ทนายความ การบาดเจ็บขณะคลอด ที่ดีที่สุดใน ประเทศไทย

แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย

ฟรี ใช้เวลา 2 นาที

หรือปรับแต่งการค้นหาของคุณโดยเลือกเมือง:

Smart Legal Solutions
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2016
9 คนในทีม
English
Thai
Spanish
อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ การบาดเจ็บขณะคลอด การบาดเจ็บจากสัตว์และสุนัข +21 เพิ่มเติม
...

คู่มือกฎหมายเขียนโดย Smart Legal Solutions:

  • Main Legal Measures to Protect Foreign Investment in Thailand
  • The importance of the geographical indications for the Thai economy
KITTIWAT LAWYER
เชียงใหม่, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2017
7 คนในทีม
English
Chinese
Thai
อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ การบาดเจ็บขณะคลอด การบาดเจ็บจากสัตว์และสุนัข +21 เพิ่มเติม
เกี่ยวกับเราทนายกิตติวัฒน์:...
Ratchada Law Firm

Ratchada Law Firm

1 hour ปรึกษาฟรี
บางกะปิ, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2012
English
Swedish
Spanish
Thai
Persian
German
สำนักงานกฎหมายราชดำริก่อตั้งขึ้นในปี 2555 เป็นสำนักงานกฎหมายที่ให้บริการแบบครบวงจร...
Thitikan Law Firm
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2020
English
ทิฐิกาญจน์ แอลวีนีม ให้บริการทางกฎหมายอย่างครบวงจรทั่วประเทศไทย ครอบคลุมคดีหลากหลายประเภท ได้แก่...
SILQ

SILQ

15 minutes ปรึกษาฟรี
ภูเก็ต, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2025
10 คนในทีม
English
Russian
Ukrainian
Italian
Thai
เกี่ยวกับ SILQ SILQ...
lawyers for expats Thailand Co Ltd
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2019
7 คนในทีม
English
Thai
 Lawyers for Expats Thailand ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย...
A.G. Group Asia

A.G. Group Asia

15 minutes ปรึกษาฟรี
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2022
20 คนในทีม
English
Dutch
Thai
เอ.จี. กรุ๊ป เอเชีย เป็นบริษัทที่ปรึกษาและกฎหมายในเอเชียและยุโรปที่ให้บริการครอบคลุมหลากหลายรูปแบบ...
คลองเตย, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2022
English
บริษัท แอลจีแอนด์แอสโซซิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นสำนักงานกฎหมายชั้นนำที่มีความสัมพันธ์กับ ALG & Associates Legal...
ตามที่เห็นใน

1. เกี่ยวกับกฎหมายการบาดเจ็บขณะคลอดในประเทศไทย

กฎหมายบาดเจ็บขณะคลอดในประเทศไทยมักอิงหลักละเมิดทางแพ่ง ไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับ “การบาดเจ็บขณะคลอด” แต่อาศัยหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในการเรียกร้องค่าเสียหายจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติของแพทย์หรือสถานพยาบาลได้

ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้เมื่อพิสูจน์ว่าการกระทำของผู้ให้บริการเกิดความประมาทหรือผิดมาตรฐานวิชาชีพ และทำให้เกิดบาดแผลหรือความเสียหายต่อแม่หรือทารก

กระบวนการเรียกร้องมักเริ่มจากการปรึกษาทนายผู้เชี่ยวชาญด้านการบาดเจ็บขณะคลอด ตรวจสอบเอกสารทางการแพทย์ และประเมินมูลค่าความเสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจ

อ้างอิง: แนวทางทั่วไปเกี่ยวกับการเรียกร้องละเมิดทางแพ่งในการบริการทางการแพทย์จากหน่วยงานรัฐไทย

2. ทำไมคุณอาจต้องการทนายความ

ต่อไปนี้คือสถานการณ์จริงที่พบในประเทศไทยที่ต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมายด้านการบาดเจ็บขณะคลอด

  • กรณีคลอดล่าช้าและเกิดภาวะทารกขาดออกซิเจน ทันทีที่การตัดสินใจผ่าคลอดล่าช้าเกินเหตุ หลักฐานทางการแพทย์และบันทึกเหตุการณ์เป็นสิ่งสำคัญต่อการเรียกร้องค่าเสียหาย
  • ทนายความจะช่วยเรียงลำดับเหตุการณ์ ตรวจสอบมุมมองความเสียหาย และดูว่ามีมาตรฐานการดูแลที่ละเมิดหรือไม่

  • กรณีไม่ขอความยินยอมก่อนการดำเนินการทางการแพทย์ เช่น การใช้ยา หรือการทำผ่าคลอดโดยไม่มีการสื่อสารที่ชัดเจนกับผู้ป่วย
  • ผู้ป่วยสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้หากหลักฐานแสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจทางการแพทย์ไม่สอดคล้องกับข้อบังคับด้านยินยอมรับทราบ

  • กรณีการใช้อุปกรณ์คลอดที่อาจทำให้ทารกได้รับบาดเจ็บ เช่น การใช้งระหว่างคลอดด้วย forceps หรือ vacuum ไม่ถูกวิธี
  • ทนายความจะช่วยตรวจสอบความเหมาะสมของการใช้อุปกรณ์และข้อกำหนดการติดตามภาวะทารก

  • กรณีการใช้ฮอร์โมนกระตุ้นการคลอด (oxytocin) ในปริมาณผิดพลาด หรือการติดตามการคลอดไม่เพียงพอ
  • หากมีหลักฐานว่าโอซิโตซินถูกปิดบังหรือใช้เกินขอบเขต มาตรการฟ้องร้องอาจรวมถึงค่าเสียหายทางร่างกายและค่าใช้จ่ายสุขภาพระยะยาว

  • กรณีสื่อสารไม่เพียงพอระหว่างแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยไม่ทราบถึงความเสี่ยงหรือทางเลือกในการคลอด
  • การสื่อสารที่ไม่เพียงพออาจถูกพิจารณาว่าเป็นการละเมิดสิทธิผู้ป่วยและเป็นพื้นฐานในการเรียกร้องค่าเสียหาย

3. ภาพรวมกฎหมายท้องถิ่น

กฎหมายที่ใช้บังคับทั่วไปในการบาดเจ็บขณะคลอดมักเกี่ยวข้องกับละเมิดทางแพ่ง การเรียกร้องค่าเสียหายและหลักการคุ้มครองผู้บริโภคในการรับบริการสุขภาพ

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตราที่เกี่ยวข้องกับละเมิดและการชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งถือเป็นฐานกฎหมายหลักในการเรียกร้องค่าชดเชยจากแพทย์หรือโรงพยาบาล
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 รองรับสิทธิผู้รับบริการในการมีบริการที่ได้มาตรฐานและสามารถใช้สิทธิเรียกร้องหากบริการไม่เป็นไปตามสัญญาหรือไม่ปลอดภัย
  • กฎหมายด้านวิชาชีพเวชกรรม/จรรยาบรรณแพทย์ ซึ่งกำกับการประกอบวิชาชีพแพทย์และมาตรฐานการดูแลโรค พร้อมบทลงโทษกรณีละเมิดความปลอดภัยผู้ป่วย

สำหรับรายละเอียดลึกกว่านี้ควรตรวจสอบราชกิจจานุเบกษาและแหล่งข้อมูลทางราชการ เนื่องจากการแก้ไขกฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย

4. คำถามที่พบบ่อย

อะไรมันหมายถึงการบาดเจ็บขณะคลอดในแง่กฎหมาย?

หมายถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแม่หรือทารกจากกระบวนการคลอดที่มีความผิดพลาด หรือการละเลยมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งนำไปสู่การเรียกร้องค่าเสียหายได้

อย่างไรถึงเรียกร้องค่าเสียหายจากแพทย์หรือโรงพยาบาล?

ต้องมีหลักฐานว่าแพทย์หรือสถานพยาบาลทำผิดพลาดและมันเป็นสาเหตุของความเสียหาย จากนั้นต้องยื่นฟ้องในศาลแพ่งหรือเรียกร้องผ่านช่องทางที่เกี่ยวข้อง

เมื่อไหร่ควรปรึกษาทนายความด้านการบาดเจ็บขณะคลอด?

เมื่อคุณสงสัยว่าเกิดความผิดพลาดทางการแพทย์หรือสัญญาการบริการสุขภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐาน การปรึกษาทนายตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยวางแผนเอกสารและแผนคดี

ที่ไหนที่คุณสามารถยื่นเรื่องเรียกร้องได้?

ในประเทศไทย คดีละเมิดแพ่งมักยื่นต่อศาลแพ่ง หรือผ่านหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคหากเป็นกรณีบริการไม่เป็นไปตามสัญญา

ทำไมถึงควรมีทนายความในคดีบาดเจ็บขณะคลอด?

ทนายช่วยตรวจสอบเอกสารทางการแพทย์ คัดกรองหลักฐาน และเจรจาต่อรองค่าเสียหาย รวมถึงดูแลความถูกต้องตามกระบวนการศาล

สามารถเรียกร้องค่าเสียหายรวมค่าใช้จ่ายการดูแลระยะยาวได้ไหม?

ได้ หากมีหลักฐานว่าอาการบาดเจ็บส่งผลกระทบต่อการดูแลสุขภาพระยะยาว คดีอาจรวมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์และค่าชดเชยอื่นๆ

ควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างก่อนพบทนาย?

สำเนาบันทึกการคลอด คำร้องเรียนจากผู้ป่วย ใบเรียกเก็บค่ารักษา และเอกสารประกันสุขภาพ ร่องรอยการรักษาและข้อความแพทย์

ระยะเวลาฟ้องคดีเฉลี่ยในประเทศไทยใช้เวลานานเท่าไร?

โดยทั่วไปคดีแพ่งด้านการแพทย์อาจใช้หลายเดือนถึงหลายปี ขึ้นกับข้อเท็จจริง ความซับซ้อน และการอุทธรณ์

ฉันสามารถเรียกร้องผ่านการเจรจาไกล่เกลี่ยก่อนไหม?

ได้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่มักให้เร็วกว่า คดี โดยผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์หรือโรงพยาบาลมักเสนอข้อยุติชดเชยบางส่วน

ความแตกต่างระหว่างการฟ้องคดีในศาลกับการเรียกร้องผ่านประกันสุขภาพคืออะไร?

การฟ้องคดีในศาลสามารถเรียกร้องค่าเสียหายทั้งหมดรวมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่าย ขณะที่ประกันสุขภาพอาจจำกัดอยู่ในวงเงินที่กรมธรรม์คุ้มครอง

ฉันควรเก็บหลักฐานอะไรเพิ่มเติมเพื่อคดี?

บันทึกการติดต่อกับโรงพยาบาล ข้อความแพทย์ สื่อสารการยินยอม และภาพถ่าย/ผลตรวจที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนคำร้อง

5. ทรัพยากรเพิ่มเติม

  • กระทรวงสาธารณสุข (MOH) เว็บไซต์รวมข้อมูลสุขภาพและนโยบายด้านบริการสุขภาพ https://www.moph.go.th
  • สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (Nhso) ข้อมูลสิทธิและบริการด้านสุขภาพ https://www.nhso.go.th
  • สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (OCPC) แนวทางคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพ https://www.ocpb.go.th

6. ขั้นตอนถัดไป

  1. ประเมินสถานการณ์กับคุณหมอ/ผู้เชี่ยวชาญด้านคลอด รวบรวมบันทึกการดูแลและผลการรักษาเพื่อระบุชนิดความเสียหาย
  2. ปรึกษาทนายความด้านการบาดเจ็บขณะคลอด เพื่อประเมินสิทธิเรียกร้องและแนวทางดำเนินคดี
  3. รวบรวมเอกสารหลักฐาน ใบรับรองแพทย์ บันทึกการคลอด ประกันสุขภาพ และใบเรียกชดใช้
  4. ตรวจสอบความผิดพลาดตามมาตรฐานวิชาชีพ ตรวจสอบการสื่อสาร ความยินยอม และมาตรฐานการดูแล
  5. ติดต่อโรงพยาบาลหรือผู้ประกอบวิชาชีพ หากมีข้อเสนอชดเชยเบื้องต้นพิจารณาคำตอบ
  6. ดำเนินการเรียกร้องตามช่องทางที่เหมาะสม เจรจาไกล่เกลี่ย หรือยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งถ้าจำเป็น
  7. ติดตามกระบวนการและระยะเวลา ประมาณการเวลารวมทั้งค่าใช้จ่ายและโอกาสสำเร็จของคดี

Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน ประเทศไทย ผ่านรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่คัดสรรและตรวจสอบล่วงหน้า แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง การบาดเจ็บขณะคลอด ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า

แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ

ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:

ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด contact us และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม