Lawzana Lawzana Logo

ทนายความ การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ที่ดีที่สุดใน ภูเก็ต

แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย

ฟรี ใช้เวลา 2 นาที

Lawyer Republic
ภูเก็ต, ประเทศไทย
คำปรึกษา ฟรี · 1 ชั่วโมง

ก่อตั้งเมื่อ 2006
22 คนในทีม
German
Russian
Japanese
Korean
English
French
คดีความและข้อพิพาท การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย การดำเนินคดีทั่วไป +9 เพิ่มเติม
เกี่ยวกับเราที่บริษัท เดอะ ลอว์ โซไซตี้ จำกัด เราไม่ใช่เพียงแค่สำนักงานกฎหมายทั่วไป...
SIAM LEGAL INTERNATIONAL
ให้บริการ ภูเก็ต จากระยะไกลจาก กรุงเทพมหานคร
คำปรึกษา ฟรี · 1 ชั่วโมง

ก่อตั้งเมื่อ 2003
99 คนในทีม
English
Thai
คดีความและข้อพิพาท การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย การดำเนินคดีทั่วไป +9 เพิ่มเติม
สยามลิขิต อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นสำนักงานกฎหมายครบวงจรชั้นนำ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร...

คู่มือกฎหมายเขียนโดย SIAM LEGAL INTERNATIONAL:

  • Different Types of Long-Term Visas in Thailand
  • How To Get Divorced In Thailand
  • Child Custody, Support, and Legitimation in Thailand
SPECTER CK & PARTNERS
ให้บริการ ภูเก็ต จากระยะไกลจาก กรุงเทพมหานคร
คำปรึกษา ฟรี · 1 ชั่วโมง

ก่อตั้งเมื่อ 1998
20 คนในทีม
English
Thai
Russian
French
คดีความและข้อพิพาท การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย การระงับข้อพิพาททางเลือก: การไกล่เกลี่ยและการอนุญาโตตุลาการ +9 เพิ่มเติม
SPECTER CK & PARTNERS | สำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทยSPECTER CK & PARTNERS...
Anona International And Consultancy Co.,  Ltd.
ให้บริการ ภูเก็ต จากระยะไกลจาก กรุงเทพมหานคร
คำปรึกษา ฟรี · 1 ชั่วโมง

ก่อตั้งเมื่อ 2020
10 คนในทีม
English
Dutch
Thai
คดีความและข้อพิพาท การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย การระงับข้อพิพาททางเลือก: การไกล่เกลี่ยและการอนุญาโตตุลาการ +9 เพิ่มเติม
บริษัท อโนน่า อินเตอร์เนชั่นแนล แอนด์ คอนซัลแทนซี จำกัดใบอนุญาตประกอบธุรกิจในประเทศไทย •...
SILQ
ให้บริการ ภูเก็ต จากระยะไกลจาก กรุงเทพมหานคร
คำปรึกษา ฟรี · 15 นาที

ก่อตั้งเมื่อ 2025
10 คนในทีม
English
Russian
Ukrainian
Italian
Thai
คดีความและข้อพิพาท การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย การระงับข้อพิพาททางเลือก: การไกล่เกลี่ยและการอนุญาโตตุลาการ +7 เพิ่มเติม
เกี่ยวกับ SILQ SILQ...
Closer CSS Law Co. Ltd.
ภูเก็ต, ประเทศไทย

English
คดีความและข้อพิพาท การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ +9 เพิ่มเติม
บริษัท คลoser CSS กฎหมาย จำกัด...
Anavil Law
ภูเก็ต, ประเทศไทย
คำปรึกษา ฟรี · 15 นาที

ก่อตั้งเมื่อ 2025
1 คนในทีม
คดีความและข้อพิพาท การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ข้อพิพาทงานก่อสร้าง +5 เพิ่มเติม
   
Prime Consulting Ltd
ให้บริการ ภูเก็ต จากระยะไกลจาก กรุงเทพมหานคร

ก่อตั้งเมื่อ 2017
4 คนในทีม
English
คดีความและข้อพิพาท การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย อุทธรณ์ +8 เพิ่มเติม
เราพูดภาษาฝรั่งเศสได้ด้วยเช่นกัน...
Unity International Law Office
ให้บริการ ภูเก็ต จากระยะไกลจาก พัทยา

ก่อตั้งเมื่อ 2015
50 คนในทีม
Thai
English
คดีความและข้อพิพาท การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย การระงับข้อพิพาททางเลือก: การไกล่เกลี่ยและการอนุญาโตตุลาการ +9 เพิ่มเติม
สำนักงานกฎหมายยูนิตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2558 โดยคุณศรชัย เชี่ยวชาญ...
Hughes Krupica Consulting Company Limited
ภูเก็ต, ประเทศไทย

20 คนในทีม
English
คดีความและข้อพิพาท การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย การระงับข้อพิพาททางเลือก: การไกล่เกลี่ยและการอนุญาโตตุลาการ +9 เพิ่มเติม
Hughes Krupica Consulting Company Limited operates as a Thai international law firm serving global and internationally minded clients from Bangkok and Phuket. The firm presents itself as an SME-focused legal services and business consultancy provider, emphasizing practical, usable advice supported...
ตามที่เห็นใน

ประเทศไทย การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย คำถามทางกฎหมายที่ตอบโดยทนายความ

เรียกดู คำถามทางกฎหมาย 1 ข้อ ของเรา เกี่ยวกับ การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ใน ประเทศไทย และอ่านคำตอบจากทนายความ หรือถามคำถามของคุณเองได้ฟรี.

เจ้าหนี้ยังคงสามารถอายัดบัญชีธนาคารในประเทศไทยของบริษัทได้หรือไม่ หากบริษัทยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง
ล้มละลายและหนี้สิน การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย
ธุรกิจโลจิสติกส์ของเราซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครได้ผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์อันเนื่องมาจากรายได้ที่ลดลง และมีเจ้าหนี้รายหนึ่งกำลังขู่ว่าจะดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อชำระบัญชีกับเรา เรากำลังพิจารณาที่จะยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการอย่างเป็นทางการเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลายของประเทศไทย ทั้งนี้ เราต้องการทราบว่าสภาวะพักการชำระหนี้ (automatic stay) จะมีผลบังคับใช้ในทันทีที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้พิจารณาหรือไม่ เพื่อคุ้มครองบัญชีที่ใช้ในการดำเนินงานของเรา
คำตอบจากทนายความ โดย SILQ

เรียน ท่าน, โปรดทราบว่าข้อมูลนี้มิใช่คำปรึกษาทางกฎหมายและไม่อาจนำไปใช้อ้างอิงได้ อีกทั้งจำเป็นต้องมีการพิจารณาข้อเท็จจริงเฉพาะกรณีของท่านอย่างละเอียดเพื่อที่จะสามารถให้คำแนะนำทางกฎหมายดังกล่าวได้ อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปแล้ว เมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณา สภาวะพักการชำระหนี้ (Automatic Stay) จะมีผลใช้บังคับในทันทีซึ่งก่อให้เกิดความคุ้มครองตามกฎหมายที่สำคัญยิ่งต่อบัญชีที่ใช้ในการดำเนินงานและทรัพย์สินทางธุรกิจของท่าน ดังนี้: การอายัดบัญชีเงินฝากธนาคารและการยึดทรัพย์สิน: เจ้าหนี้ไม่มีประกันและเจ้าหนี้อื่นในลักษณะเดียวกันจะไม่สามารถยึดทรัพย์สินของบริษัท อายัดสิทธิเรียกร้อง หรืออายัดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ใช้ในการดำเนินกิจการผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ การระงับการดำเนินคดี: คดีแพ่งหรือกระบวนการทางกฎหมายเพื่อบังคับชำระหนี้ใดๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาต่อธุรกิจโลจิสติกส์ของท่านในมูลหนี้เดิมจะถูกระงับไว้ตามกฎหมาย และห้ามมิให้เจ้าหนี้ยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่ เจ้าหนี้มีประกัน: แม้กระทั่งผู้ให้กู้ที่มีหลักประกันก็ถูกจำกัดสิทธิตามกฎหมายมิให้บังคับหลักประกันหรือยึดทรัพย์หลักประกันภายนอกหรือก่อนกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตอย่างชัดแจ้งจากศาลล้มละลายกลาง

อ่านคำตอบฉบับเต็ม
1 คำตอบ •

ประเทศไทย การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย บทความกฎหมาย

เรียกดู บทความกฎหมาย 3 บทความ ของเรา เกี่ยวกับ การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ใน ประเทศไทย พร้อมข้อมูลกฎหมายที่นำไปใช้ได้จริง.

ฟื้นฟูกิจการ SME ปี 2569: เงื่อนไข ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และเกณฑ์ใหม่ที่ผ่านรัฐสภาแล้ว
การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย
หมายเหตุสถานะกฎหมาย (ทบทวน ตุลาคม 2569): หลักเกณฑ์กำลังจะเปลี่ยน ร่างกฎหมายแก้ไขพระราชบัญญัติล้มละลายส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาครบทั้งสองสภาแล้ว สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ด้วยคะแนน 444 ต่อ 0 และวุฒิสภาเห็นชอบเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ด้วยคะแนน 137 ต่อ 2 ขั้นต่อไปคือนายกรัฐมนตรีนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ซึ่งมีรายงานว่าต้องดำเนินการภายใน 20 วันนับแต่ได้รับร่างจากรัฐสภา จากนั้นจึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ระหว่างนี้หมวด 3/2 ฉบับปัจจุบันยังใช้บังคับอยู่ และจะใช้ต่อไปจนถึงวันที่กฎหมายใหม่กำหนดให้มีผล วันมีผลบังคับที่แน่นอนให้ตรวจจากตัวบทที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะ ณ วันที่ทบทวนยังยืนยันจากแหล่งทางการไม่ได้ บทความนี้อธิบายกฎหมายที่ใช้อยู่ และสรุปเกณฑ์ใหม่ตามที่มีรายงานไว้ในตารางเปรียบเทียบ เพื่อช่วยตัดสินใจว่าจะยื่นตอนนี้หรือรอ การฟื้นฟูกิจการไม่ได้รับประกันว่าธุรกิจจะรอด สิ่งที่กฎหมายให้คือเวลาและกรอบการเจรจาใหม่ภายใต้การกำกับของศาล และต้องพูดให้ตรงว่าช่องทาง SME ตามกฎหมายปัจจุบันแคบมาก รายงานข่าวระบุว่าตลอดราว 10 ปีที่กฎหมายนี้ใช้บังคับ มีผู้ยื่นคำร้องเพียงประมาณ 10 ราย...
หนี้เสีย SME แก้ยังไงดี ฟื้นฟูกิจการก่อนล้มละลายใน Thailand
การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย
ฟื้นฟูกิจการ SME ในไทย: ทางเลือกก่อนยื่นล้มละลาย จุดประสงค์การค้นหา: Know + Do (ต้องการเข้าใจทางเลือกและเริ่มลงมือเจรจา/เตรียมเอกสาร) กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ประกอบการ / ผู้บริหาร SME (B2B) ที่มีปัญหาสภาพคล่อง และต้องการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือฟื้นฟูกิจการมากกว่าปิดกิจการ "ปรับโครงสร้างหนี้" สามารถทำได้ทั้งแบบเจรจานอกศาลและผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการในศาล ต่างจาก "ล้มละลาย" ซึ่งเน้นการรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์มาชำระหนี้ SME ที่มีหนี้จากการประกอบธุรกิจและมีช่องทางฟื้นฟู สามารถยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย ไม่จำเป็นต้องรอถูกฟ้องล้มละลายก่อน การเตรียมเอกสารการเงินและเอกสารนิติบุคคลครบถ้วน เป็นหัวใจสำคัญให้ทนายและที่ปรึกษาวางแผนเจรจาหนี้และจัดทำแผนฟื้นฟูที่น่าเชื่อถือ ศาลล้มละลายกลาง ผู้ทำแผน และกรมบังคับคดี มีบทบาทร่วมกันในการกลั่นกรองแผน ดูแลประชุมเจ้าหนี้ และกำกับการฟื้นฟูให้เป็นธรรมทั้งต่อลูกหนี้และเจ้าหนี้ การลงมือเร็ว ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเจรจากับเจ้าหนี้เชิงรุก มักช่วยเพิ่มโอกาสฟื้นกิจการได้ดีกว่ารอให้คดีบานปลายไปถึงขั้นล้มละลาย 1. ความแตกต่างระหว่างปรับโครงสร้างหนี้และการล้มละลายตามกฎหมายไทย สำหรับ SME ไทย "ปรับโครงสร้างหนี้" คือการปรับเงื่อนไขหนี้เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้ ไม่ว่าจะทำผ่านการเจรจาตรงกับเจ้าหนี้หรือตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการในศาล ส่วน "ล้มละลาย" คือขั้นที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย และใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่มาจ่ายเจ้าหนี้เป็นหลัก... อ่านเพิ่มเติม →
ธุรกิจไปต่อไม่ไหว? ฟื้นฟูกิจการ vs ปิดกิจการ ใน Thailand
การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย
การฟื้นฟูกิจการคือกระบวนการรักษาธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้ ในขณะที่การล้มละลายหรือปิดกิจการคือการยุติธุรกิจและแบ่งทรัพย์สินให้เจ้าหนี้ กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ศาลล้มละลายกลางมีกลไก "Automatic Stay" ที่ช่วยคุ้มครองลูกหนี้จากการถูกฟ้องร้องหรือบังคับคดีชั่วคราว การปรับโครงสร้างหนี้นอกศาล (Private Restructuring) เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีเจ้าหนี้น้อยรายและยังสามารถเจรจาตกลงกันได้โดยตรง กรรมการบริษัทอาจต้องสูญเสียอำนาจการบริหารชั่วคราวให้กับ "ผู้ทำแผน" หากเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในไทยมีช่องทางฟื้นฟูกิจการแบบเร่งด่วนที่ออกแบบมาให้กระชับและเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า สัญญาณเตือนว่าธุรกิจกำลังเข้าสู่ภาวะเสี่ยงล้มละลายและควรรีบขอคำปรึกษา สัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดคือสภาวะ "หนี้สินล้นพ้นตัว" หรือการที่บริษัทมีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สินทั้งหมด รวมถึงการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ที่ถึงกำหนดได้ หากธุรกิจเริ่มต้องกู้ยืมเงินจากแหล่งนอกระบบมาหมุนเวียน หรือค้างชำระภาษีและเงินสมทบประกันสังคมสะสม นั่นคือสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการแก้ไขทันที ในการพิจารณาว่าธุรกิจของคุณอยู่ในจุดที่ต้องขอคำปรึกษาทางกฎหมายหรือไม่ ให้สังเกตจากองค์ประกอบเหล่านี้: กระแสเงินสดติดลบต่อเนื่อง: ไม่สามารถทำกำไรครอบคลุมดอกเบี้ยจ่าย (Interest Coverage Ratio ต่ำกว่า 1) การผิดนัดชำระหนี้หลัก: เริ่มค้างชำระค่างวดเงินกู้กับธนาคารหรือซัพพลายเออร์รายใหญ่เกิน 3 เดือน ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี: ได้รับหมายศาลหรือจดหมายทวงถาม (Notice) จากเจ้าหนี้หลายรายพร้อมกัน การถูกระงับวงเงิน: ธนาคารปฏิเสธการต่ออายุวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (OD) หรือวงเงินหมุนเวียน ความแตกต่างระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายกับบทบัญญัติการปรับโครงสร้างหนี้แบบเอกชน การปรับโครงสร้างหนี้แบบเอกชน (Private Restructuring) เป็นการเจรจาโดยสมัครใจระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้โดยไม่ผ่านกระบวนการศาล...

1. เกี่ยวกับกฎหมายการปรับโครงสร้างและการล้มละลายในภูเก็ต, ประเทศไทย

ภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยวที่มีผู้ประกอบการหลายรายประสบปัญหาหนี้สินและสภาพคล่องต่ำ กรอบกฎหมายการปรับโครงสร้างหนี้และล้มละลายถูกใช้งานผ่านกระบวนการที่ศาลกลางและศาลจังหวัดดูแล โดยมุ่งเน้นการช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสฟื้นฟูการดำเนินงานและชำระหนี้ได้ใหม่

การปรับโครงสร้างหนี้เป็นกระบวนการที่มักเริ่มจากการเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อสร้างแผนปรับโครงสร้างหนี้ที่ยั่งยืน ก่อนที่จะพิจารณากระบวนการล้มละลายหากไม่สามารถฟื้นฟูกิจการได้

ในภูเก็ต ธุรกิจท่องเที่ยวมักใช้กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้เป็นทางเลือกแรก เพื่อรักษารายได้และพนักงานไว้ในระยะยาว

2. ทำไมคุณอาจต้องการทนายความ

ต่อไปนี้เป็นสถานการณ์เฉพาะเจาะจงที่ภูเก็ตมักพบ และผู้ประกอบการมักต้องการทนายความช่วยเหลือเป็นอันดับแรก

  • โรงแรมหาดป่าตองประสบยอดจองลดลงอย่างต่อเนื่อง มีหนี้ระยะสั้นกับธนาคารและผู้ขายท้องถิ่น ต้องการแผนปรับโครงสร้างหนี้เพื่อรักษากระแสเงินสด
  • บริษัททัวร์ในภูเก็ตมีสัญญาเช่ากับเจ้าของพื้นที่และหนี้สินจากการยกเลิกทัวร์ ต้องการคำปรึกษาเพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูโดยไม่ละทิ้งพนักงาน
  • ร้านอาหารซีฟู๊ดในเมืองภูเก็ตเผชิญหนี้สินกับซัพพลายเออร์และผู้ให้บริการจ่ายช้า ร่วมกับธนาคารที่ต้องการแนวทางการชำระหนี้ที่เป็นรูปธรรม
  • ผู้พัฒนากิจการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่หาดบางสัก เผชิญกับคำสั่งศาลและสวิตช์ผู้ลงทุน ต้องการทนายควบคุมกระบวนการฟื้นฟูกิจการ
  • ผู้ประกอบการขนาดกลางที่มีหนี้หมุนเวียนสูง ต้องการประเมินว่าอยู่ในสถานะที่สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้หรือไม่
  • กิจการที่ยังดำเนินงานแต่มีข้อพิพาทกับพนักงานหรือผู้ถือหุ้น ต้องการแนวทางทางกฎหมายเพื่อหยุดยั้งการล้มละลายและรักษาธุรกิจไว้

3. ภาพรวมกฎหมายท้องถิ่น

กฎหมายกลางของประเทศไทยควบคุมการปรับโครงสร้างหนี้และการล้มละลายทั้งหมด ผ่านศาลล้มละลายกลางและระบบฟื้นฟูกิจการ หากมีกรณีที่ภูเก็ตต้องเผชิญ ศาลท้องถิ่นในภูเก็ตจะทำงานร่วมกับกฎหมายกลางทั้งในด้านอนุมัติแผนฟื้นฟูและการพิพากษาล้มละลาย

หลักกฎหมายที่ใช้งานทั่วไปประกอบด้วยชื่อกฎหมายด้านล้มละลายและการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งถูกใช้อย่างแพร่หลายเพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการที่มีแนวโน้มฟื้นฟูได้ในภูเก็ต

หมายเหตุ: แนวทางกฎหมายมีการปรับปรุงและตีความตามคำสั่งศาลและข้อบังคับที่ออกโดยหน่วยงานราชการ ดังนั้นผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับทนายความเพื่อให้การดำเนินการสอดคล้องกับกฎหมายปัจจุบัน

4. คำถามที่พบบ่อย

อะไรคือการปรับโครงสร้างหนี้และต่างจากล้มละลายอย่างไร

การปรับโครงสร้างหนี้เป็นกระบวนการที่พยายามทำให้นายจ้างสามารถคืนทุนและชำหนี้ได้โดยไม่ต้องขายทรัพย์สินทั้งหมด การล้มละลายคือสถานะที่ทรัพย์สินถูกขายเพื่อนำมาชำระหนี้ให้ผู้มีสิทธิได้รับชำระตามลำดับขั้นตอน

อย่างไรฉันจะเริ่มกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ในภูเก็ต

ปรึกษาทนายความด้านการปรับโครงสร้างหนี้ก่อน เพื่อเตรียมเอกสารการเงินและสัญญาต่างๆ จากนั้นทนายจะช่วยยื่นแผนปรับโครงสร้างหนี้ให้กับเจ้าหนี้และศาลหากจำเป็น

เมื่อไหร่ควรปรึกษาทนายความเรื่องหนี้ที่เกิดขึ้น

เมื่อคุณเริ่มพิจารณาการหยุดชำระหนี้หรือมีคำเตือนจากธนาคาร ควรปรึกษาทนายความทันที เพื่อประเมินทางเลือกทั้งการปรับโครงสร้างหนี้และการล้มละลาย

ที่ไหนสามารถยื่นคำร้องฟื้นฟูกิจการหรือปรับโครงสร้างหนี้ในภูเก็ต

โดยทั่วไปการยื่นคำร้องดำเนินการผ่านศาลล้มละลายกลางหรือศาลจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับภูเก็ต ซึ่งทนายความจะช่วยประสานงานกับศาลและเจ้าหนี้

ทำไมกระบวนการนี้จึงมีค่าใช้จ่ายสูงในบางกรณี

ค่าใช้จ่ายรวมประกอบด้วยค่าทนาย ความเชี่ยวชาญด้านบัญชี และค่าธรรมเนียมศาล หากมีข้อพิพาทระหว่างเจ้าหนี้และผู้ประกอบการ ค่าใช้จ่ายอาจสูงขึ้น

สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้กับทุกประเภทธุรกิจในภูเก็ตหรือไม่

ส่วนใหญ่ได้กับธุรกิจที่มีแนวโน้มฟื้นฟูและมีหนี้ที่เข้าข่ายชำระได้ แต่สถานะทางการเงินและโครงสร้างหนี้ต้องผ่านการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการเงิน

การเลือกทนายความด้านการปรับโครงสร้างหนี้มีสิ่งใดที่ควรพิจารณา

ควรพิจารณาประสบการณ์ในภูเก็ต ความเข้าใจในสัญญาเช่า การเจรจาต่อรองกับธนาคาร และระยะเวลาที่เคยชี้นำกระบวนการฟื้นฟูกิจการ

การเปรียบเทียบระหว่างการฟื้นฟูกิจการกับการล้มละลายคืออะไร

การฟื้นฟูมุ่งเน้นให้ธุรกิจกลับมามีสภาพคล่องและรักษาพนักงาน ส่วนล้มละลายเน้นกระบวนการขายทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้และปิดกิจการ

เอกสารใดบ้างที่ควรเตรียมเมื่อเริ่มกระบวนการ

งบการเงิน 2-3 ปี รายการหนี้สินเชื่อสัญญาเช่า สัญญาซื้อขายและบริการ บันทึกหนี้สิน เอกสารสัญญาจ้างและแรงงาน

หากฉันเป็นลูกค้บุคคลต้องทำอะไรบ้าง

ตรวจสอบหนี้สินส่วนบุคคล คำสั่งศาลที่เกี่ยวข้อง และปรึกษาทนายเกี่ยวกับตัวเลือกที่เหมาะสม เช่น การปรับโครงสร้างหนี้บุคคลหรือการล้มละลายส่วนบุคคล

กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้จะใช้เวลานานแค่ไหน

โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 6-12 เดือนขึ้นกับความร่วมมือของเจ้าหนี้และความพร้อมของเอกสาร แต่กรณีที่ซับซ้อนอาจขยายออกไป

ฉันควรปรึกษาทนายก่อนยื่นคำร้องหรือไม่

ควรปรึกษาทันที เพื่อประเมินคุณสมบัติของธุรกิจ แนวทางที่เป็นไปได้ และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนการยื่นคำร้อง

การปรับโครงสร้างหนี้ต่างจากการชำระหนี้ผ่านศาลอย่างไร

การปรับโครงสร้างหนี้มักเป็นข้อตกลงระหว่างผู้ประกอบการกับเจ้าหนี้ภายใต้การกำกับของศาลหรือข้อตกลงภาคเอกชน ในขณะที่การชำระหนี้ผ่านศาลอาจมีคำสั่งบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามแผนที่ศาลกำหนด

ฉันต้องมีสถานะทางการเงินที่ดีเพื่อเริ่มกระบวนการใช่ไหม

ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ แต่ต้องมีความสามารถในการจ่ายหนี้ในอนาคตหรือมีแผนธุรกิจที่สอดคล้องกับการฟื้นฟู

5. ทรัพยากรเพิ่มเติม

6. ขั้นตอนถัดไป

  1. ประเมินสถานะการเงินอย่างรวดเร็วและรวบรวมเอกสารหลัก เช่น งบการเงิน และสัญญาเช่า
  2. นัดปรึกษาทนายความในภูเก็ตที่มีประสบการณ์ด้านการปรับโครงสร้างหนี้และล้มละลาย
  3. ปรึกษาความเป็นไปได้ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้กับทางออกอื่น เช่น การยุติสัญญาและการจัดการทรัพย์สิน
  4. เตรียมเอกสารและข้อมูลเพื่อยื่นคำร้องหรือเสนอแผนต่อเจ้าหนี้
  5. เจรจากับเจ้าหนี้เพื่อหาข้อตกลงในการปรับโครงสร้างหนี้ที่ยืนหยุ่นและเป็นธรรม
  6. หากจำเป็น ให้ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางหรือศาลที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามกระบวนการ
  7. ติดตามการดำเนินการตามแผน ปรับเปลี่ยนแผนเมื่อศาลหรือเจ้าหนี้เห็นชอบ และถ่ายโอนทรัพย์สินหากจำเป็น

Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน ภูเก็ต ผ่านไดเรกทอรีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของเรา แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า

แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ

ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน ภูเก็ต, ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:

ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม