ผู้ส่งออก Thailand เสี่ยงถูกคว่ำบาตร? วิธีรับมือมาตรการควบคุมส่งออก

อัปเดตเมื่อ Jan 12, 2026

ธุรกิจไทยส่งออกสินค้า เสี่ยงถูกคว่ำบาตรและควบคุมส่งออกอย่างไร: คู่มือเพื่อความปลอดภัยทางการค้า

ในการทำธุรกิจส่งออกระหว่างประเทศ มาตรการคว่ำบาตร (Sanctions) และการควบคุมการส่งออก (Export Controls) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกต่อไป การฝ่าฝืนกฎระเบียบเหล่านี้แม้โดยไม่ตั้งใจ อาจนำไปสู่การถูกปรับมหาศาล การถูกขึ้นบัญชีดำทางการค้า หรือแม้กระทั่งการดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายไทยและสากล

PRESERVED_BLOCK_0

มาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมสินค้าสองใช้ (Dual-use) คืออะไร?

มาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออกคือเครื่องมือทางการเมืองและเศรษฐกิจที่รัฐบาลหรือองค์กรระหว่างประเทศใช้เพื่อจำกัดการค้ากับประเทศ บุคคล หรือกลุ่มเฉพาะเพื่อความมั่นคง สินค้าสองใช้ (Dual-use items) หมายถึงสินค้าที่ใช้ในทางพลเรือนแต่มีศักยภาพในการนำไปใช้ในทางทหารหรือการสร้างอาวุธ

ในบริบทของธุรกิจไทย การควบคุมการส่งออกมุ่งเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้สินค้าไทยถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายสากล เช่น การผลิตอาวุธนิวเคลียร์หรือการก่อการร้าย ตัวอย่างสินค้าที่พบบ่อยได้แก่ เซนเซอร์ความร้อน โดรนพลเรือน สารเคมีบางชนิด หรือแม้แต่โปรแกรมซอฟต์แวร์ที่มีการเข้ารหัสขั้นสูง ซึ่งสินค้าเหล่านี้ต้องการการอนุญาตเป็นพิเศษก่อนส่งออก

สินค้าแบบไหนที่เข้าข่ายต้องควบคุมเป็นพิเศษ?

  • กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์: แผงวงจรหรือไมโครชิปที่มีประสิทธิภาพสูง
  • กลุ่มเคมีและชีวภาพ: สารตั้งต้นที่อาจใช้ผลิตยาหรืออาวุธเคมี
  • กลุ่มเครื่องจักร: เครื่องมือกล (Machine Tools) ที่มีความแม่นยำสูง

คำถามติดตาม: ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าพิกัดศุลกากร (HS Code) ของสินค้าฉันถูกจัดเป็นสินค้าสองใช้?


การตรวจสอบรายชื่อลูกค้าและธนาคารคู่ค้าเพื่อลดความเสี่ยง

การตรวจสอบความรับผิดชอบต่อคู่ค้า (Due Diligence) คือกระบวนการคัดกรองว่าบุคคลหรือองค์กรที่คุณกำลังทำธุรกิจด้วยไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่ถูกสั่งห้าม การละเลยขั้นตอนนี้อาจทำให้ธุรกิจของคุณถูกระงับธุรกรรมทางการเงินโดยธนาคารระหว่างประเทศ

ผู้ส่งออกไทยควรใช้ระบบการตรวจสอบรายชื่อ (Sanction Screening) ที่ครอบคลุมทั้งรายชื่อของสหประชาชาติ (UN) และรายชื่อที่สำคัญอื่นๆ เช่น OFAC ของสหรัฐอเมริกา หากประเทศปลายทางคือสหรัฐฯ หรือยุโรป เนื่องจากการใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจะทำให้คุณต้องอยู่ภายใต้อำนาจกฎหมายของประเทศเหล่านั้นโดยอัตโนมัติ

Checklist การตรวจสอบก่อนส่งออก:

  1. End-User Screening: ตรวจสอบชื่อลูกค้าและผู้ใช้ปลายทางว่าไม่อยู่ใน Sanction Lists
  2. Geographic Risk: ประเทศปลายทางเป็นประเทศที่ถูกคว่ำบาตรหรือไม่ (เช่น รัสเซีย อิหร่าน เมียนมาในบางกรณี)
  3. Financial Institution: ธนาคารที่ใช้ในการชำระเงินถูกจำกัดการทำธุรกรรม (SWIFT block) หรือไม่
  4. End-Use Statement (EUS): ขอเอกสารยืนยันจากลูกค้าว่าจะนำสินค้าไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด

คำถามติดตาม: หากตรวจพบว่าลูกค้าอยู่ในรายชื่อเฝ้าระวัง แต่ไม่ใช่รายชื่อห้ามขาด ควรดำเนินการอย่างไร?


ใบอนุญาตและการขออนุญาตส่งออกสำหรับธุรกิจไทย (e-TCWMD)

ประเทศไทยภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าต่างประเทศ ได้นำระบบการบริหารการส่งออกสินค้าที่ใช้ได้สองทาง (e-TCWMD) มาใช้เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผู้ส่งออกมีหน้าที่ต้องตรวจสอบและขึ้นทะเบียนหากสินค้าเข้าข่ายตามบัญชีรายชื่อสินค้าควบคุม

กระบวนการนี้ไม่ใช่เพียงการขอใบอนุญาตรายครั้ง แต่รวมถึงการ "รับรองตนเอง" (Self-Certification) ในบางกรณี ธุรกิจที่สามารถแสดงได้ว่ามีระบบการตรวจสอบภายในที่ดีจะได้รับความสะดวกในการดำเนินพิธีการศุลกากรมากกว่าบริษัทที่ไม่มีระบบจัดการความเสี่ยงเลย

ขั้นตอนหลักในการดำเนินการในไทย:

  • ตรวจสอบรายชื่อสินค้า: เข้าใช้งานระบบของ กรมการค้าต่างประเทศ เพื่อเช็คพิกัดสินค้า
  • การขอใบอนุญาต (Licensing): ยื่นคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์พร้อมแนบเอกสารแสดงรายละเอียดสินค้าและผู้ใช้ปลายทาง
  • การตรวจสอบหลังการส่งออก: เก็บรักษาเอกสารการค้าอย่างน้อย 5 ปีเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ

คำถามติดตาม: ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาในการอนุมัติใบอนุญาตส่งออกสินค้าควบคุมมักใช้เวลานานเท่าใด?


ผลทางกฎหมายหากฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรหรือส่งออกผิดกฎหมาย

การฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมการส่งออกมีบทลงโทษที่รุนแรงทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ในประเทศไทย พระราชบัญญัติ TCWMD พ.ศ. 2562 กำหนดโทษจำคุกและปรับเป็นจำนวนเงินที่สูงมากสำหรับผู้ที่ส่งออกสินค้าควบคุมโดยไม่มีใบอนุญาต หรือแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงาน

ในระดับสากล ผลกระทบที่น่ากลัวที่สุดคือ "Secondary Sanctions" ซึ่งหมายความว่าบริษัทไทยอาจถูกตัดขาดจากระบบการเงินโลก ไม่สามารถโอนเงินระหว่างประเทศ หรือถูกห้ามไม่ให้ซื้อสินค้าหรือเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจต้องปิดตัวลงในที่สุด

ความเสี่ยงที่ธุรกิจไทยต้องเผชิญ:

  • โทษทางอาญาในไทย: จำคุกสูงสุด 10 ปี หรือปรับสูงสุด 1,000,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ)
  • การถูกอายัดสินค้า: กรมศุลกากรมีอำนาจกักกันสินค้าที่ต้องสงสัย ณ ท่าเรือหรือท่าอากาศยาน
  • ความเสียหายต่อชื่อเสียง: การถูกระบุว่าเป็นผู้สนับสนุนการแพร่ขยายอาวุธจะทำให้คู่ค้าทั่วโลกปฏิเสธการทำธุรกิจด้วย

คำถามติดตาม: หากสินค้าของฉันถูกระงับที่ศุลกากรเนื่องจากสงสัยว่าเป็นสินค้าควบคุม ฉันควรแก้ไขสถานการณ์อย่างไร?


เหตุผลที่ควรสร้างโปรแกรม Compliance และปรึกษาทนายความ

การมี Internal Compliance Program (ICP) หรือโปรแกรมความสอดคล้องภายในองค์กร เป็นเสมือน "เกราะป้องกัน" ทางกฎหมาย เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้น หากคุณสามารถพิสูจน์ได้ว่าบริษัทมีระบบคัดกรองที่ได้มาตรฐาน หน่วยงานกำกับดูแลอาจพิจารณาบรรเทาโทษหรือมองว่าเป็นความผิดพลาดโดยสุจริต

ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศสามารถช่วยคุณออกแบบโครงสร้างสัญญาที่รัดกุม การทำ Due Diligence เชิงลึก และการสื่อสารกับหน่วยงานรัฐ เช่น กรมศุลกากร เมื่อเกิดข้อพิพาท

6 เสาหลักของระบบ ICP ที่มีประสิทธิภาพ:

  1. การประกาศนโยบายจากผู้บริหารระดับสูง
  2. การจัดโครงสร้างองค์กรและบุคลากรที่รับผิดชอบโดยเฉพาะ
  3. การฝึกอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่อง
  4. กระบวนการตรวจสอบสินค้าและลูกค้า (Screening)
  5. การบันทึกและจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ
  6. การตรวจสอบภายในและการรายงานเมื่อพบข้อผิดพลาด

คำถามติดตาม: การสร้างระบบ ICP มีต้นทุนเท่าไหร่สำหรับ SMEs ไทย?


ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย (Common Misconceptions)

  • "บริษัทฉันเป็นแค่ SME รายย่อย ไม่น่าจะถูกตรวจสอบ": ไม่จริง หน่วยงานกำกับดูแลมุ่งเน้นที่ "ประเภทสินค้า" และ "ปลายทาง" ไม่ใช่ขนาดของบริษัท บ่อยครั้งที่กลุ่มผู้ค้าอาวุธเลือกใช้บริษัทขนาดเล็กเป็นทางผ่านเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
  • "ถ้าฉันส่งออกสินค้าไปประเทศที่เป็นมิตร ฉันไม่ต้องเช็คอะไร": ผิด สินค้าอาจถูก "ส่งต่อ" (Transshipment) ไปยังประเทศที่ถูกคว่ำบาตรได้ ผู้ส่งออกต้องรับผิดชอบจนถึงผู้ใช้ปลายทางที่แท้จริง
  • "ฉันแค่ขายของ ไม่ได้ทำอาวุธ": สินค้าพลเรือนจำนวนมากถูกจัดเป็น Dual-use เช่น อลูมิเนียมเกรดสูง หรือ ปั๊มน้ำอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถนำไปใช้ในโรงงานนิวเคลียร์ได้

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Sanctions & Export Controls

1. การส่งออกไปเมียนมาเสี่ยงต่อการถูกคว่ำบาตรหรือไม่?

มีโอกาสเสี่ยงสูง เนื่องจากมีบุคคลและองค์กรในเมียนมาหลายแห่งถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ และยุโรป ผู้ส่งออกไทยต้องตรวจสอบว่าลูกค้าของตนมีความเชื่อมโยงกับกองทัพหรือกลุ่มบุคคลที่อยู่ในบัญชีดำหรือไม่

2. หากลูกค้าจ่ายเงินเป็นสกุลเงินบาท จะช่วยเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ได้ไหม?

ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกอายัดเงินในระบบดอลลาร์ได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้ช่วยให้พ้นผิดหากตัวสินค้าเป็นเทคโนโลยีที่มาจากสหรัฐฯ หรือหากบริษัทคุณมีธุรกรรมอื่นๆ กับสหรัฐฯ คุณอาจยังถูกลงโทษผ่าน Secondary Sanctions ได้

3. ต้องเก็บเอกสารการส่งออกไว้นานแค่ไหนเพื่อความปลอดภัย?

ตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมาย TCWMD ของไทย แนะนำให้เก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายและการตรวจสอบคู่ค้าไว้อย่างน้อย 5 ปี เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนหลัง


เมื่อไหร่ควรจ้างทนายความ

คุณควรปรึกษาทนายความด้านกฎหมายการค้าและคว่ำบาตรเมื่อ:

  • คุณกำลังจะทำสัญญาการค้าระยะยาวกับประเทศที่มีความเสี่ยงทางการเมือง (High-risk jurisdictions)
  • สินค้าของคุณมีคุณสมบัติทางเทคนิคที่ก้ำกึ่งระหว่างสินค้าทั่วไปและสินค้าควบคุม
  • คุณได้รับแจ้งเตือนจากธนาคารหรือหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับธุรกรรมที่ต้องสงสัย
  • คุณต้องการจัดทำระบบ Internal Compliance Program (ICP) เพื่อรับรองมาตรฐานการส่งออก

ขั้นตอนต่อไป: หากคุณไม่แน่ใจในสถานะของสินค้าหรือคู่ค้าของคุณ เริ่มต้นด้วยการทำ Sanction Audit เบื้องต้น หรือติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเสี่ยงก่อนที่จะดำเนินการส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าสูง การป้องกันเชิงรุกมักมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการแก้ไขคดีความในภายหลังเสมอ

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Jan 10, 2026

โดนหมายศาลคดีธุรกิจทำไงดี? ขั้นตอนรับมือใน Thailand

เมื่อได้รับ "หมายศาล" ในคดีธุรกิจ อย่าเพิกเฉย-โดยหลักต้องยื่น "คำให้การ" เป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วันนับแต่วัน...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Dec 11, 2025

ลงทุน Private Equity ใน Thailand ถูกกฎหมายไหม โครงสร้างแบบไหนเสี่ยง

ดีล Private Equity (PE) ในไทยนิยมใช้โครงสร้างหลายแบบ เช่น บริษัทร่วมลงทุน (SPV), private fund ภายใต้กฎหมายหลักทร...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Jan 12, 2026

ข้อพิพาทการค้าใน Thailand: เลือกศาลไทยหรืออนุญาโตตุลาการดี?

ข้อพิพาทการค้าระหว่างประเทศ: ธุรกิจไทยควรเลือกศาลไทยหรืออนุญาโตตุลาการ? เมื่อธุรกิจขยายตัวสู่ระดับสากล ความเสี่ยงในการเก...

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2014
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 minutes
คดีความและข้อพิพาท ธุรกิจ กฎหมายบริษัทและการค้า +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม