Lawzana Lawzana Logo
ค้นหาทนายความ

ทนายความ อุทธรณ์ ที่ดีที่สุดใน เทิง

แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย

ฟรี ใช้เวลา 2 นาที


1 คนในทีม
Apisit Siriposop Law Office is a Thailand-based legal practice led by attorney Apisit Siriposop. Its published practice information focuses on criminal and civil cases, and the attorney states that he handles litigation throughout Thailand.In criminal matters, the practice provides legal guidance...
ตามที่เห็นใน

ประเทศไทย อุทธรณ์ คำถามทางกฎหมายที่ตอบโดยทนายความ

เรียกดู คำถามทางกฎหมาย 5 ข้อ ของเรา เกี่ยวกับ อุทธรณ์ ใน ประเทศไทย และอ่านคำตอบจากทนายความ หรือถามคำถามของคุณเองได้ฟรี.

สามารถขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ 30 วัน ในคดีแพ่งฐานผิดสัญญาในประเทศไทยได้หรือไม่?
คดีความและข้อพิพาท อุทธรณ์
ข้าพเจ้าเพิ่งแพ้คดีแพ่งเกี่ยวกับข้อพิพาทสัญญาอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และได้รับแจ้งว่ามีระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนในการยื่นอุทธรณ์ ทีมทนายความของข้าพเจ้าต้องการเวลาเพิ่มเติมเพื่อจัดทำเอกสารคำแปลที่ได้รับการรับรองความถูกต้อง และปรึกษาพยานผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะยื่นคำฟ้องอุทธรณ์ โดยทั่วไปแล้ว ศาลมีหลักเกณฑ์หรือต้องการเหตุอันสมควรประการใดบ้างในการพิจารณาอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์
คำตอบจากทนายความ โดย SB Law Asia

ตามกฎหมายไทย โดยทั่วไปแล้วการยื่นอุทธรณ์ในคดีแพ่งจะต้องกระทำภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มีคำพิพากษา อย่างไรก็ดี มาตรา 23 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้อำนาจศาลในการขยายระยะเวลาดังกล่าวได้ หากมีพฤติการณ์พิเศษอันสมควร การยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาใด ๆ ควรกระทำก่อนสิ้นสุดกำหนดเวลาดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงเหตุผลอย่างชัดเจนว่าเหตุใดจึงจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มเติม เมื่อพ้นกำหนดเวลาไปแล้ว การขอขยายเวลาจะกระทำได้ยากยิ่งขึ้น และโดยทั่วไปจะต้องปรากฏเหตุอันเข้าข่ายเป็นเหตุสุดวิสัย ความจำเป็นในการจัดทำคำแปลเอกสารที่ได้รับการรับรอง หรือความจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการเตรียมอุทธรณ์ อาจเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลนำมาประกอบการพิจารณาได้ แต่มิได้เป็นเหตุผลอันชอบธรรมในการขอขยายระยะเวลาโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์เฉพาะกรณีและเหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาเดิม นอกจากนี้ ขอให้ใช้ความระมัดระวังเกี่ยวกับการอ้างถึงการปรึกษาพยานผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากการอุทธรณ์มิใช่โอกาสในการรื้อฟื้นคดีเพื่อพิจารณาใหม่ หรือการนำพยานหลักฐานใหม่เข้าสู่สำนวนซึ่งเป็นพยานหลักฐานที่สามารถนำสืบได้ตั้งแต่ในกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น การอุทธรณ์จะต้องเป็นการชี้ให้เห็นถึงข้อผิดพลาดในปัญหาข้อกฎหมายหรือปัญหาข้อเท็จจริงของศาลชั้นต้นอย่างเฉพาะเจาะจง โดยอาศัยพยานหลักฐานเดิมที่มีอยู่แล้วในสำนวนเป็นหลัก หากท่านปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ทนายความของท่านในการวิเคราะห์คำพิพากษาและกำหนดประเด็นข้ออุทธรณ์ ย่อมเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลและสามารถกระทำได้ อย่างไรก็ตาม หากมีเจตนาที่จะนำความเห็นของผู้เชี่ยวชาญชิ้นใหม่มาใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยทั่วไปย่อมไม่อาจกระทำได้ เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะอนุญาตภายใต้เงื่อนไขอันจำกัดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ข้าพเจ้าขอแนะนำให้ทนายความของท่านกำหนดประเด็นข้ออุทธรณ์โดยเร็วที่สุด และหากมีความจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มเติมอย่างแท้จริง ให้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาก่อนสิ้นสุดกำหนดเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ท่านไม่ควรคาดหมายล่วงหน้าว่าศาลจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องเสมอไป

อ่านคำตอบฉบับเต็ม
1 คำตอบ •
สามารถขอขยายกำหนดระยะเวลา 30 วันในการยื่นอุทธรณ์คดีแพ่งในประเทศไทยได้หรือไม่
คดีความและข้อพิพาท อุทธรณ์
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ข้าพเจ้าแพ้คดีข้อพิพาททางสัญญาในศาลแพ่ง กรุงเทพฯ และได้รับคำพิพากษามาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ทนายความคนปัจจุบันของข้าพเจ้าแจ้งว่าเรามีระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนนับแต่วันที่มีคำพิพากษาในการยื่นอุทธรณ์ แต่ขณะนี้เรายังคงรอเอกสารแปลฉบับสำคัญอยู่ มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาต่อศาล และโดยทั่วไปแล้วศาลไทยยอมรับเหตุผลอันสมควรใดบ้าง
คำตอบจากทนายความ โดย Western Inter Law

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ศาลมีอำนาจขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้หากคู่ความแสดงให้เห็นถึงเหตุผลอันสมควร โดยเหตุผลที่มักยกขึ้นอ้างโดยทั่วไป ได้แก่ คดีมีเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก มีประเด็นข้อกฎหมายที่ซับซ้อนซึ่งต้องอาศัยการค้นคว้ากฎหมายที่เกี่ยวข้องและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาอย่างละเอียด หรือทนายความติดภารกิจการสืบพยานต่อเนื่องหลายวันซึ่งต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ในทางปฏิบัติ ศาลไทยมักอนุญาตให้ขยายระยะเวลาครั้งละ 30 วัน ได้ประมาณ 3 ถึง 4 ครั้งเป็นปกติ อย่างไรก็ดี การขอขยายระยะเวลาหลังจากนั้นจะต้องมีเหตุผลความจำเป็นอันหนักแน่นและมีพยานหลักฐานสนับสนุนที่ชัดเจน

อ่านคำตอบฉบับเต็ม
1 คำตอบ •
จะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์คำพิพากษาคดีแพ่งในประเทศไทยได้อย่างไร หากทนายความต้องการเวลาเพิ่มเติม
คดีความและข้อพิพาท อุทธรณ์
ศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานครมีคำพิพากษาให้ข้าพเจ้าแพ้คดีในข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาอสังหาริมทรัพย์เมื่อสามสัปดาห์ก่อน และกำหนดระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ตามปกติ 1 เดือนกำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้า ทนายความของข้าพเจ้าแจ้งว่าเราจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการตรวจทานรายงานกระบวนพิจารณาและบันทึกคำเบิกความ ตลอดจนแปลพยานหลักฐานสำคัญก่อนยื่นคำฟ้องอุทธรณ์ เราสามารถยื่นคำร้องต่อศาลอย่างเป็นทางการเพื่อขอขยายระยะเวลาได้หรือไม่ และมีเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายใดบ้างที่ศาลยอมรับในการอนุญาตให้ขยายระยะเวลาดังกล่าว?
คำตอบจากทนายความ โดย Western Inter Law

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ศาลมีอำนาจขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ได้ หากคู่ความสามารถแสดงให้เห็นถึงเหตุผลอันสมควร เหตุผลที่มักยกขึ้นอ้าง ได้แก่ คดีมีเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก มีประเด็นข้อกฎหมายที่ซับซ้อนซึ่งต้องศึกษาค้นคว้าตัวบทกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด หรือทนายความติดภารกิจสืบพยานต่อเนื่องกันหลายวันซึ่งจำเป็นต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ในทางปฏิบัติ ศาลไทยมักอนุญาตให้ขยายระยะเวลาครั้งละ 30 วัน ได้ประมาณ 3 ถึง 4 ครั้งเป็นปกติ อย่างไรก็ดี การขอขยายระยะเวลาหลังจากนั้นจะต้องมีเหตุผลความจำเป็นอย่างยิ่งและมีพยานหลักฐานสนับสนุนที่มีน้ำหนักเพียงพอ

อ่านคำตอบฉบับเต็ม
1 คำตอบ •

ประเทศไทย อุทธรณ์ บทความกฎหมาย

เรียกดู บทความกฎหมาย 3 บทความ ของเรา เกี่ยวกับ อุทธรณ์ ใน ประเทศไทย พร้อมข้อมูลกฎหมายที่นำไปใช้ได้จริง.

อุทธรณ์คำวินิจฉัยภาษีทำอย่างไรใน Thailand ขั้นตอนอะไรบ้าง
อุทธรณ์
การโต้แย้งคำวินิจฉัยภาษีในไทยมีสองชั้นหลัก คือ การทบทวนภายในกรมสรรพากร (อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์) และการยื่นฟ้อง/อุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรและศาลสูง กำหนดเวลาสำคัญส่วนใหญ่คือ 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน หรือได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หากเลยกำหนดมักเสียสิทธิ ต้องขอขยายเวลาแบบมีเหตุผลรองรับ เอกสารสำคัญประกอบการอุทธรณ์ ได้แก่ หนังสือแจ้งการประเมินภาษี เอกสารยืนยันตัวผู้เสียภาษี หลักฐานทางบัญชี/ภาษี และเอกสารประกอบข้อโต้แย้งที่ชัดเจน กลยุทธ์ที่ดีต้องแยก "ข้อเท็จจริง" กับ "ข้อกฎหมาย" ออกจากกัน เขียนข้อโต้แย้งเป็นประเด็น ๆ พร้อมพยานหลักฐานและแนวคำพิพากษา/แนวนโยบายที่สนับสนุน คดีที่วงเงินภาษีสูง กระทบกระแสเงินสด หรือมีประเด็นกฎหมายซับซ้อน ควรมีทนายภาษีที่เชี่ยวชาญร่วมวางแผนตั้งแต่ชั้นอุทธรณ์กรมสรรพากร ไม่ใช่รอถึงศาล การอุทธรณ์คำวินิจฉัยทางภาษีในไทยคืออะไร และสำคัญอย่างไร? การอุทธรณ์คำวินิจฉัยทางภาษี คือการใช้สิทธิของผู้เสียภาษีในการคัดค้าน "การประเมินภาษี" หรือ "คำวินิจฉัยอุทธรณ์" ของกรมสรรพากร เมื่อเชื่อว่าการเรียกเก็บภาษีไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม โดยเริ่มจากการทบทวนภายในกรมสรรพากร และหากยังไม่พอใจจึงไปสู่การฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากร. สำหรับทั้งผู้ประกอบการ (B2B) และบุคคลธรรมดา (B2C) ขั้นตอนเหล่านี้เป็นช่องทางหลักในการปกป้องสิทธิและลดภาระภาษีที่ไม่ควรต้องจ่าย. บทความนี้ออกแบบมาเพื่อผู้เสียภาษีที่มี "จุดประสงค์จะลงมือทำ (Do)" และต้องการ... อ่านเพิ่มเติม →
อยากอุทธรณ์คดีการค้าหลังแพ้คดีใน Thailand ต้องทำอย่างไร
อุทธรณ์
คดีการค้าในไทย "อุทธรณ์" ต้องยื่นเป็นหนังสือต่อศาลชั้นต้นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง (โดยหลักอ้างอิงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229) และมักมีเงินที่ต้องวางศาลพร้อมกัน ทำให้การวางแผนต้องเริ่มทันทีหลังแพ้คดี อุทธรณ์ที่ดีไม่ใช่การเล่าเรื่องใหม่ แต่คือการชี้ "จุดผิด" ของคำพิพากษาศาลชั้นต้นอย่างมีโครงสร้าง แยกปัญหาข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมาย และอธิบายว่าควรแก้อย่างไร ชั้นอุทธรณ์โดยทั่วไปพิจารณาจากสำนวนเดิมเป็นหลัก ศาลอุทธรณ์จะรับพยาน/เอกสารใหม่เฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็นและเกี่ยวข้องกับประเด็นที่อุทธรณ์ การอุทธรณ์ไม่ทำให้ "หยุดบังคับคดี" อัตโนมัติ หากเสี่ยงถูกยึดทรัพย์/อายัดบัญชี ต้องพิจารณาขอทุเลาการบังคับคดีและเตรียมหลักประกัน ค่าใช้จ่ายมักประกอบด้วยค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ เงินวางศาลบางประเภท ค่าใช้จ่ายเอกสาร/คัดถ่าย และค่าทนายความ ซึ่งควรประเมินเทียบกับ "โอกาสชนะ + มูลค่าความเสียหาย" บทความนี้ช่วยอะไรได้ และเหมาะกับใคร? หน้านี้ออกแบบเพื่อให้คุณ "ลงมือทำ (Do)" ได้ทันทีหลังได้รับคำพิพากษาคดีการค้า/ธุรกิจในไทยที่ไม่เป็นไปตามที่คาด โดยอธิบายเงื่อนไข กำหนดเวลา เอกสาร ความเสี่ยง ค่าใช้จ่าย และวิธีทำงานกับทนายความอุทธรณ์อย่างเป็นระบบ กลุ่มหลักคือ B2B เช่น บริษัทที่มีข้อพิพาทสัญญาซื้อขาย บริการ กู้ยืม...
อุทธรณ์คำพิพากษาคดีการค้าใน Thailand ต้องทำอย่างไร?
อุทธรณ์
คดีการค้า/ธุรกิจในไทย "อุทธรณ์ได้" แต่ต้องยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง และยื่นผ่านศาลชั้นต้น ไม่ใช่ยื่นตรงศาลอุทธรณ์ การอุทธรณ์ "ไม่ทำให้หยุดบังคับคดีอัตโนมัติ" หากเสี่ยงถูกยึดทรัพย์/อายัดบัญชี ต้องพิจารณายื่นคำขอทุเลาการบังคับคดีและเตรียมหลักประกัน ประเด็นที่จะยกขึ้นอุทธรณ์ต้องเขียนให้ชัด (ข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมาย) และโดยหลักควรเป็นประเด็นที่เคยยกสู้กันในศาลชั้นต้นแล้ว จึงต้องรีบ "อ่านสำนวน" และคัดประเด็นให้คม บางคดี "อุทธรณ์ข้อเท็จจริงถูกจำกัด" โดยเฉพาะคดีทุนทรัพย์ไม่สูง (เช่น ไม่เกิน 50,000 บาท หรือเพดานตามพระราชกฤษฎีกา) มักอุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้หากไม่มีความเห็นแย้ง/คำรับรอง/ใบอนุญาต การตัดสินใจอุทธรณ์ควรชั่ง "โอกาสกลับคำพิพากษา vs เวลาและต้นทุน" เพราะคดีอุทธรณ์ใช้เวลานาน และอาจเพิ่มภาระดอกเบี้ย/ต้นทุนการเงินของธุรกิจ บทความนี้ตอบโจทย์ใคร และเป็นการค้นหาแบบ "เข้าใจ/ลงมือทำ/เปรียบเทียบ/หาแหล่งข้อมูล" แบบไหน? เนื้อหานี้ตั้งใจช่วยให้คุณ "ลงมือทำ (Do)" ได้ทันทีหลังแพ้คดีศาลชั้นต้นในข้อพิพาททางการค้า พร้อมทำให้ "เข้าใจ (Know)" ว่ากติกาของชั้นอุทธรณ์ในไทยเป็นอย่างไร เพื่อไม่พลาดกำหนดเวลาและไม่เสียโอกาส. กลุ่มหลักเป็น B2B เช่น ข้อพิพาทสัญญาซื้อขาย/จ้างทำของ/ก่อสร้าง/หนี้การค้า/ตัวแทนจำหน่าย/ความรับผิดของบริษัท แต่แนวคิดเดียวกันใช้กับผู้ประกอบการรายย่อย... อ่านเพิ่มเติม →

คดีที่ตัดสินในเทิงแล้ว ต้องยื่นอุทธรณ์ที่ไหนและภายในเมื่อใด

การอุทธรณ์คือการขอให้ศาลสูงตรวจคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยต้องระบุข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่โต้แย้งและเหตุผลให้ชัดเจน ไม่ใช่การเริ่มพิจารณาคดีใหม่ทั้งหมด

หากคดีมีคำพิพากษาจากศาลจังหวัดเทิง โดยทั่วไปต้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษา แล้วจึงเข้าสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 กำหนดเวลาและข้อจำกัดขึ้นอยู่กับประเภทคดี จึงควรตรวจคำพิพากษาและวันเริ่มนับกำหนดทันที

คดีแพ่ง คดีอาญา คดีผู้บริโภค และคดีปกครองใช้ขั้นตอนต่างกัน บางเรื่องอุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้โดยอัตโนมัติ หรืออาจต้องขออนุญาตก่อน การปรึกษาทนายช่วยประเมินว่ามีประเด็นให้อุทธรณ์และมีเวลาเตรียมเอกสารเพียงใด

กรณีใดควรให้ทนายช่วยทำอุทธรณ์

  • แพ้คดีที่ศาลจังหวัดเทิงจากข้อพิพาทเรื่องที่ดิน แนวเขต หรือการครอบครอง และเห็นว่าศาลวินิจฉัยเอกสารสิทธิหรือพยานหลักฐานคลาดเคลื่อน

  • ถูกพิพากษาในคดีอาญาที่เกิดหรือดำเนินคดีในพื้นที่เทิง และต้องการโต้แย้งการรับฟังพยาน ความผิด หรือโทษที่กำหนด

  • เป็นคู่ความในข้อพิพาทสัญญา หนี้ หรือการซื้อขายในพื้นที่ และเห็นว่าศาลตีความเอกสารหรือคำนวณค่าเสียหายไม่ถูกต้อง

  • คดีผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือสินเชื่อมีคำพิพากษาที่ไม่ตรงกับหลักฐานหรือคำขอท้ายฟ้อง

  • อีกฝ่ายยื่นอุทธรณ์ และต้องจัดทำคำแก้อุทธรณ์หรือขอให้ศาลยืนตามคำพิพากษาเดิม

  • มีคำสั่งเกี่ยวกับการบังคับคดีหรือการชำระเงินที่อาจกระทบทรัพย์สิน และไม่แน่ใจว่าควรอุทธรณ์หรือใช้วิธีคัดค้านประเภทอื่น

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการอุทธรณ์ในเทิง

  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พ.ศ. 2477 กำหนดวิธีอุทธรณ์ในคดีแพ่ง รวมถึงการยื่นคำอุทธรณ์ผ่านศาลชั้นต้น กำหนดเวลา และข้อจำกัดบางกรณี ต้องใช้ฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมและมีผลกับคดีนั้น

  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. 2477 กำหนดหลักการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีอาญา รวมถึงกำหนดเวลาและเงื่อนไขที่อาจจำกัดการอุทธรณ์ข้อเท็จจริง

  • พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ใช้กับคดีที่เข้าเกณฑ์คดีผู้บริโภค และมีหลักพิจารณาเฉพาะซึ่งอาจกระทบขั้นตอนอุทธรณ์ ค่าใช้จ่าย และการดำเนินคดี

การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองหรือคำพิพากษาศาลปกครองอยู่ภายใต้กฎหมายและกำหนดเวลาคนละชุดกับคดีแพ่งหรืออาญา ควรตรวจประเภทคดีจากเอกสารของหน่วยงานหรือศาลก่อนเลือกแนวทาง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอุทธรณ์

การอุทธรณ์หมายถึงอะไร

เป็นการขอให้ศาลสูงตรวจคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นตามประเด็นที่ยกขึ้นโต้แย้ง ผู้ยื่นต้องอธิบายว่าศาลชั้นต้นผิดพลาดอย่างไรและเหตุใดจึงควรเปลี่ยนผลคดี

ต้องยื่นอุทธรณ์ต่อศาลใด หากคดีตัดสินในเทิง

โดยทั่วไปยื่นคำอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษา ไม่ได้ยื่นตรงต่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 ให้ตรวจชื่อศาลและช่องทางยื่นจากคำพิพากษาหรือสอบถามศาลเจ้าของสำนวน

มีเวลากี่วันในการยื่นอุทธรณ์

คดีแพ่งและคดีอาญาโดยทั่วไปมีกำหนดหนึ่งเดือน แต่วันเริ่มนับและข้อยกเว้นอาจต่างกันตามประเภทคดีและสถานการณ์ของคู่ความ อย่ารอจนใกล้ครบกำหนด ควรให้ทนายตรวจวันอ่านคำพิพากษาและเอกสารที่ได้รับทันที

ทุกคดีสามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่

ไม่เสมอไป กฎหมายอาจจำกัดการอุทธรณ์ข้อเท็จจริงหรือกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตก่อน ทั้งยังขึ้นอยู่กับประเภทคดีและลักษณะคำพิพากษา

จำเป็นต้องมีทนายความหรือไม่

การมีทนายไม่ได้เป็นข้อบังคับในทุกคดี แต่การร่างอุทธรณ์ต้องแยกประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงให้ตรงกับหลักเกณฑ์ การให้ทนายตรวจเอกสารจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการยื่นผิดวิธีหรือพลาดกำหนด

ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

ควรเตรียมคำพิพากษาหรือคำสั่ง บันทึกการอ่านคำพิพากษา คำฟ้อง คำให้การ รายงานกระบวนพิจารณา และหลักฐานสำคัญในสำนวน หากมีเอกสารใหม่ ให้สอบถามทนายว่ากฎหมายอนุญาตให้อ้างได้หรือไม่

ค่าใช้จ่ายในการอุทธรณ์เท่าใด

ไม่มีค่าทนายอัตราเดียว ค่าใช้จ่ายขึ้นกับความซับซ้อน ปริมาณเอกสาร และงานที่ตกลงกัน อาจมีค่าธรรมเนียมศาลหรือค่าใช้จ่ายอื่นตามประเภทคดี ควรขอรายละเอียดและข้อตกลงค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนว่าจ้าง

การยื่นอุทธรณ์ทำให้หยุดการบังคับคดีหรือไม่

ไม่ควรถือว่าการยื่นอุทธรณ์หยุดการบังคับคดีโดยอัตโนมัติ ผลขึ้นอยู่กับประเภทคดีและคำสั่งของศาล หากเสี่ยงถูกยึดหรืออายัดทรัพย์ ควรให้ทนายตรวจว่าต้องยื่นคำขอทุเลาการบังคับคดีหรือดำเนินการอย่างอื่นหรือไม่

หากอีกฝ่ายยื่นอุทธรณ์ ต้องทำอย่างไร

ตรวจวันรับสำเนาและกำหนดเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์ทันที จากนั้นพิจารณาตอบโต้แต่ละประเด็นโดยอ้างอิงคำพิพากษาและหลักฐานในสำนวน

อุทธรณ์ต่างจากฎีกาอย่างไร

อุทธรณ์เป็นการขอให้ศาลอุทธรณ์ตรวจคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนฎีกาเป็นการขอให้ศาลฎีกาตรวจคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และมีเงื่อนไขเฉพาะ การยื่นฎีกาไม่ใช่ขั้นตอนที่ทำได้โดยอัตโนมัติในทุกคดี

ผู้มีรายได้น้อยขอความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายได้หรือไม่

อาจสอบถามสำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงรายเกี่ยวกับความช่วยเหลือทางกฎหมายหรือกองทุนยุติธรรมได้ การพิจารณาขึ้นกับหลักเกณฑ์ เอกสาร และข้อเท็จจริงของผู้ขอ จึงควรติดต่อแต่เนิ่น ๆ ก่อนครบกำหนดอุทธรณ์

หน่วยงานทางการที่ติดต่อได้

  • ศาลจังหวัดเทิง สอบถามข้อมูลการยื่นเอกสาร ขั้นตอนของศาลเจ้าของสำนวน และรายละเอียดที่เกี่ยวกับคดีของตน โดยควรเตรียมเลขคดีและเอกสารประจำตัว

  • ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เป็นศาลที่พิจารณาอุทธรณ์ในเขตอำนาจที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดเชียงราย สามารถตรวจสอบข้อมูลศาลและแนวทางติดต่อจากช่องทางทางการของศาล

  • สำนักงานยุติธรรมจังหวัดเชียงราย ให้ข้อมูลและประสานความช่วยเหลือด้านกฎหมาย รวมถึงช่องทางขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมตามหลักเกณฑ์

ขั้นตอนต่อไปในการเลือกและว่าจ้างทนาย

  1. ภายในวันนี้ ตรวจวันอ่านคำพิพากษาและวันครบกำหนดอุทธรณ์จากเอกสารศาล หากกำหนดใกล้ถึง ให้ติดต่อทนายทันที

  2. ภายในหนึ่งถึงสองวัน รวบรวมคำพิพากษา เอกสารในสำนวน หลักฐานสำคัญ และข้อมูลการติดต่อของคู่ความ เพื่อให้ทนายประเมินคดีได้ครบถ้วน

  3. สอบถามทนายอย่างน้อยสองรายเกี่ยวกับประสบการณ์ในคดีประเภทเดียวกัน ความเห็นเบื้องต้นต่อประเด็นอุทธรณ์ และกำหนดเวลาที่ต้องใช้

  4. ขอใบเสนอค่าบริการที่ระบุงานรวมและไม่รวม เช่น การร่างและยื่นอุทธรณ์ การแก้ต่าง และค่าใช้จ่ายศาล ก่อนตกลงว่าจ้าง

  5. ให้ทนายตรวจข้อจำกัดการอุทธรณ์ วันเริ่มนับเวลา และความจำเป็นในการยื่นคำร้องประกอบ โดยไม่รอให้รวบรวมหลักฐานครบทุกชิ้นก่อนเริ่มปรึกษา

  6. ก่อนยื่น ตรวจชื่อคู่ความ เลขคดี คำขอ และเอกสารแนบกับทนาย แล้วเก็บหลักฐานการยื่นและกำหนดนัดหรือกำหนดส่งเอกสารครั้งถัดไป

Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน เทิง ผ่านรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่คัดสรรและตรวจสอบล่วงหน้า แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง อุทธรณ์ ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า

แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ

ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน เทิง, ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:

ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม