โอกาสในการรื้อฟื้นคดีเพื่อพิจารณาใหม่ หรือการนำพยานหลักฐานใหม่เข้าสู่สำนวนซึ่งเป็นพยานหลักฐานที่สามารถนำสืบได้ตั้งแต่ในกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น การอุทธรณ์จะต้องเป็นการชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดในปัญหาข้อกฎหมายหรือปัญหาข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นอย่างเฉพาะเจาะจง โดยอาศัยพยานหลักฐานเดิมที่มีอยู่แล้วในสำนวนเป็นหลัก หากท่านปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ทนายความของท่านในการวิเคราะห์คำพิพากษาและกำหนดประเด็นข้ออุทธรณ์ ย่อมเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลและสามารถกระทำได้ อย่างไรก็ตาม หากมีเจตนาที่จะนำความเห็นของผู้เชี่ยวชาญชิ้นใหม่มาใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยทั่วไปย่อมไม่อาจกระทำได้ เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะอนุญาตภายใต้เงื่อนไขอันจำกัดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ข้าพเจ้าขอแนะนำให้ทนายความของท่านกำหนดประเด็นข้ออุทธรณ์โดยเร็วที่สุด และหากมีความจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มเติมอย่างแท้จริง ให้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาก่อนสิ้นสุดกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ท่านไม่ควรคาดหมายล่วงหน้าว่าศาลจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องเสมอไป
อ่านคำตอบฉบับเต็ม - สามารถขอขยายกำหนดระยะเวลา 30 วันในการยื่นอุทธรณ์คดีแพ่งในประเทศไทยได้หรือไม่
- เมื่อเร็ว ๆ นี้ ข้าพเจ้าแพ้คดีข้อพิพาททางสัญญาในศาลแพ่ง กรุงเทพฯ และได้รับคำพิพากษามาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ทนายความคนปัจจุบันของข้าพเจ้าแจ้งว่าเรามีระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มีคำพิพากษาในการยื่นอุทธรณ์ แต่ขณะนี้เรายังคงรอเอกสารแปลฉบับสำคัญอยู่ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาต่อศาล และโดยทั่วไปแล้วศาลไทยยอมรับเหตุผลอันสมควรใดบ้าง
-
คำตอบจากทนายความ โดย Western Inter Law
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ศาลมีอำนาจขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้หากคู่ความแสดงให้เห็นถึงเหตุผลอันสมควร โดยเหตุผลที่มักยกขึ้นอ้างโดยทั่วไป ได้แก่ คดีมีเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก มีประเด็นข้อกฎหมายที่ซับซ้อนซึ่งต้องอาศัยการค้นคว้ากฎหมายที่เกี่ยวข้องและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาอย่างละเอียด หรือทนายความติดภารกิจการสืบพยานต่อเนื่องหลายวันซึ่งต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ในทางปฏิบัติ ศาลไทยมักอนุญาตให้ขยายระยะเวลาครั้งละ 30 วัน ได้ประมาณ 3 ถึง 4 ครั้งเป็นปกติ อย่างไรก็ดี การขอขยายระยะเวลาหลังจากนั้นจะต้องมีเหตุผลความจำเป็นอันหนักแน่นและมีพยานหลักฐานสนับสนุนที่ชัดเจน
อ่านคำตอบฉบับเต็ม - จะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คำพิพากษาคดีแพ่งในประเทศไทยได้อย่างไร หากทนายความต้องการเวลาเพิ่มเติม
- ศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานครมีคำพิพากษาให้ข้าพเจ้าแพ้คดีในข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาอสังหาริมทรัพย์เมื่อสามสัปดาห์ก่อน และกำหนดระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ตามปกติ 1 เดือนกำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า ทนายความของข้าพเจ้าแจ้งว่าเราจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการตรวจทานรายงานกระบวนพิจารณาและบันทึกคำเบิกความ ตลอดจนแปลพยานหลักฐานสำคัญก่อนยื่นคำฟ้องอุทธรณ์ เราสามารถยื่นคำร้องต่อศาลอย่างเป็นทางการเพื่อขอขยายระยะเวลาได้หรือไม่ และมีเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายใดบ้างที่ศาลยอมรับในการอนุญาตให้ขยายระยะเวลาดังกล่าว?
-
คำตอบจากทนายความ โดย Western Inter Law
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ศาลมีอำนาจขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ได้ หากคู่ความสามารถแสดงให้เห็นถึงเหตุผลอันสมควร เหตุผลที่มักยกขึ้นอ้าง ได้แก่ คดีมีเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก มีประเด็นข้อกฎหมายที่ซับซ้อนซึ่งต้องศึกษาค้นคว้าตัวบทกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด หรือทนายความติดภารกิจสืบพยานต่อเนื่องกันหลายวันซึ่งจำเป็นต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ในทางปฏิบัติ ศาลไทยมักอนุญาตให้ขยายระยะเวลาครั้งละ 30 วัน ได้ประมาณ 3 ถึง 4 ครั้งเป็นปกติ อย่างไรก็ดี การขอขยายระยะเวลาหลังจากนั้นจะต้องมีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่งและมีพยานหลักฐานสนับสนุนที่มีน้ำหนักเพียงพอ
อ่านคำตอบฉบับเต็ม
ประเทศไทย อุทธรณ์ บทความกฎหมาย
เรียกดู บทความกฎหมาย 3 บทความ ของเรา เกี่ยวกับ อุทธรณ์ ใน ประเทศไทย พร้อมข้อมูลกฎหมายที่นำไปใช้ได้จริง.
- อุทธรณ์คำวินิจฉัยภาษีทำอย่างไรใน Thailand ขั้นตอนอะไรบ้าง
- การโต้แย้งคำวินิจฉัยภาษีในไทยมีสองชั้นหลัก คือ การทบทวนภายในกรมสรรพากร (อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์) และการยื่นฟ้อง/อุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรและศาลสูง กำหนดเวลาสำคัญส่วนใหญ่คือ 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน หรือได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หากเลยกำหนดมักเสียสิทธิ ต้องขอขยายเวลาแบบมีเหตุผลรองรับ เอกสารสำคัญประกอบการอุทธรณ์ ได้แก่ หนังสือแจ้งการประเมินภาษี เอกสารยืนยันตัวผู้เสียภาษี หลักฐานทางบัญชี/ภาษี และเอกสารประกอบข้อโต้แย้งที่ชัดเจน กลยุทธ์ที่ดีต้องแยก "ข้อเท็จจริง" กับ "ข้อกฎหมาย" ออกจากกัน เขียนข้อโต้แย้งเป็นประเด็น ๆ พร้อมพยานหลักฐานและแนวคำพิพากษา/แนวนโยบายที่สนับสนุน คดีที่วงเงินภาษีสูง กระทบกระแสเงินสด หรือมีประเด็นกฎหมายซับซ้อน ควรมีทนายภาษีที่เชี่ยวชาญร่วมวางแผนตั้งแต่ชั้นอุทธรณ์กรมสรรพากร ไม่ใช่รอถึงศาล การอุทธรณ์คำวินิจฉัยทางภาษีในไทยคืออะไร และสำคัญอย่างไร? การอุทธรณ์คำวินิจฉัยทางภาษี คือการใช้สิทธิของผู้เสียภาษีในการคัดค้าน "การประเมินภาษี" หรือ "คำวินิจฉัยอุทธรณ์" ของกรมสรรพากร เมื่อเชื่อว่าการเรียกเก็บภาษีไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม โดยเริ่มจากการทบทวนภายในกรมสรรพากร และหากยังไม่พอใจจึงไปสู่การฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากร. สำหรับทั้งผู้ประกอบการ (B2B) และบุคคลธรรมดา (B2C) ขั้นตอนเหล่านี้เป็นช่องทางหลักในการปกป้องสิทธิและลดภาระภาษีที่ไม่ควรต้องจ่าย. บทความนี้ออกแบบมาเพื่อผู้เสียภาษีที่มี "จุดประสงค์จะลงมือทำ (Do)" และต้องการ... อ่านเพิ่มเติม →
- อยากอุทธรณ์คดีการค้าหลังแพ้คดีใน Thailand ต้องทำอย่างไร
- คดีการค้าในไทย "อุทธรณ์" ต้องยื่นเป็นหนังสือต่อศาลชั้นต้นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง (โดยหลักอ้างอิงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229) และมักมีเงินที่ต้องวางศาลพร้อมกัน ทำให้การวางแผนต้องเริ่มทันทีหลังแพ้คดี อุทธรณ์ที่ดีไม่ใช่การเล่าเรื่องใหม่ แต่คือการชี้ "จุดผิด" ของคำพิพากษาศาลชั้นต้นอย่างมีโครงสร้าง แยกปัญหาข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมาย และอธิบายว่าควรแก้อย่างไร ชั้นอุทธรณ์โดยทั่วไปพิจารณาจากสำนวนเดิมเป็นหลัก ศาลอุทธรณ์จะรับพยาน/เอกสารใหม่เฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็นและเกี่ยวข้องกับประเด็นที่อุทธรณ์ การอุทธรณ์ไม่ทำให้ "หยุดบังคับคดี" อัตโนมัติ หากเสี่ยงถูกยึดทรัพย์/อายัดบัญชี ต้องพิจารณาขอทุเลาการบังคับคดีและเตรียมหลักประกัน ค่าใช้จ่ายมักประกอบด้วยค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ เงินวางศาลบางประเภท ค่าใช้จ่ายเอกสาร/คัดถ่าย และค่าทนายความ ซึ่งควรประเมินเทียบกับ "โอกาสชนะ + มูลค่าความเสียหาย" บทความนี้ช่วยอะไรได้ และเหมาะกับใคร? หน้านี้ออกแบบเพื่อให้คุณ "ลงมือทำ (Do)" ได้ทันทีหลังได้รับคำพิพากษาคดีการค้า/ธุรกิจในไทยที่ไม่เป็นไปตามที่คาด โดยอธิบายเงื่อนไข กำหนดเวลา เอกสาร ความเสี่ยง ค่าใช้จ่าย และวิธีทำงานกับทนายความอุทธรณ์อย่างเป็นระบบ กลุ่มหลักคือ B2B เช่น บริษัทที่มีข้อพิพาทสัญญาซื้อขาย บริการ กู้ยืม...
- อุทธรณ์คำพิพากษาคดีการค้าใน Thailand ต้องทำอย่างไร?
- คดีการค้า/ธุรกิจในไทย "อุทธรณ์ได้" แต่ต้องยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง และยื่นผ่านศาลชั้นต้น ไม่ใช่ยื่นตรงศาลอุทธรณ์ การอุทธรณ์ "ไม่ทำให้หยุดบังคับคดีอัตโนมัติ" หากเสี่ยงถูกยึดทรัพย์/อายัดบัญชี ต้องพิจารณายื่นคำขอทุเลาการบังคับคดีและเตรียมหลักประกัน ประเด็นที่จะยกขึ้นอุทธรณ์ต้องเขียนให้ชัด (ข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมาย) และโดยหลักควรเป็นประเด็นที่เคยยกสู้กันในศาลชั้นต้นแล้ว จึงต้องรีบ "อ่านสำนวน" และคัดประเด็นให้คม บางคดี "อุทธรณ์ข้อเท็จจริงถูกจำกัด" โดยเฉพาะคดีทุนทรัพย์ไม่สูง (เช่น ไม่เกิน 50,000 บาท หรือเพดานตามพระราชกฤษฎีกา) มักอุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้หากไม่มีความเห็นแย้ง/คำรับรอง/ใบอนุญาต การตัดสินใจอุทธรณ์ควรชั่ง "โอกาสกลับคำพิพากษา vs เวลาและต้นทุน" เพราะคดีอุทธรณ์ใช้เวลานาน และอาจเพิ่มภาระดอกเบี้ย/ต้นทุนการเงินของธุรกิจ บทความนี้ตอบโจทย์ใคร และเป็นการค้นหาแบบ "เข้าใจ/ลงมือทำ/เปรียบเทียบ/หาแหล่งข้อมูล" แบบไหน? เนื้อหานี้ตั้งใจช่วยให้คุณ "ลงมือทำ (Do)" ได้ทันทีหลังแพ้คดีศาลชั้นต้นในข้อพิพาททางการค้า พร้อมทำให้ "เข้าใจ (Know)" ว่ากติกาของชั้นอุทธรณ์ในไทยเป็นอย่างไร เพื่อไม่พลาดกำหนดเวลาและไม่เสียโอกาส. กลุ่มหลักเป็น B2B เช่น ข้อพิพาทสัญญาซื้อขาย/จ้างทำของ/ก่อสร้าง/หนี้การค้า/ตัวแทนจำหน่าย/ความรับผิดของบริษัท แต่แนวคิดเดียวกันใช้กับผู้ประกอบการรายย่อย... อ่านเพิ่มเติม →
คดีที่ตัดสินในเทิงแล้ว ต้องยื่นอุทธรณ์ที่ไหนและภายในเมื่อใด
การอุทธรณ์คือการขอให้ศาลสูงตรวจคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยต้องระบุข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่โต้แย้งและเหตุผลให้ชัดเจน ไม่ใช่การเริ่มพิจารณาคดีใหม่ทั้งหมด
หากคดีมีคำพิพากษาจากศาลจังหวัดเทิง โดยทั่วไปต้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษา แล้วจึงเข้าสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 กำหนดเวลาและข้อจำกัดขึ้นอยู่กับประเภทคดี จึงควรตรวจคำพิพากษาและวันเริ่มนับกำหนดทันที
คดีแพ่ง คดีอาญา คดีผู้บริโภค และคดีปกครองใช้ขั้นตอนต่างกัน บางเรื่องอุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้โดยอัตโนมัติ หรืออาจต้องขออนุญาตก่อน การปรึกษาทนายช่วยประเมินว่ามีประเด็นให้อุทธรณ์และมีเวลาเตรียมเอกสารเพียงใด
กรณีใดควรให้ทนายช่วยทำอุทธรณ์
แพ้คดีที่ศาลจังหวัดเทิงจากข้อพิพาทเรื่องที่ดิน แนวเขต หรือการครอบครอง และเห็นว่าศาลวินิจฉัยเอกสารสิทธิหรือพยานหลักฐานคลาดเคลื่อน
ถูกพิพากษาในคดีอาญาที่เกิดหรือดำเนินคดีในพื้นที่เทิง และต้องการโต้แย้งการรับฟังพยาน ความผิด หรือโทษที่กำหนด
เป็นคู่ความในข้อพิพาทสัญญา หนี้ หรือการซื้อขายในพื้นที่ และเห็นว่าศาลตีความเอกสารหรือคำนวณค่าเสียหายไม่ถูกต้อง
คดีผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือสินเชื่อมีคำพิพากษาที่ไม่ตรงกับหลักฐานหรือคำขอท้ายฟ้อง
อีกฝ่ายยื่นอุทธรณ์ และต้องจัดทำคำแก้อุทธรณ์หรือขอให้ศาลยืนตามคำพิพากษาเดิม
มีคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับคดีหรือการชำระเงินที่อาจกระทบทรัพย์สิน และไม่แน่ใจว่าควรอุทธรณ์หรือใช้วิธีคัดค้านประเภทอื่น
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอุทธรณ์ในเทิง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พ.ศ. 2477 กำหนดวิธีอุทธรณ์ในคดีแพ่ง รวมถึงการยื่นคำอุทธรณ์ผ่านศาลชั้นต้น กำหนดเวลา และข้อจำกัดบางกรณี ต้องใช้ฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมและมีผลกับคดีนั้น
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. 2477 กำหนดหลักการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีอาญา รวมถึงกำหนดเวลาและเงื่อนไขที่อาจจำกัดการอุทธรณ์ข้อเท็จจริง
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ใช้กับคดีที่เข้าเกณฑ์คดีผู้บริโภค และมีหลักพิจารณาเฉพาะซึ่งอาจกระทบขั้นตอนอุทธรณ์ ค่าใช้จ่าย และการดำเนินคดี
การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองหรือคำพิพากษาศาลปกครองอยู่ภายใต้กฎหมายและกำหนดเวลาคนละชุดกับคดีแพ่งหรืออาญา ควรตรวจประเภทคดีจากเอกสารของหน่วยงานหรือศาลก่อนเลือกแนวทาง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอุทธรณ์
การอุทธรณ์หมายถึงอะไร
เป็นการขอให้ศาลสูงตรวจคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นตามประเด็นที่ยกขึ้นโต้แย้ง ผู้ยื่นต้องอธิบายว่าศาลชั้นต้นผิดพลาดอย่างไรและเหตุใดจึงควรเปลี่ยนผลคดี
ต้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลใด หากคดีตัดสินในเทิง
โดยทั่วไปยื่นคำอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษา ไม่ได้ยื่นตรงต่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ตรวจชื่อศาลและช่องทางยื่นจากคำพิพากษาหรือสอบถามศาลเจ้าของสำนวน
มีเวลากี่วันในการยื่นอุทธรณ์
คดีแพ่งและคดีอาญาโดยทั่วไปมีกำหนดหนึ่งเดือน แต่วันเริ่มนับและข้อยกเว้นอาจต่างกันตามประเภทคดีและสถานการณ์ของคู่ความ อย่ารอจนใกล้ครบกำหนด ควรให้ทนายตรวจวันอ่านคำพิพากษาและเอกสารที่ได้รับทันที
ทุกคดีสามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่
ไม่เสมอไป กฎหมายอาจจำกัดการอุทธรณ์ข้อเท็จจริงหรือกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตก่อน ทั้งยังขึ้นอยู่กับประเภทคดีและลักษณะคำพิพากษา
จำเป็นต้องมีทนายความหรือไม่
การมีทนายไม่ได้เป็นข้อบังคับในทุกคดี แต่การร่างอุทธรณ์ต้องแยกประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงให้ตรงกับหลักเกณฑ์ การให้ทนายตรวจเอกสารจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการยื่นผิดวิธีหรือพลาดกำหนด
ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
ควรเตรียมคำพิพากษาหรือคำสั่ง บันทึกการอ่านคำพิพากษา คำฟ้อง คำให้การ รายงานกระบวนพิจารณา และหลักฐานสำคัญในสำนวน หากมีเอกสารใหม่ ให้สอบถามทนายว่ากฎหมายอนุญาตให้อ้างได้หรือไม่
ค่าใช้จ่ายในการอุทธรณ์เท่าใด
ไม่มีค่าทนายอัตราเดียว ค่าใช้จ่ายขึ้นกับความซับซ้อน ปริมาณเอกสาร และงานที่ตกลงกัน อาจมีค่าธรรมเนียมศาลหรือค่าใช้จ่ายอื่นตามประเภทคดี ควรขอรายละเอียดและข้อตกลงค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนว่าจ้าง
การยื่นอุทธรณ์ทำให้หยุดการบังคับคดีหรือไม่
ไม่ควรถือว่าการยื่นอุทธรณ์หยุดการบังคับคดีโดยอัตโนมัติ ผลขึ้นอยู่กับประเภทคดีและคำสั่งของศาล หากเสี่ยงถูกยึดหรืออายัดทรัพย์ ควรให้ทนายตรวจว่าต้องยื่นคำขอทุเลาการบังคับคดีหรือดำเนินการอย่างอื่นหรือไม่
หากอีกฝ่ายยื่นอุทธรณ์ ต้องทำอย่างไร
ตรวจวันรับสำเนาและกำหนดเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์ทันที จากนั้นพิจารณาตอบโต้แต่ละประเด็นโดยอ้างอิงคำพิพากษาและหลักฐานในสำนวน
อุทธรณ์ต่างจากฎีกาอย่างไร
อุทธรณ์เป็นการขอให้ศาลอุทธรณ์ตรวจคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนฎีกาเป็นการขอให้ศาลฎีกาตรวจคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และมีเงื่อนไขเฉพาะ การยื่นฎีกาไม่ใช่ขั้นตอนที่ทำได้โดยอัตโนมัติในทุกคดี
ผู้มีรายได้น้อยขอความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายได้หรือไม่
อาจสอบถามสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงรายเกี่ยวกับความช่วยเหลือทางกฎหมายหรือกองทุนยุติธรรมได้ การพิจารณาขึ้นกับหลักเกณฑ์ เอกสาร และข้อเท็จจริงของผู้ขอ จึงควรติดต่อแต่เนิ่น ๆ ก่อนครบกำหนดอุทธรณ์
หน่วยงานทางการที่ติดต่อได้
ศาลจังหวัดเทิง สอบถามข้อมูลการยื่นเอกสาร ขั้นตอนของศาลเจ้าของสำนวน และรายละเอียดที่เกี่ยวกับคดีของตน โดยควรเตรียมเลขคดีและเอกสารประจำตัว
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เป็นศาลที่พิจารณาอุทธรณ์ในเขตอำนาจที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดเชียงราย สามารถตรวจสอบข้อมูลศาลและแนวทางติดต่อจากช่องทางทางการของศาล
สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงราย ให้ข้อมูลและประสานความช่วยเหลือด้านกฎหมาย รวมถึงช่องทางขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมตามหลักเกณฑ์
ขั้นตอนต่อไปในการเลือกและว่าจ้างทนาย
ภายในวันนี้ ตรวจวันอ่านคำพิพากษาและวันครบกำหนดอุทธรณ์จากเอกสารศาล หากกำหนดใกล้ถึง ให้ติดต่อทนายทันที
ภายในหนึ่งถึงสองวัน รวบรวมคำพิพากษา เอกสารในสำนวน หลักฐานสำคัญ และข้อมูลการติดต่อของคู่ความ เพื่อให้ทนายประเมินคดีได้ครบถ้วน
สอบถามทนายอย่างน้อยสองรายเกี่ยวกับประสบการณ์ในคดีประเภทเดียวกัน ความเห็นเบื้องต้นต่อประเด็นอุทธรณ์ และกำหนดเวลาที่ต้องใช้
ขอใบเสนอค่าบริการที่ระบุงานรวมและไม่รวม เช่น การร่างและยื่นอุทธรณ์ การแก้ต่าง และค่าใช้จ่ายศาล ก่อนตกลงว่าจ้าง
ให้ทนายตรวจข้อจำกัดการอุทธรณ์ วันเริ่มนับเวลา และความจำเป็นในการยื่นคำร้องประกอบ โดยไม่รอให้รวบรวมหลักฐานครบทุกชิ้นก่อนเริ่มปรึกษา
ก่อนยื่น ตรวจชื่อคู่ความ เลขคดี คำขอ และเอกสารแนบกับทนาย แล้วเก็บหลักฐานการยื่นและกำหนดนัดหรือกำหนดส่งเอกสารครั้งถัดไป
Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน เทิง ผ่านรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่คัดสรรและตรวจสอบล่วงหน้า แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง อุทธรณ์ ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า
แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ
ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน เทิง, ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ
เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม