ทนายความ การควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ ที่ดีที่สุดใน พัทยา
แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย
ฟรี ใช้เวลา 2 นาที
รายชื่อทนายความที่ดีที่สุดใน พัทยา, ประเทศไทย
1. เกี่ยวกับกฎหมายการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการในพัทยา, ประเทศไทย
การควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในพัทยาเป็นกระบวนการทางธุรกิจที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยทั้งหมด ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นหรือผู้ลงทุนต่างชาติ กฎระเบียบสำคัญมักเน้นเรื่องการถือหุ้น ความเป็นเจ้าของทรัพย์สิน และการคุ้มครองผู้ถือหุ้น
พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวและผู้ลงทุนมักรวมกิจการในโรงแรม ร้านอาหาร และอสังหาริมทรัพย์ การทำดีลในพื้นที่นี้จึงต้องมีการตรวจสอบเชิงลึกทั้งด้านธุรกิจและสถานะทางกฎหมายของทรัพย์สิน/ทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงข้อกำหนดด้านการถือครองโดยคนต่างด้าว
ข้อเท็จจริงสำคัญ: กรอบกฎหมายหลักของ M&A ในประเทศไทยคือกฎหมายระดับชาติ และผู้มีส่วนได้เสียควรตรวจสอบข้อกำหนดเฉพาะของอุตสาหกรรมก่อนทำข้อตกลง
“การควบรวมและการเข้าซื้อกิจการในประเทศไทยจะได้รับการตรวจสอบเพื่อป้องกันการผูกขาดและเพื่อความโปร่งใสในการโอนหุ้น” - อ้างอิงจากแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการ: กระทรวงพาณิชย์ (MOC) ประเทศไทย, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC)
2. ทำไมคุณอาจต้องการทนายความ
การควบรวมและการเข้าซื้อกิจการมักมีหลายขั้นตอนซับซ้อน และข้อกำหนดเฉพาะสำหรับพัทยา ดังนั้นทนายความจะช่วยคุณหลายด้าน โดยเฉพาะในสถานการณ์ต่อไปนี้
- ซื้อกิจการโรงแรมหรือรีสอร์ทในพัทยา ทั้งในไทยและต่างชาติ โดยต้องพิจารณาการถือครองทรัพย์สินและสิทธิการใช้งาน
- เจรจาเงื่อนไขเบื้องต้น (LOI) และสัญญาซื้อขายหุ้นที่มีรายละเอียดทางกฎหมายซับซ้อน
- การทำ due diligence เชิงกฎหมายสำหรับบริษัทที่มีทรัพย์สินในพัทยา เช่น ที่ดินและสิทธิการใช้งาน
- ประเด็นการอนุมัติจากหน่วยงานรัฐ เช่น กฎหมายแข่งขัน และข้อกำหนดการถือหุ้นของต่างชาติ
- กรณีเข้าซื้อบริษัทที่มีสถานประกอบการหลายแห่งในพัทยา ต้องประสานงานระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ
- ข้อเสนอในการปรับโครงสร้างธุรกิจและทะเบียนการเปลี่ยนแปลงกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
เคล็ดลับการเลือกทนายความ เลือกผู้มีประสบการณ์ M&A ในภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่พัทยา เขาจะเข้าใจบริบทท้องถิ่นและข้อกำหนดราชการที่เกี่ยวข้องได้ดีกว่า
3. ภาพรวมกฎหมายท้องถิ่น
กฎหมายหลักที่ควรทราบเมื่อทำ M&A ในพัทยาเป็นกฎหมายระดับประเทศที่บังคับใช้อย่างแพร่หลาย ไม่มี “กฎหมายพัทยา” โดยเฉพาะที่กล่าวถึง M&A อย่างชัดเจน
1) พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2562 (Trade Competition Act) มีบทลงโทษต่อการรวมตัวที่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขัน และอาจนำไปสู่การตรวจสอบจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
2) พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 (Public Company Act) กระบวนการเสนอซื้อหุ้นและการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นเป็นส่วนสำคัญในการควบรวมในบริษัทมหาชน
3) พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (Foreign Business Act) กำหนดเขตการดำเนินธุรกิจที่ต่างชาติสามารถถือครองได้ และอาจกำหนดเงื่อนไขการลงทุนในบางประเภทธุรกิจที่พัทยาให้บริการ
การตรวจสอบแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงกฎหมายและประกาศของราชการสามารถดูได้จากแหล่งข้อมูลทางการ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และราชกิจจานุเบกษา
แนวคิดทางกฎหมายที่สำคัญ กฎหมายเหล่านี้มักถูกอ้างถึงเมื่อทำ Due Diligence และร่างสัญญาซื้อขายหุ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น
อ้างอิงและรายละเอียดเพิ่มเติม: DBD, MOC, SEC, ราชกิจจานุเบกษา
4. คำถามที่พบบ่อย
อะไรคือขั้นตอนพื้นฐานในการเริ่มกระบวนการควบรวมในพัทยา?
ขั้นแรกกำหนดวัตถุประสงค์และขอบเขตดีล จากนั้นจ้างทีมที่ปรึกษาและทนาย M&A เพื่อจัดทำแผน Due Diligence และกำหนด Timeline ของดีล
อย่างไรถึงจะหาทนายความด้าน M&A ที่มีประสบการณ์ในพัทยา?
ค้นหาจากเครือข่ายผู้สนับสนุนในพื้นที่ พิจารณาผลงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ในพัทยา ตรวจสอบคำรับรองและผลงานที่ผ่านมา
เมื่อไหร่ควรปรึกษาทนายก่อนเริ่มเจรจา?
ปรึกษาทันทีเมื่อคิดจะเริ่มเจรจสัญญา LOI หรือเอกสารเบื้องต้น เพื่อให้โครงสร้างดีลสอดคล้องกับกฎหมายและลดความเสี่ยง
ที่ไหนควรตรวจสอบสถานะการถือหุ้นของบริษัทที่มีสำนักงานในพัทยา?
ตรวจสอบที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และสำนักงานทะเบียนหุ้นของบริษัทที่ตั้งอยู่ในพื้นที่พัทยา รวมถึงประกาศการเปลี่ยนแปลงบนเว็บไซต์ราชการ
ทำไมต้องตรวจสอบข้อกฎหมายเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและสิทธิในพัสดุ?
เพราะการถือครองโดยต่างชาติและสิทธิการใช้พื้นที่ในทรัพย์สินมีข้อจำกัดที่อาจทำให้ดีลล่าช้า หรือไม่สามารถปิดได้หากไม่สอดคล้อง
สามารถคำนวณค่าใช้จ่าย M&A ในพัทยาได้อย่างไร?
รวมค่าใช้จ่ายด้านทนายความ ตรวจสอบบัญชี ค่าใช้จ่ายทางภาษี และค่าธรรมเนียมจดทะเบียนกับ DBD โดยประมาณการเบื้องต้นช่วยวางแผนการเงินได้
ควรระวังอะไรในสัญญาซื้อขายหุ้น?
ตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกัน ความรับผิดชอบหลังปิดดีล และข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูล เพื่อป้องกันข้อพิพาทหลังปิดดีล
ความแตกต่างระหว่างการควบรวมกับการเข้าซื้อกิจการในพัทยาคืออะไร?
การควบรวมมักรวมบริษัททั้งสองเป็นองค์กรใหม่ ส่วนการซื้อกิจการคือการซื้อหุ้นหรือทรัพย์สินของอีกฝ่ายเพื่อควบคุม
การทำ M&A ที่มีผู้ซื้อจากต่างประเทศต้องพิจารณาอะไรบ้าง?
ต้องพิจารณาข้อจำกัด Foreign Business Act และการขออนุมัติจากหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อผู้ถือหุ้น
ขั้นตอนการยื่นขออนุมัติต่างประเทศในการควบรวมมีอะไรบ้าง?
ตรวจสอบข้อกำหนดของ SEC หากบริษัทจดทะเบียน และดำเนินการตามขั้นตอนการอนุมัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Due Diligence คืออะไร และทำไมจึงสำคัญในพัทยา?
Due Diligence คือกระบวนการตรวจสอบข้อมูลบริษัทอย่างละเอียดก่อนปิดดีล เพื่อระบุตัวเลขเสี่ยงและประเมินมูลค่าอย่างแม่นยำ
ฉันควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการแจ้งการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นกับ DBD?
เตรียมสำเนาบริษัท หนังสือรับรองผู้ถือหุ้น สัญญาซื้อขาย หุ้นหากมี และเอกสารที่แสดงการชำระทุน พร้อมคำร้องต่อ DBD
หากมีข้อพิพาทหลังการควบรวม ฉันควรทำอย่างไรในพัทยา?
ปรึกษาทนายเพื่อพิจารณาทางเลือกทางกฎหมายและการเจรจาไกล่เกลี่ย ก่อนหากคุณต้องฟ้องร้องในศาล
หากการควบรวมส่งผลกระทบต่อแรงงานในพัทยาควรดำเนินการอย่างไร?
ตรวจสอบและปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานไทย พร้อมแจ้งพนักงานอย่างโปร่งใส และจัดทำแผนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่เหมาะสม
5. ทรัพยากรเพิ่มเติม
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ - ข้อมูลการจดทะเบียนบริษัท การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น และข้อกำหนดด้านลิขสิทธิ์ธุรกิจ
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) - หลักเกณฑ์ TOB และข้อกำหนดในการซื้อหุ้นบริษัทจดทะเบียน
- ราชกิจจานุเบกษา - ฐานข้อมูลกฎหมายไทยและประกาศราชการที่เกี่ยวข้องกับ M&A
แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางการ:
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) - มาตรฐานการเปลี่ยนแปลงหุ้น
- SEC - กรอบข้อบังคับการลงทุนในบริษัทจดทะเบียน
- ราชกิจจานุเบกษา - ข้อกฎหมายหลักเกี่ยวกับ M&A
- กระทรวงพาณิชย์ - ข้อมูลนโยบายและข้อกำหนด
6. ขั้นตอนถัดไป
- กำหนดวัตถุประสงค์และขอบเขตของดีล - 1-2 สัปดาห์
- เลือกทนายความและทีมที่ปรึกษา M&A - 1-2 สัปดาห์
- ดำเนิน due diligence เชิงธุรกิจและกฎหมาย - 4-8 สัปดาห์
- ร่างเงื่อนไขเบื้องต้นและทำ Term Sheet - 2-4 สัปดาห์
- ขออนุมัติที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบข้อกฎหมาย - 4-12 สัปดาห์
- ลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายและปิดดีล - 2-6 สัปดาห์
- จดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงกับ DBD และสื่อสารการเปลี่ยนแปลง - 1-2 สัปดาห์
Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน พัทยา ผ่านรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่คัดสรรและตรวจสอบล่วงหน้า แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง การควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า
แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ
ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน พัทยา, ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ
เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด contact us และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม