Lawzana Lawzana Logo
ค้นหาทนายความ

ขั้นตอนจด BOI ในประเทศไทย: คู่มือเริ่มธุรกิจและค่าใช้จ่าย

อัปเดตเมื่อ Jul 23, 2026

  • นักลงทุนต่างชาติสามารถถือหุ้นในบริษัทได้สูงสุด 100% และรับสิทธิ์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 13 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ
  • ระยะเวลาพิจารณาอนุมัติคำขอรับการส่งเสริมโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 40 ถึง 90 วันทำการ ขึ้นอยู่กับขนาดและเงินลงทุนของโครงการ
  • การยื่นคำขอรับการส่งเสริมจาก BOI ไม่มีค่าธรรมเนียมจากภาครัฐโดยตรง แต่จะมีค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและค่าบริการที่ปรึกษากฎหมาย
  • ผู้ขอรับการส่งเสริมต้องปฏิบัติตามเกณฑ์อย่างเคร่งครัด เช่น มีเงินลงทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่เหมาะสม

สำหรับผู้ประกอบการต่างชาติที่ต้องการขยายธุรกิจเข้ามาในประเทศไทย การขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI คือเครื่องมือหลักที่ช่วยลดอุปสรรคทางกฎหมายได้ดีที่สุด โดยเฉพาะข้อจำกัดเรื่องการถือหุ้นตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การจดทะเบียนบริษัท BOI ไม่เพียงช่วยลดภาระภาษีได้มาก แต่ยังช่วยให้คุณดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใสโดยไม่ต้องเผชิญปัญหาเรื่องโครงสร้างนอมินีที่ผิดกฎหมาย

คู่มือนี้จะอธิบายถึงหลักเกณฑ์ ขั้นตอน ระยะเวลา และงบประมาณที่คุณต้องเตรียมการ เพื่อให้การเริ่มต้นธุรกิจของคุณในไทยราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมายปัจจุบันในปี 2026

เกณฑ์การพิจารณาประเภทธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI

การพิจารณาว่าธุรกิจของคุณจะได้รับสิทธิ์ส่งเสริมจาก BOI หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับประเภทกิจกรรมที่ระบุไว้ในบัญชีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุน โดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา หรือกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูงให้กับประเทศเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขด้านเงินลงทุนขั้นต่ำและสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติที่ยืดหยุ่นกว่าปกติ

เกณฑ์การพิจารณาของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในปี 2026 มีรายละเอียดดังนี้:

  • ประเภทกิจการที่เปิดให้การส่งเสริม: แบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก เช่น เกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร, เทคโนโลยีชีวภาพ, อุตสาหกรรมแร่และโลหะ, อุตสาหกรรมเบา, การผลิตเครื่องจักร, อิเล็กทรอนิกส์, สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน, และบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (เช่น ซอฟต์แวร์ ดิจิทัล และศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ)
  • มูลค่าการลงทุนขั้นต่ำ: โครงการส่วนใหญ่ต้องใช้เงินลงทุนขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่นในเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละประเภทกิจการ
  • การเพิ่มมูลค่า (Value Added): ต้องมีสัดส่วนมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของรายได้ ยกเว้นกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเกษตรแปรรูปที่อาจได้รับสิทธิ์ผ่อนปรน
  • การรักษาสิ่งแวดล้อม: โครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต้องแสดงแผนงานและมาตรการป้องกันที่เหมาะสมตามข้อกำหนดกฎหมายสิ่งแวดล้อม

ขั้นตอนการยื่นคำขอและเอกสารที่จำเป็นสำหรับการจดทะเบียน

การขอรับการส่งเสริมการลงทุนเริ่มจากการวิเคราะห์ประเภทธุรกิจ การยื่นเอกสารข้อมูลโครงการผ่านระบบออนไลน์ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการชี้แจงรายละเอียดโครงการต่อเจ้าหน้าที่ และเมื่อได้รับการอนุมัติแล้วจึงจะดำเนินการจัดตั้งบริษัทเพื่อขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุนอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนนี้จำเป็นต้องเตรียมการอย่างมีระบบเพื่อป้องกันปัญหาเอกสารล่าช้า

นี่คือเช็คลิสต์ขั้นตอนการดำเนินงานและเอกสารที่คุณต้องเตรียม:

ขั้นตอนการดำเนินงาน

ขั้นตอนการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน BOI ประเทศไทย 7 ขั้นตอน
ขั้นตอนการยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน BOI ประเทศไทย 7 ขั้นตอน
  1. ตรวจสอบสิทธิ์และเงื่อนไข: ตรวจสอบว่ากิจกรรมของบริษัทตรงกับประเภทกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริมในปัจจุบันอย่างชัดเจน
  2. ยื่นคำขอออนไลน์: กรอกข้อมูลและอัปโหลดเอกสารผ่านระบบ e-Investment Promotion ของ BOI
  3. เข้าชี้แจงโครงการ (Project Presentation): นัดหมายและเข้าชี้แจงรายละเอียดโครงการกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบภายใน 10 วันทำการนับจากวันที่ยื่นคำขอ
  4. การพิจารณาและอนุมัติ: เจ้าหน้าที่วิเคราะห์โครงการและนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการหรือคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  5. รับหนังสือแจ้งมติ: เมื่อโครงการได้รับการอนุมัติ บริษัทจะได้รับหนังสือแจ้งมติส่งเสริมการลงทุนและต้องตอบรับมติกลับภายใน 1 เดือน
  6. จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท: ดำเนินการจดทะเบียนบริษัทใหม่หรือเพิ่มทุนกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ให้สอดคล้องกับเงื่อนไขทุนจดทะเบียนของ BOI
  7. ยื่นขอรับบัตรส่งเสริม: ยื่นเอกสารการจัดตั้งบริษัทและเอกสารประกอบอื่นเพื่อขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุนภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ตอบรับมติ

เอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการยื่นคำขอ

  • แบบคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนตามประเภทกิจการ
  • แผนธุรกิจและแผนการเงินโดยละเอียด (Business and Financial Plan)
  • เอกสารแสดงตนของผู้ยื่นคำขอ เช่น สำเนาหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวประชาชน
  • หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (ในกรณีที่มีการจัดตั้งบริษัทไว้แล้ว)
  • แผนผังกระบวนการผลิตหรือขั้นตอนการให้บริการ (Process Flowchart)
  • รายการเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในโครงการ

ระยะเวลาดำเนินการพิจารณาคำขอ

ระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะแตกต่างกันไปตามขนาดของเงินลงทุนและประเภทของกิจการ โดยทั่วไปกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่การยื่นคำขอจนถึงการได้รับบัตรส่งเสริมจะใช้เวลาเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 40 ถึง 90 วันทำการ หากเอกสารและข้อมูลที่ยื่นมีความถูกต้องและครบถ้วนตั้งแต่ต้น

ตารางด้านล่างนี้แสดงกรอบเวลาโดยประมาณตามเกณฑ์ของ BOI:

ขนาดของเงินลงทุน (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) ขั้นตอนพิจารณาโดย ระยะเวลาพิจารณา (วันทำการ)
ไม่เกิน 200 ล้านบาท สำนักงาน BOI หรืออนุกรรมการเฉพาะกิจ ประมาณ 40 วันทำการ
เกิน 200 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 2,000 ล้านบาท คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ประมาณ 60 วันทำการ
มากกว่า 2,000 ล้านบาท คณะกรรมการ BOI (บอร์ดใหญ่) ประมาณ 90 วันทำการ

หมายเหตุ: ระยะเวลาข้างต้นคือเวลาทำงานของเจ้าหน้าที่ ไม่รวมระยะเวลาที่ผู้ประกอบการใช้ในการจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติมหรือการแก้ไขข้อมูลตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ

ประมาณการค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

จุดเด่นประการหนึ่งของการยื่นขอ BOI คือทางหน่วยงานไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการยื่นคำขอหรือค่าธรรมเนียมในการออกบัตรส่งเสริมการลงทุน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงมีค่าใช้จ่ายในส่วนของการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับทางภาครัฐ และค่าบริการวิชาชีพทางกฎหมายในการเตรียมโครงสร้างธุรกิจและเอกสารคำขอที่ค่อนข้างซับซ้อน

ประมาณการค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการจดทะเบียนบริษัท BOI มีดังนี้:

  • ค่าธรรมเนียมรัฐบาลในการจดทะเบียนบริษัท (DBD): ประมาณ 5,500 บาท ต่อทุนจดทะเบียนทุก 1 ล้านบาท (สูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท)
  • ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และอื่นๆ: ประมาณ 1,000 - 3,000 บาท
  • ค่าบริการที่ปรึกษากฎหมายและการจัดเตรียมเอกสาร BOI: เริ่มต้นตั้งแต่ 80,000 บาท ถึง 200,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของประเภทกิจการและโครงสร้างของผู้ถือหุ้น
  • ค่าแปลเอกสารและรับรองเอกสารโดยโนตารีพับลิก (ถ้ามี): ประมาณ 5,000 - 15,000 บาท

การเลือกลงทุนในบริการทางกฎหมายที่มีคุณภาพตั้งแต่เริ่มต้นช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธคำขอ ซึ่งอาจทำให้แผนธุรกิจของคุณล่าช้าและสูญเสียโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญ

สิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้นิติบุคคลและสิทธิการถือครองที่ดิน

สิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนของ BOI แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก คือ สิทธิประโยชน์ด้านภาษี (Tax Incentives) และสิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษี (Non-Tax Incentives) ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาจัดตั้งฐานการประกอบธุรกิจในไทย

รายละเอียดของสิทธิประโยชน์หลักมีดังนี้:

สิทธิประโยชน์ทางภาษี (Tax Incentives)

  • ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล: สูงสุดถึง 13 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
  • ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล: ลดหย่อนร้อยละ 50 เพิ่มเติมอีกเป็นเวลาสูงสุด 5 ปี เฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหรือพื้นที่ที่กำหนด
  • ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร: ยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีนำเข้าสำหรับเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตในโครงการ
  • ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบ: ยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบและวัสดุจำเป็นที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการผลิตเพื่อการส่งออกตามระยะเวลาที่กำหนด

สิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษี (Non-Tax Incentives)

เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ทางภาษีและที่ไม่เกี่ยวกับภาษีจากการส่งเสริมการลงทุน BOI
เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์ทางภาษีและที่ไม่เกี่ยวกับภาษีจากการส่งเสริมการลงทุน BOI
  • สิทธิการถือหุ้นต่างชาติ 100%: อนุญาตให้คนต่างด้าวถือหุ้นทั้งหมดในบริษัทได้ แม้จะเป็นกิจกรรมที่จำกัดไว้ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
  • สิทธิการถือครองที่ดิน: อนุญาตให้บริษัทต่างชาติที่ได้รับการส่งเสริมสามารถถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพื่อใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานหรือโรงงานในการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมได้
  • การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน: สามารถนำเข้าช่างฝีมือและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงานในโครงการได้อย่างรวดเร็วผ่านบริการของศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (One Start One Stop Investment Center)

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

มีข้อผิดพลาดและความเข้าใจคลาดเคลื่อนหลายประการที่ผู้ประกอบการมักจะพบเจอเมื่อยื่นขอจดทะเบียนบริษัท BOI ซึ่งอาจส่งผลให้โครงการล่าช้าหรือถูกปฏิเสธได้:

  • ความเข้าใจผิดที่ 1: "การได้รับอนุมัติ BOI หมายความว่าบริษัทจัดตั้งขึ้นเรียบร้อยแล้ว" ในความเป็นจริง การอนุมัติโครงการจาก BOI และการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นสองขั้นตอนที่แยกจากกัน คุณต้องได้รับการอนุมัติหลักการจาก BOI ก่อน จึงจะนำเอกสารนั้นไปจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเพื่อให้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือแจ้งมติ
  • ความเข้าใจผิดที่ 2: "ทุกธุรกิจที่ได้รับ BOI จะได้ยกเว้นภาษี 13 ปีเท่ากันหมด" ระยะเวลาและระดับการยกเว้นภาษีจะถูกพิจารณาตามกลุ่มอุตสาหกรรม (เช่น กลุ่ม A หรือ กลุ่ม B) และเงื่อนไขย่อยของโครงการ ธุรกิจบริการบางประเภทอาจได้รับสิทธิประโยชน์เฉพาะด้านที่ไม่ใช่ภาษี หรือได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ในระยะเวลาที่สั้นกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
  • ความเข้าใจผิดที่ 3: "เมื่อได้บัตรส่งเสริมแล้ว จะทำธุรกิจอะไรเพิ่มเติมในบริษัทเดิมก็ได้" สิทธิประโยชน์ของ BOI จะผูกอยู่กับ "โครงการที่ได้รับการส่งเสริม" เท่านั้น หากบริษัทของคุณต้องการขยายธุรกิจไปทำกิจกรรมอื่นที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในบัตรส่งเสริม คุณจะต้องยื่นขออนุมัติโครงการใหม่ หรือดำเนินกิจการนั้นภายใต้เงื่อนไขกฎหมายปกติโดยไม่มีสิทธิประโยชน์ของ BOI ร่วมด้วย

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

BOI กำหนดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำสำหรับทุกโครงการเท่ากันหรือไม่?

ไม่เท่ากัน เกณฑ์ขั้นต่ำโดยทั่วไปคือต้องมีเงินลงทุนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทต่อโครงการ (ไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) อย่างไรก็ตาม บางประเภทกิจการอาจมีข้อกำหนดเฉพาะที่สูงกว่านี้ เช่น กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (IBC) ที่กำหนดทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท

หากได้รับอนุมัติ BOI แล้ว บริษัทจะต้องทำอย่างไรต่อในแต่ละปี?

บริษัทมีหน้าที่ต้องรายงานผลการดำเนินงานและการปฏิบัติตามเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมต่อ BOI เป็นประจำทุกปี (เช่น รายงานผลการดำเนินงานครึ่งปีและประจำปี) รวมถึงต้องขออนุมัติเปิดดำเนินการเต็มโครงการภายในระยะเวลาที่กำหนดในบัตรส่งเสริม

นักลงทุนต่างชาติสามารถถือครองที่ดินผ่าน BOI ได้ตลอดไปหรือไม่?

สิทธิการถือครองที่ดินจะคงอยู่ตราบเท่าที่บริษัทยังคงดำเนินกิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI หากบริษัทเลิกกิจการหรือถูกเพิกถอนบัตรส่งเสริมการลงทุน บริษัทจะต้องดำเนินการจำหน่ายหรือโอนที่ดินนั้นออกไปภายในระยะเวลา 1 ปีตามกฎหมาย

สามารถยื่นขอ BOI ย้อนหลังสำหรับกิจการที่เปิดดำเนินงานไปแล้วได้หรือไม่?

ไม่ได้ การขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จะต้องยื่นคำขอก่อนที่โครงการใหม่จะเริ่มดำเนินการ หรือก่อนที่จะมีการนำเข้าเครื่องจักรและเริ่มกระบวนการผลิต/บริการในส่วนของโครงการใหม่นั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทเดิมสามารถยื่นขอส่งเสริมในลักษณะ "โครงการขยายการลงทุน" ได้

เมื่อไหร่ควรจ้างทนายความ

การจัดทำเอกสารข้อเสนอโครงการและการเจรกับเจ้าหน้าที่ BOI ต้องการความแม่นยำด้านข้อกฎหมายและโครงสร้างธุรกิจเป็นอย่างสูง หากธุรกิจของคุณมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติ มีมูลค่าการลงทุนที่สูง หรือต้องการใช้สิทธิประโยชน์ซ้อนกันในหลายแง่มุม การจัดจ้างทนายความหรือที่ปรึกษากฎหมายที่มีประสบการณ์จะช่วยป้องกันความผิดพลาดในการจัดเตรียมเอกสาร ช่วยวางแผนโครงสร้างทุนให้เป็นไปตามเกณฑ์ และช่วยยื่นขออนุมัติได้อย่างรวดเร็ว

หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญมาช่วยดูแลในทุกขั้นตอน คุณสามารถปรึกษาและเลือกใช้บริการจาก ทนายความด้านการจดทะเบียนธุรกิจในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนของคุณจะได้รับการคุ้มครองและเป็นไปอย่างถูกต้องตั้งแต่ก้าวแรก

ขั้นตอนต่อไป

หากคุณพร้อมที่จะเริ่มต้นขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท BOI ในประเทศไทย นี่คือแนวทางปฏิบัติที่คุณควรดำเนินงานต่อทันที:

  1. ประเมินสิทธิ์เบื้องต้น: ตรวจสอบหมวดหมู่ธุรกิจของคุณในคู่มือการส่งเสริมการลงทุนของ BOI เพื่อดูว่าอยู่ในกลุ่มที่ได้รับการส่งเสริมและมีเงื่อนไขอย่างไร
  2. จัดทำแผนธุรกิจฉบับร่าง: เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับโมเดลธุรกิจ แผนการเงิน จำนวนพนักงาน และเทคโนโลยีที่จะนำเข้ามาใช้
  3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ติดต่อที่ปรึกษากฎหมายเพื่อวิเคราะห์ความพร้อมของโครงสร้างบริษัท และเตรียมความพร้อมก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ BOI เพื่อชี้แจงโครงการอย่างเป็นทางการ

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Mar 13, 2026

ผู้ถือหุ้นทะเลาะกันในบริษัท Thailand แก้ข้อพิพาทก่อนฟ้อง

ข้อพิพาทผู้ถือหุ้นในบริษัทไทยมักเริ่มจาก "อำนาจควบคุม + เงินปันผล/เงินบริษัท + ทางออกการขายหุ้น" และยิ่งปล่อยนาน...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Mar 13, 2026

ข้อพิพาทการค้าระหว่างประเทศ เริ่มอย่างไรดีสำหรับธุรกิจไทย Thailand

เมื่อเกิดข้อพิพาทการค้าระหว่างประเทศ ธุรกิจไทยควรเริ่มจากการตรวจสัญญา โดยเฉพาะเงื่อนไขกฎหมายที่ใช้บังคับ (govern...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Mar 13, 2026

ธุรกิจไทยรับมือกฎหมายส่งออกและคว่ำบาตรต่างประเทศใน Thailand

การปฏิบัติตามข้อบังคับส่งออกและคว่ำบาตรสำหรับธุรกิจไทย จุดประสงค์การค้นหา: เข้าใจ (Know) + ลงมือทำ (Do) - สำหรับผู้บริห...

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2012
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 นาที
การป้องกันคดีอาญา คดีความและข้อพิพาท ครอบครัว +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Lawyer Republic Logo
Lawyer Republic
ภูเก็ต
ตั้งแต่ปี 2006
ทนายความ 22 คน
ฟรี 1 ชั่วโมง
ธนาคารและการเงิน คดีความและข้อพิพาท ภาษี +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม