Lawzana Lawzana Logo
ค้นหาทนายความ
ประเทศไทย การดำเนินคดีทั่วไป เผยแพร่เมื่อ Oct 14, 2026

ไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร ทำอย่างไร? วิธีฟ้องและบังคับคดี

ประเด็นสำคัญ

  • เริ่มจากคำถามเดียว: มีคำพิพากษาหรือคำพิพากษาตามยอมเรื่องค่าเลี้ยงดูแล้วหรือยัง ถ้ามีแล้วแต่อีกฝ่ายไม่จ่าย ให้ขอบังคับคดีโดยไม่ต้องฟ้องใหม่ ถ้ายังไม่มี ต้องยื่นฟ้องหรือยื่นคำร้องให้ศาลกำหนดค่าเลี้ยงดูก่อน
  • หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรตามกฎหมายสิ้นสุดโดยทั่วไปเมื่อบุตรอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ หรือเมื่อบรรลุนิติภาวะก่อนนั้นด้วยการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อยกเว้นตามมาตรา 1564 คือบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้วแต่ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองไม่ได้ ส่วนการส่งเสียจนจบปริญญาตรีเป็นเรื่องที่ต้องตกลงกันแยกต่างหาก
  • ถ้าพ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ให้ตรวจก่อนว่าพ่อเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือยัง หากบิดายังไม่ได้เป็นบิดาชอบด้วยกฎหมาย อาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรพร้อมเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูในคดีเดียวกันได้
  • ศาลไม่มีสูตรหรืออัตราร้อยละตายตัว แต่จะพิจารณาความสามารถของผู้จ่าย ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์แห่งกรณีประกอบกัน
  • ระหว่างที่คดียังไม่จบ ขอให้ศาลมีคำสั่งเรื่องค่าเลี้ยงดูชั่วคราวได้ และเมื่อมีคำพิพากษาแล้ว จำนวนเงินยังขอปรับเพิ่มหรือลดได้หากพฤติการณ์เปลี่ยนไป

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม? เพิ่ม Lawzana เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการ เพื่อให้บทความของเราแสดงในผลการค้นหา Google ของคุณบ่อยขึ้น

เพิ่มในแหล่งข้อมูลที่ต้องการ

ปรับปรุงเนื้อหาด้านกฎหมายล่าสุด: ตุลาคม 2569

อีกฝ่ายหยุดโอนเงินค่าเลี้ยงดูลูก หรือไม่เคยจ่ายเลยตั้งแต่แยกทางกัน ก่อนจะตัดสินใจทำอะไรต่อ ให้ดูก่อนว่าคุณมีคำพิพากษาหรือคำพิพากษาตามยอมแล้วหรือยัง เพราะสองกรณีนี้มีขั้นตอนต่อไปไม่เหมือนกัน

  • มีคำพิพากษาแล้วแต่ไม่จ่าย: ไม่ต้องฟ้องใหม่ ให้ขอบังคับคดีจากคำพิพากษาเดิม ดูหัวข้อถัดไป
  • ยังไม่มีคำพิพากษา: รวมถึงกรณีที่เคยตกลงกันเองเป็นหนังสือหรือแค่ตกลงกันปากเปล่า ต้องให้ศาลกำหนดค่าเลี้ยงดูก่อน ดูหัวข้อ ยังไม่มีคำพิพากษา

มีคำพิพากษาแล้วแต่อีกฝ่ายไม่จ่าย: ขอบังคับคดี

คำพิพากษาของศาลและคำพิพากษาตามยอมที่ได้จากการไกล่เกลี่ยในศาลนำไปบังคับคดีได้ แต่สัญญาที่พ่อแม่ทำกันเองนอกศาลยังไม่ใช่คำพิพากษา หากอีกฝ่ายผิดสัญญา ต้องนำสัญญานั้นไปฟ้องให้ศาลมีคำพิพากษาก่อน จึงจะบังคับคดีได้

ขั้นตอนก่อนยึดหรืออายัดทรัพย์

  1. ตรวจว่าลูกหนี้ผิดนัดตามคำพิพากษาจริง: เทียบวันครบกำหนดและจำนวนเงินในคำพิพากษากับยอดที่ได้รับจริง โดยทั่วไปศาลจะออกคำบังคับให้ลูกหนี้ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดก่อน
  2. ยื่นคำขอออกหมายบังคับคดี: เมื่อพ้นระยะเวลาตามคำบังคับแล้วลูกหนี้ยังไม่ปฏิบัติ เจ้าหนี้ยื่นคำขอต่อศาลที่พิพากษาคดี เพื่อออกหมายบังคับคดีและตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี
  3. ตั้งเรื่องที่ กรมบังคับคดี: เจ้าหนี้ต้องแจ้งข้อมูลทรัพย์สินหรือรายได้ที่จะยึดหรืออายัด เช่น ชื่อนายจ้าง ธนาคารและเลขบัญชี หรือทะเบียนรถ เจ้าพนักงานจะไม่ไล่อายัดทุกบัญชีให้เองโดยอัตโนมัติ

ระหว่างรอ ให้ทำบัญชีค้างชำระไว้ตั้งแต่งวดแรกที่ขาด ตัวอย่างข้างล่างเป็นกรณีสมมติที่ศาลสั่งให้จ่ายเดือนละ 5,000 บาท ภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน

วันครบกำหนด ยอดที่ต้องจ่าย ยอดที่ได้รับจริง ยอดค้างสะสม
5 กรกฎาคม 5,000 5,000 0
5 สิงหาคม 5,000 2,000 3,000
5 กันยายน 5,000 0 8,000
5 ตุลาคม 5,000 0 13,000

แนบสลิปหรือรายการเดินบัญชีของเดือนที่ได้รับเงินไว้ด้วย บัญชีแบบนี้ช่วยให้ยอดที่ขอบังคับคดีตรงกับหลักฐาน และช่วยลดข้อโต้แย้งว่าจ่ายครบแล้ว

ช่องทางบังคับคดีที่ใช้ได้

  • อายัดเงินเดือนและรายได้ประจำ: คดีค่าเลี้ยงดูไม่ได้ใช้เพดานคุ้มครองเงินเดือนแบบหนี้แพ่งทั่วไปเพียงอย่างเดียว มาตรา 154 แห่ง พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 ให้ศาลกำหนดจำนวนที่อายัดได้จากสิทธิเรียกร้องเป็นเงินที่ปกติได้รับความคุ้มครอง โดยคำนึงถึงภาระที่ลูกหนี้ต้องเลี้ยงดูครอบครัว ส่วนมาตรา 162 เปิดช่องให้ศาลสั่งอายัดรายได้ที่ลูกหนี้ได้รับเป็นประจำ จำนวนที่อายัดได้จริงจึงขึ้นกับคำสั่งศาลในคดีนั้น
  • อายัดเงินฝาก: อายัดได้เฉพาะบัญชีที่เจ้าหนี้ระบุและเจ้าพนักงานดำเนินการอายัด ยิ่งรู้ชื่อธนาคารและสาขาชัดเจน ยิ่งตั้งเรื่องได้เร็ว
  • ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด: เช่น รถยนต์ ที่ดิน หรือห้องชุดที่เป็นของลูกหนี้ เพื่อนำเงินมาชำระยอดค้าง
  • การกักขังเพื่อบังคับให้ปฏิบัติตาม: ตามมาตรา 162 ศาลอาจเรียกลูกหนี้มาสอบถามและตักเตือน หากยังไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจสั่งกักขังได้ครั้งละไม่เกิน 15 วัน มาตรการนี้มีไว้กดดันให้จ่าย ไม่ใช่การติดคุกแทนการชำระหนี้ ยอดค้างยังคงต้องจ่าย

อย่าปล่อยให้ยอดค้างนานเกินไป

มาตรา 274 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กำหนดให้ขอบังคับคดีภายใน 10 ปี สำหรับค่าเลี้ยงดูที่กำหนดให้จ่ายเป็นงวด ระยะเวลานี้โดยทั่วไปนับแยกจากวันที่แต่ละงวดถึงกำหนดชำระและบังคับได้ งวดที่ค้างนานที่สุดจึงเสี่ยงหมดสิทธิบังคับคดีก่อน

ยังไม่มีคำพิพากษา: ตรวจสถานะความเป็นบิดาก่อนฟ้อง

เปรียบเทียบขั้นตอนฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรกรณีจดทะเบียนและไม่จดทะเบียนสมรส
สิ่งที่ตัดสินว่าต้องฟ้องเรื่องความเป็นบุตรด้วยหรือไม่ คือสถานะบิดาชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่การจดทะเบียนสมรสเพียงอย่างเดียว

ตามมาตรา 1546 และ 1547 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เด็กที่เกิดจากหญิงซึ่งไม่ได้จดทะเบียนสมรสเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของแม่ ส่วนพ่อจะเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายได้ใน 3 ทาง คือ พ่อแม่จดทะเบียนสมรสกันภายหลัง พ่อจดทะเบียนรับรองบุตร หรือศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตร

  • จดทะเบียนสมรส หรือพ่อเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายแล้ว: ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้โดยตรง ไม่ต้องฟ้องเรื่องความเป็นบุตรซ้ำ
  • พ่อยังไม่ได้เป็นบิดาชอบด้วยกฎหมาย: อาจฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรพร้อมเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูในคดีเดียวกันได้

การจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียนไม่ได้ขึ้นกับความเต็มใจของพ่อฝ่ายเดียว ต้องได้รับความยินยอมจากแม่และเด็กด้วย หากแม่หรือเด็กไม่ให้ความยินยอม หรือให้ความยินยอมไม่ได้ เช่น เด็กยังเล็กเกินกว่าจะแสดงเจตนาได้ ต้องอาศัยคำพิพากษาของศาล

ใครเป็นผู้ฟ้อง

คดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรเป็นสิทธิของเด็ก ตามมาตรา 1556 ถ้าเด็กอายุยังไม่ถึง 15 ปี ผู้แทนโดยชอบธรรม ซึ่งมักเป็นแม่ จะฟ้องแทนเด็ก ถ้าเด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป เด็กต้องฟ้องเอง ส่วนการเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูมีหลักเรื่องผู้มีสิทธิฟ้องแยกไว้ในมาตรา 1565 ก่อนยื่นฟ้อง จึงควรระบุให้ชัดว่าแต่ละคำขอยื่นในนามใครและในฐานะใด

หลักฐานที่ช่วยพิสูจน์ความเป็นบิดา

  • สูติบัตรที่มีชื่อบิดา การให้ใช้นามสกุล หรือการเป็นผู้แจ้งเกิด: ใช้เป็นพยานหลักฐานได้ แต่ไม่ได้ทำให้พ่อเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายโดยอัตโนมัติ
  • พฤติการณ์ที่แสดงว่ารับเป็นลูก: เช่น จ่ายค่าคลอด มีชื่อเป็นผู้ปกครองในเอกสารโรงเรียน หรือแนะนำเด็กกับผู้อื่นว่าเป็นลูก
  • ข้อความสนทนา สลิปโอนเงินในอดีต และภาพถ่ายครอบครัว: ช่วยแสดงทั้งความสัมพันธ์และระดับการส่งเสียที่เคยเกิดขึ้นจริง
  • การตรวจดีเอ็นเอ: ศาลสั่งตรวจพิสูจน์ได้ ถ้าคู่ความปฏิเสธหรือขัดขวางการตรวจโดยไม่มีเหตุอันสมควร มาตรา 160 แห่ง พ.ร.บ. ศาลเยาวชนฯ ให้ศาลสันนิษฐานข้อเท็จจริงที่พิพาทไปในทางที่เป็นผลเสียแก่ฝ่ายนั้นได้ ข้อสันนิษฐานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการชั่งน้ำหนักพยาน ไม่ใช่คำตัดสินสำเร็จรูปว่าเป็นบิดา

ศาลกำหนดค่าเลี้ยงดูจากอะไร

มาตรา 1598/38 ให้ศาลพิจารณา ความสามารถของผู้มีหน้าที่จ่าย ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์แห่งกรณี ไม่มีอัตราร้อยละของเงินเดือนที่ใช้กับทุกคดี

ตัวเลขที่ขอควรมีที่มาที่ไป ใบเสร็จและเอกสารการเงินทำให้คำขอมีน้ำหนัก แต่ไม่ใช่หลักฐานประเภทเดียวที่ศาลรับฟังได้ ค่าใช้จ่ายบางรายการ เช่น ค่าอาหารรายวัน อาจอธิบายด้วยบัญชีรายจ่ายที่จดสม่ำเสมอประกอบคำเบิกความ

หมวดค่าใช้จ่าย รายการตัวอย่าง ตัวอย่างหลักฐานประกอบ
การดำรงชีพและที่อยู่อาศัย ค่าอาหาร ค่านม เสื้อผ้า ค่าน้ำ ค่าไฟ ส่วนแบ่งค่าเช่าบ้าน ใบเสร็จ บิลค่าน้ำค่าไฟ สัญญาเช่า สลิปโอนเงิน บัญชีรายจ่ายรายวัน
การศึกษา ค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน ค่ารถรับส่ง ค่าเรียนพิเศษที่จำเป็น ใบแจ้งหนี้โรงเรียน ใบเสร็จรับเงิน ใบเสร็จสถาบันกวดวิชา
การรักษาพยาบาล ค่าวัคซีน ประกันสุขภาพ ค่ายารักษาโรคประจำตัว ใบเสร็จโรงพยาบาล กรมธรรม์ประกันภัย ใบรับรองแพทย์
พัฒนาการและการเรียนรู้ กิจกรรมเสริมทักษะ กีฬา ดนตรี หลักฐานการสมัคร ใบเสร็จค่าธรรมเนียม

ตัวอย่างสมมติของงบรายเดือน: ค่าอาหาร 4,000 บาท ส่วนแบ่งค่าที่อยู่อาศัยและค่าสาธารณูปโภค 2,500 บาท ค่าการศึกษา 3,500 บาท รวม 10,000 บาท ตัวเลขนี้ใช้แสดงวิธีจัดหมวดเท่านั้น ไม่ใช่อัตรามาตรฐานและไม่ใช่การคาดการณ์ว่าศาลจะกำหนดเท่าใด ศาลอาจให้พ่อและแม่แบ่งกันรับภาระตามความสามารถของแต่ละฝ่าย

สำหรับรายได้ของอีกฝ่าย คู่ความแต่ละฝ่ายควรนำหลักฐานของตนมาแสดง เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน รายการเดินบัญชีธนาคาร และหลักฐานภาระหนี้ ถ้าเอกสารอยู่ในความครอบครองของอีกฝ่ายหรือของนายจ้าง อาจขอให้ศาลออกหมายเรียกเอกสารได้ หากอีกฝ่ายไม่มีงานประจำหรือรับเงินสด ทรัพย์สิน รถที่ใช้ และวิถีชีวิตอาจช่วยแสดงความสามารถที่แท้จริงได้ ในทางกลับกัน หากผู้จ่ายไม่มีความสามารถจริงและพิสูจน์ได้ ศาลก็นำข้อเท็จจริงนั้นมาประกอบการกำหนดจำนวนเงินได้เช่นกัน

ฟ้องที่ไหน เสียค่าใช้จ่ายอะไร และต้องมีทนายไหม

ฟ้องที่ไหน

คดีค่าเลี้ยงดูอยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัว ตามมาตรา 4(1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง คดีที่มีข้อพิพาทโดยทั่วไปให้ยื่นต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือศาลที่มูลคดีเกิด ส่วนคดีที่ยื่นเป็นคำร้องขอ มาตรา 4(2) ให้ยื่นต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาหรือที่มูลคดีเกิด ภูมิลำเนาของเด็กอาจเกี่ยวข้องในบางข้อเท็จจริง แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่ใช้ได้เสมอ ก่อนยื่นจึงควรตรวจเขตอำนาจศาลสำหรับคำขอแต่ละข้อในคดีของคุณ

ค่าใช้จ่าย

มาตรา 155 แห่ง พ.ร.บ. ศาลเยาวชนฯ ยกเว้นค่าธรรมเนียมและค่าฤชาธรรมเนียมในคดีเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู แต่ค่าใช้จ่ายที่คุณก่อขึ้นเองยังต้องรับภาระ เช่น ค่าทนายความที่ว่าจ้างเอง ค่าเดินทาง และค่าจัดเตรียมเอกสาร

ต้องมีทนายไหม

ไม่บังคับ มาตรา 157 อนุญาตให้แถลงข้อเท็จจริงด้วยวาจาเพื่อให้ศาลจดบันทึกได้ และมาตรา 158 เปิดช่องให้ขอให้ศาลแต่งตั้งทนายความให้ อย่างไรก็ตาม ทนายความที่ชำนาญคดีครอบครัวช่วยได้มากเมื่อมีเรื่องความเป็นบิดาต้องพิสูจน์ อีกฝ่ายปิดบังรายได้ หรือมีทรัพย์สินหลายแห่ง

ขั้นตอนในศาลเยาวชนและครอบครัว

ขั้นตอนการฟ้องคดีค่าเลี้ยงดูบุตรต่อศาลเยาวชนและครอบครัวตั้งแต่เริ่มจนถึงคำพิพากษา
คดีอาจจบได้ทั้งที่ชั้นไกล่เกลี่ยและหลังการสืบพยาน แต่การได้คำพิพากษายังไม่ได้แปลว่าได้รับเงิน หากอีกฝ่ายไม่จ่ายต้องบังคับคดีต่อ
  1. ยื่นคำฟ้องหรือแถลงด้วยวาจา: ระบุความสัมพันธ์ ช่วงเวลาที่ไม่ได้รับการส่งเสีย และบัญชีค่าใช้จ่ายของเด็ก ถ้าจำเป็นต้องได้เงินระหว่างพิจารณา ให้ขอคุ้มครองชั่วคราวไปพร้อมกัน
  2. ไกล่เกลี่ย: มาตรา 148 ให้ศาลส่งเสริมการไกล่เกลี่ย หากตกลงกันได้ ศาลจะตรวจว่าข้อตกลงชอบด้วยกฎหมายและเป็นประโยชน์ต่อเด็กก่อนพิพากษาตามยอม ในบางคดีศาลอาจให้ทดลองปฏิบัติตามข้อตกลงไปช่วงหนึ่งก่อน
  3. สืบพยาน: หากตกลงกันไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายนำพยานเรื่องรายได้ ค่าใช้จ่าย และความเป็นบิดา (ถ้ามีข้อโต้แย้ง) เข้าสืบ
  4. คำพิพากษา: ศาลกำหนดจำนวนเงิน วิธีชำระ และระยะเวลา เช่น โอนเข้าบัญชีภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน

ระหว่างรอคำพิพากษา ขอความช่วยเหลือได้อย่างไร

เด็กยังต้องกินต้องใช้ระหว่างที่คดีดำเนินอยู่ มาตรา 159 แห่ง พ.ร.บ. ศาลเยาวชนฯ ให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการชั่วคราวเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ เช่น ให้จ่ายเงินจำนวนหนึ่งไปก่อน ศาลจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงและความจำเป็นของเด็ก จึงควรยื่นคำขอพร้อมหลักฐานรายจ่ายที่เร่งด่วนตั้งแต่ต้น

ขอปรับเพิ่มหรือลดค่าเลี้ยงดูในภายหลัง

มาตรา 1598/39 ให้คู่ความยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้เมื่อพฤติการณ์เปลี่ยนไป ทั้งการเพิ่ม ลด หรืองดค่าเลี้ยงดู

  • เหตุที่มักใช้ขอเพิ่ม: ลูกขึ้นชั้นเรียนที่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น มีค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่อง หรือผู้จ่ายมีรายได้สูงขึ้นอย่างชัดเจน
  • เหตุที่มักใช้ขอลด: ผู้จ่ายตกงาน เจ็บป่วยร้ายแรง ทุพพลภาพ หรือรายได้ลดลงจนจ่ายอัตราเดิมไม่ได้โดยไม่กระทบการยังชีพขั้นพื้นฐาน

คำร้องต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอแสดงว่าพฤติการณ์เปลี่ยนไปอย่างไร การยืนยันลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานสนับสนุนมีโอกาสได้รับอนุญาตน้อย และระหว่างรอศาลมีคำสั่งใหม่ คำพิพากษาเดิมยังมีผลบังคับ

เรื่องที่มักเข้าใจผิด

  • "ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เรียกเงินไม่ได้": ไม่จริง ดูหัวข้อ ตรวจสถานะความเป็นบิดา
  • "เคยตกลงว่าไม่เอาเงินแล้ว ฟ้องไม่ได้": มาตรา 1598/41 กำหนดว่าสิทธิได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูสละไม่ได้ ข้อตกลงของพ่อแม่จึงตัดสิทธิของเด็กไม่ได้ แต่สิทธิของพ่อหรือแม่ที่จะเรียกเงินที่ตนออกไปก่อนคืนเป็นประเด็นแยกต่างหากที่ควรปรึกษาเป็นรายกรณี
  • "แจ้งตำรวจให้จับได้เลย": การไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูเพียงอย่างเดียวไม่ใช่เหตุให้ตำรวจจับกุมในทางอาญา การกักขังเกิดขึ้นได้ตามกระบวนการบังคับคดีของศาลที่อธิบายไว้ข้างต้น ตำรวจอาจเข้ามาเกี่ยวข้องในฐานะผู้ปฏิบัติตามหมายที่ศาลออกเท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย

ลูกอายุเกิน 20 ปีแล้ว ยังเรียกค่าเลี้ยงดูได้หรือไม่

หน้าที่ตามกฎหมายสิ้นสุดเมื่อบุตรบรรลุนิติภาวะ เว้นแต่บุตรทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองไม่ได้ตามมาตรา 1564 การยังเรียนอยู่เพียงอย่างเดียวไม่เข้าข้อยกเว้นนี้ หากพ่อแม่ตกลงกันให้ส่งเสียจนจบปริญญาตรี และข้อตกลงนั้นอยู่ในคำพิพากษาตามยอม ก็บังคับตามข้อตกลงได้ภายในขอบเขตที่ตกลงกันไว้ แต่ข้อตกลงดังกล่าวเป็นภาระตามสัญญา ไม่ได้ขยายหน้าที่ตามกฎหมายโดยทั่วไป

อีกฝ่ายไม่มีงานประจำหรือรับเงินสด ศาลจะคิดเงินอย่างไร

ไม่มีสูตรคำนวณจากค่าแรงขั้นต่ำ ศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานที่นำมาแสดง เช่น ทรัพย์สิน รถที่ใช้ รายการเงินเข้าออกบัญชี หรือรูปแบบการใช้ชีวิต เมื่อรายได้ไม่ปรากฏในเอกสาร งานของฝ่ายผู้ฟ้องคือรวบรวมข้อเท็จจริงเหล่านี้ให้มากที่สุด

ฟ้องแล้วนานเท่าไรจึงจะได้เงิน

ไม่มีระยะเวลาที่รับรองได้ ขึ้นกับว่าตกลงกันได้ในชั้นไกล่เกลี่ยหรือต้องสืบพยาน มีประเด็นความเป็นบิดาหรือการตรวจดีเอ็นเอหรือไม่ และตารางนัดของแต่ละศาล ที่สำคัญ วันที่ได้คำพิพากษาไม่ใช่วันที่ได้เงินเสมอไป หากอีกฝ่ายไม่จ่ายตามคำพิพากษาก็ต้องใช้เวลาบังคับคดีเพิ่ม ถ้าต้องการเงินระหว่างนั้น ให้ขอคำสั่งชั่วคราว

ก่อนไปปรึกษาทนายความ

เตรียมคำตอบสำหรับ 5 คำถามนี้ไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้การปรึกษาครั้งแรกได้ประโยชน์เต็มที่:

  1. สถานะทางกฎหมาย: พ่อเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือยัง และมีคำพิพากษาหรือคำพิพากษาตามยอมเรื่องค่าเลี้ยงดูแล้วหรือไม่
  2. ศาลที่ถูกต้อง: อีกฝ่ายมีภูมิลำเนาที่ไหน และเหตุแห่งคดีเกิดที่ใด
  3. ความจำเป็นเร่งด่วน: ต้องขอคำสั่งค่าเลี้ยงดูชั่วคราวหรือไม่
  4. จำนวนเงินที่ขอ: นำบัญชีรายจ่ายของลูกพร้อมหลักฐานตามตารางข้างต้นไปด้วย การรวบรวมย้อนหลังประมาณ 6 เดือนเป็นการเตรียมตัวในทางปฏิบัติที่ช่วยให้เห็นภาพชัด ไม่ใช่ข้อกำหนดของกฎหมาย
  5. ทรัพย์สินที่บังคับคดีได้: ชื่อนายจ้าง ธนาคาร ทะเบียนรถ หรือที่ดินของอีกฝ่ายเท่าที่ทราบ

หากอีกฝ่ายมีท่าทีซ่อนทรัพย์สินหรือปิดบังรายได้ ให้นำข้อมูลข้างต้นไปปรึกษา ทนายความด้านคดีความในไทย ที่รับคดีครอบครัว เพื่อวางแผนว่าจะขอหมายเรียกเอกสารใดและบังคับคดีกับทรัพย์สินใดก่อน สิ่งแรกที่ทำได้วันนี้คือเปิดสมุดหรือไฟล์บัญชีค้างชำระ แล้วบันทึกทุกงวดที่ขาดตั้งแต่วันแรก

About the Author

L

ทีมบรรณาธิการ Lawzana

Lawzana เผยแพร่คู่มือกฎหมายสำหรับผู้บริโภค เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจสิทธิและทางเลือกของคุณก่อนปรึกษาทนายความ

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Sep 28, 2026

นำเข้าอาหารเสริม-เครื่องสำอางมาขายในไทย ต้องขอใบอนุญาต อย. อะไรบ้าง (อัปเดต 2026)

อัปเดต: กันยายน 2026 ถ้าจะนำเข้าอาหารเสริมหรือเครื่องสำอางจากต่างประเทศมาขายในไทย คุณต้องมีเอกสารหลัก 3 อย่าง ได้แก่ (1...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Sep 28, 2026

โดนสอบแข่งไม่เป็นธรรมใน Thailand? วิธีรับมือและขั้นตอนกฎหมาย

การได้รับหนังสือสอบสวนจากสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องอาศัยการตอบสนองที่รว...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Sep 28, 2026

ธุรกิจขัดแย้ง? วิธีใช้อนุญาโตตุลาการระงับข้อพิพาทใน Thailand

ความเป็นส่วนตัวและความรวดเร็ว: อนุญาโตตุลาการช่วยรักษาความลับทางธุรกิจและมักใช้เวลาน้อยกว่าการฟ้องร้องต่อศาลซึ่งอาจใช้...

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2012
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 นาที
การป้องกันคดีอาญา คดีความและข้อพิพาท ครอบครัว +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Lawyer Republic Logo
Lawyer Republic
ภูเก็ต
ตั้งแต่ปี 2006
ทนายความ 22 คน
ฟรี 1 ชั่วโมง
ธนาคารและการเงิน คดีความและข้อพิพาท ภาษี +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม

เราใช้ AI ในการสร้างคู่มือ และทนายความอาจตรวจสอบคู่มือเหล่านั้น