ปรับปรุงเนื้อหาด้านกฎหมายล่าสุด: ตุลาคม 2569
อีกฝ่ายหยุดโอนเงินค่าเลี้ยงดูลูก หรือไม่เคยจ่ายเลยตั้งแต่แยกทางกัน ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรต่อ ให้ดูก่อนว่าคุณมีคำพิพากษาหรือคำพิพากษาตามยอมแล้วหรือยัง เพราะสองกรณีนี้มีขั้นตอนต่อไปไม่เหมือนกัน
- มีคำพิพากษาแล้วแต่ไม่จ่าย: ไม่ต้องฟ้องใหม่ ให้ขอบังคับคดีจากคำพิพากษาเดิม ดูหัวข้อถัดไป
- ยังไม่มีคำพิพากษา: รวมถึงกรณีที่เคยตกลงกันเองเป็นหนังสือหรือแค่ตกลงกันปากเปล่า ต้องให้ศาลกำหนดค่าเลี้ยงดูก่อน ดูหัวข้อ ยังไม่มีคำพิพากษา
มีคำพิพากษาแล้วแต่อีกฝ่ายไม่จ่าย: ขอบังคับคดี
คำพิพากษาของศาลและคำพิพากษาตามยอมที่ได้จากการไกล่เกลี่ยในศาลนำไปบังคับคดีได้ แต่สัญญาที่พ่อแม่ทำกันเองนอกศาลยังไม่ใช่คำพิพากษา หากอีกฝ่ายผิดสัญญา ต้องนำสัญญานั้นไปฟ้องให้ศาลมีคำพิพากษาก่อน จึงจะบังคับคดีได้
ขั้นตอนก่อนยึดหรืออายัดทรัพย์
- ตรวจว่าลูกหนี้ผิดนัดตามคำพิพากษาจริง: เทียบวันครบกำหนดและจำนวนเงินในคำพิพากษากับยอดที่ได้รับจริง โดยทั่วไปศาลจะออกคำบังคับให้ลูกหนี้ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อน
- ยื่นคำขอออกหมายบังคับคดี: เมื่อพ้นระยะเวลาตามคำบังคับแล้วลูกหนี้ยังไม่ปฏิบัติ เจ้าหนี้ยื่นคำขอต่อศาลที่พิพากษาคดี เพื่อออกหมายบังคับคดีและตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี
- ตั้งเรื่องที่ กรมบังคับคดี: เจ้าหนี้ต้องแจ้งข้อมูลทรัพย์สินหรือรายได้ที่จะยึดหรืออายัด เช่น ชื่อนายจ้าง ธนาคารและเลขบัญชี หรือทะเบียนรถ เจ้าพนักงานจะไม่ไล่อายัดทุกบัญชีให้เองโดยอัตโนมัติ
ระหว่างรอ ให้ทำบัญชีค้างชำระไว้ตั้งแต่งวดแรกที่ขาด ตัวอย่างข้างล่างเป็นกรณีสมมติที่ศาลสั่งให้จ่ายเดือนละ 5,000 บาท ภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน
| วันครบกำหนด | ยอดที่ต้องจ่าย | ยอดที่ได้รับจริง | ยอดค้างสะสม |
|---|---|---|---|
| 5 กรกฎาคม | 5,000 | 5,000 | 0 |
| 5 สิงหาคม | 5,000 | 2,000 | 3,000 |
| 5 กันยายน | 5,000 | 0 | 8,000 |
| 5 ตุลาคม | 5,000 | 0 | 13,000 |
แนบสลิปหรือรายการเดินบัญชีของเดือนที่ได้รับเงินไว้ด้วย บัญชีแบบนี้ช่วยให้ยอดที่ขอบังคับคดีตรงกับหลักฐาน และช่วยลดข้อโต้แย้งว่าจ่ายครบแล้ว
ช่องทางบังคับคดีที่ใช้ได้
- อายัดเงินเดือนและรายได้ประจำ: คดีค่าเลี้ยงดูไม่ได้ใช้เพดานคุ้มครองเงินเดือนแบบหนี้แพ่งทั่วไปเพียงอย่างเดียว มาตรา 154 แห่ง พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ให้ศาลกำหนดจำนวนที่อายัดได้จากสิทธิเรียกร้องเป็นเงินที่ปกติได้รับความคุ้มครอง โดยคำนึงถึงภาระที่ลูกหนี้ต้องเลี้ยงดูครอบครัว ส่วนมาตรา 162 เปิดช่องให้ศาลสั่งอายัดรายได้ที่ลูกหนี้ได้รับเป็นประจำ จำนวนที่อายัดได้จริงจึงขึ้นกับคำสั่งศาลในคดีนั้น
- อายัดเงินฝาก: อายัดได้เฉพาะบัญชีที่เจ้าหนี้ระบุและเจ้าพนักงานดำเนินการอายัด ยิ่งรู้ชื่อธนาคารและสาขาชัดเจน ยิ่งตั้งเรื่องได้เร็ว
- ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด: เช่น รถยนต์ ที่ดิน หรือห้องชุดที่เป็นของลูกหนี้ เพื่อนำเงินมาชำระยอดค้าง
- การกักขังเพื่อบังคับให้ปฏิบัติตาม: ตามมาตรา 162 ศาลอาจเรียกลูกหนี้มาสอบถามและตักเตือน หากยังไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจสั่งกักขังได้ครั้งละไม่เกิน 15 วัน มาตรการนี้มีไว้กดดันให้จ่าย ไม่ใช่การติดคุกแทนการชำระหนี้ ยอดค้างยังคงต้องจ่าย
อย่าปล่อยให้ยอดค้างนานเกินไป
มาตรา 274 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กำหนดให้ขอบังคับคดีภายใน 10 ปี สำหรับค่าเลี้ยงดูที่กำหนดให้จ่ายเป็นงวด ระยะเวลานี้โดยทั่วไปนับแยกจากวันที่แต่ละงวดถึงกำหนดชำระและบังคับได้ งวดที่ค้างนานที่สุดจึงเสี่ยงหมดสิทธิบังคับคดีก่อน
ยังไม่มีคำพิพากษา: ตรวจสถานะความเป็นบิดาก่อนฟ้อง
ตามมาตรา 1546 และ 1547 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เด็กที่เกิดจากหญิงซึ่งไม่ได้จดทะเบียนสมรสเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของแม่ ส่วนพ่อจะเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายได้ใน 3 ทาง คือ พ่อแม่จดทะเบียนสมรสกันภายหลัง พ่อจดทะเบียนรับรองบุตร หรือศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตร
- จดทะเบียนสมรส หรือพ่อเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายแล้ว: ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้โดยตรง ไม่ต้องฟ้องเรื่องความเป็นบุตรซ้ำ
- พ่อยังไม่ได้เป็นบิดาชอบด้วยกฎหมาย: อาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรพร้อมเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูในคดีเดียวกันได้
การจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียนไม่ได้ขึ้นกับความเต็มใจของพ่อฝ่ายเดียว ต้องได้รับความยินยอมจากแม่และเด็กด้วย หากแม่หรือเด็กไม่ให้ความยินยอม หรือให้ความยินยอมไม่ได้ เช่น เด็กยังเล็กเกินกว่าจะแสดงเจตนาได้ ต้องอาศัยคำพิพากษาของศาล
ใครเป็นผู้ฟ้อง
คดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรเป็นสิทธิของเด็ก ตามมาตรา 1556 ถ้าเด็กอายุยังไม่ถึง 15 ปี ผู้แทนโดยชอบธรรม ซึ่งมักเป็นแม่ จะฟ้องแทนเด็ก ถ้าเด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป เด็กต้องฟ้องเอง ส่วนการเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูมีหลักเรื่องผู้มีสิทธิฟ้องแยกไว้ในมาตรา 1565 ก่อนยื่นฟ้อง จึงควรระบุให้ชัดว่าแต่ละคำขอยื่นในนามใครและในฐานะใด
หลักฐานที่ช่วยพิสูจน์ความเป็นบิดา
- สูติบัตรที่มีชื่อบิดา การให้ใช้นามสกุล หรือการเป็นผู้แจ้งเกิด: ใช้เป็นพยานหลักฐานได้ แต่ไม่ได้ทำให้พ่อเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายโดยอัตโนมัติ
- พฤติการณ์ที่แสดงว่ารับเป็นลูก: เช่น จ่ายค่าคลอด มีชื่อเป็นผู้ปกครองในเอกสารโรงเรียน หรือแนะนำเด็กกับผู้อื่นว่าเป็นลูก
- ข้อความสนทนา สลิปโอนเงินในอดีต และภาพถ่ายครอบครัว: ช่วยแสดงทั้งความสัมพันธ์และระดับการส่งเสียที่เคยเกิดขึ้นจริง
- การตรวจดีเอ็นเอ: ศาลสั่งตรวจพิสูจน์ได้ ถ้าคู่ความปฏิเสธหรือขัดขวางการตรวจโดยไม่มีเหตุอันสมควร มาตรา 160 แห่ง พ.ร.บ. ศาลเยาวชนฯ ให้ศาลสันนิษฐานข้อเท็จจริงที่พิพาทไปในทางที่เป็นผลเสียแก่ฝ่ายนั้นได้ ข้อสันนิษฐานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการชั่งน้ำหนักพยาน ไม่ใช่คำตัดสินสำเร็จรูปว่าเป็นบิดา
ศาลกำหนดค่าเลี้ยงดูจากอะไร
มาตรา 1598/38 ให้ศาลพิจารณา ความสามารถของผู้มีหน้าที่จ่าย ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์แห่งกรณี ไม่มีอัตราร้อยละของเงินเดือนที่ใช้กับทุกคดี
ตัวเลขที่ขอควรมีที่มาที่ไป ใบเสร็จและเอกสารการเงินทำให้คำขอมีน้ำหนัก แต่ไม่ใช่หลักฐานประเภทเดียวที่ศาลรับฟังได้ ค่าใช้จ่ายบางรายการ เช่น ค่าอาหารรายวัน อาจอธิบายด้วยบัญชีรายจ่ายที่จดสม่ำเสมอประกอบคำเบิกความ
| หมวดค่าใช้จ่าย | รายการตัวอย่าง | ตัวอย่างหลักฐานประกอบ |
|---|---|---|
| การดำรงชีพและที่อยู่อาศัย | ค่าอาหาร ค่านม เสื้อผ้า ค่าน้ำ ค่าไฟ ส่วนแบ่งค่าเช่าบ้าน | ใบเสร็จ บิลค่าน้ำค่าไฟ สัญญาเช่า สลิปโอนเงิน บัญชีรายจ่ายรายวัน |
| การศึกษา | ค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน ค่ารถรับส่ง ค่าเรียนพิเศษที่จำเป็น | ใบแจ้งหนี้โรงเรียน ใบเสร็จรับเงิน ใบเสร็จสถาบันกวดวิชา |
| การรักษาพยาบาล | ค่าวัคซีน ประกันสุขภาพ ค่ายารักษาโรคประจำตัว | ใบเสร็จโรงพยาบาล กรมธรรม์ประกันภัย ใบรับรองแพทย์ |
| พัฒนาการและการเรียนรู้ | กิจกรรมเสริมทักษะ กีฬา ดนตรี | หลักฐานการสมัคร ใบเสร็จค่าธรรมเนียม |
ตัวอย่างสมมติของงบรายเดือน: ค่าอาหาร 4,000 บาท ส่วนแบ่งค่าที่อยู่อาศัยและค่าสาธารณูปโภค 2,500 บาท ค่าการศึกษา 3,500 บาท รวม 10,000 บาท ตัวเลขนี้ใช้แสดงวิธีจัดหมวดเท่านั้น ไม่ใช่อัตรามาตรฐานและไม่ใช่การคาดการณ์ว่าศาลจะกำหนดเท่าใด ศาลอาจให้พ่อและแม่แบ่งกันรับภาระตามความสามารถของแต่ละฝ่าย
สำหรับรายได้ของอีกฝ่าย คู่ความแต่ละฝ่ายควรนำหลักฐานของตนมาแสดง เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน รายการเดินบัญชีธนาคาร และหลักฐานภาระหนี้ ถ้าเอกสารอยู่ในความครอบครองของอีกฝ่ายหรือของนายจ้าง อาจขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารได้ หากอีกฝ่ายไม่มีงานประจำหรือรับเงินสด ทรัพย์สิน รถที่ใช้ และวิถีชีวิตอาจช่วยแสดงความสามารถที่แท้จริงได้ ในทางกลับกัน หากผู้จ่ายไม่มีความสามารถจริงและพิสูจน์ได้ ศาลก็นำข้อเท็จจริงนั้นมาประกอบการกำหนดจำนวนเงินได้เช่นกัน
ฟ้องที่ไหน เสียค่าใช้จ่ายอะไร และต้องมีทนายไหม
ฟ้องที่ไหน
คดีค่าเลี้ยงดูอยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัว ตามมาตรา 4(1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คดีที่มีข้อพิพาทโดยทั่วไปให้ยื่นต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือศาลที่มูลคดีเกิด ส่วนคดีที่ยื่นเป็นคำร้องขอ มาตรา 4(2) ให้ยื่นต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาหรือที่มูลคดีเกิด ภูมิลำเนาของเด็กอาจเกี่ยวข้องในบางข้อเท็จจริง แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่ใช้ได้เสมอ ก่อนยื่นจึงควรตรวจเขตอำนาจศาลสำหรับคำขอแต่ละข้อในคดีของคุณ
ค่าใช้จ่าย
มาตรา 155 แห่ง พ.ร.บ. ศาลเยาวชนฯ ยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าฤชาธรรมเนียมในคดีเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู แต่ค่าใช้จ่ายที่คุณก่อขึ้นเองยังต้องรับภาระ เช่น ค่าทนายความที่ว่าจ้างเอง ค่าเดินทาง และค่าจัดเตรียมเอกสาร
ต้องมีทนายไหม
ไม่บังคับ มาตรา 157 อนุญาตให้แถลงข้อเท็จจริงด้วยวาจาเพื่อให้ศาลจดบันทึกได้ และมาตรา 158 เปิดช่องให้ขอให้ศาลแต่งตั้งทนายความให้ อย่างไรก็ตาม ทนายความที่ชำนาญคดีครอบครัวช่วยได้มากเมื่อมีเรื่องความเป็นบิดาต้องพิสูจน์ อีกฝ่ายปิดบังรายได้ หรือมีทรัพย์สินหลายแห่ง
ขั้นตอนในศาลเยาวชนและครอบครัว
- ยื่นคำฟ้องหรือแถลงด้วยวาจา: ระบุความสัมพันธ์ ช่วงเวลาที่ไม่ได้รับการส่งเสีย และบัญชีค่าใช้จ่ายของเด็ก ถ้าจำเป็นต้องได้เงินระหว่างพิจารณา ให้ขอคุ้มครองชั่วคราวไปพร้อมกัน
- ไกล่เกลี่ย: มาตรา 148 ให้ศาลส่งเสริมการไกล่เกลี่ย หากตกลงกันได้ ศาลจะตรวจว่าข้อตกลงชอบด้วยกฎหมายและเป็นประโยชน์ต่อเด็กก่อนพิพากษาตามยอม ในบางคดีศาลอาจให้ทดลองปฏิบัติตามข้อตกลงไปช่วงหนึ่งก่อน
- สืบพยาน: หากตกลงกันไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายนำพยานเรื่องรายได้ ค่าใช้จ่าย และความเป็นบิดา (ถ้ามีข้อโต้แย้ง) เข้าสืบ
- คำพิพากษา: ศาลกำหนดจำนวนเงิน วิธีชำระ และระยะเวลา เช่น โอนเข้าบัญชีภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน
ระหว่างรอคำพิพากษา ขอความช่วยเหลือได้อย่างไร
เด็กยังต้องกินต้องใช้ระหว่างที่คดีดำเนินอยู่ มาตรา 159 แห่ง พ.ร.บ. ศาลเยาวชนฯ ให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการชั่วคราวเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ เช่น ให้จ่ายเงินจำนวนหนึ่งไปก่อน ศาลจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงและความจำเป็นของเด็ก จึงควรยื่นคำขอพร้อมหลักฐานรายจ่ายที่เร่งด่วนตั้งแต่ต้น
ขอปรับเพิ่มหรือลดค่าเลี้ยงดูในภายหลัง
มาตรา 1598/39 ให้คู่ความยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้เมื่อพฤติการณ์เปลี่ยนไป ทั้งการเพิ่ม ลด หรืองดค่าเลี้ยงดู
- เหตุที่มักใช้ขอเพิ่ม: ลูกขึ้นชั้นเรียนที่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น มีค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง หรือผู้จ่ายมีรายได้สูงขึ้นอย่างชัดเจน
- เหตุที่มักใช้ขอลด: ผู้จ่ายตกงาน เจ็บป่วยร้ายแรง ทุพพลภาพ หรือรายได้ลดลงจนจ่ายอัตราเดิมไม่ได้โดยไม่กระทบการยังชีพขั้นพื้นฐาน
คำร้องต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอแสดงว่าพฤติการณ์เปลี่ยนไปอย่างไร การยืนยันลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานสนับสนุนมีโอกาสได้รับอนุญาตน้อย และระหว่างรอศาลมีคำสั่งใหม่ คำพิพากษาเดิมยังมีผลบังคับ
เรื่องที่มักเข้าใจผิด
- "ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เรียกเงินไม่ได้": ไม่จริง ดูหัวข้อ ตรวจสถานะความเป็นบิดา
- "เคยตกลงว่าไม่เอาเงินแล้ว ฟ้องไม่ได้": มาตรา 1598/41 กำหนดว่าสิทธิได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูสละไม่ได้ ข้อตกลงของพ่อแม่จึงตัดสิทธิของเด็กไม่ได้ แต่สิทธิของพ่อหรือแม่ที่จะเรียกเงินที่ตนออกไปก่อนคืนเป็นประเด็นแยกต่างหากที่ควรปรึกษาเป็นรายกรณี
- "แจ้งตำรวจให้จับได้เลย": การไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุให้ตำรวจจับกุมในทางอาญา การกักขังเกิดขึ้นได้ตามกระบวนการบังคับคดีของศาลที่อธิบายไว้ข้างต้น ตำรวจอาจเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะผู้ปฏิบัติตามหมายที่ศาลออกเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
ลูกอายุเกิน 20 ปีแล้ว ยังเรียกค่าเลี้ยงดูได้หรือไม่
หน้าที่ตามกฎหมายสิ้นสุดเมื่อบุตรบรรลุนิติภาวะ เว้นแต่บุตรทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองไม่ได้ตามมาตรา 1564 การยังเรียนอยู่เพียงอย่างเดียวไม่เข้าข้อยกเว้นนี้ หากพ่อแม่ตกลงกันให้ส่งเสียจนจบปริญญาตรี และข้อตกลงนั้นอยู่ในคำพิพากษาตามยอม ก็บังคับตามข้อตกลงได้ภายในขอบเขตที่ตกลงกันไว้ แต่ข้อตกลงดังกล่าวเป็นภาระตามสัญญา ไม่ได้ขยายหน้าที่ตามกฎหมายโดยทั่วไป
อีกฝ่ายไม่มีงานประจำหรือรับเงินสด ศาลจะคิดเงินอย่างไร
ไม่มีสูตรคำนวณจากค่าแรงขั้นต่ำ ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานที่นำมาแสดง เช่น ทรัพย์สิน รถที่ใช้ รายการเงินเข้าออกบัญชี หรือรูปแบบการใช้ชีวิต เมื่อรายได้ไม่ปรากฏในเอกสาร งานของฝ่ายผู้ฟ้องคือรวบรวมข้อเท็จจริงเหล่านี้ให้มากที่สุด
ฟ้องแล้วนานเท่าไรจึงจะได้เงิน
ไม่มีระยะเวลาที่รับรองได้ ขึ้นกับว่าตกลงกันได้ในชั้นไกล่เกลี่ยหรือต้องสืบพยาน มีประเด็นความเป็นบิดาหรือการตรวจดีเอ็นเอหรือไม่ และตารางนัดของแต่ละศาล ที่สำคัญ วันที่ได้คำพิพากษาไม่ใช่วันที่ได้เงินเสมอไป หากอีกฝ่ายไม่จ่ายตามคำพิพากษาก็ต้องใช้เวลาบังคับคดีเพิ่ม ถ้าต้องการเงินระหว่างนั้น ให้ขอคำสั่งชั่วคราว
ก่อนไปปรึกษาทนายความ
เตรียมคำตอบสำหรับ 5 คำถามนี้ไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้การปรึกษาครั้งแรกได้ประโยชน์เต็มที่:
- สถานะทางกฎหมาย: พ่อเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือยัง และมีคำพิพากษาหรือคำพิพากษาตามยอมเรื่องค่าเลี้ยงดูแล้วหรือไม่
- ศาลที่ถูกต้อง: อีกฝ่ายมีภูมิลำเนาที่ไหน และเหตุแห่งคดีเกิดที่ใด
- ความจำเป็นเร่งด่วน: ต้องขอคำสั่งค่าเลี้ยงดูชั่วคราวหรือไม่
- จำนวนเงินที่ขอ: นำบัญชีรายจ่ายของลูกพร้อมหลักฐานตามตารางข้างต้นไปด้วย การรวบรวมย้อนหลังประมาณ 6 เดือนเป็นการเตรียมตัวในทางปฏิบัติที่ช่วยให้เห็นภาพชัด ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมาย
- ทรัพย์สินที่บังคับคดีได้: ชื่อนายจ้าง ธนาคาร ทะเบียนรถ หรือที่ดินของอีกฝ่ายเท่าที่ทราบ
หากอีกฝ่ายมีท่าทีซ่อนทรัพย์สินหรือปิดบังรายได้ ให้นำข้อมูลข้างต้นไปปรึกษา ทนายความด้านคดีความในไทย ที่รับคดีครอบครัว เพื่อวางแผนว่าจะขอหมายเรียกเอกสารใดและบังคับคดีกับทรัพย์สินใดก่อน สิ่งแรกที่ทำได้วันนี้คือเปิดสมุดหรือไฟล์บัญชีค้างชำระ แล้วบันทึกทุกงวดที่ขาดตั้งแต่วันแรก