Lawzana Lawzana Logo

ทนายความ การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ที่ดีที่สุดใน ปทุมวัน

แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย

ฟรี ใช้เวลา 2 นาที

W Law International - Pattaya Office
สำนักงานใน กรุงเทพมหานคร ให้บริการ ปทุมวัน, ประเทศไทย

English
คดีความและข้อพิพาท การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ +9 เพิ่มเติม
สำนักงานพัทยาของดับเบิลยูลอว์...
ตามที่เห็นใน

ประเทศไทย การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย คำถามทางกฎหมายที่ตอบโดยทนายความ

เรียกดู คำถามทางกฎหมาย 1 ข้อ ของเรา เกี่ยวกับ การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ใน ประเทศไทย และอ่านคำตอบจากทนายความ หรือถามคำถามของคุณเองได้ฟรี.

เจ้าหนี้ยังคงสามารถอายัดบัญชีธนาคารในประเทศไทยของบริษัทได้หรือไม่ หากบริษัทยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง
ล้มละลายและหนี้สิน การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย
ธุรกิจโลจิสติกส์ของเราซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครได้ผิดนัดชำระหนี้เงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์อันเนื่องมาจากรายได้ที่ลดลง และมีเจ้าหนี้รายหนึ่งกำลังขู่ว่าจะดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อชำระบัญชีกับเรา เรากำลังพิจารณาที่จะยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการอย่างเป็นทางการเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลายของประเทศไทย ทั้งนี้ เราต้องการทราบว่าสภาวะพักการชำระหนี้ (automatic stay) จะมีผลบังคับใช้ในทันทีที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้พิจารณาหรือไม่ เพื่อคุ้มครองบัญชีที่ใช้ในการดำเนินงานของเรา
คำตอบจากทนายความ โดย SILQ

เรียน ท่าน, โปรดทราบว่าข้อมูลนี้มิใช่คำปรึกษาทางกฎหมายและไม่อาจนำไปใช้อ้างอิงได้ อีกทั้งจำเป็นต้องมีการพิจารณาข้อเท็จจริงเฉพาะกรณีของท่านอย่างละเอียดเพื่อที่จะสามารถให้คำแนะนำทางกฎหมายดังกล่าวได้ อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปแล้ว เมื่อศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้พิจารณา สภาวะพักการชำระหนี้ (Automatic Stay) จะมีผลใช้บังคับในทันทีซึ่งก่อให้เกิดความคุ้มครองตามกฎหมายที่สำคัญยิ่งต่อบัญชีที่ใช้ในการดำเนินงานและทรัพย์สินทางธุรกิจของท่าน ดังนี้: การอายัดบัญชีเงินฝากธนาคารและการยึดทรัพย์สิน: เจ้าหนี้ไม่มีประกันและเจ้าหนี้อื่นในลักษณะเดียวกันจะไม่สามารถยึดทรัพย์สินของบริษัท อายัดสิทธิเรียกร้อง หรืออายัดบัญชีเงินฝากธนาคารที่ใช้ในการดำเนินกิจการผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ การระงับการดำเนินคดี: คดีแพ่งหรือกระบวนการทางกฎหมายเพื่อบังคับชำระหนี้ใดๆ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาต่อธุรกิจโลจิสติกส์ของท่านในมูลหนี้เดิมจะถูกระงับไว้ตามกฎหมาย และห้ามมิให้เจ้าหนี้ยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่ เจ้าหนี้มีประกัน: แม้กระทั่งผู้ให้กู้ที่มีหลักประกันก็ถูกจำกัดสิทธิตามกฎหมายมิให้บังคับหลักประกันหรือยึดทรัพย์หลักประกันภายนอกหรือก่อนกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตอย่างชัดแจ้งจากศาลล้มละลายกลาง

อ่านคำตอบฉบับเต็ม
1 คำตอบ •

ประเทศไทย การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย บทความกฎหมาย

เรียกดู บทความกฎหมาย 3 บทความ ของเรา เกี่ยวกับ การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ใน ประเทศไทย พร้อมข้อมูลกฎหมายที่นำไปใช้ได้จริง.

ฟื้นฟูกิจการ SME ปี 2569: เงื่อนไข ขั้นตอน ค่าใช้จ่าย และเกณฑ์ใหม่ที่ผ่านรัฐสภาแล้ว
การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย
หมายเหตุสถานะกฎหมาย (ทบทวน ตุลาคม 2569): หลักเกณฑ์กำลังจะเปลี่ยน ร่างกฎหมายแก้ไขพระราชบัญญัติล้มละลายส่วนที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาครบทั้งสองสภาแล้ว สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ด้วยคะแนน 444 ต่อ 0 และวุฒิสภาเห็นชอบเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ด้วยคะแนน 137 ต่อ 2 ขั้นต่อไปคือนายกรัฐมนตรีนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ซึ่งมีรายงานว่าต้องดำเนินการภายใน 20 วันนับแต่ได้รับร่างจากรัฐสภา จากนั้นจึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ระหว่างนี้หมวด 3/2 ฉบับปัจจุบันยังใช้บังคับอยู่ และจะใช้ต่อไปจนถึงวันที่กฎหมายใหม่กำหนดให้มีผล วันมีผลบังคับที่แน่นอนให้ตรวจจากตัวบทที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะ ณ วันที่ทบทวนยังยืนยันจากแหล่งทางการไม่ได้ บทความนี้อธิบายกฎหมายที่ใช้อยู่ และสรุปเกณฑ์ใหม่ตามที่มีรายงานไว้ในตารางเปรียบเทียบ เพื่อช่วยตัดสินใจว่าจะยื่นตอนนี้หรือรอ การฟื้นฟูกิจการไม่ได้รับประกันว่าธุรกิจจะรอด สิ่งที่กฎหมายให้คือเวลาและกรอบการเจรจาใหม่ภายใต้การกำกับของศาล และต้องพูดให้ตรงว่าช่องทาง SME ตามกฎหมายปัจจุบันแคบมาก รายงานข่าวระบุว่าตลอดราว 10 ปีที่กฎหมายนี้ใช้บังคับ มีผู้ยื่นคำร้องเพียงประมาณ 10 ราย...
หนี้เสีย SME แก้ยังไงดี ฟื้นฟูกิจการก่อนล้มละลายใน Thailand
การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย
ฟื้นฟูกิจการ SME ในไทย: ทางเลือกก่อนยื่นล้มละลาย จุดประสงค์การค้นหา: Know + Do (ต้องการเข้าใจทางเลือกและเริ่มลงมือเจรจา/เตรียมเอกสาร) กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ประกอบการ / ผู้บริหาร SME (B2B) ที่มีปัญหาสภาพคล่อง และต้องการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือฟื้นฟูกิจการมากกว่าปิดกิจการ "ปรับโครงสร้างหนี้" สามารถทำได้ทั้งแบบเจรจานอกศาลและผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการในศาล ต่างจาก "ล้มละลาย" ซึ่งเน้นการรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์มาชำระหนี้ SME ที่มีหนี้จากการประกอบธุรกิจและมีช่องทางฟื้นฟู สามารถยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย ไม่จำเป็นต้องรอถูกฟ้องล้มละลายก่อน การเตรียมเอกสารการเงินและเอกสารนิติบุคคลครบถ้วน เป็นหัวใจสำคัญให้ทนายและที่ปรึกษาวางแผนเจรจาหนี้และจัดทำแผนฟื้นฟูที่น่าเชื่อถือ ศาลล้มละลายกลาง ผู้ทำแผน และกรมบังคับคดี มีบทบาทร่วมกันในการกลั่นกรองแผน ดูแลประชุมเจ้าหนี้ และกำกับการฟื้นฟูให้เป็นธรรมทั้งต่อลูกหนี้และเจ้าหนี้ การลงมือเร็ว ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเจรจากับเจ้าหนี้เชิงรุก มักช่วยเพิ่มโอกาสฟื้นกิจการได้ดีกว่ารอให้คดีบานปลายไปถึงขั้นล้มละลาย 1. ความแตกต่างระหว่างปรับโครงสร้างหนี้และการล้มละลายตามกฎหมายไทย สำหรับ SME ไทย "ปรับโครงสร้างหนี้" คือการปรับเงื่อนไขหนี้เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้ ไม่ว่าจะทำผ่านการเจรจาตรงกับเจ้าหนี้หรือตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการในศาล ส่วน "ล้มละลาย" คือขั้นที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย และใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่มาจ่ายเจ้าหนี้เป็นหลัก... อ่านเพิ่มเติม →
ธุรกิจไปต่อไม่ไหว? ฟื้นฟูกิจการ vs ปิดกิจการ ใน Thailand
การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย
การฟื้นฟูกิจการคือกระบวนการรักษาธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้ ในขณะที่การล้มละลายหรือปิดกิจการคือการยุติธุรกิจและแบ่งทรัพย์สินให้เจ้าหนี้ กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ศาลล้มละลายกลางมีกลไก "Automatic Stay" ที่ช่วยคุ้มครองลูกหนี้จากการถูกฟ้องร้องหรือบังคับคดีชั่วคราว การปรับโครงสร้างหนี้นอกศาล (Private Restructuring) เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีเจ้าหนี้น้อยรายและยังสามารถเจรจาตกลงกันได้โดยตรง กรรมการบริษัทอาจต้องสูญเสียอำนาจการบริหารชั่วคราวให้กับ "ผู้ทำแผน" หากเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในไทยมีช่องทางฟื้นฟูกิจการแบบเร่งด่วนที่ออกแบบมาให้กระชับและเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า สัญญาณเตือนว่าธุรกิจกำลังเข้าสู่ภาวะเสี่ยงล้มละลายและควรรีบขอคำปรึกษา สัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดคือสภาวะ "หนี้สินล้นพ้นตัว" หรือการที่บริษัทมีทรัพย์สินน้อยกว่าหนี้สินทั้งหมด รวมถึงการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงจนไม่สามารถชำระหนี้ที่ถึงกำหนดได้ หากธุรกิจเริ่มต้องกู้ยืมเงินจากแหล่งนอกระบบมาหมุนเวียน หรือค้างชำระภาษีและเงินสมทบประกันสังคมสะสม นั่นคือสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการแก้ไขทันที ในการพิจารณาว่าธุรกิจของคุณอยู่ในจุดที่ต้องขอคำปรึกษาทางกฎหมายหรือไม่ ให้สังเกตจากองค์ประกอบเหล่านี้: กระแสเงินสดติดลบต่อเนื่อง: ไม่สามารถทำกำไรครอบคลุมดอกเบี้ยจ่าย (Interest Coverage Ratio ต่ำกว่า 1) การผิดนัดชำระหนี้หลัก: เริ่มค้างชำระค่างวดเงินกู้กับธนาคารหรือซัพพลายเออร์รายใหญ่เกิน 3 เดือน ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี: ได้รับหมายศาลหรือจดหมายทวงถาม (Notice) จากเจ้าหนี้หลายรายพร้อมกัน การถูกระงับวงเงิน: ธนาคารปฏิเสธการต่ออายุวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี (OD) หรือวงเงินหมุนเวียน ความแตกต่างระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายกับบทบัญญัติการปรับโครงสร้างหนี้แบบเอกชน การปรับโครงสร้างหนี้แบบเอกชน (Private Restructuring) เป็นการเจรจาโดยสมัครใจระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้โดยไม่ผ่านกระบวนการศาล...

1. เกี่ยวกับกฎหมายการปรับโครงสร้างและการล้มละลายในปทุมวัน, ประเทศไทย

กฎหมายล้มละลายและการปรับโครงสร้างทางการเงินมีบทบาทสำคัญต่อบริษัทและธุรกิจในจังหวัดปทุมธานี เน้นการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีหนี้สินมากให้คืนสถานะการดำเนินงานได้ โดยใช้กระบวนการฟื้นฟูกิจการหรือการล้มละลายตามกรอบกฎหมายที่บังคับใช้อย่างเคร่งครัด

กระบวนการในปทุมธานีจะแยกเป็น 2 แนวทางหลัก คือ การฟื้นฟูกิจการของบริษัทเพื่อพัฒนาศักยภาพหนี้สินด้วยแผนฟื้นฟู และการล้มละลายเพื่อชำระหนี้สู่กลุ่มเจ้าหนี้ตามสภาพของทรัพย์สินผู้ล้มละลาย

ผู้ประกอบการในปทุมธานีมักยื่นคำร้องไปยังศาลล้มละลายกลางในกรุงเทพมหานคร โดยมีส่วนช่วยให้การดำเนินคดีเป็นไปตามระเบียบของศาลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

2. ทำไมคุณอาจต้องการทนายความ

  • สถานการณ์ 1 บริษัทผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมในอำเภอธัญบุรี ประสบวิกฤตกระแสเงินสดจากหนี้ซื้อวัตถุดิบ ต้องการคำแนะนำในการวางแผนฟื้นฟูและการยื่นแผนฟื้นฟูที่ศาลล้มละลายกลาง
  • สถานการณ์ 2 ธุรกิจขนาดกลางในอำเภอคลองหลวง ถูกคู่ค้ารายใหญ่ทักท้วงหนี้ เจ้าของธุรกิจต้องการขอพักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ผ่านคำสั่งศาล
  • สถานการณ์ 3 ร้านค้าปลีกในย่านรังสิตรบการชำระหนี้จากการแพ้พนันลูกหนี้หลายราย ต้องการคำปรึกษาผลกระทบทางกฎหมายและแนวทางการฟื้นฟู
  • สถานการณ์ 4 บริษัทจดทะเบียนในปทุมธานีต้องการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและโครงสร้างหนี้เพื่อไม่ให้ล้มละลาย ต้องการคำปรึกษาเรื่องการฟื้นฟูกิจการร่วมกับผู้ถือหุ้น
  • สถานการณ์ 5 เจ้าของธุรกิจรายย่อยที่ได้รับฟ้องร้องล้มละลาย ต้องการทนายความเพื่อยืนกรอบแผนชำระหนี้ใหม่และประเมินโอกาสรอด

3. ภาพรวมกฎหมายท้องถิ่น

กฎหมายหลักที่บังคับใช้อย่างทั่วถึงในปทุมธานี ได้แก่ พระราชบัญญัติล้มละลาย และพระราชบัญญัติล้มละลายและฟื้นฟูกิจการของบริษัท ซึ่งบังคับใช้ในทุกจังหวัด รวมถึงปทุมธานี

การฟื้นฟูกิจการและการล้มละลายอยู่ภายใต้กรอบศาลล้มละลายกลาง ซึ่งดูแลกระบวนการยื่นคำร้อง การอนุมัติแผนฟื้นฟู และการบังคับใช้ข้อกำหนดตามแผน

ผู้ประกอบการในปทุมธานีสามารถยื่นคำร้องผ่านศาลล้มละลายกลางที่กรุงเทพมหานครได้ โดยมีการเผยแพร่แนวทางและขั้นตอนผ่านหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกระทรวงยุติธรรม

อ้างอิง: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ชี้ว่า การฟื้นฟูกิจการช่วยลดความเสี่ยงล้มละลาย และกระบวนการล้มละลายมีรายละเอียดชัดเจนในพระราชบัญญัติล้มละลาย
อ้างอิง: ราชกิจจานุเบกษา กำหนดกรอบความถูกต้องตามกฎหมายเกี่ยวกับการล้มละลายและฟื้นฟูกิจการของบริษัท

4. คำถามที่พบบ่อย

อะไรคือความหมายของการฟื้นฟูกิจการและต่างจากการล้มละลาย?

การฟื้นฟูกิจการคือกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้และธุรกิจเพื่อทำให้บริษัทสามารถดำเนินงานต่อไปได้ ภายใต้แผนฟื้นฟูที่ได้รับอนุมัติจากศาล ส่วนการล้มละลายมุ่งชำระหนี้จากทรัพย์สินของบริษัทที่ล้มละลาย

อย่างไรฉันจะเริ่มกระบวนการฟื้นฟูกิจการที่ปทุมวัน?

เริ่มจากปรึกษาทนายความที่มีประสบการณ์ด้านการปรับโครงสร้าง ในกรณีที่คุณมีหนี้สินมาก เจ้าหน้าที่จะช่วยประเมินทางเลือกระหว่างฟื้นฟูและล้มละลาย จากนั้นเตรียมเอกสารทางการเงินและยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง

เมื่อไหร่ควรปรึกษาทนายความด้านการปรับโครงสร้างและการล้มละลาย?

ควรปรึกษาเมื่อเห็นสัญญาณว่ารายรับไม่เพียงพอชำหนี้ หรือเมื่อถูกคู่ค้าคำขอชำระหนี้หนัก เนื่องจากการให้คำปรึกษาเร็วช่วยรักษฐานทรัพย์สิน และลดความเสี่ยงต่อการฟ้องร้อง

ที่ไหนฉันยื่นคำร้องล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการ?

คำร้องมักยื่นต่อศาลล้มละลายกลางในกรุงเทพมหานคร ผู้ประกอบการในปทุมธานีสามารถดำเนินการผ่านทนายความที่ดำเนินการแทนได้

ทำไมการมีทนายความจึงสำคัญในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ?

ทนายความช่วยวางแผนทางกฎหมาย ลดความเสี่ยง และเจรจาเงื่อนไขกับเจ้าหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาช่วยจัดทำแผนฟื้นฟูที่สอดคล้องกับกฎหมาย

สามารถระบุค่าใช้จ่ายในการดำเนินการฟื้นฟูกิจการได้หรือไม่?

ค่าใช้จ่ายขึ้นกับความซับซ้อนของกรณีรวมถึงค่าใช้จ่ายทนาย ค่าธรรมเนียมศาล และค่าแผนฟื้นฟูโดยทั่วไปมีความแตกต่างกัน จำเป็นต้องปรึกษาอย่างตรงไปตรงมากับทนาย

ควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับเริ่มกระบวนการ?

เอกสารสำคัญ ได้แก่ งบดุล งบกำไรขาดทุน รายการหนี้สิน และสัญญาทางการเงิน สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สิน

รูปแบบของแผนฟื้นฟูต้องมีอะไรบ้าง?

แผนฟื้นฟูควรรวมเป้าหมายทางการเงิน แผนชำระหนี้ วงระยะเวลาการดำเนินการ และวิธีตรวจสอบผลลัพธ์ โดยต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดของศาล

ระยะเวลาของกระบวนการฟื้นฟูโดยทั่วไปเป็นอย่างไร?

ระยะเวลาขึ้นกับความซับซ้อนของกรณี บางกรณีอาจใช้หลายเดือน ในขณะที่กรณีที่ซับซ้อนอาจยาวนานกว่าหนึ่งปี

ฉันต้องเตรียมตัวอย่างไรถ้ากระบวนการถูกตั้งข้อสงสัย?

คุณควรมีเอกสารครบถ้วนและพร้อมตอบคำถามของศาลหรือเจ้าหนี้ พร้อมทั้งติดตามแผนฟื้นฟูอย่างสม่ำเสมอ

การยื่นฟื้นฟูมีข้อจำกัดด้านเวลาอย่างไร?

หากไม่ยื่นหรือไม่ปฏิบัติตามแผนฟื้นฟู อาจถูกยุติการดำเนินการ และศาลอาจสั่งล้มละลายแทน

อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างการล้มละลายและการปรับโครงสร้างภายในองค์กร?

การล้มละลายเน้นการกระจายทรัพย์สินให้เจ้าหนี้ ส่วนการปรับโครงสร้างเน้นการปรับหนี้และการดำเนินธุรกิจให้สามารถดำเนินต่อไปได้โดยผู้ประกอบการ

ฉันสามารถยื่นคำร้องด้วยตนเองได้หรือไม่?

โดยทั่วไปควรมีทนายความช่วยเหลือ เพราะกระบวนการซับซ้อนและต้องเตรียมเอกสารตามรูปแบบที่ศาลกำหนด

อะไรจะเกิดขึ้นหลังศาลอนุมัติแผนฟื้นฟู?

เจ้าหนี้จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในแผนกำหนดเวลา และผู้ประกอบการต้องติดตามผลลัพธ์ของแผนเพื่อรักษาสถานะทางกฎหมาย

5. ทรัพยากรเพิ่มเติม

  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เว็บไซต์: https://www.dbd.go.th ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการ การจดทะเบียน และทรัพยากรสำหรับผู้ประกอบการ
  • กระทรวงยุติธรรม เว็บไซต์: https://justice.go.th ที่ให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ
  • ราชกิจจานุเบกษา เว็บไซต์: https://www.ratchakitcha.soc.go.th ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลทางกฎหมายฉบับราชการและประกาศที่เกี่ยวข้อง

6. ขั้นตอนถัดไป

  1. ประเมินสถานะการเงินภายใน 1-2 สัปดาห์ พร้อมรวบรวมหนี้สินที่มีอยู่ทั้งหมด
  2. นัดปรึกษาทนายความด้านการปรับโครงสร้างในพื้นที่ปทุมธานีภายใน 1-2 สัปดาห์ถัดไป
  3. เลือกทางเลือกระหว่างฟื้นฟูกิจการหรือการล้มละลายและเตรียมเอกสารเบื้องต้น
  4. จัดทำแผนฟื้นฟูหรือแผนชำระหนี้ และปรึกษาศาลล้มละลายกลางเพื่อให้คำแนะนำด้านกรอบเวลา
  5. ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลางผ่านทนายความภายใน 4-8 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับกรณี
  6. ติดตามการพิจารณาของศาลและปรับแผนให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่ศาลระบุ
  7. เริ่มดำเนินการตามแผนที่อนุมัติและติดตามผลลัพธ์ทุก 3-6 เดือน

Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน ปทุมวัน ผ่านไดเรกทอรีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของเรา แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง การปรับโครงสร้างและการล้มละลาย ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า

แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ

ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน ปทุมวัน, ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:

ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม