แบ่งมรดกเริ่มอย่างไร? ขั้นตอน เอกสาร และสิทธิทายาท
ไม่จำเป็นต้องรีบยื่นศาลทุกกรณี ขั้นแรกคือดูว่าผู้ตายมีทรัพย์อะไร ทรัพย์นั้นอยู่กับหน่วยงานใด และหน่วยงานนั้นต้องการเอกสารอะไร ที่ดินหลายกรณีทายาทยื่นขอรับมรดกที่สำนักงานที่ดินได้เอง รถยนต์ก็มีช่องทางโอนทางมรดกโดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล แต่หุ้นที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องใช้คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก ส่วนธนาคารแต่ละแห่งมีเงื่อนไขของตัวเอง
คู่มือนี้เรียงตามลำดับการตัดสินใจ เริ่มจากสิ่งที่ควรทำในช่วงแรก ต่อด้วยคำถามว่าใครเป็นทายาทและได้ส่วนแบ่งเท่าไร จากนั้นจึงพิจารณาว่าต้องตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่ และถ้าต้องตั้ง ควรยื่นช่องทางไหน
ปรับปรุงเนื้อหาล่าสุด: ตุลาคม 2026 · อ้างอิงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) บรรพ 5 และ 6 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ป.วิ.พ.) และประมวลกฎหมายอาญา บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ
สารบัญ
- สรุปสาระสำคัญ
- 5 สิ่งที่ควรทำก่อน
- ใครเป็นทายาท และได้ส่วนแบ่งเท่าไร
- ต้องตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่
- ถ้าต้องตั้ง: ช่องทางยื่น เอกสาร และขั้นตอนในศาล
- หน้าที่ของผู้จัดการมรดก
- เมื่อทายาทตกลงกันไม่ได้
- ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- คำถามที่พบบ่อย
- เมื่อไรควรปรึกษาทนายความ
สรุปสาระสำคัญ
- คำสั่งศาลไม่ได้จำเป็นสำหรับทรัพย์ทุกชนิด ต้องดูเป็นรายทรัพย์และรายหน่วยงาน เช่น สำนักงานที่ดินมีขั้นตอนรับมรดกโดยไม่ต้องมีผู้จัดการมรดก แต่การโอนหุ้นผ่านศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ต้องใช้คำสั่งศาล
- กองมรดกไม่ได้เท่ากับครึ่งหนึ่งของทรัพย์ทั้งหมดเสมอไป กองมรดกคือสินส่วนตัวของผู้ตาย รวมกับส่วนของผู้ตายในสินสมรส และต้องชำระหนี้กองมรดกก่อนจึงจะแบ่งได้
- คู่สมรสมีสิทธิสองชั้น คือส่วนของตนเองในสินสมรส ซึ่งไม่ใช่มรดก และส่วนแบ่งมรดกในฐานะทายาทตามมาตรา 1635
- ทายาทรับผิดในหนี้ของผู้ตายไม่เกินทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่ตน (มาตรา 1601) เว้นแต่ผูกพันกับหนี้นั้นในฐานะอื่นด้วย เช่น ผู้กู้ร่วมหรือผู้ค้ำประกัน
- การฟ้องเรียกมรดกมีอายุความ และจุดเริ่มนับต่างกันตามประเภทของสิทธิ หากเริ่มมีข้อโต้แย้ง ควรขอคำปรึกษาโดยเร็ว อย่ารอจนใกล้ครบปี
5 สิ่งที่ควรทำก่อน
ไม่ต้องจัดการทั้งกองมรดกให้จบภายในสัปดาห์แรก แต่บางเรื่องควรทำทันที
- แจ้งการตาย: แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งในท้องที่ ซึ่งโดยทั่วไปต้องทำภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาตายหรือพบศพ (มีข้อยกเว้นบางกรณี) นายทะเบียนจะออกมรณบัตรและบันทึกการตายในทะเบียนบ้าน หากเสียชีวิตในโรงพยาบาล โรงพยาบาลมักออกหนังสือรับรองการตายให้นำไปใช้แจ้ง
- ตรวจพินัยกรรม: ค้นเอกสารส่วนตัวของผู้ตาย สอบถามทนายความที่ผู้ตายเคยใช้ และตรวจที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ หากเคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองหรือฝากไว้ พินัยกรรมที่สมบูรณ์มีผลเฉพาะทรัพย์ที่ระบุไว้ ทรัพย์ส่วนที่ไม่ได้ระบุยังตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม และพินัยกรรมไม่ได้ลบล้างสิทธิของเจ้าหนี้
- ทำรายการทรัพย์และหนี้: จดโฉนด บัญชีเงินฝาก หุ้น กองทุน รถ ประกันชีวิต และหนี้ทุกประเภท พร้อมระบุว่าทรัพย์แต่ละรายการได้มาเมื่อไรและอย่างไร เพราะข้อมูลนี้ใช้แยกสินส่วนตัวออกจากสินสมรส
- แจ้งธนาคารและหยุดใช้บัญชีของผู้ตาย: ทำตามขั้นตอนลูกค้าเสียชีวิตของธนาคารแต่ละแห่ง อย่าใช้บัตร ATM แอปพลิเคชัน หรือรหัสผ่านของผู้ตายถอนเงิน แม้ทายาทคนอื่นจะเห็นด้วยก็ตาม
- คุยกับทายาท: ตกลงกันว่าใครจะเป็นผู้ติดต่อหน่วยงาน หรือใครจะยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดก หากจำเป็นต้องตั้ง ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยให้ทุกขั้นตอนง่ายขึ้น แต่ไม่ได้เป็นเงื่อนไขบังคับในทุกกรณี
ใครเป็นทายาท และได้ส่วนแบ่งเท่าไร
หากไม่มีพินัยกรรม หรือพินัยกรรมไม่ได้ครอบคลุมทรัพย์ทั้งหมด ทรัพย์ส่วนที่เหลือจะตกแก่ ทายาทโดยธรรม ตาม ป.พ.พ. ก่อนจะคำนวณว่าใครได้เท่าไร ต้องรู้ก่อนว่าอะไรคือกองมรดก
ขั้นแรก: แยกว่าทรัพย์ไหนเป็นของใคร
ถ้าผู้ตายจดทะเบียนสมรส ให้แยกทรัพย์ออกเป็นสองกลุ่ม
- สินส่วนตัวของผู้ตาย เช่น ทรัพย์ที่มีก่อนสมรส ของใช้ส่วนตัว และทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา (มาตรา 1471) ทั้งหมดนี้เข้ากองมรดก
- สินสมรส ซึ่งโดยหลักคือทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยไม่เข้าข้อยกเว้นข้างต้น เมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งตาย ให้แบ่งสินสมรสก่อน (มาตรา 1625) ครึ่งหนึ่งเป็นของคู่สมรสที่ยังมีชีวิตในฐานะเจ้าของ อีกครึ่งหนึ่งเป็นของผู้ตายและเข้ากองมรดก
ดังนั้น กองมรดก = สินส่วนตัวของผู้ตาย + ส่วนของผู้ตายในสินสมรส แล้วจึงชำระหนี้กองมรดก ยอดที่เหลือหลังชำระหนี้คือส่วนที่นำมาแบ่งได้จริง
คำว่า "คู่สมรส" ในบทความนี้รวมถึงคู่สมรสเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2025 ส่วนคู่ที่อยู่กินกันโดยไม่จดทะเบียน ไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะคู่สมรส
6 ลำดับทายาทโดยธรรม
มาตรา 1629 จัดทายาทไว้ 6 ลำดับ โดยหลักแล้ว ถ้ายังมีทายาทลำดับก่อน ทายาทลำดับถัดไปจะไม่ได้รับมรดก (มาตรา 1630) ข้อยกเว้นคือ บิดามารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ได้รับมรดกร่วมกับผู้สืบสันดาน โดยได้ส่วนแบ่งเท่ากับบุตรคนหนึ่ง
- ผู้สืบสันดาน: บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย บุตรนอกสมรสที่บิดารับรองแล้ว และบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียน
- บิดามารดา
- พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
- พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
- ปู่ ย่า ตา ยาย
- ลุง ป้า น้า อา
หลาน เหลน ไม่ได้รับมรดกพร้อมกับบุตรโดยอัตโนมัติ ผู้สืบสันดานชั้นที่ใกล้ชิดที่สุดได้รับก่อน (มาตรา 1631) หลานจะเข้ามาได้ก็ต่อเมื่อเข้ารับมรดกแทนที่บิดาหรือมารดาของตน เช่น ในกรณีที่บุตรของผู้ตายถึงแก่ความตายไปก่อน (มาตรา 1639 ประกอบหลักการรับมรดกแทนที่) และหลานจะได้รับเฉพาะส่วนที่บิดาหรือมารดาของตนควรได้
เรื่องบุตรนอกสมรส: การรับรองบุตรเพื่อสิทธิรับมรดก (มาตรา 1627) ไม่จำกัดเฉพาะการจดทะเบียน ศาลพิจารณาพฤติการณ์ของบิดาประกอบกัน เช่น การให้ใช้นามสกุล การส่งเสียเลี้ยงดู หรือการแสดงต่อผู้อื่นว่าเป็นบุตร ชื่อบิดาในสูติบัตรเป็นหลักฐานประกอบได้ แต่ไม่ได้พิสูจน์การรับรองโดยอัตโนมัติ และการรับรองเพื่อสิทธิรับมรดกเป็นคนละเรื่องกับการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายในทุกด้าน
ส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ยังมีชีวิต (มาตรา 1635)
ส่วนนี้เป็นสิทธิรับมรดก ซึ่งคู่สมรสได้รับ เพิ่มจาก ส่วนของตนเองในสินสมรส
| ทายาทอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่ | คู่สมรสได้ |
|---|---|
| มีผู้สืบสันดาน หรือผู้รับมรดกแทนที่ | เท่ากับบุตรหนึ่งคน (บิดามารดาที่ยังมีชีวิตก็ได้เท่าบุตรหนึ่งคนเช่นกัน) |
| ไม่มีผู้สืบสันดาน แต่มีบิดามารดา หรือมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน | กึ่งหนึ่งของกองมรดก |
| มีเพียงพี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา, ปู่ ย่า ตา ยาย หรือลุง ป้า น้า อา | สองในสามของกองมรดก |
| ไม่มีญาติทั้ง 6 ลำดับ | ทั้งหมด |
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติ: ผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรม มีคู่สมรสที่จดทะเบียนและบุตร 2 คน บิดามารดาของผู้ตายเสียชีวิตไปก่อนแล้ว ผู้ตายมีคอนโดที่ซื้อก่อนสมรสมูลค่า 1 ล้านบาท (สินส่วนตัว) บ้านและเงินฝากที่ได้มาระหว่างสมรสรวม 6 ล้านบาท (สินสมรส) และมีหนี้ส่วนตัวที่ต้องชำระจากกองมรดก 1 ล้านบาท
- แบ่งสินสมรส: คู่สมรสได้ 3 ล้านบาทในฐานะเจ้าของ ส่วนนี้ไม่ใช่มรดก อีก 3 ล้านบาทเป็นของผู้ตาย
- รวมกองมรดกและหักหนี้: 1 ล้าน (คอนโด) + 3 ล้าน (ส่วนของผู้ตายในสินสมรส) = 4 ล้านบาท หักหนี้ 1 ล้านบาท เหลือแบ่งได้ 3 ล้านบาท
- แบ่งมรดก: คู่สมรสได้เท่าบุตรหนึ่งคน จึงแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้คนละ 1 ล้านบาท
ผลคือ คู่สมรสได้รวม 4 ล้านบาท (3 ล้านจากสินสมรส และ 1 ล้านจากมรดก) บุตรได้คนละ 1 ล้านบาท ตัวเลขนี้ใช้ได้เฉพาะกับข้อสมมติข้างต้น หากมีบิดามารดาที่ยังมีชีวิต มีพินัยกรรม หรือมีหนี้ที่เป็นหนี้ร่วมระหว่างสมรส ผลการคำนวณจะเปลี่ยนไป
ต้องตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่
คำตอบขึ้นกับทรัพย์แต่ละรายการและหน่วยงานที่ถือทรัพย์นั้นอยู่ ใช้ตารางนี้เป็นจุดเริ่มต้น แล้วยืนยันกับหน่วยงานโดยตรงก่อนเตรียมเอกสาร
| ทรัพย์ | ช่องทางที่มี | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง | ยื่นผ่านผู้จัดการมรดก หรือให้ทายาทยื่นขอรับมรดกที่ สำนักงานที่ดิน ได้เองโดยไม่ต้องมีผู้จัดการมรดก | กรณีไม่มีผู้จัดการมรดก เจ้าหน้าที่จะประกาศ 30 วัน และตรวจสอบหลักฐานความเป็นทายาท หากมีผู้คัดค้าน อาจต้องไปยุติข้อพิพาทที่ศาล |
| รถยนต์ รถจักรยานยนต์ | ระเบียบกรมการขนส่งทางบกรองรับการโอนทางมรดก ทั้งกรณีมีและไม่มีพินัยกรรมหรือผู้จัดการมรดก | ต้องใช้หลักฐานความเป็นทายาทและความยินยอมของทายาทตามที่ระเบียบกำหนด สอบถามสำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียนไว้ |
| บัญชีเงินฝาก | แล้วแต่ธนาคาร บางแห่งมีขั้นตอนจ่ายเงินให้ทายาทหรือผู้รับพินัยกรรมโดยตรงในบางกรณี บางกรณีต้องใช้คำสั่งศาล | เงื่อนไขและวงเงินต่างกันไปในแต่ละธนาคารและอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรขอรายการเอกสารจากสาขาเป็นลายลักษณ์อักษร |
| หุ้นและหลักทรัพย์ที่ฝากกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) | ใช้คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก | แบบคำขอของ TSD กำหนดให้แนบคำสั่งศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด |
| เงินสด ทองคำ ของมีค่าที่ไม่มีทะเบียน | ทายาทตกลงแบ่งกันเองได้ | ควรทำบันทึกข้อตกลงไว้ และต้องคำนึงถึงหนี้กองมรดกก่อนแบ่ง |
การตั้งผู้จัดการมรดกยังมีประโยชน์แม้ไม่ถูกบังคับ เช่น เมื่อมีทรัพย์หลายประเภท ทายาทจำนวนมาก ทายาทบางคนอยู่ต่างประเทศหรือติดต่อไม่ได้ หรือเมื่อมีหนี้ที่ต้องจัดการอย่างเป็นระบบ
ถ้าต้องตั้ง: ช่องทางยื่น เอกสาร และขั้นตอนในศาล
หากต้องการคู่มือฉบับละเอียดเรื่องการตั้งผู้จัดการมรดก ส่วนนี้สรุปเฉพาะสิ่งที่ต้องตัดสินใจ
เลือกช่องทางยื่น
- ยื่นด้วยตนเอง ผ่านระบบ e-Filing สำหรับประชาชน ซึ่งเป็นระบบยื่นคำฟ้องและคำร้องทางอิเล็กทรอนิกส์ของศาลยุติธรรม ใช้ได้เฉพาะคดีที่เข้าเงื่อนไขตามที่ศาลกำหนด เช่น คดีที่ไม่มีข้อพิพาท ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดก่อนยื่น
- ขอความช่วยเหลือจากสำนักงานอัยการ ผ่านสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ไม่มีค่าทนายความ แต่โดยทั่วไปอัยการรับดำเนินการในกรณีที่ทายาทไม่ขัดแย้งกัน และอาจขอหนังสือยินยอมจากทายาท
- ใช้ทนายความ เหมาะกับกรณีที่มีผู้คัดค้าน ทรัพย์ซับซ้อน หรือข้อเท็จจริงเรื่องทายาทยังไม่ชัด
ศาลที่มีเขตอำนาจ
ยื่นต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย หากผู้ตายไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ให้ยื่นต่อศาลที่ทรัพย์มรดกตั้งอยู่ (ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา)
เอกสารที่ควรเตรียม
ตารางนี้เป็นรายการตั้งต้น ศาลหรืออัยการอาจขอเอกสารเพิ่มตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี
| หมวดหมู่ | เอกสารที่ต้องใช้ | จุดที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|---|
| เอกสารผู้ตาย | มรณบัตร, ทะเบียนบ้านที่จำหน่ายชื่อแล้ว, ทะเบียนสมรสหรือใบหย่า, พินัยกรรม (ถ้ามี) | ชื่อ การสะกด และเลขประจำตัวประชาชนต้องตรงกันทุกฉบับ |
| เอกสารทายาท | บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของทายาท, บัญชีเครือญาติ, หนังสือให้ความยินยอม (ถ้ามี) | หนังสือยินยอมช่วยให้คดีเดินเร็วขึ้น และมักจำเป็นเมื่อใช้ช่องทางอัยการหรือช่องทางออนไลน์แบบไม่มีข้อพิพาท แต่ไม่ใช่เงื่อนไขทางกฎหมายในการขอตั้งผู้จัดการมรดกทุกกรณี |
| เอกสารทรัพย์สิน | โฉนดที่ดิน (น.ส.4 จ.), หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.), สมุดบัญชีเงินฝาก, ทะเบียนรถ, หลักฐานการถือหุ้น | น.ส.3 ก. เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ไม่ใช่โฉนด ให้ระบุประเภทเอกสารให้ถูกต้อง และแสดงทรัพย์ที่เป็นเหตุให้ต้องตั้งผู้จัดการมรดก |
ค่าใช้จ่าย: ตามแนวทางที่สำนักงานอัยการเผยแพร่ ค่าธรรมเนียมศาลสำหรับคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกคือ 200 บาท และมีค่าส่งหมายหรือค่าประกาศตามอัตราที่ศาลกำหนด จำนวนนี้ยังไม่รวมค่าทนายความหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่ขึ้นกับคดี ควรตรวจอัตราปัจจุบันกับศาลที่จะยื่น
คุณสมบัติของผู้จัดการมรดก (มาตรา 1718): ต้องบรรลุนิติภาวะ ซึ่งโดยปกติคืออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือบรรลุนิติภาวะเมื่อสมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 20) ต้องไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถตามคำสั่งศาล และต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
ขั้นตอนในศาลกรณีไม่มีผู้คัดค้าน
- ยื่นคำร้อง: ยื่นที่ศาลโดยตรงหรือผ่าน e-Filing พร้อมเอกสารและค่าธรรมเนียม
- ศาลประกาศนัดไต่สวน: ศาลประกาศคำร้องและวันนัดผ่านระบบ e-Notice ซึ่งเป็นระบบประกาศทางอิเล็กทรอนิกส์ของศาลยุติธรรม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบและมีโอกาสคัดค้าน ระยะเวลาประกาศเป็นไปตามที่ศาลสั่งและหลักการส่งหมายโดยวิธีอื่นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 ซึ่งโดยปกติมีผลเมื่อพ้น 15 วัน
- ไต่สวน: ผู้ร้องเบิกความยืนยันความสัมพันธ์กับผู้ตาย รายชื่อทายาท และเหตุที่ต้องตั้งผู้จัดการมรดก
- ศาลมีคำสั่งและคดีถึงที่สุด: โดยปกติคู่ความมีเวลาอุทธรณ์ 1 เดือน เมื่อพ้นกำหนดและไม่มีการอุทธรณ์ จึงขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดได้ หากมีการขอขยายเวลาหรือมีการอุทธรณ์ ขั้นตอนนี้จะช้าออกไป
- ดำเนินการทางทะเบียน: นำคำสั่งศาลและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดไปติดต่อธนาคาร สำนักงานที่ดิน หรือ TSD
ระยะเวลารวมแตกต่างกันตามศาลและปริมาณคดี กรณีไม่มีผู้คัดค้านโดยทั่วไปนับเป็นเดือน ควรสอบถามประมาณการจากศาลที่ยื่น แทนการยึดตัวเลขกลางตัวเลขเดียว
หน้าที่ของผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมรดกเป็นผู้จัดการทรัพย์แทนทายาททั้งหมด ไม่ใช่เจ้าของมรดก กฎหมายกำหนดหน้าที่หลักไว้ดังนี้
- ทำบัญชีทรัพย์มรดก (มาตรา 1728–1729): ต้องเริ่มทำภายใน 15 วัน และทำให้เสร็จภายใน 1 เดือน ผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้งเริ่มนับจากวันที่ได้รู้ถึงคำสั่งศาล หากทำไม่ทัน ขอขยายเวลาต่อศาลได้โดยต้องขอก่อนครบกำหนด บัญชีต้องมีพยานรับรองอย่างน้อย 2 คน ซึ่งต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาท
- ชำระหนี้ก่อนแบ่ง: ชำระหนี้ของกองมรดกที่มีหลักฐานจากทรัพย์มรดก หากเงินสดไม่พอ อาจต้องขายทรัพย์บางรายการ
- จัดการและแบ่งมรดกให้เสร็จ (มาตรา 1732): ต้องจัดการมรดกและแบ่งปันให้เสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันที่เริ่มนับตามมาตรา 1728 เว้นแต่ผู้ทำพินัยกรรม ทายาทโดยเสียงข้างมาก หรือศาลจะกำหนดเวลาไว้เป็นอย่างอื่น
- ความรับผิดทางอาญา: การใส่ชื่อตนเองในทะเบียนหรือการแบ่งล่าช้าไม่ได้เป็นความผิดในตัวเอง แต่หากผู้จัดการมรดกเบียดบังทรัพย์มรดกไปโดยทุจริต หรือทำผิดหน้าที่โดยทุจริตจนเกิดความเสียหาย อาจมีความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352–353 หากข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบ และหากกระทำในฐานะผู้จัดการทรัพย์ตามคำสั่งศาลหรือพินัยกรรม มาตรา 354 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เมื่อทายาทตกลงกันไม่ได้
ข้อพิพาทส่วนใหญ่เกิดจากสามเรื่อง คือใครควรเป็นผู้จัดการมรดก ทรัพย์ชิ้นใดเป็นมรดกจริง และพินัยกรรมถูกต้องหรือไม่ ทางเลือกต่อไปนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ตามลำดับเสมอไป
คัดค้านคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
ทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำคัดค้านได้ เช่น เมื่อเห็นว่าผู้ร้องมีส่วนได้เสียขัดกับทายาทอื่น หรืออาจไม่จัดการทรัพย์อย่างโปร่งใส ควรยื่นก่อนหรือในวันนัดไต่สวน เมื่อมีคำคัดค้าน คำร้องจะกลายเป็นคดีมีข้อพิพาท และศาลอาจตั้งผู้ร้อง ผู้คัดค้าน หรือตั้งทั้งสองฝ่ายให้จัดการร่วมกันก็ได้
ไกล่เกลี่ย
ศาลอาจเสนอหรือจัดให้มีการไกล่เกลี่ยผ่านศูนย์ไกล่เกลี่ยประจำศาล หากตกลงกันได้ คู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลจะพิพากษาตามยอมเมื่อเห็นว่าข้อตกลงไม่ขัดต่อกฎหมาย (ป.วิ.พ. มาตรา 138) ข้อตกลงจึงมีผลผูกพันในรูปของคำพิพากษา ไม่ใช่เพียงเพราะคู่ความลงชื่อแล้วเท่านั้น
ฟ้องคดีมรดกและอายุความ
หากต้องฟ้องเรียกส่วนแบ่ง ให้ตรวจอายุความตามมาตรา 1754 ทันที
- ทายาทโดยธรรม: ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย หรือนับแต่ทายาทได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตาย แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย
- สิทธิตามพินัยกรรม: ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงสิทธิตามพินัยกรรม แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย
- ข้อยกเว้นสำคัญ (มาตรา 1748): ทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง ไม่ว่าครอบครองเองหรือมีผู้ครอบครองแทน อาจเรียกให้แบ่งได้แม้พ้น 1 ปีแล้ว
การนับอายุความขึ้นกับข้อเท็จจริงหลายประการ หากใกล้ครบ 1 ปีนับแต่วันตาย ควรให้ทนายความประเมินก่อน อย่าสรุปเองว่าสิทธิยังอยู่หรือหมดไปแล้ว
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- "ลูกคนโตหรือคู่สมรสเป็นผู้จัดการมรดกโดยอัตโนมัติ" ไม่มีกฎหมายแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามลำดับการเกิดหรือสถานะคู่สมรส ผู้จัดการมรดกมาจากพินัยกรรมหรือคำสั่งศาลเท่านั้น แม้ทรัพย์บางประเภทจะโอนได้โดยไม่ต้องมีผู้จัดการมรดกเลยก็ตาม
- "หนี้พ่อแม่ตกทอดถึงลูกทั้งหมด" ทายาทรับผิดไม่เกินทรัพย์มรดกที่ตกทอดแก่ตน สมมติผู้ตายมีหนี้ 3 ล้านบาท แต่กองมรดกมีเพียง 1 ล้านบาท เจ้าหนี้บังคับได้จากกองมรดกรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท ทายาทแต่ละคนรับผิดไม่เกินส่วนที่ตนได้รับ ไม่ใช่คนละ 1 ล้านบาท ข้อจำกัดนี้ใช้กับความรับผิดในฐานะทายาทเท่านั้น หากทายาทเป็นผู้กู้ร่วมหรือผู้ค้ำประกัน ยังต้องรับผิดตามสัญญานั้นแยกต่างหาก
- "ลูกนอกสมรสไม่มีสิทธิรับมรดกของพ่อ" บุตรนอกสมรสที่บิดารับรองแล้วมีสิทธิเช่นเดียวกับผู้สืบสันดานอื่น แต่ต้องพิสูจน์การรับรองจากพฤติการณ์ของบิดาประกอบกัน ดังที่อธิบายไว้ในหัวข้อลำดับทายาท ส่วนมรดกของมารดา บุตรมีสิทธิอยู่แล้วโดยไม่ต้องรับรอง
คำถามที่พบบ่อย
หากมีเฉพาะเงินสด ทองคำ หรือของสะสม ต้องตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่?
โดยทั่วไปไม่ต้อง ทรัพย์ที่ไม่มีทะเบียนกรรมสิทธิ์ ทายาทตกลงแบ่งกันเองได้ ควรทำบันทึกข้อตกลงไว้ แต่ก่อนแบ่งต้องตรวจให้ครบว่าผู้ตายมีหนี้ที่ต้องชำระหรือไม่ และมีพินัยกรรมที่ยกทรัพย์เหล่านี้ให้ใครหรือไม่ ข้อตกลงในครอบครัวไม่ได้ตัดสิทธิของเจ้าหนี้
ทายาทบางคนไม่ยอมเซ็นหนังสือยินยอม ยังยื่นคำร้องได้หรือไม่?
ได้ แต่อาจใช้ช่องทางอัยการหรือช่องทางออนไลน์แบบไม่มีข้อพิพาทไม่ได้ ผู้ร้องควรระบุให้ศาลทราบว่ามีทายาทคนใดไม่ยินยอม เมื่อทายาทคนนั้นได้รับแจ้งโดยชอบแล้ว ศาลดำเนินการต่อได้แม้ทายาทจะไม่มาศาล แต่การไม่มาศาลไม่ได้แปลว่ายินยอม และไม่ได้ทำให้ทายาทคนนั้นเสียสิทธิรับมรดก
บัญชีธนาคารของผู้ตายจะถูกระงับเมื่อใด และใช้บัตร ATM ต่อได้หรือไม่?
นโยบายของแต่ละธนาคารต่างกัน ครอบครัวควรแจ้งการเสียชีวิตต่อธนาคารและทำตามขั้นตอนลูกค้าเสียชีวิตของธนาคารนั้น ไม่ควรใช้บัตร แอปพลิเคชัน หรือรหัสผ่านของผู้ตายถอนหรือโอนเงิน แม้ทายาทคนอื่นจะยินยอม เพราะความยินยอมระหว่างทายาทไม่ได้ทำให้มีอำนาจใช้บัญชีของผู้ตาย การกระทำเช่นนี้อาจนำไปสู่ข้อพิพาททางแพ่ง และอาจเป็นความผิดอาญา ขึ้นอยู่กับการกระทำ อำนาจที่มี และเจตนาทุจริตในแต่ละกรณี
เมื่อไรควรปรึกษาทนายความ
ถ้าทรัพย์ไม่ซับซ้อนและทายาทตกลงกันได้ หลายครอบครัวจัดการเองหรือใช้บริการอัยการก็เพียงพอ แต่ควรปรึกษาทนายความเมื่อเจอสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งต่อไปนี้
- มีพินัยกรรมมากกว่าหนึ่งฉบับ หรือมีคนสงสัยว่าพินัยกรรมปลอมหรือไม่สมบูรณ์
- ติดต่อทายาทบางคนไม่ได้ หรือไม่แน่ใจว่าใครเป็นทายาทบ้าง เช่น มีบุตรนอกสมรสหรือบุตรบุญธรรม
- มีข้อโต้แย้งว่าทรัพย์เป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส
- สงสัยว่ามีผู้เบียดบังหรือโอนทรัพย์มรดกไปแล้ว
- ใกล้ครบ 1 ปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกเสียชีวิต และยังไม่ได้รับส่วนแบ่ง
เมื่อไปพบทนายความ ให้นำมรณบัตร ทะเบียนสมรส พินัยกรรม (ถ้ามี) รายชื่อทายาทพร้อมความสัมพันธ์ และรายการทรัพย์กับหนี้ที่ระบุวันที่ได้มาติดตัวไปด้วย ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ประเมินช่องทางและค่าใช้จ่ายได้ตั้งแต่การพบครั้งแรก
หากมีข้อพิพาทหรือเริ่มส่อเค้าว่าจะต้องขึ้นศาล ค้นหาและติดต่อ ทนายความด้านคดีและข้อพิพาทในไทย ผ่าน Lawzana เพื่อขอคำประเมินเอกสารและแนวทางดำเนินคดีมรดก