ถูกสอบสวนเรื่องการแข่งขันไม่เป็นธรรมใน Thailand รับมืออย่างไร?

อัปเดตเมื่อ Jan 20, 2026

  • ความเข้มงวดของกฎหมาย: พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ให้อำนาจสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) อย่างกว้างขวางในการตรวจสอบและลงโทษ
  • ประเภทความผิด: ครอบคลุมตั้งแต่อำนาจเหนือตลาด (Section 50), การฮั้วราคา (Section 54), ไปจนถึงการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม (Section 57)
  • โทษปรับมหาศาล: โทษปรับทางปกครองอาจสูงถึง 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินของธุรกิจอย่างรุนแรง
  • การตอบสนองทันที: การจัดการข้อมูลและเอกสารใน 24-48 ชั่วโมงแรกหลังจากได้รับหนังสือสอบสวนมีความสำคัญต่อรูปคดีสูงสุด
  • สิทธิในการต่อสู้คดี: ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิในการชี้แจงข้อเท็จจริง อุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง และต่อสู้ในชั้นศาลปกครองหรือศาลชำนาญพิเศษ

พฤติกรรมใดบ้างที่อาจเข้าข่ายผูกขาด ฮั้วราคา หรือจำกัดการแข่งขันตามกฎหมายไทย

พฤติกรรมที่ผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้าของไทยแบ่งออกเป็นหลายลักษณะ โดยเน้นที่การใช้อำนาจตลาดเพื่อกีดกันคู่แข่งหรือการร่วมมือกันเพื่อทำลายการแข่งขันที่เสรี กฎหมายมุ่งเป้าไปที่ทั้งผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ที่มีอำนาจเหนือตลาดและกลุ่มธุรกิจที่ตกลงร่วมกันเพื่อควบคุมราคาหรือปริมาณสินค้า

พฤติกรรมหลักที่มักถูกสอบสวนตาม พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ได้แก่:

  • การใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบ (Section 50): เช่น การตั้งราคาที่ต่ำกว่าทุนเพื่อกำจัดคู่แข่ง (Predatory Pricing), การจำกัดปริมาณสินค้าเพื่อปั่นราคา หรือการกำหนดเงื่อนไขการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับคู่ค้าเพื่อไม่ให้ไปทำการค้ากับคู่แข่ง
  • การร่วมกันผูกขาดหรือฮั้ว (Section 54 - Hardcore Cartels): การตกลงระหว่างคู่แข่ง (Horizontal Agreement) เพื่อกำหนดราคาซื้อ-ขาย, จำกัดปริมาณการผลิต, หรือฮั้วประมูล (Bid Rigging) ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงที่มีโทษทางอาญา
  • การปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม (Section 57): การกระทำใดๆ ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นอย่างไม่เป็นธรรม เช่น การกีดกันการประกอบธุรกิจ, การใช้อำนาจต่อรองที่เหนือกว่าบังคับคู่ค้า หรือการแทรกแซงการดำเนินธุรกิจของผู้อื่น
  • การตกลงร่วมกันที่จำกัดการแข่งขัน (Section 55): การตกลงระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง (เช่น ผู้ผลิตกับตัวแทนจำหน่าย) ในลักษณะที่ลดการแข่งขันในตลาด

ควรทำอย่างไรทันทีเมื่อได้รับหนังสือสอบสวนหรือคำขอข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ

ขั้นตอนการปฏิบัติทันทีเมื่อได้รับหนังสือสอบสวนจากสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.)
ขั้นตอนการปฏิบัติทันทีเมื่อได้รับหนังสือสอบสวนจากสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.)

เมื่อได้รับหนังสือจากสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ธุรกิจต้องตั้งสติและดำเนินการอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการให้ข้อมูลที่ผิดพลาด การตอบสนองที่ล่าช้าหรือการทำลายหลักฐานอาจนำไปสู่โทษทางอาญาเพิ่มเติมและทำให้สถานะการต่อสู้คดีเสียเปรียบ

ขั้นตอนที่ควรปฏิบัติทันทีมีดังนี้:

  1. ตรวจสอบความถูกต้องและขอบเขต: อ่านรายละเอียดในหนังสือสอบสวนให้ชัดเจนว่าหน่วยงานต้องการข้อมูลอะไร เกี่ยวกับประเด็นใด และมีกำหนดส่งข้อมูลเมื่อใด
  2. จัดตั้งทีมรับมือเหตุการณ์: ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง, ฝ่ายกฎหมายภายใน (In-house Counsel) และทนายความภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพื่อควบคุมการไหลเวียนของข้อมูล
  3. ระงับการทำลายข้อมูล (Legal Hold): ออกคำสั่งภายในห้ามลบอีเมล ทำลายเอกสาร หรือทำลายบันทึกใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ถูกสอบสวนทันที
  4. สื่อสารอย่างระมัดระวัง: งดการพูดคุยเกี่ยวกับประเด็นที่ถูกสอบสวนผ่านช่องทางที่ไม่เป็นทางการ เช่น LINE หรืออีเมลบริษัท และกำหนดให้มีโฆษกเพียงคนเดียวในการให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่
  5. ขอขยายระยะเวลาหากจำเป็น: หากข้อมูลที่ถูกร้องขอมีปริมาณมากและไม่สามารถเตรียมการได้ทันตามกำหนด ให้ยื่นหนังสือขอขยายระยะเวลาอย่างเป็นทางการโดยระบุเหตุผลอันสมควร

การประเมินความเสี่ยงและรวบรวมเอกสารหลักฐานภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ

การประเมินสถานการณ์ภายใน (Internal Audit) คือหัวใจสำคัญของการเตรียมตัวต่อสู้คดี เพื่อให้ทราบว่าธุรกิจมีจุดอ่อนตรงไหนและข้อมูลใดที่เป็นประโยชน์ในการชี้แจง ธุรกิจต้องรวบรวมหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวมี "เหตุผลทางธุรกิจที่ชอบธรรม" (Justifiable Business Reason) และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดการแข่งขัน

แนวทางการจัดการข้อมูลภายในองค์กร:

  • การเก็บรวบรวมอีเมลและบันทึกการประชุม: ตรวจสอบการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทกับคู่แข่งหรือคู่ค้า เพื่อหาข้อความที่อาจถูกตีความผิดว่าเป็นการฮั้วหรือการบีบบังคับ
  • ข้อมูลโครงสร้างต้นทุนและราคา: เตรียมข้อมูลที่อธิบายได้ว่าการลดราคาหรือการตั้งเงื่อนไขทางการค้าเกิดจากกลไกตลาด ต้นทุนที่ลดลง หรือความจำเป็นในการแข่งขัน ไม่ใช่เพื่อฆ่าคู่แข่ง
  • หลักฐานการวิจัยตลาด: ข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจทางธุรกิจอ้างอิงจากสภาวะเศรษฐกิจและข้อมูลสาธารณะ ไม่ได้เกิดจากการตกลงลับหลัง
  • จัดทำ Timeline ของเหตุการณ์: เรียงลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน เพื่อใช้ในการชี้แจงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และใช้ในการวางกลยุทธ์ทางกฎหมาย
ประเภทหลักฐาน สิ่งที่ต้องเตรียม วัตถุประสงค์
ข้อมูลการสื่อสาร อีเมล, บันทึก LINE, รายงานการประชุม ตรวจสอบว่ามีการตกลงนอกรอบหรือไม่
ข้อมูลการเงิน บัญชีต้นทุน, รายงานยอดขาย, โครงสร้างกำไร พิสูจน์ว่าไม่ได้ตั้งราคาต่ำกว่าทุน (Predatory)
แผนธุรกิจ เอกสารยุทธศาสตร์, แผนการตลาด แสดงเจตนาทางธุรกิจที่สุจริต
ข้อมูลคู่แข่ง ราคาคู่แข่งในตลาด, กิจกรรมส่งเสริมการขาย แสดงให้เห็นว่าเป็นการตอบสนองต่อกลไกตลาด

บทลงโทษทางแพ่ง อาญา และทางปกครองที่อาจเกิดขึ้นหากถูกชี้มูลความผิด

สรุปบทลงโทษทางปกครอง อาญา และแพ่ง ของกฎหมายป้องกันการผูกขาดในประเทศไทย
สรุปบทลงโทษทางปกครอง อาญา และแพ่ง ของกฎหมายป้องกันการผูกขาดในประเทศไทย

บทลงโทษตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของไทยมีความรุนแรงและครอบคลุมหลายมิติ โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องปรามไม่ให้ธุรกิจทำลายระบบนิเวศการแข่งขัน ความผิดบางประเภทยังขยายความรับผิดชอบไปถึงตัวกรรมการหรือผู้จัดการบริษัทด้วย

รายละเอียดของบทลงโทษแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก:

  • โทษทางปกครอง (Administrative Sanctions): เป็นบทลงโทษที่พบบ่อยที่สุดสำหรับการกระทำความผิดส่วนใหญ่ โดยคณะกรรมการ กขค. มีอำนาจสั่งปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือหากเป็นปีแรกที่เริ่มธุรกิจ อาจปรับสูงสุดถึง 100 ล้านบาท
  • โทษทางอาญา (Criminal Penalties): สงวนไว้สำหรับความผิดร้ายแรง เช่น การฮั้วระดับรุนแรง (Hardcore Cartel) ตามมาตรา 54 โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ กรรมการหรือผู้รับผิดชอบการดำเนินงานของนิติบุคคลอาจต้องรับโทษส่วนตัวด้วย
  • ความรับผิดทางแพ่ง (Civil Liability): ผู้ได้รับความเสียหายจากพฤติกรรมจำกัดการแข่งขันสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ โดยอายุความคือ 1 ปีนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการกระทำความผิด ซึ่งอาจเป็นการฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) ได้ในบางกรณี

บทบาทของทนายด้านกฎหมายแข่งขันทางการค้าในการวางกลยุทธ์ป้องกันและต่อสู้คดี

ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้าน Antitrust ไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่การว่าความในศาล แต่คือที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยลดผลกระทบต่อธุรกิจตั้งแต่ช่วงเริ่มการสอบสวน การสื่อสารกับหน่วยงานรัฐอย่างมีชั้นเชิงสามารถช่วยเปลี่ยนผลลัพธ์จากความผิดทางอาญาเป็นมาตรการทางปกครอง หรือแม้กระทั่งการยุติการสอบสวน

บทบาทสำคัญของทนายความประกอบด้วย:

  • การคัดกรองพยานหลักฐาน (Evidence Management): คัดเลือกข้อมูลที่จะส่งให้เจ้าหน้าที่ โดยใช้สิทธิในความลับระหว่างทนายความและลูกความ (Attorney-Client Privilege) ในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต
  • การใช้โครงการผ่อนผันโทษ (Leniency Program): ในกรณีที่มีการฮั้วราคา ทนายความจะประเมินว่าธุรกิจควรเป็น "นกต่อ" เพื่อแจ้งข้อมูลต่อ กขค. ก่อนคนอื่นหรือไม่ เพื่อรับสิทธิยกเว้นหรือลดโทษปรับ
  • การเจรจาและทำคำชี้แจง: จัดทำความเห็นทางกฎหมายและเศรษฐศาสตร์เพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหา โดยอธิบายว่าพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลดีต่อผู้บริโภคหรือนวัตกรรมอย่างไร
  • การต่อสู้ในชั้นศาลปกครอง: หากคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยที่เป็นโทษ ทนายความจะเป็นผู้นำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งปกครองหรือลดค่าปรับ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายแข่งขันทางการค้า

  • เข้าใจว่ากฎหมายบังคับใช้เฉพาะบริษัทใหญ่: ในความเป็นจริง ธุรกิจขนาดกลาง (SMEs) ก็สามารถถูกตรวจสอบได้ โดยเฉพาะภายใต้มาตรา 57 เรื่องการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อคู่ค้า
  • เข้าใจว่า "ใครๆ ก็ทำกัน" เป็นข้ออ้างที่ใช้ได้: การอ้างว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในอุตสาหกรรมไม่สามารถใช้เป็นเหตุยกเว้นความผิดได้ หากพฤติกรรมนั้นขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย
  • เข้าใจว่าการปรับทางปกครองไม่ร้ายแรงเท่าอาญา: สำหรับบริษัทมหาชนหรือธุรกิจขนาดใหญ่ ค่าปรับ 10% ของรายได้อาจหมายถึงยอดเงินหลายพันล้านบาท ซึ่งร้ายแรงกว่าโทษจำคุกในเชิงธุรกิจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การสอบสวนของ กขค. ปกติใช้เวลานานเท่าใด?

กระบวนการสอบสวนเบื้องต้นอาจใช้เวลา 6-12 เดือน แต่หากมีการชี้มูลความผิดและเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างเต็มรูปแบบ อาจกินเวลา 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของหลักฐานและจำนวนผู้เกี่ยวข้อง

เราสามารถปฏิเสธการเข้าตรวจค้น (Dawn Raid) ของเจ้าหน้าที่ได้หรือไม่?

ไม่สามารถปฏิเสธได้หากเจ้าหน้าที่มีหมายค้นหรือใช้อำนาจตามกฎหมาย การขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่อาจนำไปสู่โทษจำคุกและค่าปรับทางอาญา สิ่งที่ทำได้คือการตรวจสอบความถูกต้องของหมายและขอให้ทนายความเข้าร่วมสังเกตการณ์

หากบริษัทแม่ในต่างประเทศทำผิด บริษัทลูกในไทยต้องรับผิดชอบหรือไม่?

หากพฤติกรรมนั้นส่งผลกระทบต่อตลาดและการแข่งขันภายในประเทศไทย กขค. มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในไทย แม้ว่าการตกลงจะเกิดขึ้นนอกประเทศก็ตาม

เมื่อไหร่ควรจ้างทนายความ

คุณควรปรึกษาทนายความทันทีที่ได้รับ "หนังสือขอข้อมูล" หรือ "คำสั่งเรียก" จากสำนักงาน กขค. หรือแม้กระทั่งเมื่อบริษัทตรวจพบความเสี่ยงภายในเองผ่านการทำ Internal Audit การจัดการที่ล่าช้าเพียงไม่กี่วันอาจหมายถึงการเสียโอกาสในการเข้าโครงการผ่อนผันโทษ (Leniency) หรือการเผลอส่งเอกสารที่ผูกมัดตัวเองให้กับเจ้าหน้าที่

ขั้นตอนต่อไป:

  1. รวบรวมหนังสือหรือเอกสารทั้งหมดที่ได้รับจากหน่วยงานรัฐ
  2. จัดเตรียมโครงสร้างองค์กรและรายชื่อพนักงานที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายขายและการกำหนดราคา
  3. ติดต่อนัดหมายทนายความที่มีประสบการณ์ด้าน กฎหมายการแข่งขันทางการค้า เพื่อประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น
  4. ศึกษาแนวทางคำวินิจฉัยย้อนหลังของคณะกรรมการ กขค. ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมของคุณได้ที่เว็บไซต์ สำนักงาน กขค.

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2014
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 minutes
คดีความและข้อพิพาท ธุรกิจ กฎหมายบริษัทและการค้า +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Anona International And Consultancy Co.,  Ltd. Logo
Anona International And Consultancy Co., Ltd.
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2020
ทนายความ 10 คน
ฟรี 1 hour
ธนาคารและการเงิน การย้ายถิ่นฐาน สิทธิพลเมืองและสิทธิมนุษยชน +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม