อุทธรณ์คำพิพากษาคดีการค้าใน Thailand ต้องทำอย่างไร?

อัปเดตเมื่อ Jan 10, 2026
  • คดีการค้า/ธุรกิจในไทย "อุทธรณ์ได้" แต่ต้องยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง และยื่นผ่านศาลชั้นต้น ไม่ใช่ยื่นตรงศาลอุทธรณ์
  • การอุทธรณ์ "ไม่ทำให้หยุดบังคับคดีอัตโนมัติ" หากเสี่ยงถูกยึดทรัพย์/อายัดบัญชี ต้องพิจารณายื่นคำขอทุเลาการบังคับคดีและเตรียมหลักประกัน
  • ประเด็นที่จะยกขึ้นอุทธรณ์ต้องเขียนให้ชัด (ข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมาย) และโดยหลักควรเป็นประเด็นที่เคยยกสู้กันในศาลชั้นต้นแล้ว จึงต้องรีบ "อ่านสำนวน" และคัดประเด็นให้คม
  • บางคดี "อุทธรณ์ข้อเท็จจริงถูกจำกัด" โดยเฉพาะคดีทุนทรัพย์ไม่สูง (เช่น ไม่เกิน 50,000 บาท หรือเพดานตามพระราชกฤษฎีกา) มักอุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้หากไม่มีความเห็นแย้ง/คำรับรอง/ใบอนุญาต
  • การตัดสินใจอุทธรณ์ควรชั่ง "โอกาสกลับคำพิพากษา vs เวลาและต้นทุน" เพราะคดีอุทธรณ์ใช้เวลานาน และอาจเพิ่มภาระดอกเบี้ย/ต้นทุนการเงินของธุรกิจ

บทความนี้ตอบโจทย์ใคร และเป็นการค้นหาแบบ "เข้าใจ/ลงมือทำ/เปรียบเทียบ/หาแหล่งข้อมูล" แบบไหน?

เนื้อหานี้ตั้งใจช่วยให้คุณ "ลงมือทำ (Do)" ได้ทันทีหลังแพ้คดีศาลชั้นต้นในข้อพิพาททางการค้า พร้อมทำให้ "เข้าใจ (Know)" ว่ากติกาของชั้นอุทธรณ์ในไทยเป็นอย่างไร เพื่อไม่พลาดกำหนดเวลาและไม่เสียโอกาส.

กลุ่มหลักเป็น B2B เช่น ข้อพิพาทสัญญาซื้อขาย/จ้างทำของ/ก่อสร้าง/หนี้การค้า/ตัวแทนจำหน่าย/ความรับผิดของบริษัท แต่แนวคิดเดียวกันใช้กับผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ได้ด้วย โดยจะอธิบายแบบภาษาคน ไม่ใช้ศัพท์ยากโดยไม่ขยายความ.

กรณีใดบ้างที่ควรพิจารณาอุทธรณ์คำพิพากษาคดีการค้าในไทย?

ควรพิจารณาอุทธรณ์เมื่อคำพิพากษามี "จุดผิด" ที่ชี้ให้เห็นได้ชัดและมีผลต่อผลแพ้ชนะ เช่น ศาลวินิจฉัยข้อกฎหมายคลาดเคลื่อน หรือการประเมินพยานหลักฐานมีเหตุให้โต้แย้งอย่างเป็นระบบ. หากเป็นเพียง "ไม่พอใจผล" แต่ไม่มีประเด็นที่จับต้องได้ โอกาสสำเร็จมักต่ำและทำให้เสียเวลา/ต้นทุน.

  • มีประเด็นข้อกฎหมายที่น่าโต้แย้ง เช่น ตีความสัญญาหรือกฎหมายผิด, ใช้มาตรากฎหมายไม่ตรงประเด็น, วินิจฉัยประเด็นสำคัญไม่ครบ

  • ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงสวนทางกับหลักฐานในสำนวนอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เอกสารการชำระเงิน/PO/ใบส่งของ/อีเมลยืนยันเงื่อนไข มีน้ำหนักชัดแต่ถูกมองข้าม

  • ประเด็น "สาระสำคัญต่อคดี" ยังไม่ถูกวินิจฉัยหรือวินิจฉัยผิดกรอบ เช่น ประเด็นอำนาจลงนามผูกพันบริษัท, เงื่อนไขบอกเลิกสัญญา, เงื่อนไขปรับ/ค่าเสียหายตามสัญญา

  • ผลกระทบทางธุรกิจสูงจนต้อง "ซื้อเวลาและต่อรอง" เช่น เสี่ยงถูกบังคับคดียึดทรัพย์/อายัดบัญชี กระทบสภาพคล่อง ต้องวางแผนทุเลาการบังคับคดีควบคู่

สัญญาณว่า "น่าอุทธรณ์" สัญญาณว่า "ควรคิดให้หนัก"
มีประเด็นกฎหมายชัด และเคยยกต่อสู้ไว้แล้ว อยากแก้ตัวด้วยหลักฐานใหม่ที่ "ควรมีตั้งแต่ชั้นต้น" แต่ไม่ได้ทำ
คำพิพากษาอ้างเอกสารผิดฉบับ/ตีความข้อความผิด ข้อโต้แย้งเป็นเรื่องความรู้สึก ไม่ชี้จุดผิดเป็นเหตุเป็นผล
มีความเสี่ยงถูกบังคับคดี ต้องรีบวางกลยุทธ์ทุเลา ทุนทรัพย์/ประเด็นอุทธรณ์ถูกจำกัด (เช่น อุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้)

ในทางกระบวนพิจารณา ประเด็นที่จะยกขึ้นอุทธรณ์ควรเขียนให้ชัดและโดยหลักต้องเป็นเรื่องที่ได้ยกสู้กันมาแล้วในศาลชั้นต้น (ยกเว้นบางกรณี เช่น เรื่องความสงบเรียบร้อย หรือกรณีที่ไม่สามารถยกได้จริงในชั้นต้น). (legardy.com)

คำถามติดตาม

  • ถ้าศาลชั้นต้นวินิจฉัย "ไม่ครบประเด็น" ถือเป็นเหตุอุทธรณ์ที่แข็งแรงแค่ไหน?
  • คดีทุนทรัพย์ไม่สูง อุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้หรือไม่ได้ในทางปฏิบัติ?

กำหนดเวลาในการยื่นอุทธรณ์กี่วัน/กี่เดือน และถ้าพ้นกำหนดเกิดอะไรขึ้น?

โดยทั่วไปต้องยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อศาลชั้นต้นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง และมีกติกาเรื่องการวางเงิน/ค่าธรรมเนียมบางส่วนประกอบการยื่น. หากพ้นกำหนดโดยไม่ยื่น คำพิพากษามัก "ถึงที่สุด" ในทางปฏิบัติ และอีกฝ่ายสามารถเดินหน้าบังคับคดีได้.

  • เส้นตายหลัก: ยื่นอุทธรณ์ภายใน 1 เดือนนับแต่ "วันที่อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง" และยื่นผ่านศาลชั้นต้นที่ออกคำพิพากษา/คำสั่งนั้น (legardy.com)

  • การวางเงินเมื่อยื่นอุทธรณ์: โดยหลักผู้อุทธรณ์ต้องวางเงินตามที่กฎหมายกำหนดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียม/ค่าใช้จ่ายที่อาจต้องชำระให้อีกฝ่ายตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง พร้อมการยื่นอุทธรณ์ (legardy.com)

  • คำแก้อุทธรณ์ของอีกฝ่าย: โดยทั่วไป "ฝ่ายถูกอุทธรณ์" ยื่นคำแก้อุทธรณ์ได้ภายใน 15 วันนับแต่วันส่งสำเนาอุทธรณ์ (legardy.com)

อีกจุดที่ผู้ประกอบการพลาดบ่อยคือคิดว่า "ยื่นอุทธรณ์แล้วบังคับคดีหยุด" แต่จริง ๆ การยื่นอุทธรณ์ไม่ทำให้ทุเลาการบังคับคดีโดยอัตโนมัติ หากต้องการหยุด/ชะลอ ต้องยื่นคำขอทุเลาการบังคับคดี และอาจต้องวางเงินหรือจัดหาประกันตามที่ศาลเห็นสมควร. (legardy.com)

คำถามติดตาม

  • ถ้าเลย 1 เดือนเพราะไม่ได้ไปฟังอ่านคำพิพากษา จะนับเวลาอย่างไร?
  • ถ้าถูกบังคับคดีระหว่างอุทธรณ์ ควรทำอะไรเป็นอย่างแรก?

ต้องเตรียมเอกสาร ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานอะไรบ้างในชั้นอุทธรณ์?

ชั้นอุทธรณ์ไม่ใช่ "เริ่มคดีใหม่" แต่เป็นการตรวจสอบคำพิพากษาศาลชั้นต้นจากประเด็นที่ยกขึ้นอุทธรณ์ ดังนั้นหัวใจคือการคัดประเด็นให้ชัด วางโครงเรื่องให้ศาลอ่านแล้วเห็นทันทีว่า "ศาลชั้นต้นผิดตรงไหน และผิดแล้วควรแก้เป็นอะไร". เอกสารสำคัญจึงเน้นที่คำพิพากษา สำนวน และชุดเอกสาร/บันทึกที่ผูกกับประเด็นอุทธรณ์โดยตรง.

เอกสารหลักที่มักต้องใช้ (มุม B2B/คดีการค้า)

  • คำพิพากษาศาลชั้นต้น (เต็มฉบับ) พร้อมสรุป "ประเด็นที่ศาลวินิจฉัย" และ "เหตุผลที่ศาลรับ/ไม่รับ"

  • คำฟ้อง/คำให้การ/คำแถลงปิดคดี เพื่อเทียบว่าเราเคยยกประเด็นนี้ไว้แล้วหรือยัง (สำคัญมากในงานอุทธรณ์)

  • สัญญาและเอกสารการค้า เช่น PO, ใบเสนอราคา, ใบส่งของ, ใบกำกับภาษี, ใบรับมอบงาน, BOQ, change order, หนังสือทวงถาม/บอกเลิก

  • หลักฐานการสื่อสาร เช่น อีเมล/แชตที่ยืนยันเงื่อนไข ส่งมอบ รับงาน แจ้งปัญหา ยอมรับหนี้ ต่อรอง

  • สรุปไทม์ไลน์ข้อเท็จจริงแบบ "วัน-เหตุการณ์-เอกสารอ้างอิง" เพื่อทำให้ศาลอุทธรณ์เห็นภาพเร็ว

ต้องมี "พยานหลักฐานใหม่" ไหม?

  • โฟกัสหลักคือ "ใช้ของที่อยู่ในสำนวนให้คม" เพราะชั้นอุทธรณ์ให้ความสำคัญกับประเด็นและเหตุผลทางกฎหมาย/การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานที่ได้สืบมาแล้ว

  • ถ้าจะอ้างประเด็นใหม่ ต้องระวัง เพราะกติกากำหนดให้ข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมายที่ยกอ้างต้องกล่าวให้ชัดและโดยหลักต้องเป็นข้อที่ยกกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น (มีข้อยกเว้นบางกรณี). (legardy.com)

Checklist ก่อนส่งคำอุทธรณ์

  1. ได้สำเนาคำพิพากษาฉบับเต็มและอ่าน "เหตุผล" ทุกหัวข้อ

  2. ทำไทม์ไลน์ข้อเท็จจริง 1-2 หน้า พร้อมเอกสารอ้างอิง

  3. จัดประเด็นอุทธรณ์: (ก) ศาลวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดตรงไหน (ข) ศาลใช้กฎหมายผิดตรงไหน (ค) ถ้าแก้แล้วควรพิพากษาอย่างไร

  4. ตรวจข้อจำกัดการอุทธรณ์ข้อเท็จจริงกรณีทุนทรัพย์ไม่สูง/เงื่อนไขเฉพาะคดี (legardy.com)

  5. ประเมินความจำเป็นต้องยื่นทุเลาการบังคับคดีควบคู่ (legardy.com)

คำถามติดตาม

  • คดีการค้าส่วนใหญ่ "ชนะ/แพ้" ที่ประเด็นอะไรในชั้นอุทธรณ์?
  • ถ้าเอกสารสำคัญยังอยู่กับคู่ค้า/อดีตพนักงาน จะขอให้ศาลสั่งให้ส่งเอกสารได้ไหม?

อุทธรณ์มีความเสี่ยง ค่าใช้จ่าย และใช้เวลานานแค่ไหน?

การอุทธรณ์มักใช้เวลาเป็น "เดือนถึงปี" ขึ้นกับความซับซ้อนของคดี ปริมาณสำนวน และภาระงานของศาลที่เกี่ยวข้อง และมีต้นทุนทั้งค่าศาล ค่าทนาย และต้นทุนทางธุรกิจ (เช่น โอกาสทางการค้า/สภาพคล่อง). ความเสี่ยงหลักคือแพ้อุทธรณ์แล้วเสียเวลาเพิ่ม และในบางกรณีอาจกระทบการบังคับคดีระหว่างทางหากไม่ได้วางแผนทุเลา.

หัวข้อ สิ่งที่มักเกิดขึ้นจริงในคดีธุรกิจ วิธีลดความเสี่ยง
ระยะเวลา สำนวนมาก/ประเด็นเยอะ = ใช้เวลานานขึ้น ทำ "สรุปประเด็น+ไทม์ไลน์" ให้ศาลอ่านง่าย ลดความฟุ้งของประเด็น
ค่าใช้จ่ายโดยตรง ค่าศาล/ค่าถ่ายเอกสาร/คัดสำนวน/ค่าทนาย และอาจมีค่าใช้จ่ายเรื่องหลักประกันเพื่อทุเลา ขอใบประเมินค่าใช้จ่ายเป็นช่วง (phase) และตกลง scope งานให้ชัด
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง อุทธรณ์ไม่หยุดบังคับคดีอัตโนมัติ อาจถูกยึด/อายัดระหว่างคดี ประเมินทันทีว่าต้องยื่น "ทุเลาการบังคับคดี" หรือไม่ และเตรียมหลักประกัน (legardy.com)
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ยกหลายประเด็นเกินไปจน "ประเด็นหลักไม่เด่น" จัดลำดับ 2-4 ประเด็นที่ "ชนะแล้วพลิกผลคดีได้จริง"

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย (และทำให้แพ้อุทธรณ์)

  • เข้าใจผิด: "อุทธรณ์ได้ทุกเรื่อง"
    ความจริง: บางคดีอุทธรณ์ข้อเท็จจริงถูกจำกัด และประเด็นที่ยกควรเป็นสาระสำคัญและเคยยกสู้มาแล้วเป็นหลัก (legardy.com)

  • เข้าใจผิด: "อุทธรณ์แล้วอีกฝ่ายบังคับคดีไม่ได้"
    ความจริง: การอุทธรณ์ไม่ทุเลาการบังคับคดีอัตโนมัติ ต้องยื่นคำขอทุเลาและเตรียมเงื่อนไข/หลักประกันตามที่ศาลกำหนด (legardy.com)

  • เข้าใจผิด: "ค่อยหาทนายหลังยื่นอุทธรณ์ก็ได้"
    ความจริง: งานอุทธรณ์แพ้ชนะกันที่ "การคัดประเด็นและการเขียน" หากพลาดกรอบประเด็นตั้งแต่ต้น มักแก้ยากภายหลัง

คำถามติดตาม

  • ถ้าอยากยอมความระหว่างอุทธรณ์ ทำได้ไหม และมีผลต่อการบังคับคดีอย่างไร?
  • ถ้าต้องวางหลักประกันเพื่อทุเลาบังคับคดี มีทางเลือกแบบไหนบ้าง?

ทนายความคดีอุทธรณ์มีบทบาทอย่างไร และเลือกทีมทนายแบบไหนให้เหมาะกับคดีธุรกิจ?

ทนายอุทธรณ์ช่วย "แปลงข้อเท็จจริงจำนวนมากให้เป็นประเด็นทางกฎหมายที่ศาลรับฟังได้" และช่วยวางแผนคู่ขนานเรื่องทุเลาการบังคับคดี/การเจรจาต่อรอง. สำหรับคดีการค้า ทนายที่ดีต้องอ่านเอกสารสัญญาและธุรกรรมได้เร็ว คัดประเด็นคม และเขียนอุทธรณ์ให้ชัดว่าศาลชั้นต้นผิดตรงไหนและควรแก้เป็นอะไร.

บทบาทที่มักทำให้ผลคดีต่างกัน

  • คัด "ประเด็นชนะคดี" แยกประเด็นหลัก (พลิกผลคดี) กับประเด็นรอง (เสริมเหตุผล) แล้วจัดลำดับการนำเสนอ

  • ควบคุมกรอบประเด็นให้ถูกกติกาอุทธรณ์ โดยยึดหลักว่าข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมายที่ยกอ้างต้องกล่าวให้ชัดและควรเป็นเรื่องที่ยกกันมาแล้วในชั้นต้นเป็นหลัก (legardy.com)

  • วางเกมทุเลาการบังคับคดี ประเมินความเสี่ยงการถูกอายัด/ยึดทรัพย์ และเลือกจังหวะยื่นคำขอทุเลาให้เหมาะ (legardy.com)

  • บริหารสำนวนและทีม คดีธุรกิจมักมีเอกสารจำนวนมาก ต้องมีระบบจัดแฟ้ม/ทำสารบัญ/ทำ bundle เพื่อให้ศาลอ่านง่าย

วิธีเลือกทีมทนาย (เหมาะกับ B2B)

  • ขอดูแนวทางทำงาน เช่น จะสรุปประเด็นแบบไหน ทำไทม์ไลน์ไหม มีการทำ "issue list" ให้ผู้บริหารตัดสินใจหรือไม่

  • ถามตรง ๆ เรื่องกลยุทธ์ เช่น จะยกกี่ประเด็น ทำไมเลือกประเด็นนี้ โอกาสสำเร็จและความเสี่ยงคืออะไร

  • ขอแผนค่าใช้จ่ายเป็นช่วง (อ่านสำนวน/ร่างอุทธรณ์/ยื่นทุเลา/ติดตามกระบวนพิจารณา) เพื่อคุมงบและคุมเวลา

  • ดูความเข้าใจธุรกิจ ทนายต้องอ่านงบ/กระแสเงินสด/โครงสร้างสัญญา/เงื่อนไขเครดิตการค้าได้ ไม่ใช่เก่งแต่ทฤษฎี

คำถามติดตาม

  • ถ้าศาลชั้นต้นเป็นศาลเฉพาะทาง (เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา/ล้มละลาย) ช่องทางอุทธรณ์ต่างกันไหม?
  • จำเป็นต้องเปลี่ยนทนายจากชั้นต้นมาเป็นทนายอุทธรณ์หรือไม่?

เมื่อไหร่ควรจ้างทนายความ?

ควรจ้างทนายทันทีเมื่อคุณเหลือเวลาไม่มากก่อนครบกำหนด 1 เดือน, เมื่อคดีมีเอกสารจำนวนมากและต้องคัดประเด็นให้เฉียบ, หรือเมื่อมีความเสี่ยงถูกบังคับคดีจนกระทบธุรกิจ (เช่น อายัดบัญชี/ยึดทรัพย์/กระทบเครดิตกับธนาคาร). การตัดสินใจเร็วช่วยให้มีเวลาตรวจสำนวน วางประเด็น และเตรียมคำขอทุเลาการบังคับคดีอย่างเป็นระบบ.

ขั้นตอนต่อไป (ทำได้ภายใน 48 ชั่วโมงหลังแพ้คดี)

เริ่มจากจัดการเวลาและสำนวนก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ว่าจะอุทธรณ์เพื่อ "กลับคำพิพากษา", "ลดจำนวนเงิน", หรือ "ซื้อเวลาเพื่อเจรจา". หากคุณทำ 5 ขั้นตอนนี้ได้เร็ว คุณจะลดความเสี่ยงพลาดเส้นตายและลดความสับสนในการทำงานกับทนาย.

  1. ล็อกเส้นตาย จดวันที่ศาลอ่านคำพิพากษา/คำสั่ง และนับ 1 เดือนเป็นเส้นตายยื่นอุทธรณ์ (legardy.com)

  2. ขอคัดคำพิพากษาฉบับเต็ม + รายงานกระบวนพิจารณา/รายการพยานหลักฐาน เพื่ออ่านเหตุผลและจุดที่ต้องโต้แย้ง

  3. ทำไทม์ไลน์ 1 หน้า + รวมเอกสารสำคัญ 10-20 ชิ้นแรก (สัญญา/เอกสารส่งมอบ/การชำระเงิน/การบอกเลิก)

  4. ประเมินความเสี่ยงบังคับคดี หากเสี่ยง ให้คุยทนายเรื่องคำขอทุเลาการบังคับคดีทันที (legardy.com)

  5. เลือกช่องทางติดต่อศาลและติดตามงาน ดูข้อมูลจากศาลยุติธรรม และหากคดีของคุณใช้ระบบยื่นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ให้ตรวจสอบบริการ e-Filing ของศาลยุติธรรม (coj.go.th)

แหล่งข้อมูลทางการที่มักใช้เริ่มต้น (ศาลยุติธรรม): เว็บไซต์ศาลยุติธรรม และ ระบบ e-Filing (ประชาชน)

FAQ

อุทธรณ์คดีการค้าต้องยื่นที่ศาลไหน?

โดยหลักต้องยื่นคำอุทธรณ์ต่อ "ศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง" ภายในกำหนดเวลา แล้วศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตามขั้นตอน. (legardy.com)

ยื่นอุทธรณ์แล้ว อีกฝ่ายยังบังคับคดีได้ไหม?

ได้ เพราะการอุทธรณ์ไม่ทำให้ทุเลาการบังคับคดีอัตโนมัติ หากต้องการให้ชะลอ ต้องยื่นคำขอทุเลาการบังคับคดีและปฏิบัติตามเงื่อนไข/หลักประกันที่ศาลกำหนด. (legardy.com)

อีกฝ่ายมีเวลายื่นคำแก้อุทธรณ์กี่วัน?

โดยทั่วไปยื่นคำแก้อุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้นได้ภายใน 15 วันนับแต่วันส่งสำเนาอุทธรณ์. (legardy.com)

คดีทุนทรัพย์ไม่สูง อุทธรณ์ข้อเท็จจริงได้ไหม?

อาจถูกจำกัด โดยกฎหมายกำหนดว่าหากทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น 50,000 บาท หรือเพดานตามพระราชกฤษฎีกา) มักห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง เว้นแต่เข้าเงื่อนไขที่กฎหมายเปิดไว้ (เช่น มีความเห็นแย้ง/คำรับรอง/ได้รับอนุญาต). (legardy.com)

ประเด็นที่ไม่เคยยกในศาลชั้นต้น ยังยกในอุทธรณ์ได้หรือไม่?

โดยหลักควรเป็นประเด็นที่ยกกันมาแล้วในศาลชั้นต้น และต้องเขียนให้ชัดว่าอ้างข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมายใด แต่มีข้อยกเว้นบางกรณี เช่น เรื่องความสงบเรียบร้อย หรือกรณีที่ไม่สามารถยกได้จริงในชั้นต้น. (legardy.com)

บทความที่คล้ายกัน

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2014
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 minutes
คดีความและข้อพิพาท ธุรกิจ กฎหมายบริษัทและการค้า +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ค้นหาทนายความ

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม