Lawzana Lawzana Logo
ค้นหาทนายความ

ทนายความ การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก ที่ดีที่สุดใน เชิงทะเล

แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย

ฟรี ใช้เวลา 2 นาที

เชิงทะเล, ประเทศไทย

English
Thalang Legal identifies Kloykeaw Khaowtheam as a Ramkhamhaeng University law graduate and a lawyer registered with the Thai Law Society.The website lists services involving property transactions, litigation, civil and criminal matters, family matters, and company registration and liquidation.
SMG business and law firm
เชิงทะเล, ประเทศไทย

6 คนในทีม
English
SMG Business & Law Firm is a Phuket-based practice serving investors, entrepreneurs, property buyers, and individuals with legal and business matters in Thailand. Its services include company formation, property transactions, permits and licensing, legal consulting, and dispute resolution.The...
ตามที่เห็นใน

ประเทศไทย การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก บทความกฎหมาย

เรียกดู บทความกฎหมาย 3 บทความ ของเรา เกี่ยวกับ การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก ใน ประเทศไทย พร้อมข้อมูลกฎหมายที่นำไปใช้ได้จริง.

ธุรกิจไทยปฏิบัติตามกฎหมายส่งออก-คว่ำบาตรใน Thailand ยังไง
การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก
ธุรกิจไทยที่ส่งออกหรือทำธุรกรรมข้ามชาติต้องคำนึงถึงทั้งกฎหมายไทย (WMD / Dual-use, ศุลกากร, ป้องกันฟอกเงิน) และมาตรการคว่ำบาตรของต่างประเทศที่อาจมีผลทางอ้อมผ่านธนาคารและคู่ค้า การทำ KYC และคัดกรองคู่ค้าระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ เป็นด่านแรกที่จะช่วยลดความเสี่ยงการทำธุรกรรมกับบุคคลหรือประเทศที่ถูกคว่ำบาตร สินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าใช้ได้สองทาง (Dual-use) และเทคโนโลยีขั้นสูง กำลังถูกควบคุมเข้มขึ้น ธุรกิจต้องรู้วิธีตรวจสอบรายการควบคุมและขอใบอนุญาตส่งออก บทลงโทษจากการฝ่าฝืนทั้งในไทยและต่างประเทศอาจรุนแรงถึงขั้นค่าปรับมหาศาล ปิดบัญชีธนาคาร ระงับสิทธิส่งออก หรือโทษอาญาต่อกรรมการ การมีนโยบาย Compliance ภายใน อบรมพนักงาน และมีแผนรับมือเมื่อพบเหตุสงสัย จะช่วยลดความเสียหายและช่วยให้สื่อสารกับหน่วยงานรัฐ/ธนาคารได้อย่างน่าเชื่อถือ เมื่อมีความซับซ้อนสูง เช่น สินค้า Dual-use, โครงสร้างธุรกรรมหลายประเทศ หรือมีสัญญากับคู่ค้าที่เสี่ยง การปรึกษาทนายหรือที่ปรึกษากฎหมายเฉพาะทางควรเกิด "ตั้งแต่ยังไม่สาย" การปฏิบัติตามข้อบังคับส่งออกและคว่ำบาตรสำหรับธุรกิจไทยคืออะไร? การปฏิบัติตามข้อบังคับส่งออกและคว่ำบาตรสำหรับธุรกิจไทย คือการจัดการความเสี่ยงด้านกฎหมายและชื่อเสียงในการทำธุรกรรมกับต่างประเทศ ให้สอดคล้องกับกฎหมายไทยและมาตรการคว่ำบาตรระดับนานาชาติและประเทศหลักที่เกี่ยวข้อง. สำหรับผู้ส่งออกไทย นั่นหมายถึงการรู้ว่าขายอะไร ให้ใคร ไปที่ไหน ใช้เพื่ออะไร และต้องมีใบอนุญาตหรือการอนุมัติใดเพิ่มเติมหรือไม่. บทความนี้ออกแบบสำหรับผู้บริหาร ผู้จัดการส่งออก ฝ่ายกฎหมาย และฝ่าย Compliance... อ่านเพิ่มเติม →
ธุรกิจไทยรับมือกฎหมายส่งออกและคว่ำบาตรต่างประเทศใน Thailand
การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก
การปฏิบัติตามข้อบังคับส่งออกและคว่ำบาตรสำหรับธุรกิจไทย จุดประสงค์การค้นหา: เข้าใจ (Know) + ลงมือทำ (Do) - สำหรับผู้บริหาร/ฝ่ายกฎหมาย/ฝ่ายส่งออกที่ต้องการตั้งระบบ Compliance จริงจัง กลุ่มเป้าหมาย: B2B - บริษัทไทยที่ส่งออกสินค้า เทคโนโลยี หรือทำธุรกรรมระหว่างประเทศ (รวมถึงซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่ของบริษัทข้ามชาติ) ธุรกิจไทยต้องปฏิบัติตามทั้งกฎหมายไทย (เช่น กฎหมายควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และกฎหมายฟอกเงิน) และข้อจำกัด/คว่ำบาตรของต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า การตรวจสอบคู่ค้า (KYC/Customer Due Diligence) และการคัดกรองรายชื่อคว่ำบาตร เป็นแนวปฏิบัติพื้นฐานที่ควรทำก่อนรับลูกค้าและทุกครั้งที่มีดีลเสี่ยงสูง สินค้าบางประเภท โดยเฉพาะสินค้าใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items) และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง อาจต้องขอใบอนุญาตส่งออกจากกรมการค้าต่างประเทศก่อนส่งออก การฝ่าฝืนข้อบังคับส่งออกและคว่ำบาตร เสี่ยงโทษอาญา ปรับจำนวนมาก การยึดสินค้า และอาจถูกสั่งห้ามทำธุรกรรมดอลลาร์หรือเข้าตลาดสำคัญอย่างสหรัฐ/อียู การมีนโยบาย Compliance ภายใน (Internal Compliance Program: ICP) ระบบอบรม และ workflow... อ่านเพิ่มเติม →
ผู้ส่งออก Thailand เสี่ยงถูกคว่ำบาตร? วิธีรับมือมาตรการควบคุมส่งออก
การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก
ธุรกิจไทยส่งออกสินค้า เสี่ยงถูกคว่ำบาตรและควบคุมส่งออกอย่างไร: คู่มือเพื่อความปลอดภัยทางการค้า ในการทำธุรกิจส่งออกระหว่างประเทศ มาตรการคว่ำบาตร (Sanctions) และการควบคุมการส่งออก (Export Controls) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกต่อไป การฝ่าฝืนกฎระเบียบเหล่านี้แม้โดยไม่ตั้งใจ อาจนำไปสู่การถูกปรับมหาศาล การถูกขึ้นบัญชีดำทางการค้า หรือแม้กระทั่งการดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายไทยและสากล มาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมสินค้าสองใช้ (Dual-use) คืออะไร? มาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออกคือเครื่องมือทางการเมืองและเศรษฐกิจที่รัฐบาลหรือองค์กรระหว่างประเทศใช้เพื่อจำกัดการค้ากับประเทศ บุคคล หรือกลุ่มเฉพาะเพื่อความมั่นคง สินค้าสองใช้ (Dual-use items) หมายถึงสินค้าที่ใช้ในทางพลเรือนแต่มีศักยภาพในการนำไปใช้ในทางทหารหรือการสร้างอาวุธ ในบริบทของธุรกิจไทย การควบคุมการส่งออกมุ่งเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้สินค้าไทยถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายสากล เช่น การผลิตอาวุธนิวเคลียร์หรือการก่อการร้าย ตัวอย่างสินค้าที่พบบ่อยได้แก่ เซนเซอร์ความร้อน โดรนพลเรือน สารเคมีบางชนิด หรือแม้แต่โปรแกรมซอฟต์แวร์ที่มีการเข้ารหัสขั้นสูง ซึ่งสินค้าเหล่านี้ต้องการการอนุญาตเป็นพิเศษก่อนส่งออก สินค้าแบบไหนที่เข้าข่ายต้องควบคุมเป็นพิเศษ? กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์: แผงวงจรหรือไมโครชิปที่มีประสิทธิภาพสูง กลุ่มเคมีและชีวภาพ: สารตั้งต้นที่อาจใช้ผลิตยาหรืออาวุธเคมี กลุ่มเครื่องจักร: เครื่องมือกล (Machine Tools) ที่มีความแม่นยำสูง คำถามติดตาม: ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าพิกัดศุลกากร (HS Code) ของสินค้าฉันถูกจัดเป็นสินค้าสองใช้? การตรวจสอบรายชื่อลูกค้าและธนาคารคู่ค้าเพื่อลดความเสี่ยง... อ่านเพิ่มเติม →

กฎหมายควบคุมการส่งออกและมาตรการคว่ำบาตรในเชิงทะเลเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

เชิงทะเลอยู่ในจังหวัดภูเก็ต จึงใช้กฎหมายไทยระดับประเทศและการกำกับดูแลของหน่วยงานในจังหวัด ไม่มีกฎหมายคว่ำบาตรเฉพาะตำบลแยกต่างหาก ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการเรือยอชต์ บริษัทนำเข้าอุปกรณ์ทางทะเล และผู้ส่งออกจากภูเก็ตอาจต้องตรวจสอบทั้งสินค้า ผู้ซื้อ ประเทศปลายทาง และเส้นทางขนส่ง

ประเด็นที่พบในทางปฏิบัติ ได้แก่ การส่งสินค้าออกผ่านสนามบินภูเก็ตหรือท่าเรือ การนำเข้าอุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือเดินเรือ การขายต่อสินค้าไปยังผู้ซื้อในประเทศที่มีข้อจำกัด และการรับชำระเงินจากคู่ค้าที่อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวัง ทนายจะช่วยจำแนกว่าสินค้าเข้าข่ายสินค้าควบคุมหรือไม่ และจัดทำเอกสารให้สอดคล้องกับศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การคว่ำบาตรของไทยอาจเกี่ยวข้องกับมาตรการตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ กฎหมายป้องกันการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง หรือเงื่อนไขของธนาคารและคู่ค้าต่างประเทศ จึงควรตรวจสอบเป็นรายธุรกรรม ไม่ควรใช้รายชื่อคว่ำบาตรของประเทศใดประเทศหนึ่งแทนกฎหมายไทยทั้งหมด

กรณีที่ควรปรึกษาทนายในเชิงทะเล

  • ธุรกิจเรือยอชต์หรือมารีนา: ต้องนำเข้าเครื่องยนต์ ระบบนำทาง อุปกรณ์สื่อสาร หรือชิ้นส่วนที่อาจมีการใช้งานสองทาง และต้องประเมินใบอนุญาตก่อนสั่งซื้อ
  • โรงแรมและผู้รับเหมาท้องถิ่น: การนำเข้าอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย กล้อง ระบบเครือข่าย หรือเครื่องมือเฉพาะทางอาจมีข้อจำกัดเพิ่มเติมตามชนิดสินค้าและแหล่งผลิต
  • ผู้ส่งออกผ่านภูเก็ต: สินค้าที่ส่งจากคลังในเชิงทะเลไปต่างประเทศอาจต้องตรวจพิกัดศุลกากร ใบอนุญาตส่งออก แหล่งกำเนิดสินค้า และผู้รับปลายทาง
  • ธนาคารระงับการโอนเงิน: ธนาคารอาจขอเอกสารเกี่ยวกับผู้ซื้อ ผู้ขาย สินค้า และเส้นทางขนส่งเมื่อธุรกรรมมีความเสี่ยงด้านคว่ำบาตรหรือการฟอกเงิน
  • ได้รับหนังสือเรียกหรือถูกตรวจปล่อย: ทนายช่วยตอบข้อซักถามของศุลกากร ประสานการชี้แจง และประเมินความเสี่ยงเรื่องค่าปรับ การยึดสินค้า หรือคดีอาญา
  • คู่ค้าต่างประเทศกำหนดเงื่อนไขเข้มกว่ากฎหมายไทย: สัญญาอาจห้ามส่งต่อสินค้าไปยังประเทศหรือบุคคลบางกลุ่ม แม้ธุรกรรมจะไม่ถูกห้ามโดยกฎหมายไทยโดยตรง

กฎหมายไทยที่ใช้กับการคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก

พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ใช้กับการนำเข้า ส่งออก การสำแดงสินค้า การตรวจสอบ และความผิดเกี่ยวกับของต้องห้ามหรือของต้องกำกัด โดยมีผลใช้บังคับหลังพ้นกำหนดตามกฎหมายในปี พ.ศ. 2560 การส่งสินค้าจากเชิงทะเลจึงต้องตรวจพิกัดและเอกสารก่อนผ่านด่านศุลกากร

พระราชบัญญัติการควบคุมการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายสำคัญสำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง รวมถึงการควบคุมสินค้าที่อาจใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร กฎหมายนี้ประกาศใช้ในปี พ.ศ. 2562 และการปฏิบัติต้องพิจารณากฎหรือประกาศที่ออกตามกฎหมายด้วย

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2556 เกี่ยวข้องกับการขึ้นบัญชีบุคคลหรือกลุ่มที่ถูกกำหนด การระงับการดำเนินการกับทรัพย์สิน และหน้าที่รายงานของผู้เกี่ยวข้อง หากคู่ค้าหรือผู้รับประโยชน์เข้าข่ายบัญชีดังกล่าว การโอนเงินหรือส่งมอบทรัพย์สินอาจมีความเสี่ยงทางกฎหมายทันที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมการส่งออกและมาตรการคว่ำบาตร

การส่งสินค้าจากเชิงทะเลต้องขอใบอนุญาตทุกครั้งหรือไม่?

ไม่ใช่สินค้าทุกประเภทที่ต้องมีใบอนุญาต แต่สินค้าต้องห้าม สินค้าต้องกำกัด และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาวุธหรือเทคโนโลยีควบคุมอาจต้องขออนุญาตก่อนส่งออก ต้องตรวจพิกัดสินค้า ลักษณะการใช้งาน ผู้รับปลายทาง และประเทศปลายทางประกอบกัน

ธุรกิจขนาดเล็กในเชิงทะเลจำเป็นต้องมีทนายหรือไม่?

กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าทุกธุรกิจต้องแต่งตั้งทนาย การปรึกษาทนายเหมาะเมื่อมีสินค้ามูลค่าสูง ผู้ซื้ออยู่ต่างประเทศ สินค้าอาจเป็นสินค้าที่ใช้ได้สองทาง หรือธนาคารและศุลกากรขอเอกสารเพิ่มเติม

ทนายช่วยตรวจรายชื่อคว่ำบาตรได้อย่างไร?

ทนายจะตรวจชื่อบริษัท บุคคล ผู้ถือหุ้น ผู้มีอำนาจควบคุม และผู้รับประโยชน์ที่แท้จริงกับบัญชีที่เกี่ยวข้อง จากนั้นเปรียบเทียบกับกฎหมายไทยและข้อกำหนดในสัญญาหรือธนาคาร การตรวจชื่อเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ หากมีความเสี่ยงจากเจ้าของที่แท้จริงหรือบริษัทตัวกลาง

ถ้าศุลกากรระงับสินค้า ควรทำอย่างไร?

ควรเก็บใบขนสินค้า ใบกำกับสินค้า รายการบรรจุหีบห่อ ใบอนุญาต และเอกสารการติดต่อทั้งหมดไว้ก่อน อย่าแก้ไขหรือส่งมอบเอกสารที่ไม่ถูกต้อง ทนายสามารถช่วยชี้แจงข้อเท็จจริง ขอทราบเหตุผลการระงับ และประเมินแนวทางปล่อยสินค้า อุทธรณ์ หรือดำเนินคดี

ค่าทนายด้านนี้ในภูเก็ตประมาณเท่าไร?

ไม่มีอัตราค่าบริการตามกฎหมายที่ใช้กับทุกสำนักงาน ค่าใช้จ่ายมักขึ้นกับจำนวนสินค้า ประเทศปลายทาง ภาษา เอกสาร และระดับการตรวจสอบ อาจคิดเป็นค่าปรึกษารายชั่วโมง ค่าตรวจธุรกรรม หรือค่าดำเนินงานเป็นโครงการ ควรขอใบเสนอราคาที่แยกค่าราชการและค่าใช้จ่ายภายนอกให้ชัดเจน

การตรวจสอบเอกสารใช้เวลานานเท่าใด?

การตรวจเบื้องต้นของสินค้าหนึ่งรายการอาจใช้เวลาหลายวันทำการ หากเอกสารครบและข้อเท็จจริงไม่ซับซ้อน การขอใบอนุญาตหรือการตรวจผู้ผลิตและผู้รับปลายทางหลายชั้นอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ ระยะเวลาจริงขึ้นกับหน่วยงานและเอกสารที่ต้องยื่น

ชาวต่างชาติหรือบริษัทต่างประเทศจ้างทนายในประเทศไทยได้หรือไม่?

สามารถว่าจ้างสำนักงานกฎหมายในประเทศไทยให้ตรวจข้อกฎหมายไทยและติดต่อหน่วยงานไทยได้ ควรตรวจว่าผู้ให้คำปรึกษาเป็นทนายความไทยที่มีใบอนุญาตหรือเป็นสำนักงานที่มีผู้รับผิดชอบตามกฎหมายไทย หากต้องวิเคราะห์กฎหมายประเทศปลายทาง อาจต้องประสานผู้เชี่ยวชาญในประเทศนั้นเพิ่มเติม

ใบอนุญาตส่งออกต่างจากการผ่านพิธีการศุลกากรอย่างไร?

ใบอนุญาตเป็นการอนุมัติให้ส่งสินค้าประเภทที่ถูกควบคุม ส่วนพิธีการศุลกากรเป็นขั้นตอนการสำแดงและตรวจปล่อยสินค้า การมีใบอนุญาตไม่ได้ยกเว้นหน้าที่สำแดงข้อมูลต่อศุลกากร และการผ่านศุลกากรไม่ได้แปลว่าสินค้าได้รับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมทุกฉบับ

หากคู่ค้าขอให้สำแดงสินค้าเป็นประเภทอื่น ควรทำอย่างไร?

ไม่ควรยอมรับการสำแดงเท็จหรือใช้เอกสารที่ไม่ตรงกับสินค้า เพราะอาจนำไปสู่ความผิดด้านศุลกากรและทำให้ธุรกรรมมีความเสี่ยงด้านคว่ำบาตรสูงขึ้น ควรหยุดการส่งมอบชั่วคราวและให้ทนายตรวจเอกสาร พิกัดสินค้า และเงื่อนไขสัญญา

การขายสินค้าให้ผู้ซื้อในประเทศที่มีมาตรการคว่ำบาตรผิดกฎหมายไทยเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป ต้องพิจารณาว่ามีข้อห้ามตามกฎหมายไทย มติระหว่างประเทศที่ไทยนำมาบังคับใช้ หรือเงื่อนไขใบอนุญาตและสถาบันการเงินหรือไม่ อย่างไรก็ตาม คู่สัญญา ธนาคาร หรือผู้ให้บริการขนส่งอาจปฏิเสธธุรกรรมตามนโยบายของตนเองได้

ทนายช่วยร่างนโยบายตรวจสอบคู่ค้าให้บริษัทได้หรือไม่?

ได้ ทนายอาจจัดทำขั้นตอนรู้จักคู่ค้า การตรวจผู้รับประโยชน์ การจัดเก็บเอกสาร การอนุมัติการส่งออก และการรายงานเหตุผิดปกติ นโยบายควรเหมาะกับสินค้าจริงและเส้นทางขนส่งของบริษัท ไม่ใช่คัดลอกแบบทั่วไปโดยไม่ประเมินความเสี่ยง

ควรเลือกทนายศุลกากรหรือทนายการค้าระหว่างประเทศ?

เลือกตามประเด็นหลักของงาน หากมีการตรวจยึดหรือข้อพิพาทที่ด่านศุลกากร ควรมีผู้เชี่ยวชาญกฎหมายศุลกากร หากเป็นการคัดกรองคู่ค้า สัญญา สินค้าควบคุม และธุรกรรมหลายประเทศ ควรเลือกผู้มีประสบการณ์กฎหมายการค้าระหว่างประเทศและการควบคุมการส่งออก

หน่วยงานทางการที่เกี่ยวข้องในเชิงทะเลและจังหวัดภูเก็ต

  • กรมศุลกากร: ดูแลพิธีการนำเข้าและส่งออก การสำแดงสินค้า การตรวจปล่อย และการบังคับใช้กฎหมายศุลกากร ผู้ประกอบการในเชิงทะเลควรติดต่อด่านหรือสำนักงานศุลกากรที่รับผิดชอบเส้นทางและประเภทการขนส่ง
  • กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์: รับผิดชอบงานด้านการควบคุมการส่งออกและการออกหรือกำกับใบอนุญาตตามสินค้าหรือมาตรการที่อยู่ในอำนาจของกรม การตรวจหลักเกณฑ์ล่าสุดควรทำก่อนทำสัญญาหรือส่งสินค้า
  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน: เกี่ยวข้องกับการประกาศหรือดำเนินการตามมาตรการเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกกำหนด การระงับธุรกรรม และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายหรือการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

ขั้นตอนหาทนายและเริ่มดำเนินการ

  1. รวบรวมข้อเท็จจริงภายใน 1-3 วัน: จัดทำรายการสินค้า พิกัดที่ใช้อยู่ ผู้ผลิต ผู้ซื้อ ประเทศปลายทาง เส้นทางขนส่ง มูลค่า และกำหนดส่งมอบ
  2. แยกประเด็นความเสี่ยง: ตรวจว่าปัญหาอยู่ที่ใบอนุญาตส่งออก พิธีการศุลกากร รายชื่อคว่ำบาตร การชำระเงิน หรือเงื่อนไขสัญญา เพื่อเลือกทนายที่ตรงกับงาน
  3. คัดเลือกทนาย 2-3 รายภายในหนึ่งสัปดาห์: ตรวจใบอนุญาต ประสบการณ์คดีหรือคำปรึกษาด้านศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศ และความสามารถด้านเอกสารภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ
  4. ขอขอบเขตงานและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร: ให้ระบุการตรวจรายชื่อ การวิเคราะห์สินค้า การติดต่อหน่วยงาน การร่างเอกสาร ค่าธรรมเนียม และงานที่ไม่รวมอยู่ในราคา
  5. ให้ทนายตรวจเบื้องต้นก่อนส่งสินค้า: เผื่อเวลาอย่างน้อยหลายวันทำการสำหรับการตรวจเอกสาร และเผื่อเวลาหลายสัปดาห์หากต้องขอใบอนุญาตหรือสอบถามหน่วยงาน
  6. จัดทำระบบอนุมัติภายใน: กำหนดผู้ตรวจคู่ค้า ผู้อนุมัติการส่งออก วิธีเก็บหลักฐาน และขั้นตอนหยุดธุรกรรมเมื่อพบชื่อหรือสินค้าที่มีความเสี่ยง
  7. ทบทวนก่อนการส่งออกทุกครั้ง: ตรวจว่ารายชื่อคู่ค้า ประเทศปลายทาง สินค้า และกฎที่ใช้ยังไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อธุรกรรมเลื่อนกำหนดหรือมีผู้ซื้อคนกลางเพิ่มขึ้น

Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน เชิงทะเล ผ่านรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่คัดสรรและตรวจสอบล่วงหน้า แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า

แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ

ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน เชิงทะเล, ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:

ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม