ทนายความ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและองค์กรการกุศล ที่ดีที่สุดใน พญาไท

แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย

ฟรี ใช้เวลา 2 นาที

พญาไท, ประเทศไทย

English
บริษัท ออลล์ กรุ๊ป จำกัด เป็นบริษัทที่หลากหลายกิจการตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย...
LEGAL OUTSOURCE CO., LTD.
พญาไท, ประเทศไทย

English
LEGAL OUTSOURCE CO., LTD. เป็นสำนักงานกฎหมายบูติกที่เชี่ยวชาญด้านธุรกรรมเชิงพาณิชย์ ตลาดทุน การควบรวมกิจการ...
ตามที่เห็นใน

1. เกี่ยวกับกฎหมายองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและองค์กรการกุศลในพญาไท, ประเทศไทย

ในประเทศไทย องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรมักก่อตั้งเป็นสมาคมหรือมูลนิธิและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นหลัก

องค์กรในเขตพญาไท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ต้องปฏิบัติตามกฎหมายระดับประเทศร่วมกับข้อบังคับและแนวทางปฏิบัติของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพฯ เมื่อดำเนินกิจกรรมทั้งในพื้นที่สาธารณะและสถานที่ให้บริการด้านสังคม

กรอบกฎหมายหลักรวมถึงการจดทะเบียน การรายงานทางการเงินและภาษี การคุ้มครองข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และข้อกำหนดด้านการระดมทุนซึ่งอาจมีการปรับปรุงตามนโยบายภาครัฐและสภาพแวดล้อมการระดมทุนในกรุงเทพฯ

แนวคิดสำคัญ: องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในพญาไทต้องสอดคล้องกับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรสาธารณะประโยชน์ พร้อมการรายงานต่อหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบด้านการดูแลและตรวจสอบองค์กร

“การจดทะเบียนสมาคมหรือมูลนิธิในกรุงเทพฯ ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบเอกสารและการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินอย่างโปร่งใส ตามข้อกำหนดของหน่วยงานรัฐ”

2. ทำไมคุณอาจต้องการทนายความ

หากคุณกำลังสร้างหรือดูแลองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในพญาไท การมีทนายความช่วยตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนแรกช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมาย

  • จดทะเบียนองค์กรอย่างถูกต้องในกรุงเทพฯ

    การเลือกประเภทองค์กร (สมาคมหรือมูลนิธิ) และเตรียมเอกสารตั้งต้นต้องสอดคล้องกับกฎหมายที่บังคับใช้อย่างละเอียด

  • ร่างข้อบังคับองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

    ทนายจะช่วยคุณจัดทำข้อบังคับให้ชัดเจน กำหนดวัตถุประสงค์ บทบาทคณะกรรมการ และกระบวนการตัดสินใจที่โปร่งใส

  • ขออนุมัติและรายงานทางการเงิน

    เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดการรายงานการเงินและการบริจาค ทนายจะช่วยเตรียมแบบฟอร์มและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง

  • การระดมทุนและภาษี

    ทนายช่วยวิเคราะห์ประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี) และเงื่อนไขการหักภาษีบริจาค เพื่อให้คุณได้รับสิทธิประโยชน์ที่ถูกต้อง

  • ข้อพิพาทภายในองค์กรและกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

    เมื่อเกิดข้อพิพาทด้านการบริหาร การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการ หรือข้อพิพาทกับผู้บริจาค ทนายจะช่วยสรุปข้อกฎหมายและหาทางออก

  • การกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคล

    ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) คุณอาจต้องการผู้เชี่ยวชาญเพื่อตั้งแนวทางการประมวลผลข้อมูลสมาชิกและผู้บริจาคอย่างปลอดภัย

3. ภาพรวมกฎหมายท้องถิ่น

กฎหมายที่มีอิทธิพลต่อองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะกรอบในพญาไท ได้แก่กฎหมายระดับประเทศที่บังคับใช้อยู่ทั่วไปและมาตรฐานการปฏิบัติของหน่วยงานรัฐที่ดูแลการจดทะเบียนและการรายงาน

กฎหมายสำคัญที่ควรทราบ: - พระราชบัญญัติองค์กรสาธารณประโยชน์ (Public Benefit Organization Act) ที่มีการทราบและปรับปรุงเพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงานและการระดมทุนในระดับประเทศ - ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อกรอบการก่อตั้ง สมาคม และมูลนิธิ ที่รวมถึงข้อกำหนดเรื่องสหกรณ์และการบริหาร - พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เพื่อการประมวลผลข้อมูลสมาชิก ผู้บริจาค และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างปลอดภัย

“การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการรายงานและการเปิดเผยข้อมูลมีความสำคัญต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรในกรุงเทพฯ”

4. คำถามที่พบบ่อย

อะไรคือความแตกต่างระหว่างสมาคมกับมูลนิธิและการใช้งานในพญาไท?

สมาคมมักก่อตั้งเพื่อการรวมกลุ่มสมาชิกที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน ส่วนมูลนิธิจะมีวัตถุประสงค์เพื่อรับบริจาคและสนับสนุนกิจการสาธารณะ โดยมีการบริหารจัดการต่างกันในเรื่องทุนและการรายงาน

อย่างไรจดทะเบียนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในกรุงเทพฯ ได้เร็วที่สุด?

เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ตั้งชื่อให้ชัดเจนตามวัตถุประสงค์ ดำเนินการผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบ พร้อมมีผู้รับผิดชอบประสานงานในพื้นที่พญาไท

เมื่อไหร่ที่ต้องจัดทำข้อบังคับองค์กรใหม่หรือแก้ไข?

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการหรือวัตถุประสงค์ จำเป็นต้องปรับปรุงและจดแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย

ที่ไหนต้องรายงานงบการเงินและการบริจาคในกรุงเทพฯ?

องค์กรที่จดทะเบียนในกรุงเทพฯ ต้องรายงานต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ พร้อมการแนบงบการเงินและรายละเอียดการบริจาคที่สำคัญ

ทำไม PDPA สำคัญต่อ NGO ในพญาไท?

เพราะข้อมูลสมาชิก ผู้บริจาค และผู้ร่วมกิจกรรมมีความละเอียดอ่อน การเก็บรักษาและการใช้งานข้อมูลต้องเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ฉันจะหาทนายความด้าน NGO ในพญาไทได้อย่างไร?

เริ่มจากการค้นหาทนายความที่มีประสบการณ์ด้าน NGO/มูลนิธิ อ่านงานวิจัยคดี เรจูเมนต์ และขอคำปรึกษาเบื้องต้นก่อนจะเลือกทำสัญญา

ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนมีอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายประกอบด้วยค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ค่าสำรวจเอกสาร และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงข้อบังคับ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามรูปแบบองค์กร

ระยะเวลาการจดทะเบียนโดยทั่วไปใช้เวลานานเท่าไร?

โดยทั่วไปอาจใช้ 4-12 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสารและความรัดกุมของการตรวจสอบ

ฉันควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างก่อนพบทนาย?

แนบแผนวัตถุประสงค์องค์กร รายชื่อผู้ก่อตั้ง ที่อยู่ติดต่อ และแนวทางการบริหารรวมถึงแนวคิดด้านการเงินและการระดมทุน

ฉันต้องการจดทะเบียนเพื่อขอสิทธิประโยชน์ทางภาษีใช่หรือไม่?

บางกรณีองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรอาจมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี บางกิจกรรมอาจได้รับการยกเว้นภาษี หากคุณปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

การระดมทุนผ่านกิจกรรมในพญาไทต้องปฏิบัติตามอะไร?

ต้องมีการเปิดเผยแหล่งที่มาของเงินและการใช้งบประมาณ และตรวจสอบการใช้จ่ายเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับ

องค์กรจะต้องมีจรรยาบรรณและนโยบายด้านความโปร่งใสอย่างไร?

กำหนดนโยบายการเปิดเผยข้อมูล งบการเงิน และการบริหารความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

จะตรวจสอบหรือเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการได้อย่างไร?

ต้องดำเนินกระบวนการตามข้อบังคับ ติดตามข้อกำหนดการเลือกตั้ง และแจ้งให้หน่วยงานรัฐทราบ

หากเกิดข้อพิพาทกับผู้บริจาค ควรทำอย่างไร?

ปรึกษาทนายเพื่อประเมินสิทธิ์และทางเลือกในการเจรจา หรือฟ้องร้องตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

5. ทรัพยากรเพิ่มเติม

  • กรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ - หน่วยงานดูแลและให้คำแนะนำด้านการจัดตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของประเทศไทย https://www.dsd.go.th
  • กรมพัฒนาธุรกิจการค้า - แหล่งข้อมูลการจดทะเบียนสมาคมและมูลนิธิ รวมถึงข้อกำหนดด้านเอกสารและค่าธรรมเนียม https://www.dbd.go.th
  • ราชกิจจานุเบกษา - แหล่งค้นหากฎหมายพระราชบัญญัติและประกาศที่เกี่ยวข้องกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร https://www.ratchakitcha.soc.go.th

6. ขั้นตอนถัดไป

  1. กำหนดวัตถุประสงค์องค์กรและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในพญาไท ระบุช่วงเวลาเป้าหมาย และแผนการดำเนินงาน 1-2 หน้า
  2. เตรียมเอกสารตั้งต้นสำหรับการจดทะเบียน เช่น ชื่อองค์กร รายละเอียดวัตถุประสงค์ รายชื่อผู้ก่อตั้ง และที่อยู่ติดต่อ
  3. ปรึกษาทนายความเพื่อประเมินรูปแบบองค์กรที่เหมาะสม และร่างข้อบังคับ/กฎระเบียบภายในองค์กร
  4. ดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงเอกสารให้ครบถ้วน ก่อนยื่นจดทะเบียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  5. ยื่นขอจดทะเบียนและรอการพิจารณา โดยแยกเป็นขั้นตอนจดทะเบียนสมาคมหรือมูลนิธิ
  6. หลังจดทะเบียน ดำเนินการวางแผนการบริหารจัดการและการรายงานทางการเงินเป็นระยะ
  7. กำหนดกระบวนการทบทวนภายใน ประสานงานกับหน่วยงานรัฐและชุมชนในพญาไทอย่างสม่ำเสมอ

Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน พญาไท ผ่านรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่คัดสรรและตรวจสอบล่วงหน้า แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและองค์กรการกุศล ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า

แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ

ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน พญาไท, ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:

ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด contact us และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม