Lawzana Lawzana Logo
ค้นหาทนายความ

นำเข้าอาหารเสริม-เครื่องสำอางมาขายในไทย ต้องขอใบอนุญาต อย. อะไรบ้าง (อัปเดต 2026)

เผยแพร่เมื่อ Dec 10, 2025 · อัปเดตเมื่อ Sep 28, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • นำเข้ามาขาย ไม่ว่าล็อตใหญ่หรือเล็ก ต้องมีใบอนุญาตและเลขผลิตภัณฑ์ครบก่อนสินค้าถึงด่าน ของแจกตัวอย่างก็ต้องมีเช่นกัน
  • เลข อย. ผูกกับผู้นำเข้า โอนให้บริษัทอื่นไม่ได้ ใครถือใบอนุญาตคนนั้นคุมสิทธิ์ในตลาดไทย
  • โฆษณาอาหารเสริมต้องได้เลข ฆอ. ก่อนเผยแพร่ ข้อนี้ใช้กับโพสต์อินฟลูเอนเซอร์ด้วย ส่วนเครื่องสำอางไม่ต้องขออนุมัติก่อน แต่ห้ามอ้างสรรพคุณเป็นยา

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม? เพิ่ม Lawzana เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการ เพื่อให้บทความของเราแสดงในผลการค้นหา Google ของคุณบ่อยขึ้น

เพิ่มในแหล่งข้อมูลที่ต้องการ

อัปเดต: กันยายน 2026

ถ้าจะนำเข้าอาหารเสริมหรือเครื่องสำอางจากต่างประเทศมาขายในไทย คุณต้องมีเอกสารหลัก 3 อย่าง ได้แก่ (1) ใบอนุญาตนำเข้าหรือการลงทะเบียนสถานที่นำเข้า (2) เลขสารบบอาหาร หรือเลขที่ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางของผลิตภัณฑ์แต่ละตัว และ (3) การผ่านพิธีการตรวจปล่อยที่ด่านอาหารและยาในทุกเที่ยวนำเข้า อาหารเสริมยังมีขั้นที่สี่ด้วย คือโฆษณาต้องได้รับอนุมัติจาก อย. ก่อนเผยแพร่ บทความนี้ไล่ให้ดูทีละขั้นว่าต้องยื่นอะไร ยื่นที่ไหน และจุดใดที่ผู้นำเข้าพลาดบ่อยที่สุด

สรุป: นำเข้าอาหารเสริม-เครื่องสำอางมาขาย ต้องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง (Import License / Registration)

# ใบอนุญาต/เอกสาร ชื่อแบบฟอร์ม/ชื่อเรียก ยื่นที่ไหน ระยะเวลา ค่าธรรมเนียม อายุ
1 ใบอนุญาตนำเข้าอาหาร (สำหรับอาหารเสริม) คำขอ อ.6 / ใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร อ.7 อย. (กองอาหาร) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ตั้งสถานที่เก็บ ขึ้นกับผลตรวจสถานที่เก็บอาหาร ตามกฎกระทรวงว่าด้วยค่าธรรมเนียมภายใต้ พ.ร.บ.อาหาร ตามที่ระบุบนใบอนุญาต ต้องต่ออายุก่อนหมดอายุ
2 เลขสารบบอาหาร (เลข อย. 13 หลัก) ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร คำขอขึ้นทะเบียน/เลขสารบบอาหาร ผ่านระบบ e-submission ระบบ e-submission ของ อย. หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน นานขึ้นหากมีส่วนผสมใหม่หรือต้องประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ ค่าคำขอ และค่าประเมินเอกสารวิชาการ (ถ้ามี) ตามกฎกระทรวง แยกจากใบอนุญาตนำเข้า ตรวจสอบตาม พ.ร.บ.อาหาร ฉบับปัจจุบัน
3 ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง การจดแจ้งเครื่องสำอาง (Cosmetic Notification) ผ่านระบบ SKYNET ระบบออนไลน์ของกองควบคุมเครื่องสำอาง อย. ไม่กี่วันทำการ หากเอกสารครบและถูกต้อง ตามกฎกระทรวงว่าด้วยค่าธรรมเนียมภายใต้ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง 3 ปี
4 การตรวจปล่อยรายเที่ยวนำเข้า ใบขนสินค้าผ่านระบบ NSW / e-Import เชื่อมข้อมูลกับ อย. ด่านอาหารและยา ณ ท่าเรือ/ท่าอากาศยาน ขึ้นกับว่าถูกสุ่มเก็บตัวอย่างหรือไม่ ค่าตรวจวิเคราะห์ (หากถูกเก็บตัวอย่าง) ใช้ครั้งเดียวต่อเที่ยว
5 ใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (เฉพาะอาหารเสริม) เลข ฆอ. ที่ต้องแสดงบนสื่อโฆษณา อย. (กองอาหาร) ต้องได้รับก่อนเผยแพร่โฆษณา ตามกฎกระทรวง ตามที่ระบุในหนังสืออนุญาต

หมายเหตุเรื่องตัวเลข: อัตราค่าธรรมเนียมและอายุเอกสารกำหนดไว้ในกฎกระทรวงและตัวบท พ.ร.บ. ซึ่งมีการแก้ไขเป็นระยะ ก่อนยื่นจริงให้ตรวจอัตราล่าสุดที่ กฎหมายอาหาร อย., กองควบคุมเครื่องสำอาง และ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

1. ภาพรวม: อย. คุมการนำเข้าอาหารเสริมและเครื่องสำอางอย่างไร

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดูแลสินค้าสองกลุ่มนี้ภายใต้กฎหมายคนละฉบับ อาหารเสริมอยู่ใต้ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ส่วนเครื่องสำอางอยู่ใต้ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ทั้งสองฉบับใช้ตรรกะเดียวกัน คือผู้นำเข้าต้องได้รับอนุญาต ผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการตรวจ และสินค้าทุกเที่ยวต้องผ่านด่าน (en.fda.moph.go.th)

กฎชุดนี้ใช้กับการนำเข้าเพื่อ จำหน่าย เท่านั้น การนำเข้าเพื่อใช้เองมีเกณฑ์ผ่อนปรนกว่า โดยต้องเป็นปริมาณที่สมเหตุสมผลสำหรับการใช้ส่วนตัวตามแนวปฏิบัติการนำเข้าเพื่อใช้ส่วนตัวของ อย. ถ้านำของที่อ้างว่าใช้เองมาวางขาย ก็ถือเป็นการนำเข้าเพื่อจำหน่ายทันที

2. จำแนกผลิตภัณฑ์ให้ถูกก่อน: อาหารเสริม เครื่องสำอาง หรือยา (Product Classification)

ต้องตัดสินใจเรื่องนี้ก่อนทำอย่างอื่นทั้งหมด หมวดที่เลือกจะกำหนดกฎหมายที่ใช้ เอกสารที่ต้องเตรียม ระยะเวลา และขอบเขตของสิ่งที่คุณพูดในโฆษณาได้ ถ้าจัดหมวดผิด ปัญหาจะมาทีหลังในรูปของคำสั่งเปลี่ยนหมวดหรือการเพิกถอนเลข หลังจากคุณลงทุนผลิตฉลากและทำการตลาดไปแล้ว

2.1 ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

กฎหลักคือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 409) พ.ศ. 2562 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งยกเลิกและแทนที่ฉบับที่ 293 (พ.ศ. 2548) ประกาศฉบับนี้จัดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเป็นอาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน และกำหนดนิยาม คุณภาพ ส่วนผสมที่ใช้ได้ และข้อความบนฉลากไว้ (en.fda.moph.go.th, food.fda.moph.go.th/law)

  • รูปแบบที่พบบ่อยคือเม็ด แคปซูล ผง หรือของเหลว สำหรับรับประทานนอกเหนือจากอาหารหลัก
  • ปริมาณวิตามินและแร่ธาตุต้องไม่เกินเพดานที่ประกาศกำหนด ซึ่งอ้างอิงปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวันสำหรับคนไทย (Thai RDI)
  • ห้ามอ้างว่ารักษา บำบัด หรือป้องกันโรคในทุกกรณี

ถ้าสูตรมีสารเกินเพดานหรือมีสมุนไพรที่ใช้เพื่อการรักษา ผลิตภัณฑ์จะเข้าเขตยาหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งมีเส้นทางอนุญาตแยกต่างหากและเข้มกว่ามาก

2.2 เครื่องสำอาง

ภายใต้ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 เครื่องสำอางทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อขายต้องจดแจ้งก่อน การแบ่งเป็นเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ควบคุม และทั่วไป เป็นระบบของกฎหมายฉบับ พ.ศ. 2535 ที่ถูกยกเลิกไปแล้ว ปัจจุบัน อย. คุมความปลอดภัยผ่านบัญชีส่วนผสม 3 กลุ่ม คือสารห้ามใช้ สารที่จำกัดปริมาณ และสารที่ใช้ได้ภายใต้เงื่อนไข เช่น สารกันแดดและสารกันเสียบางชนิด (cosmetic.fda.moph.go.th)

นิยามของเครื่องสำอางคือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายนอกร่างกายเพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือส่งเสริมรูปลักษณ์ ไม่ได้มุ่งผลทางการแพทย์ ไทยไม่มีหมวด "เวชสำอาง" (cosmeceutical) แยกต่างหาก ครีมที่อ้างว่ารักษาสิวหรือทำให้ฝ้าหายขาดจึงไม่ถือเป็นเครื่องสำอางที่มีฤทธิ์แรงกว่าปกติ แต่เสี่ยงถูกตีความเป็นยา

2.3 วิธีตัดสินกรณีก้ำกึ่ง

ให้ดูสองอย่างควบคู่กัน คือสูตรและข้อความกล่าวอ้าง แคปซูลคอลลาเจนที่เขียนว่า "ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้น" ยังเป็นอาหารเสริม แต่ถ้าสูตรเดียวกันเขียนว่า "ลดริ้วรอยจากโรคผิวหนัง" ก็เริ่มเข้าเขตยาแล้ว ถ้ามีส่วนผสมใหม่ (novel ingredient) ที่ไทยไม่เคยอนุญาต ให้เผื่อเวลาสำหรับการประเมินความปลอดภัยเพิ่ม

3. ขั้นตอนขอใบอนุญาตและเอกสารที่ต้องใช้ (Food Registration / Cosmetic Notification)

3.1 อาหารเสริม: 5 ขั้นตอน

  1. มีนิติบุคคลไทยและขอใบอนุญาตนำเข้าอาหาร (อ.7)
    • ผู้ยื่นต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลที่อยู่ในไทย และมีสถานที่เก็บอาหารที่ผ่านเกณฑ์สุขลักษณะและการเก็บรักษาของ อย. มาตรฐาน GMP ใช้กับโรงงานผู้ผลิต ไม่ได้ใช้กับโกดังของผู้นำเข้า
  2. เตรียมแฟ้มผลิตภัณฑ์ (Product Dossier)
    • สูตรเต็ม ระบุส่วนผสมทุกตัวและปริมาณต่อหน่วยบริโภค
    • หนังสือรับรองจากผู้ผลิตต่างประเทศ เช่น ใบรับรอง GMP/HACCP และหนังสือรับรองการขายในประเทศผู้ผลิต (Certificate of Free Sale) หรือ Health Certificate ตามที่ อย. กำหนด
    • ใบรายงานผลวิเคราะห์ (Certificate of Analysis หรือ COA)
    • ร่างฉลากภาษาไทย
  3. ยื่นขอเลขสารบบอาหารผ่านระบบ e-submission เจ้าหน้าที่อาจขอข้อมูลเพิ่ม โดยเฉพาะสูตรที่มีส่วนผสมใหม่หรือปริมาณสารใกล้เพดาน
  4. ได้เลขสารบบอาหาร 13 หลัก ต้องพิมพ์บนฉลากทุกชิ้น อายุของใบอนุญาตนำเข้ากับอายุของใบสำคัญผลิตภัณฑ์เป็นกฎคนละชุด อย่าเข้าใจว่าต่ออายุพร้อมกันเสมอ ให้ตรวจวันหมดอายุบนเอกสารแต่ละฉบับและตั้งระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า
  5. ตรวจปล่อยทุกเที่ยวนำเข้า ยื่นใบขนสินค้าผ่านระบบ NSW/e-Import ซึ่งเชื่อมข้อมูลใบอนุญาตและเลขสารบบกับ อย. แล้วผ่านด่านอาหารและยา ด่านอาจสุ่มเก็บตัวอย่างไปวิเคราะห์ เอกสารที่ต้องแนบต่างกันตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ ให้ตรวจรายการล่าสุดที่แนวปฏิบัติการนำเข้าเพื่อจำหน่ายของ อย.

3.2 เครื่องสำอาง: 4 ขั้นตอน

  1. ลงทะเบียนผู้ประกอบการและสถานที่นำเข้า/เก็บในระบบของ อย. ก่อนจดแจ้งผลิตภัณฑ์ นิติบุคคลไทยต้องได้สิทธิ์ใช้งานระบบ และแจ้งสถานที่เก็บสินค้าที่เป็นไปตามเกณฑ์
  2. เตรียมข้อมูลผลิตภัณฑ์และแฟ้มข้อมูลเครื่องสำอาง (Product Information File หรือ PIF)
    • ชื่อผลิตภัณฑ์ แบรนด์ รูปแบบ และวิธีใช้
    • สูตรเต็มตามชื่อสากลของส่วนผสม (INCI) พร้อมความเข้มข้น
    • หนังสือรับรองผู้ผลิต และ/หรือหนังสือรับรองการขาย (Certificate of Free Sale) จากประเทศต้นทาง ซึ่งจำเป็นสำหรับสินค้านำเข้า
    • ข้อมูลความปลอดภัยและความคงตัว
    • ฉลากภาษาไทย
  3. จดแจ้งผ่านระบบ SKYNET ถ้าเอกสารครบจะได้ใบรับจดแจ้งภายในไม่กี่วันทำการ มีอายุ 3 ปี แต่ อย. ตรวจสอบข้อมูลภายหลังได้ (post-audit) ถ้าสูตรหรือฉลากที่ขายจริงไม่ตรงกับที่จดแจ้ง อาจถูกสั่งระงับหรือยกเลิกใบรับจดแจ้ง อย่าใช้วิธีจดไว้ก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง
  4. ตรวจปล่อยทุกเที่ยวนำเข้า ใบขนสินค้าต้องอ้างเลขที่ใบรับจดแจ้ง และผ่านด่านอาหารและยา วัตถุดิบเครื่องสำอางบางประเภทใช้แบบฟอร์มเฉพาะของด่าน (en.fda.moph.go.th)

3.3 ตัวอย่างจริง: วิตามินซีจากเกาหลี 1 รายการ

สมมติว่าบริษัทไทยต้องการนำเข้าแคปซูลวิตามินซีจากเกาหลีมาขายออนไลน์ ปัญหามักเกิดใน 4 จุดต่อไปนี้

  • ปริมาณวิตามินซีต่อวัน: สูตรที่ขายได้ในเกาหลีอาจเกินเพดานของไทย ต้องปรับสูตรหรือเปลี่ยนขนาดรับประทาน
  • เอกสารโรงงาน: Certificate of Free Sale และใบรับรอง GMP ต้องเป็นฉบับที่ยังไม่หมดอายุ และบางกรณีต้องผ่านการรับรองเอกสาร ถ้าเตรียมไม่ถูกต้อง ต้องขอจากต่างประเทศใหม่ ซึ่งมักเสียเวลาหลายสัปดาห์
  • ฉลาก: ถ้าคำว่า "ผิวขาวใส" บนฉลากเกาหลีถูกแปลตรงตัวลงฉลากไทย จะเป็นการกล่าวอ้างที่เกินขอบเขตของอาหารเสริม
  • โฆษณา: ต่อให้ได้เลขสารบบแล้ว โพสต์ขายบน TikTok ที่พูดถึงประโยชน์ของสินค้าก็ยังต้องมีเลข ฆอ.

ถ้าจัดการ 4 จุดนี้ตั้งแต่ก่อนยื่น กระบวนการมักจบในไม่กี่เดือน ถ้าไม่ทำ อาจต้องยื่นใหม่ทั้งชุด

3.4 ตารางเปรียบเทียบ: อาหารเสริม vs เครื่องสำอาง

ประเด็น อาหารเสริม เครื่องสำอาง
กฎหมายหลัก พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 + ประกาศ สธ. ฉบับที่ 409 (พ.ศ. 2562) พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558
การอนุญาตระดับผลิตภัณฑ์ เลขสารบบอาหาร ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง (อายุ 3 ปี)
ระยะเวลาโดยประมาณ หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ไม่กี่วันทำการ หากเอกสารครบ
การควบคุมสูตร เพดานวิตามิน/แร่ธาตุ และส่วนผสมที่อนุญาต บัญชีสารห้ามใช้ สารจำกัดปริมาณ และสารที่ใช้ภายใต้เงื่อนไข
โฆษณา ต้องขออนุญาตก่อน (เลข ฆอ.) ตามมาตรา 41 พ.ร.บ.อาหาร ไม่ต้องขออนุญาตก่อน แต่ห้ามโฆษณาเท็จ เกินจริง หรือเป็นยา
หลังได้รับอนุญาต ตรวจปล่อยรายเที่ยว + เฝ้าระวังตลาด ตรวจปล่อยรายเที่ยว + post-audit + เฝ้าระวังตลาด

4. ฉลาก โฆษณา และข้อห้ามทางการตลาด (Labeling & Advertising)

การมีเลข อย. แล้วไม่ได้แปลว่าจะพูดอะไรก็ได้ ฉลากและโฆษณาเป็นจุดที่ อย. ออกคำสั่งบ่อยที่สุด เพราะเห็นได้ง่ายและผู้บริโภคได้รับผลกระทบโดยตรง

4.1 โฆษณาอาหารเสริมต้องได้เลข ฆอ. ก่อน

มาตรา 41 ของ พ.ร.บ.อาหาร กำหนดว่าการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารผ่านสื่อใด ๆ ต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อน และต้องแสดงเลขที่ได้รับอนุญาต (ฆอ.) ในสื่อนั้น ข้อนี้ใช้กับเว็บไซต์ เพจ ไลฟ์ขายของ และคลิปของอินฟลูเอนเซอร์ที่พูดถึงประโยชน์ของสินค้า เครื่องสำอางไม่ต้องขออนุมัติโฆษณาล่วงหน้า แต่ยังผูกพันตามข้อห้ามโฆษณาใน พ.ร.บ.เครื่องสำอาง

4.2 ฉลากอาหารเสริม: สิ่งที่ต้องมี

  • คำว่า "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร" และชื่อผลิตภัณฑ์
  • เลขสารบบอาหาร ชื่อและที่อยู่ของผู้นำเข้า และประเทศผู้ผลิต
  • ส่วนประกอบเรียงตามปริมาณ ปริมาณสุทธิ และวันผลิต/วันหมดอายุ
  • คำเตือนตามที่ประกาศกำหนด และข้อมูลโภชนาการเมื่อกฎหมายบังคับ

4.3 ฉลากเครื่องสำอาง: สิ่งที่ต้องมี

  • ชื่อและประเภทของเครื่องสำอาง
  • ส่วนผสมทั้งหมด ปริมาณสุทธิ และเลขที่ใบรับจดแจ้ง
  • ชื่อและที่อยู่ของผู้นำเข้าในไทย และประเทศผู้ผลิต
  • วิธีใช้และคำเตือนที่จำเป็น

4.4 ข้อห้ามที่ใช้กับทั้งสองกลุ่ม

ห้ามอ้างว่ารักษา บำบัด บรรเทา หรือป้องกันโรค ห้ามใช้คำสัมบูรณ์อย่าง "หายขาด 100%" หรือ "ไม่มีผลข้างเคียง" และห้ามทำให้คนเข้าใจว่าเลข อย. คือการรับรองประสิทธิภาพ เลข อย. ยืนยันเพียงว่าสินค้าผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ภาพ "ก่อน-หลัง" และรีวิวที่เกินจริงเป็นเป้าหลักของการตรวจโฆษณาออนไลน์ ถ้าอินฟลูเอนเซอร์พูดเกินจริง เจ้าของสินค้าและผู้ทำโฆษณามีความเสี่ยงต้องรับผิดทั้งคู่ ดังนั้นสัญญาจ้างควรกำหนดให้ส่งสคริปต์มาตรวจก่อนโพสต์

5. บทลงโทษ: ถ้าข้ามขั้นตอนจะเจออะไร (Penalties)

การนำเข้าอาหารโดยไม่มีใบอนุญาต การขายอาหารเสริมที่ไม่มีเลขสารบบ การขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้ง และการโฆษณาอาหารโดยไม่มีเลข ฆอ. เป็นความผิดตามบทกำหนดโทษของ พ.ร.บ.อาหาร และ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง โทษมีทั้งปรับ จำคุก หรือทั้งจำทั้งปรับ ขึ้นกับฐานความผิด และสินค้าอาจถูกยึดหรือสั่งทำลาย อัตราโทษและเลขมาตราได้รับการแก้ไขเป็นระยะ ให้ตรวจตัวบทล่าสุดที่ krisdika.go.th ในทางปฏิบัติ ความเสียหายที่หนักกว่าค่าปรับคือสต็อกที่ขายไม่ได้และบัญชีร้านค้าบนแพลตฟอร์มที่ถูกปิด

6. เมื่อถูกเก็บตัวอย่างหรือได้รับคำสั่งจาก อย.

สินค้าถูกสุ่มตรวจได้ทั้งที่ด่านและในตลาด ถ้าพบว่าสูตรไม่ตรงกับที่ยื่น ฉลากผิด หรือมีสารห้ามใช้ อย. สั่งระงับการขาย สั่งเรียกคืน หรือเพิกถอนเลขได้ (en.fda.moph.go.th)

  1. อ่านคำสั่งและกำหนดเวลาให้ชัด คำสั่งทางปกครองมีระยะเวลาชี้แจงและอุทธรณ์ ถ้าพลาดกำหนดเวลา ช่องทางโต้แย้งจะแคบลงมาก
  2. สอบสวนภายใน เทียบล็อตที่มีปัญหากับสูตรและฉลากที่ยื่นไว้ ตรวจผลควบคุมคุณภาพและระบบติดตามล็อต (traceability)
  3. ส่งคำชี้แจงพร้อมแผนแก้ไขและป้องกัน (Corrective and Preventive Action หรือ CAPA) แนบผลแล็บที่เชื่อถือได้ และระบุสิ่งที่จะเปลี่ยน เช่น สูตร ข้อความโฆษณา หรือขั้นตอนตรวจเอกสาร
  4. ถ้าต้องเรียกคืน แจ้งผู้จัดจำหน่ายและร้านค้าตามระดับความเสี่ยง บันทึกจำนวนที่เรียกคืนได้และไม่ได้ เพื่อรายงาน อย.

ถ้าสินค้าติดด่าน ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ทันทีและเตรียมใบขนสินค้า แฟ้มผลิตภัณฑ์ COA และฉลากให้พร้อม คำชี้แจงที่เป็นลายลักษณ์อักษรและมีหลักฐานครบลดโอกาสถูกสั่งส่งคืนหรือทำลายได้มาก

7. ความเข้าใจผิดที่ทำให้เสียเงิน

  • "ล็อตเล็กหรือของทดสอบตลาดไม่ต้องขอ" ต้องขอ ถ้านำเข้ามาขายหรือแจก ต้องมีใบอนุญาตและเลขผลิตภัณฑ์เหมือนล็อตใหญ่
  • "ใช้เลข อย. ของโรงงาน OEM หรือของผู้นำเข้าเดิมได้" ใช้ไม่ได้ เลขผูกกับผู้รับอนุญาต สูตร และฉลากที่ยื่นไว้ ถ้าเปลี่ยนแบรนด์ ผู้นำเข้า หรือสูตร ต้องแจ้งแก้ไขหรือยื่นใหม่
  • "ขายออนไลน์ อย. ไม่ค่อยตรวจ" ตรงข้าม โพสต์ออนไลน์ทิ้งหลักฐานถาวรและเป็นเป้าหลักของการเฝ้าระวังโฆษณา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

นำเข้าอาหารเสริมจำนวนน้อยเพื่อขายในเพจส่วนตัว ต้องขึ้นทะเบียน อย. หรือไม่?

ต้อง กฎหมายดูที่วัตถุประสงค์ ไม่ได้ดูที่จำนวน ถ้านำเข้ามาขาย ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าและเลขสารบบอาหาร ถ้าโพสต์ขายโดยพูดถึงประโยชน์ของสินค้า ต้องมีเลข ฆอ. ด้วย

บริษัทต่างชาติที่ยังไม่มีบริษัทในไทย ขอ อย. เองได้หรือไม่?

ไม่ได้ ผู้ยื่นต้องเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลที่อยู่ในไทย มีสองทางเลือก คือตั้งบริษัทลูกในไทย หรือใช้ผู้นำเข้า/ตัวแทนไทยเป็นผู้ถือใบอนุญาต ถ้าเลือกทางที่สอง ต้องมีสัญญาที่กำหนดให้ชัดว่าใครควบคุมเลข อย. และต้องทำอย่างไรเมื่อเลิกสัญญากัน

โอนเลข อย. หรือใบรับจดแจ้งให้ผู้นำเข้ารายอื่นได้หรือไม่?

โอนไม่ได้ เลขเป็นของผู้รับอนุญาต ถ้าเปลี่ยนผู้นำเข้า ผู้นำเข้ารายใหม่ต้องยื่นขอในนามตัวเอง นี่เป็นเหตุผลหลักที่เจ้าของแบรนด์ต่างชาติควรคิดเรื่องโครงสร้างการถือใบอนุญาตตั้งแต่วันแรก

ใช้โกดังเดียวกันเก็บทั้งอาหารเสริมและเครื่องสำอางได้หรือไม่?

โดยหลักทำได้ ถ้าสถานที่ผ่านเกณฑ์ของทั้งสองกฎหมาย และจัดพื้นที่แยกเป็นสัดส่วน ไม่มีความเสี่ยงปนเปื้อน ควรแจ้งสถานที่ให้ตรงกันในทั้งสองระบบ

จดแจ้งเครื่องสำอางใช้เวลานานเท่าไร?

ถ้าเอกสารครบและสูตรไม่มีสารต้องห้าม มักได้ใบรับจดแจ้งภายในไม่กี่วันทำการ ส่วนที่มักทำให้ล่าช้าคือเอกสารจากโรงงานต่างประเทศ ไม่ใช่ระบบของ อย.

เลข อย. ยืนยันว่าสินค้าปลอดภัยแน่นอนหรือไม่?

ไม่ เลข อย. ยืนยันว่าสูตรและฉลากผ่านเกณฑ์ ณ วันที่อนุญาต อย. ยังสุ่มตรวจและเพิกถอนได้ถ้าพบปัญหาภายหลัง (cosmetic.fda.moph.go.th)

เมื่อไหร่ควรใช้ทนายความด้านกฎหมาย อย.

กรณีสินค้าธรรมดาที่เอกสารครบ ที่ปรึกษาด้าน Regulatory ก็ทำได้ แต่ควรมีทนายความเข้ามาเมื่อเกิดกรณีต่อไปนี้

  • สูตรหรือข้อความกล่าวอ้างอยู่ใกล้เส้นแบ่งกับยา หรือมีส่วนผสมใหม่
  • ใช้ตัวแทนไทยถือใบอนุญาต และต้องการสัญญาที่คุ้มครองสิทธิ์ในเลข อย. และข้อมูลสูตร
  • ได้รับคำสั่งหรือหนังสือเตือนจาก อย. และต้องชี้แจงหรืออุทธรณ์ภายในกำหนดเวลา
  • มีดีลซื้อขายกิจการหรือร่วมทุน ซึ่งมูลค่าส่วนใหญ่ขึ้นกับใบอนุญาต อย.

Checklist ก่อนสั่งสินค้าล็อตแรก

  1. ยืนยันหมวดผลิตภัณฑ์จากทั้งสูตรและข้อความกล่าวอ้าง
  2. มีนิติบุคคลไทยหรือผู้ถือใบอนุญาตที่ไว้ใจได้ พร้อมสัญญาที่ชัดเจน
  3. สถานที่เก็บผ่านเกณฑ์ของ อย.
  4. แฟ้มเอกสารครบ ได้แก่ สูตร หนังสือรับรองผู้ผลิต Certificate of Free Sale, COA และฉลากไทย
  5. อาหารเสริม: ยื่นขอเลข ฆอ. ก่อนเริ่มแคมเปญ
  6. มีขั้นตอนมาตรฐาน (SOP) สำหรับรับมือการสุ่มตรวจและการเรียกคืน

แหล่งข้อมูลทางราชการที่ควรบุ๊คมาร์กไว้ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, หน้ารวมบริการนำเข้าและด่านตรวจ อย., กฎหมายอาหาร อย. และ ระบบข้อมูลเครื่องสำอาง อย. ซึ่งอัปเดตประกาศ ระเบียบ และแบบฟอร์มล่าสุดอย่างต่อเนื่อง

About the Author

L

ทีมบรรณาธิการ Lawzana

Lawzana เผยแพร่คู่มือกฎหมายสำหรับผู้บริโภค เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจสิทธิและทางเลือกของคุณก่อนปรึกษาทนายความ

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Sep 28, 2026

ผู้ถือหุ้นทะเลาะกันในบริษัท Thailand แก้ข้อพิพาทก่อนฟ้อง

ข้อพิพาทผู้ถือหุ้นในบริษัทไทยมักเริ่มจาก "อำนาจควบคุม + เงินปันผล/เงินบริษัท + ทางออกการขายหุ้น" และยิ่งปล่อยนาน...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Sep 16, 2026

ต่างชาติซื้อคอนโดใน Thailand ได้ไหม? สรุปกฎหมายและขั้นตอน

ประเด็นสำคัญ ชาวต่างชาติสามารถซื้อและถือกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อ...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Sep 28, 2026

ฟ้องคดีธุรกิจในศาลไทย ต้องรู้อะไรก่อนบ้างสำหรับเจ้าของกิจการใน Thailand

ก่อนตัดสินใจฟ้องคดีธุรกิจในศาล คุณควรประเมินทั้งโอกาสชนะคดี ต้นทุนเวลา และค่าใช้จ่าย รวมถึงโอกาสในการเจรจาไกล่เก...

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม

เราใช้ AI ในการสร้างคู่มือ และทนายความอาจตรวจสอบคู่มือเหล่านั้น