Lawzana Lawzana Logo
ค้นหาทนายความ

วิธีจัดการมรดกในประเทศไทย: ขั้นตอนกฎหมายที่ทายาทต้องรู้

เผยแพร่เมื่อ Jul 29, 2026 · อัปเดตเมื่อ Sep 28, 2026

เครื่องมือ AI ช่วยจัดทำคู่มือนี้

ประเด็นสำคัญ

  • การจัดการมรดกในประเทศไทยต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์สินจะตกแก่ ทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ และคู่สมรสตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด
  • เมื่อสถาบันการเงินหรือกรมที่ดินปฏิเสธการโอนทรัพย์สิน ทายาทจำเป็นต้องร้องขอต่อศาลเพื่อแต่งตั้ง ผู้จัดการมรดก เข้ามาดำเนินการแทน
  • เอกสารหลักที่ต้องเตรียม ได้แก่ ใบมรณบัตร ทะเบียนบ้าน บัญชีเครือญาติ เอกสารสิทธิในทรัพย์สิน และหนังสือยินยอมจากทายาท
  • ผู้จัดการมรดกเป็นผู้แทนดูแลกองมรดก มีหน้าที่ทำบัญชีทรัพย์สิน ชำระหนี้สินของผู้ตาย และแบ่งมรดกให้ทายาท ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินเพียงผู้เดียว
  • คดีขอตั้งผู้จัดการมรดกกรณีไม่มีผู้คัดค้าน ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน มีค่าธรรมเนียมศาล 200 บาท (ไม่รวมค่าส่งหมาย ประกาศศาล และค่าบริการทางกฎหมาย)

อ่านบทความของเราเป็นประจำใช่ไหม? เพิ่ม Lawzana เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการ เพื่อให้บทความของเราแสดงในผลการค้นหา Google ของคุณบ่อยขึ้น

เพิ่มในแหล่งข้อมูลที่ต้องการ

เช็คลิสต์เอกสารก่อนยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่แรกช่วยลดความล่าช้าในขั้นตอนศาลได้อย่างมาก ก่อนเข้าพบทนายความหรือยื่นคำร้อง ทายาทควรจัดเตรียมเอกสารต่อไปนี้ให้พร้อม

รายการเอกสาร รายละเอียดและเอกสารที่ต้องใช้ วัตถุประสงค์
เอกสารผู้ตาย - ใบมรณบัตร (ตัวจริงและสำเนา)
- ทะเบียนบ้านประทับตราจำหน่ายตาย
- บัตรประชาชน (ถ้ามี)
ยืนยันการเสียชีวิตและกำหนดเขตอำนาจศาลตามภูมิลำเนาสุดท้าย
เอกสารผู้ร้องขอ - บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ร้อง
- สูติบัตรหรือทะเบียนสมรส
พิสูจน์สถานะทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย
บัญชีเครือญาติ - แผนผังลำดับเครือญาติ
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของทายาททุกคน
- ใบมรณบัตรของทายาทที่เสียชีวิตก่อนหน้า (ถ้ามี)
แสดงลำดับทายาทที่มีสิทธิรับมรดกทั้งหมดที่ยังมีชีวิตอยู่
เอกสารทรัพย์สิน - โฉนดที่ดิน หรือ น.ส.3ก
- สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร
- เล่มทะเบียนรถยนต์ หรือหุ้น
ยืนยันว่ามีทรัพย์มรดกที่จำเป็นต้องจัดการจริง
หนังสือยินยอม - หนังสือยินยอมให้ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก
- สำเนาบัตรประชาชนทายาทผู้ยินยอมพร้อมเซ็นรับรอง
ลดโอกาสโดนคัดค้านและช่วยให้กระบวนการพิจารณาคดีเร็วขึ้น

ลำดับทายาทโดยธรรมตามกฎหมายไทย

แผนผังลำดับทายาทโดยธรรม 6 ลำดับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย
แผนผังลำดับทายาทโดยธรรม 6 ลำดับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย

เมื่อบุคคลเสียชีวิตโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม กฎหมายกำหนดให้ทรัพย์สิน หนี้สิน และสิทธิของผู้ตายตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทันที การเรียงลำดับทายาทมีความสำคัญเพราะทายาทลำดับต้นจะตัดสิทธิทายาทลำดับถัดไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แบ่งทายาทโดยธรรมออกเป็น 6 ลำดับ ได้แก่:

  1. ผู้สืบสายโลหิต (บุตรชอบด้วยกฎหมาย บุตรนอกกฎหมายที่รับรองแล้ว และบุตรบุญธรรม)
  2. บิดามารดา (บิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย และมารดาตามความเป็นจริง)
  3. พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
  4. พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
  5. ปู่ ย่า ตา ยาย
  6. ลุง ป้า น้า อา

ข้อควรทราบคือ ทายาทลำดับที่ 1 (บุตร) และลำดับที่ 2 (บิดามารดา) ไม่ตัดสิทธิกันเอง ทั้งสองกลุ่มมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งมรดกร่วมกัน ส่วนคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายถือเป็นทายาทโดยธรรมพิเศษ ซึ่งมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งมรดกร่วมกับทายาทในแต่ละลำดับเสมอ

ขั้นตอนการร้องขอต่อศาลเพื่อแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

การตั้งผู้จัดการมรดกเป็นกระบวนการทางศาลที่ช่วยให้การโอนทรัพย์สินของผู้ตายเป็นไปอย่างถูกต้อง และลดข้อพิพาทในหมู่ทายาท

1. การเตรียมเอกสารและยื่นคำร้อง

ทายาทหรือทนายความจะรวบรวมเอกสารและยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาขณะเสียชีวิต ปัจจุบันสามารถยื่นผ่านระบบ e-Filing ของศาลยุติธรรมได้ ผู้ขอเป็นผู้จัดการมรดกต้องบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย

2. การไต่สวนคำร้องและประกาศศาล

เมื่อศาลรับคำร้อง จะกำหนดวันไต่สวน (ปกติใช้เวลา 1-2 เดือน) และส่งประกาศไปยังทายาทคนอื่น พร้อมประกาศผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของศาลเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียคัดค้าน

3. การฟังคำสั่งศาลและขอใบสำคัญคดีถึงที่สุด

หากไม่มีผู้คัดค้าน ศาลจะไต่สวนผู้ร้องและมีคำสั่งแต่งตั้ง เมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับจากวันที่มีคำสั่ง ผู้จัดการมรดกสามารถขอ ใบสำคัญแสดงคดีถึงที่สุด จากศาลเพื่อนำไปใช้โอนทรัพย์สิน ณ ธนาคาร หรือกรมที่ดิน

เอกสารสำคัญ: มรณบัตร ทะเบียนบ้าน และบัญชีเครือญาติ

เอกสารที่ไม่ครบถ้วนคือสาเหตุหลักที่ทำให้คดีล่าช้า ศาลและหน่วยงานราชการเน้นย้ำความถูกต้องของเอกสาร 3 ชุดหลักนี้:

  1. ใบมรณบัตรและทะเบียนบ้าน: ใบมรณบัตรยืนยันการเสียชีวิตและวันเวลาที่ตาย ทะเบียนบ้านระบุภูมิลำเนาซึ่งใช้กำหนดเขตอำนาจศาล
  2. บัญชีเครือญาติ: แผนผังแสดงสายสัมพันธ์ของครอบครัว ตั้งแต่ผู้ตาย คู่สมรส บิดามารดา ไปจนถึงบุตรทุกคน ไม่ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตไปแล้ว
  3. เอกสารทรัพย์มรดก: เช่น โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีเงินฝาก ทะเบียนรถยนต์ เพื่อยืนยันว่ามีทรัพย์สินต้องจัดการจริง หากเป็นอสังหาริมทรัพย์ การโอนกรรมสิทธิ์ต้องติดต่อ กรมที่ดิน ตามขั้นตอนราชการ

หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้จัดการมรดก

ผู้จัดการมรดกไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินทั้งหมด แต่ทำหน้าที่เป็น ตัวแทนผู้ดูแลกองมรดก เพื่อจัดสรรทรัพย์สินให้แก่ทายาทตามกฎหมายหรือพินัยกรรม

หน้าที่หลักตามกฎหมายได้แก่:

  • จัดทำบัญชีทรัพย์มรดก: เริ่มจัดทำภายใน 15 วันและทำให้เสร็จภายใน 1 เดือนนับแต่เริ่มจัดการมรดกได้ตามกฎหมาย
  • ชำระหนี้สินของกองมรดก: นำทรัพย์มรดกไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ของผู้ตายก่อนนำทรัพย์สินที่เหลือมาแบ่งปัน
  • แบ่งปันทรัพย์มรดก: จัดสรรทรัพย์สินที่เหลือให้แก่ทายาทตามสิทธิอย่างถูกต้อง
  • รักษาประโยชน์ของกองมรดก: ห้ามทำนิติกรรมที่มีผลประโยชน์ขัดกันระหว่างตนเองกับกองมรดก

หากผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์ โอนมรดกเป็นของตนเอง หรือปิดบังทรัพย์สิน ทายาทสามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนผู้จัดการมรดก และดำเนินคดีอาญาข้อหายักยอกทรัพย์ได้

กรอบเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางศาล

แผนภาพขั้นตอน กรอบเวลา และค่าใช้จ่ายในการยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล
แผนภาพขั้นตอน กรอบเวลา และค่าใช้จ่ายในการยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล

ขั้นตอนและกรอบเวลาพื้นฐานสำหรับคดีจัดการมรดกสรุปได้ดังนี้

[ยื่นคำร้องต่อศาล] → [นัดไต่สวน (1-2 เดือน)] → [ศาลมีคำสั่ง] → [รอคดีถึงที่สุด (30 วัน)] → [รับหนังสือคดีถึงที่สุด & โอนทรัพย์สิน]

  • ระยะเวลาดำเนินการ: กรณีไม่มีผู้คัดค้าน ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนนับจากวันยื่นคำร้องจนถึงวันที่ได้รับใบสำคัญคดีถึงที่สุด แต่หากมีการร้องคัดค้าน คดีจะเปลี่ยนเป็นคดีมีข้อพิพาทและอาจใช้เวลา 6 เดือนถึงหลายปี
  • ค่าธรรมเนียมศาล:
    • ค่าขึ้นศาลคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก (ไม่มีข้อพิพาท) 200 บาท
    • ค่าประกาศศาลและค่าปิดหมายส่งคำสั่งศาล ประมาณ 500-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับพื้นที่
    • ค่าคัดสำเนาและขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ประมาณ 100-300 บาท
  • ค่าใช้จ่ายอื่น: ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน ค่าธรรมเนียมธนาคาร และค่าบริการทางกฎหมายของทนายความ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจัดการมรดก

  • เข้าใจผิดว่าบุตรคนโตมีสิทธิเป็นผู้จัดการมรดกอัตโนมัติ: กฎหมายไม่ได้ให้สิทธิพิเศษแก่บุตรคนโต ทายาทคนใดคนหนึ่ง คู่สมรส หรือผู้มีส่วนได้เสีย สามารถยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกได้ หากได้รับความยินยอมจากทายาทส่วนใหญ่
  • เข้าใจผิดว่าผู้จัดการมรดกขายหรือเอาทรัพย์สินไปคนเดียวได้: ผู้จัดการมรดกเป็นเพียงผู้จัดการและแบ่งปันทรัพย์สินตามสิทธิ การขายที่ดินหรือถอนเงินมาเป็นของตนเองถือเป็นความผิดอาญา
  • เข้าใจผิดว่าทายาทต้องใช้เงินส่วนตัวชำระหนี้แทนผู้ตาย: ทายาทรับภาระหนี้สินของผู้ตายไม่เกินกว่ามูลค่าทรัพย์มรดกที่ตนได้รับ หากหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ทายาทไม่ต้องนำเงินส่วนตัวไปชดเชย

คำถามที่พบบ่อย

หากผู้ตายมีเพียงเงินในบัญชีธนาคารไม่มาก จำเป็นต้องขอตั้งผู้จัดการมรดกหรือไม่?

ธนาคารส่วนใหญ่กำหนดให้มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกก่อนจึงจะอนุญาตให้ปิดบัญชีผู้ตายได้ อย่างไรก็ตาม บางธนาคารอาจมีเงื่อนไขผ่อนผันสำหรับยอดเงินจำนวนไม่มาก หากทายาทโดยธรรมทุกคนไปแสดงตัวและเซ็นยินยอมพร้อมกันที่สาขาธนาคาร

หากทายาทตกลงกันไม่ได้ว่าใครควรเป็นผู้จัดการมรดก ศาลจะตัดสินอย่างไร?

หากเกิดข้อพิพาท ศาลจะไต่สวนพิจารณาความเหมาะสมของผู้ร้อง หากไม่มีใครถอย ศาลอาจแต่งตั้งทายาทร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกร่วม หรือแต่งตั้งบุคคลภายนอกที่มีความเป็นกลางเพื่อป้องกันปัญหาขัดแย้ง

ผู้จัดการมรดกมีกรอบเวลาแบ่งทรัพย์สินภายในกี่ปี?

ตามกฎหมาย ผู้จัดการมรดกควรจัดทำบัญชีมรดกและแบ่งปันทรัพย์สินให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว หากผู้จัดการมรดกเพิกเฉยหรือละเลยหน้าที่ ทายาทมีสิทธิฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอเปลี่ยนตัวผู้จัดการมรดกได้

หากผู้ตายทำพินัยกรรมไว้ กระบวนการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกแตกต่างกันอย่างไร?

หากพินัยกรรมระบุชื่อผู้จัดการมรดกไว้ชัดเจน บุคคลนั้นสามารถนำพินัยกรรมไปยื่นร้องต่อศาลได้ทันที กระบวนการจะรวดเร็วขึ้นเนื่องจากเจตนาของผู้ตายมีความชัดเจนตามเอกสารแล้ว

เมื่อไหร่ควรปรึกษาทนายความ

หากทายาททุกคนเห็นพ้องต้องกัน การยื่นคำร้องอาจดำเนินการผ่านสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) ได้ แต่การจ้างทนายความส่วนตัวจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วและอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้:

  • ทายาทมีความขัดแย้ง ตกลงเรื่องส่วนแบ่งไม่ได้ หรือมีแนวโน้มจะยื่นร้องคัดค้าน
  • ทรัพย์มรดกมีความซับซ้อน เช่น หุ้นบริษัท ที่ดินหลายแปลง ทรัพย์สินต่างประเทศ หรือมีหนี้สินจำนวนมาก
  • ต้องการความสะดวกในการจัดเตรียมเอกสารและดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลแทนทายาท

หากคุณต้องการความช่วยเหลือในคดีมรดก สามารถปรึกษา ทนายความด้านคดีความและข้อพิพาทในไทย หรือค้นหา ทนายความในประเทศไทย เพื่อช่วยดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

แนวทางดำเนินการ: รวบรวมใบมรณบัตร ทะเบียนบ้าน และเอกสารแสดงสิทธิในทรัพย์สินของผู้ตาย พร้อมทำแผนผังบัญชีเครือญาติเบื้องต้น จากนั้นติดต่อทนายความเพื่อตรวจร่างคำร้องและยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจโดยเร็ว

About the Author

L

ทีมบรรณาธิการ Lawzana

Lawzana เผยแพร่คู่มือกฎหมายสำหรับผู้บริโภค เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจสิทธิและทางเลือกของคุณก่อนปรึกษาทนายความ

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Sep 28, 2026

กรรมการบริษัทรับผิดอะไรบ้างใน Thailand เสี่ยงคดีไหน

กรรมการบริษัทในไทยมีความรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และทางปกครอง หากฝ่าฝืนหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ร.บ....

อ่านบทความ
ประเทศไทย Sep 16, 2026

ต่างชาติซื้อคอนโดใน Thailand ได้ไหม? สรุปกฎหมายและขั้นตอน

ประเด็นสำคัญ ชาวต่างชาติสามารถซื้อและถือกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อ...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Sep 28, 2026

เปลี่ยนกรรมการบริษัท DBD 2569: เอกสาร ค่าธรรมเนียม ขั้นตอน (กรณีกรรมการลาออก/แก้ไขอำนาจกรรมการ)

เปลี่ยนกรรมการบริษัท DBD 2569: เอกสาร ค่าธรรมเนียม ขั้นตอน (กรณีกรรมการลาออก/แก้ไขอำนาจกรรมการ) อัปเดตล่าสุด: กันยายน 25...

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2012
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 นาที
การป้องกันคดีอาญา คดีความและข้อพิพาท ครอบครัว +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Lawyer Republic Logo
Lawyer Republic
ภูเก็ต
ตั้งแต่ปี 2006
ทนายความ 22 คน
ฟรี 1 ชั่วโมง
ธนาคารและการเงิน คดีความและข้อพิพาท ภาษี +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม

เครื่องมือ AI ช่วยในการจัดทำคู่มือนี้