ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด: ตุลาคม 2569
ก่อนเตรียมเงินวันโอน ให้แยก 3 เรื่องออกจากกันให้ชัด: ราคาประเมิน ราคาซื้อขาย และวิธีที่ผู้ขายได้ที่ดินมา ตัวเลขทั้งสามนี้กำหนดเกือบทุกบาทที่ต้องจ่าย ณ สำนักงานที่ดิน
บทความนี้เน้นการซื้อขายที่ดินทั่วไประหว่างบุคคลธรรมดา ส่วนการให้ที่ดินแก่บุตร การโอนห้องชุด และสิทธิลดค่าโอน 0.01% แยกอธิบายไว้เฉพาะจุด
คำตอบสั้น: ที่ดินราคาประเมิน 3 ล้านบาท ซึ่งผู้ขายซื้อมาและถือครองมา 3 ปีภาษี จะมีค่าธรรมเนียมและภาษีหลักรวมประมาณ 193,500 บาท แบ่งเป็นค่าโอน 60,000 บาท ภาษีธุรกิจเฉพาะ 99,000 บาท และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายประมาณ 34,500 บาท วิธีคำนวณอยู่ในหัวข้อตัวอย่างด้านล่าง
ค่าโอนที่ดินมีอะไรบ้าง และใครมีหน้าที่จ่าย
สำนักงานที่ดินเรียกเก็บทุกรายการในวันจดทะเบียน แต่ฐานคำนวณของแต่ละรายการไม่เหมือนกัน บางรายการใช้ราคาประเมินอย่างเดียว บางรายการใช้ราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาซื้อขายจริง อัตราและเงื่อนไขอ้างอิงจากคู่มือค่าธรรมเนียม ภาษี และอากรของกรมที่ดิน และกรมสรรพากร
| รายการ | อัตรา | ฐานคำนวณ | ผู้มีหน้าที่ | ข้อยกเว้น / หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการโอน | 2% (หรือ 0.01% หากเข้าเกณฑ์ลดค่าโอน) | ราคาประเมินทุนทรัพย์เท่านั้น | ตามที่ตกลงในสัญญา หากไม่ได้ตกลง ผู้ซื้อและผู้ขายออกเท่ากัน | ที่ดินเปล่าไม่ได้สิทธิ 0.01% |
| ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา) | อัตราก้าวหน้า 5%–35% | ราคาประเมิน หักค่าใช้จ่ายเหมาตามจำนวนปีถือครอง แล้วเฉลี่ยเป็นรายปี | ผู้ขาย | ไม่ได้รับยกเว้น 150,000 บาทแรกเหมือนการยื่นภาษีประจำปี |
| ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ผู้ขายเป็นนิติบุคคล) | 1% | ราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า | ผู้ขาย | เป็นภาษีที่หักไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องเสียจริงทั้งปี |
| ภาษีธุรกิจเฉพาะ | 3.3% (รวมภาษีท้องถิ่นแล้ว) | ราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า | ผู้ขาย | บุคคลธรรมดาเสียเมื่อขายภายใน 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา มีข้อยกเว้นบางกรณี (ดูด้านล่าง) |
| อากรแสตมป์ | 0.5% (1 บาท ต่อทุก 200 บาทหรือเศษของ 200 บาท) | ราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า | โดยทั่วไปผู้ขาย | เสียเฉพาะเมื่อไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตราสารการโอนเดียวกันไม่เสียซ้ำ |
| ค่าใช้จ่ายปลีกย่อย | ค่าคำขอ 5 บาทต่อแปลง ค่ามอบอำนาจ 20 บาท (ถ้ามี) ค่าพยาน อากรคู่ฉบับ | อัตราคงที่ | ตามที่ตกลง | หากกู้ธนาคาร ค่าจดทะเบียนจำนองเป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก |
สิทธิลดค่าโอนเหลือ 0.01%: ใครได้ ใครไม่ได้
มาตรการปัจจุบันลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ตามมติคณะรัฐมนตรี เงื่อนไขหลักมีดังนี้
- ผู้ซื้อเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย
- ทรัพย์เป็นอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ตามที่กำหนด ที่ดินพร้อมอาคารดังกล่าว หรือห้องชุด
- ทั้งราคาซื้อขายและราคาประเมินต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท
- ที่ดินเปล่าไม่อยู่ในมาตรการ
ตัวอย่าง: บ้านพร้อมที่ดินราคาประเมิน 3 ล้านบาท ที่เข้าเกณฑ์ เสียค่าโอนเพียง 300 บาท แทน 60,000 บาท หากจดจำนองในคราวเดียวกันและวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท ค่าจดจำนองก็ลดเหลือ 0.01% เช่นกัน ส่วนภาษีของผู้ขายยังคิดตามปกติ มาตรการนี้ไม่ได้ลดภาษีเงินได้หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ
ตัวอย่างคำนวณค่าโอนที่ดิน ทีละขั้น
ตัวอย่างนี้เป็นกรณีสมมติเพื่ออธิบายวิธีคิด สมมติว่าผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ได้ที่ดินมาโดยการซื้อ ถือครองมา 3 ปีภาษี ไม่เข้าข้อยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ และราคาซื้อขายเท่ากับราคาประเมิน 3,000,000 บาท
- หักค่าใช้จ่ายเหมา: ที่ดินที่ซื้อมาและถือครอง 3 ปี หักได้ 77% คือ 2,310,000 บาท เหลือเงินได้ 690,000 บาท
- เฉลี่ยเป็นรายปี: 690,000 ÷ 3 = 230,000 บาทต่อปี
- คำนวณภาษีต่อปี: 230,000 บาท อยู่ในขั้นแรก (ไม่เกิน 300,000 บาท) อัตรา 5% ได้ 11,500 บาท
- คูณกลับด้วยจำนวนปี: 11,500 × 3 = 34,500 บาท คือภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
- รวมรายการอื่น: ค่าโอน 2% = 60,000 บาท ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% = 99,000 บาท รวมทั้งหมด 193,500 บาท
ผลลัพธ์จะเปลี่ยนเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยน:
- ถ้าเป็นบ้านพร้อมที่ดินที่ได้สิทธิค่าโอน 0.01% ยอดรวมจะเหลือประมาณ 133,800 บาท (300 + 99,000 + 34,500)
- ถ้าผู้ขายได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ จะเสียอากรแสตมป์ 15,000 บาท แทน 99,000 บาท
- ถ้าผู้ขายได้ที่ดินมาจากมรดกหรือการให้ โดยทั่วไปหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 50% แทนอัตราตามตารางของทรัพย์ที่ซื้อมา
| ราคาประเมิน / ซื้อขาย | ค่าโอน 2% | ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% | ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ประมาณการ) | รวมค่าธรรมเนียมและภาษีหลักตามสมมติฐาน |
|---|---|---|---|---|
| 1,000,000 บาท | 20,000 บาท | 33,000 บาท | ~11,500 บาท | ~64,500 บาท |
| 3,000,000 บาท | 60,000 บาท | 99,000 บาท | ~34,500 บาท | ~193,500 บาท |
| 5,000,000 บาท | 100,000 บาท | 165,000 บาท | ~70,000 บาท | ~335,000 บาท |
| 10,000,000 บาท | 200,000 บาท | 330,000 บาท | ~227,500 บาท | ~757,500 บาท |
หมายเหตุ: ตัวเลขยังไม่รวมค่าคำขอ ค่ามอบอำนาจ ค่าพยาน อากรคู่ฉบับ และค่าจดทะเบียนจำนอง ภาษีเงินได้จริงขึ้นกับวิธีการได้มาและจำนวนปีถือครองของผู้ขาย
นับปีถือครองอย่างไร: ภาษีเงินได้กับภาษีธุรกิจเฉพาะนับไม่เหมือนกัน
จุดนี้คนสับสนบ่อยที่สุด เพราะกฎหมายใช้วิธีนับ 2 แบบ
- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย นับเป็นปีปฏิทิน โดยนับทั้งปีที่ได้มาและปีที่ขาย สูงสุด 10 ปี ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร เช่น ซื้อเดือนธันวาคม 2567 ขายเดือนมกราคม 2569 นับเป็น 3 ปี แม้เวลาผ่านไปจริงเพียงราว 13 เดือน
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ นับระยะเวลาจริงตั้งแต่วันที่ได้มาจนถึงวันขาย หากไม่ถึง 5 ปี บุคคลธรรมดาต้องเสีย เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น
ข้อยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะที่ใช้ได้จริง
บุคคลธรรมดาที่ขายภายใน 5 ปี ยังไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในบางกรณี ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร เช่น
- ผู้ขายมีชื่อในทะเบียนบ้านของอสังหาริมทรัพย์นั้นในฐานะที่อยู่อาศัยหลัก ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ได้มา ระยะเวลานี้นับรวมกันได้ ไม่จำเป็นต้องต่อเนื่อง
- ได้มาโดยทางมรดก
ข้อยกเว้นเรื่องทะเบียนบ้านผูกกับบ้านหรืออาคารที่ใช้อยู่อาศัยจริง จึงมักใช้กับที่ดินเปล่าไม่ได้ ส่วนผู้ประกอบธุรกิจจัดสรร ผู้ขายในทางการค้า และนิติบุคคล อาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแม้ถือครองเกิน 5 ปี
ใครจ่ายค่าโอนและภาษี
ต้องแยก 2 คำถามออกจากกัน: ใครมีหน้าที่ตามกฎหมาย และใครควักเงินตามสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 457 วางหลักว่าค่าใช้จ่ายในการทำสัญญาซื้อขาย ผู้ซื้อและผู้ขายออกเท่ากัน หากไม่ได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น หลักนี้ใช้กับค่าธรรมเนียม ไม่ได้แปลว่าภาษีทุกตัวต้องหารครึ่ง
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นภาษีของผู้ขาย ผู้ซื้อจะรับภาระแทนก็ได้ถ้าตกลงกันไว้ แต่ในสายตาของกรมสรรพากร ผู้ขายยังเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษี ข้อตกลงจึงควรเขียนไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายตั้งแต่แรก ไม่ใช่มาคุยกันหน้าเคาน์เตอร์ หากซื้อจากผู้ประกอบการโครงการ ให้ตรวจด้วยว่าสัญญาที่มีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกำกับจำกัดการผลักภาระค่าใช้จ่ายไว้หรือไม่
เอกสารที่ต้องใช้ในการโอนที่ดิน
เอกสารหลักที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินและหลักฐานแสดงตัวตน เอกสารอื่นใช้เฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับสถานะของคุณ หากเอกสารที่จำเป็นยังไม่ครบ เจ้าหน้าที่อาจบันทึกรายการที่ขาดและให้นำมาเพิ่มเติม ควรสอบถามสำนักงานที่ดินที่จะไปจดทะเบียนล่วงหน้าว่าต้องใช้อะไรบ้างสำหรับกรณีของคุณ
เอกสารสำหรับผู้ขาย (บุคคลธรรมดา)
- โฉนดที่ดินฉบับเจ้าของ (น.ส. 4) หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก)
- บัตรประจำตัวประชาชน ตัวจริง
- ทะเบียนบ้าน หากสำนักงานที่ดินขอ (บางกรณีไม่จำเป็นต้องใช้สำเนา)
- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หากชื่อปัจจุบันไม่ตรงกับในโฉนด
- เอกสารสถานะครอบครัวที่เกี่ยวข้อง เช่น ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า หรือมรณบัตรของคู่สมรส
- หนังสือยินยอมของคู่สมรส เมื่อขายสินสมรส: สินสมรสต้องจัดการร่วมกันหรือได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ หรือมีคำสั่งศาลอนุญาตในกรณีที่กฎหมายกำหนด หากที่ดินเป็นสินส่วนตัว เช่น ได้มาก่อนสมรส ไม่ต้องใช้ความยินยอม
เอกสารสำหรับผู้ซื้อ (บุคคลธรรมดา)
- บัตรประจำตัวประชาชน ตัวจริง
- ทะเบียนบ้าน หากสำนักงานที่ดินขอ
- หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
ผู้ซื้อที่สมรสแล้ว โดยทั่วไปไม่ต้องมีหนังสือยินยอมของคู่สมรสเพื่อซื้อที่ดิน เว้นแต่มีสัญญาก่อนสมรสหรือสถานการณ์พิเศษที่เปลี่ยนเงื่อนไข การจดจำนองพร้อมการซื้อเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อาจต้องพิจารณาความยินยอมแยกต่างหาก ส่วนผู้ซื้อสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ มีขั้นตอนเฉพาะในการยืนยันว่าเงินที่ใช้ซื้อเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายไทย
ห้องชุดกับบ้านจัดสรร: กฎเรื่องหนี้ค่าส่วนกลางต่างกัน
- ห้องชุด: ต้องมีหนังสือรับรองการปลอดหนี้จากนิติบุคคลอาคารชุดตามกฎหมายอาคารชุด จึงจะจดทะเบียนโอนได้
- บ้านจัดสรร: ไม่ได้บังคับให้ต้องมีหนังสือปลอดหนี้ทุกกรณี แต่หากค้างค่าบำรุงตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป นิติบุคคลหมู่บ้านอาจแจ้งขอระงับการจดทะเบียนตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด ตามคำตอบของกรมที่ดิน หากไม่มีการแจ้งระงับ การจดทะเบียนดำเนินต่อได้ ผู้ซื้อควรขอใบแจ้งยอดค้างชำระจากนิติบุคคลหมู่บ้านไว้ตรวจสอบก่อนนัดโอน
6 ขั้นตอนการโอนที่ดิน ณ สำนักงานที่ดิน
ธุรกรรมที่เอกสารครบและไม่มีภาระผูกพันมักจบได้ในวันเดียว แต่ไม่มีอะไรรับประกัน คิวที่ยาว เอกสารที่ต้องเพิ่ม ภาระจำนอง หรือเงื่อนไขเฉพาะของธุรกรรม ทำให้ใช้เวลานานขึ้นได้
- เตรียมล่วงหน้า: ยืนยันว่าสำนักงานที่ดินใดรับจดทะเบียนแปลงนี้ เตรียมเอกสารตามสถานะของคู่สัญญา และสอบถามช่องทางชำระเงินที่สำนักงานรับ
- รับบัตรคิวและยื่นเอกสาร: ไปถึงแต่เช้าช่วยลดเวลารอ เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสารเบื้องต้นก่อนส่งต่อฝ่ายทะเบียน
- สอบสวนและลงนาม: เจ้าพนักงานที่ดินสอบถามคู่สัญญาเรื่องราคาซื้อขายจริงและภาระผูกพัน จากนั้นให้ลงนามในคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม (ท.ด. 1 หรือ ท.ด. 1 ก) และในสัญญาซื้อขาย (ท.ด. 13) ซึ่งเป็นเอกสารคนละฉบับ
- คำนวณภาษีและออกใบแจ้งยอด: เจ้าหน้าที่คิดค่าธรรมเนียม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ แล้วออกใบสั่งให้ชำระเงิน
- ชำระเงิน: ชำระที่ฝ่ายการเงินด้วยช่องทางที่สำนักงานนั้นรับ เช่น เงินสด แคชเชียร์เช็ค หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วรับใบเสร็จ
- จดทะเบียนและรับเอกสาร: เจ้าพนักงานที่ดินบันทึกรายการจดทะเบียนหลังโฉนดทั้งฉบับสำนักงานและฉบับเจ้าของ แล้วมอบโฉนดที่มีชื่อเจ้าของใหม่พร้อมสัญญาซื้อขายให้ผู้ซื้อ
การมอบอำนาจโอนที่ดิน: ใช้แบบฟอร์มอะไร และระวังอะไร
คู่สัญญาที่มาเองไม่ได้ มอบอำนาจให้ผู้อื่นทำแทนได้ กรมที่ดินยอมรับหนังสือมอบอำนาจที่เป็นแบบฟอร์มของกรม หรือเอกสารอื่นที่มีรายละเอียดจำเป็นครบถ้วน ตามคู่มือการมอบอำนาจของกรมที่ดิน ในทางปฏิบัติ ควรใช้แบบ ท.ด. 21 ซึ่งดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์กรมที่ดิน เพราะมีช่องรายละเอียดครบและเจ้าหน้าที่ตรวจได้ง่าย
- อย่าเซ็นกระดาษเปล่า: กรอกทุกช่องให้ครบก่อนลงลายมือชื่อ
- ระบุให้ชัด: มอบให้ทำอะไร (ขาย ซื้อ หรือจำนอง) เลขที่โฉนด ตำบล อำเภอ จังหวัด ชื่อคู่สัญญาอีกฝ่าย และราคา
- ระวังลายมือและปากกา: ข้อความที่เขียนด้วยลายมือหรือปากกาต่างกันอาจถูกสอบถาม หากมีการขูด ลบ หรือแก้ไข ผู้มอบอำนาจต้องลงลายมือชื่อกำกับทุกจุด
- พยาน: ต้องมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 1 คน หากผู้มอบพิมพ์ลายนิ้วมือแทนการลงชื่อ ต้องมีพยานลงชื่อรับรอง 2 คน
- ผู้รับมอบทำแทนทั้งสองฝ่าย: หากผู้รับมอบอำนาจเป็นตัวแทนของคู่สัญญาอีกฝ่ายด้วย หรือทำสัญญากับตัวเอง หนังสือมอบอำนาจต้องระบุอนุญาตไว้อย่างชัดแจ้ง
- ทำหนังสือมอบอำนาจในต่างประเทศ: ต้องผ่านการรับรองเพิ่มเติม เช่น จากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทย ตามที่กรมที่ดินกำหนด
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
"ค่าใช้จ่ายทุกอย่างต้องหารครึ่งตามกฎหมาย"
ไม่ใช่ หลักแบ่งเท่ากันใช้กับค่าใช้จ่ายในการทำสัญญา และใช้เมื่อไม่ได้ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น ภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นหน้าที่ของผู้ขาย ใครจะรับภาระเงินก้อนนี้ ให้เขียนไว้ในสัญญาจะซื้อจะขาย
"แจ้งราคาขายต่ำเพื่อประหยัดภาษี"
ไม่ได้ผลและเสี่ยง ค่าโอนคิดจากราคาประเมินอยู่แล้ว ส่วนภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ใช้ราคาที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาซื้อขาย การแจ้งราคาต่ำกว่าจริงจึงไม่ลดค่าใช้จ่ายในวันโอน แต่อาจถูกกรมสรรพากรตรวจสอบภายหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
"ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านไม่กี่วันก็พ้นภาษีธุรกิจเฉพาะ"
ไม่พ้น ผู้ขายต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านของอสังหาริมทรัพย์นั้นรวมกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับแต่วันที่ได้มา หากยังไม่ครบ ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%
คำถามที่พบบ่อย
ที่ดินเปล่าได้ค่าโอน 0.01% หรือไม่?
ไม่ได้ มาตรการลดค่าโอนครอบคลุมอาคารที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ตามที่กำหนด ที่ดินพร้อมอาคาร และห้องชุด ที่ราคาซื้อขายและราคาประเมินไม่เกิน 7 ล้านบาท และผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ที่ดินเปล่าเสียค่าโอน 2% ตามปกติ
ค่าโอนที่ดินใครจ่าย?
ค่าธรรมเนียมการโอนแบ่งเท่ากันหากไม่ได้ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะเป็นหน้าที่ของผู้ขาย คู่สัญญาตกลงแบ่งภาระเงินต่างจากนี้ได้ แต่ไม่เปลี่ยนตัวผู้มีหน้าที่เสียภาษี
ถือครอง 5 ปีนับอย่างไร?
สำหรับภาษีธุรกิจเฉพาะ นับจากวันที่ได้มาถึงวันขายจริง ส่วนจำนวนปีที่ใช้คำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายนับเป็นปีปฏิทิน รวมปีที่ได้มาและปีที่ขาย สองตัวเลขนี้จึงอาจไม่เท่ากัน
ยกที่ดินให้บุตรเสียค่าใช้จ่ายเท่ากับการซื้อขายหรือไม่?
ไม่เท่า ถ้าเป็นการให้โดยเสน่หา (ไม่มีค่าตอบแทน) แก่บุตรชอบด้วยกฎหมาย ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนลดเหลือ 0.5% ของราคาประเมิน และได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับบุตรชอบด้วยกฎหมายที่ไม่ใช่บุตรบุญธรรม มูลค่าที่ได้รับรวมไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อบุตรหนึ่งคนต่อปีภาษีได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ส่วนที่เกินต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% โดยผู้ให้เป็นผู้มีหน้าที่ นอกจากนี้ยังต้องเสียอากรแสตมป์ตามอัตราที่กำหนด หากขายที่ดินให้บุตรโดยรับเงิน ถือเป็นการซื้อขายและคิดค่าใช้จ่ายแบบซื้อขายทั่วไป
โอนที่ดินต่างสำนักงานที่ดินได้หรือไม่?
ได้ในบางกรณี ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2569 กรมที่ดินรายงานว่ามีสำนักงานที่ดินอิเล็กทรอนิกส์ 462 แห่ง ครบทั้ง 77 จังหวัด ผู้ใช้บริการจองคิวและรอการยืนยันผ่านแอปพลิเคชัน e-QLands Plus เงื่อนไขสำคัญคือ หนังสือแสดงสิทธิต้องเป็นประเภทที่ระบบรองรับ ธุรกรรมต้องไม่ต้องประกาศหรือรังวัด และเจ้าของต้องมาดำเนินการด้วยตนเอง อย่าสันนิษฐานว่าทุกธุรกรรมหรือการมอบอำนาจใช้บริการนี้ได้ ให้ตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินก่อนนัดหมาย
เมื่อไหร่ควรปรึกษาทนายความก่อนวางมัดจำ
ที่ดินที่โฉนดชัดเจน ไม่มีภาระผูกพัน และคู่สัญญาตกลงค่าใช้จ่ายกันลงตัวแล้ว คุณดำเนินการเองได้ แต่ให้หยุดก่อนจ่ายมัดจำหากเจอสถานการณ์ต่อไปนี้
- โฉนดมีภาระผูกพัน เช่น จำนอง ภาระจำยอม สิทธิเก็บกิน หรือสิทธิเหนือพื้นดิน ให้ทนายตรวจว่าภาระใดยังติดไปกับที่ดินหลังโอน และสัญญาควรกำหนดให้ผู้ขายปลดภาระก่อนวันโอนอย่างไร
- ที่ดินมรดกที่มีทายาทหลายคน ให้ตรวจว่าผู้จัดการมรดกมีอำนาจขายจริงหรือไม่ และทายาทคนอื่นยังโต้แย้งสิทธิอยู่หรือเปล่า
- ผู้ซื้อเป็นชาวต่างชาติ กฎหมายไทยจำกัดการถือครองที่ดินของคนต่างด้าวเป็นหลัก ข้อยกเว้นมีเฉพาะกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายโดยเฉพาะ การให้คนไทยถือแทน (นอมินี) ไม่ใช่ทางออกที่ชอบด้วยกฎหมายและมีความเสี่ยงทางอาญา ทนายช่วยประเมินได้ว่าคุณเข้าข้อยกเว้นใดหรือไม่ แต่ไม่สามารถจัดโครงสร้างเพื่อเลี่ยงข้อจำกัดนี้ได้
- มูลค่าสูงหรือเงื่อนไขการชำระเงินซับซ้อน ให้ทนายร่างข้อกำหนดเรื่องมัดจำ การผิดสัญญา และผู้รับภาระภาษีให้ชัด
การตรวจสอบเหล่านี้ไม่ได้ขจัดความเสี่ยงทั้งหมด แต่ช่วยให้คุณรู้ปัญหาก่อนเงินออกจากกระเป๋า หากต้องการผู้ช่วยตรวจเอกสารและร่างสัญญา ค้นหาทนายความอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยได้
เช็กลิสต์ก่อนวันโอน
- ขอตรวจสอบสถานะโฉนดที่สำนักงานที่ดินก่อนวันนัดพอสมควร เพื่อดูการอายัดและภาระผูกพัน ข้อนี้ไม่ใช่ข้อบังคับทางกฎหมาย แต่ช่วยให้มีเวลาแก้ปัญหาก่อนวันจริง
- ตรวจราคาประเมินทุนทรัพย์จากระบบของกรมธนารักษ์ แล้วคำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีตามตัวอย่างข้างต้น
- ก่อนซื้อแคชเชียร์เช็ค ให้ยืนยันกับสำนักงานที่ดินว่าต้องสั่งจ่ายในนามใด ในกรุงเทพมหานครมักสั่งจ่าย "กระทรวงการคลัง" ส่วนต่างจังหวัดอาจต้องสั่งจ่ายผ่านสำนักงานคลังจังหวัด และควรถามด้วยว่ารับเงินสดหรือชำระผ่าน QR Code ได้หรือไม่
- แยกเงินค่าที่ดินที่จ่ายให้ผู้ขายออกจากเงินค่าธรรมเนียมและภาษีที่จ่ายให้รัฐ หากมีการกู้ธนาคารหรือต้องไถ่ถอนจำนองเดิม อาจต้องใช้เช็คมากกว่า 2 ฉบับ