Lawzana Lawzana Logo
ค้นหาทนายความ

ทนายความ การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก ที่ดีที่สุดใน ปากเกร็ด

แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย

ฟรี ใช้เวลา 2 นาที


ก่อตั้งเมื่อ 2013
50 คนในทีม
English
Intellectual Design Group Co., Ltd., operating as IDG Thailand, is a Thailand-based intellectual property and business consulting company serving startups, small and medium-sized enterprises, major corporations, and public-sector organizations. Its services cover the protection, management, and...
ตามที่เห็นใน

ประเทศไทย การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก บทความกฎหมาย

เรียกดู บทความกฎหมาย 3 บทความ ของเรา เกี่ยวกับ การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก ใน ประเทศไทย เขียนโดยทนายความผู้เชี่ยวชาญ.

ผู้ส่งออก Thailand เสี่ยงถูกคว่ำบาตร? วิธีรับมือมาตรการควบคุมส่งออก
การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก
ธุรกิจไทยส่งออกสินค้า เสี่ยงถูกคว่ำบาตรและควบคุมส่งออกอย่างไร: คู่มือเพื่อความปลอดภัยทางการค้า ในการทำธุรกิจส่งออกระหว่างประเทศ มาตรการคว่ำบาตร (Sanctions) และการควบคุมการส่งออก (Export Controls) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกต่อไป การฝ่าฝืนกฎระเบียบเหล่านี้แม้โดยไม่ตั้งใจ อาจนำไปสู่การถูกปรับมหาศาล การถูกขึ้นบัญชีดำทางการค้า หรือแม้กระทั่งการดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายไทยและสากล มาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมสินค้าสองใช้ (Dual-use) คืออะไร? มาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออกคือเครื่องมือทางการเมืองและเศรษฐกิจที่รัฐบาลหรือองค์กรระหว่างประเทศใช้เพื่อจำกัดการค้ากับประเทศ บุคคล หรือกลุ่มเฉพาะเพื่อความมั่นคง สินค้าสองใช้ (Dual-use items) หมายถึงสินค้าที่ใช้ในทางพลเรือนแต่มีศักยภาพในการนำไปใช้ในทางทหารหรือการสร้างอาวุธ ในบริบทของธุรกิจไทย การควบคุมการส่งออกมุ่งเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้สินค้าไทยถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายสากล เช่น การผลิตอาวุธนิวเคลียร์หรือการก่อการร้าย ตัวอย่างสินค้าที่พบบ่อยได้แก่ เซนเซอร์ความร้อน โดรนพลเรือน สารเคมีบางชนิด หรือแม้แต่โปรแกรมซอฟต์แวร์ที่มีการเข้ารหัสขั้นสูง ซึ่งสินค้าเหล่านี้ต้องการการอนุญาตเป็นพิเศษก่อนส่งออก สินค้าแบบไหนที่เข้าข่ายต้องควบคุมเป็นพิเศษ? กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์: แผงวงจรหรือไมโครชิปที่มีประสิทธิภาพสูง กลุ่มเคมีและชีวภาพ: สารตั้งต้นที่อาจใช้ผลิตยาหรืออาวุธเคมี กลุ่มเครื่องจักร: เครื่องมือกล (Machine Tools) ที่มีความแม่นยำสูง คำถามติดตาม: ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าพิกัดศุลกากร (HS Code) ของสินค้าฉันถูกจัดเป็นสินค้าสองใช้? การตรวจสอบรายชื่อลูกค้าและธนาคารคู่ค้าเพื่อลดความเสี่ยง... อ่านเพิ่มเติม →
ธุรกิจไทยปฏิบัติตามกฎหมายส่งออก-คว่ำบาตรใน Thailand ยังไง
การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก
ธุรกิจไทยที่ส่งออกหรือทำธุรกรรมข้ามชาติต้องคำนึงถึงทั้งกฎหมายไทย (WMD / Dual-use, ศุลกากร, ป้องกันฟอกเงิน) และมาตรการคว่ำบาตรของต่างประเทศที่อาจมีผลทางอ้อมผ่านธนาคารและคู่ค้า การทำ KYC และคัดกรองคู่ค้าระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ เป็นด่านแรกที่จะช่วยลดความเสี่ยงการทำธุรกรรมกับบุคคลหรือประเทศที่ถูกคว่ำบาตร สินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าใช้ได้สองทาง (Dual-use) และเทคโนโลยีขั้นสูง กำลังถูกควบคุมเข้มขึ้น ธุรกิจต้องรู้วิธีตรวจสอบรายการควบคุมและขอใบอนุญาตส่งออก บทลงโทษจากการฝ่าฝืนทั้งในไทยและต่างประเทศอาจรุนแรงถึงขั้นค่าปรับมหาศาล ปิดบัญชีธนาคาร ระงับสิทธิส่งออก หรือโทษอาญาต่อกรรมการ การมีนโยบาย Compliance ภายใน อบรมพนักงาน และมีแผนรับมือเมื่อพบเหตุสงสัย จะช่วยลดความเสียหายและช่วยให้สื่อสารกับหน่วยงานรัฐ/ธนาคารได้อย่างน่าเชื่อถือ เมื่อมีความซับซ้อนสูง เช่น สินค้า Dual-use, โครงสร้างธุรกรรมหลายประเทศ หรือมีสัญญากับคู่ค้าที่เสี่ยง การปรึกษาทนายหรือที่ปรึกษากฎหมายเฉพาะทางควรเกิด "ตั้งแต่ยังไม่สาย" การปฏิบัติตามข้อบังคับส่งออกและคว่ำบาตรสำหรับธุรกิจไทยคืออะไร? การปฏิบัติตามข้อบังคับส่งออกและคว่ำบาตรสำหรับธุรกิจไทย คือการจัดการความเสี่ยงด้านกฎหมายและชื่อเสียงในการทำธุรกรรมกับต่างประเทศ ให้สอดคล้องกับกฎหมายไทยและมาตรการคว่ำบาตรระดับนานาชาติและประเทศหลักที่เกี่ยวข้อง. สำหรับผู้ส่งออกไทย นั่นหมายถึงการรู้ว่าขายอะไร ให้ใคร ไปที่ไหน ใช้เพื่ออะไร และต้องมีใบอนุญาตหรือการอนุมัติใดเพิ่มเติมหรือไม่. บทความนี้ออกแบบสำหรับผู้บริหาร ผู้จัดการส่งออก ฝ่ายกฎหมาย และฝ่าย Compliance... อ่านเพิ่มเติม →
ธุรกิจไทยรับมือกฎหมายส่งออกและคว่ำบาตรต่างประเทศใน Thailand
การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก
การปฏิบัติตามข้อบังคับส่งออกและคว่ำบาตรสำหรับธุรกิจไทย จุดประสงค์การค้นหา: เข้าใจ (Know) + ลงมือทำ (Do) - สำหรับผู้บริหาร/ฝ่ายกฎหมาย/ฝ่ายส่งออกที่ต้องการตั้งระบบ Compliance จริงจัง กลุ่มเป้าหมาย: B2B - บริษัทไทยที่ส่งออกสินค้า เทคโนโลยี หรือทำธุรกรรมระหว่างประเทศ (รวมถึงซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่ของบริษัทข้ามชาติ) ธุรกิจไทยต้องปฏิบัติตามทั้งกฎหมายไทย (เช่น กฎหมายควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และกฎหมายฟอกเงิน) และข้อจำกัด/คว่ำบาตรของต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า การตรวจสอบคู่ค้า (KYC/Customer Due Diligence) และการคัดกรองรายชื่อคว่ำบาตร เป็นแนวปฏิบัติพื้นฐานที่ควรทำก่อนรับลูกค้าและทุกครั้งที่มีดีลเสี่ยงสูง สินค้าบางประเภท โดยเฉพาะสินค้าใช้ได้สองทาง (Dual-Use Items) และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูง อาจต้องขอใบอนุญาตส่งออกจากกรมการค้าต่างประเทศก่อนส่งออก การฝ่าฝืนข้อบังคับส่งออกและคว่ำบาตร เสี่ยงโทษอาญา ปรับจำนวนมาก การยึดสินค้า และอาจถูกสั่งห้ามทำธุรกรรมดอลลาร์หรือเข้าตลาดสำคัญอย่างสหรัฐ/อียู การมีนโยบาย Compliance ภายใน (Internal Compliance Program: ICP) ระบบอบรม และ workflow... อ่านเพิ่มเติม →

ประเมินเบื้องต้นก่อนว่าต้องใช้ทนายหรือไม่

ธุรกิจในปากเกร็ดอาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายคว่ำบาตรและควบคุมการส่งออก แม้ไม่มีท่าเรือระหว่างประเทศอยู่ในพื้นที่ เพราะการขาย จัดหา โอนเทคโนโลยี หรือส่งสินค้าจากคลังในจังหวัดนนทบุรีอาจเชื่อมโยงกับการส่งออกได้

ประเด็นสำคัญคือชนิดสินค้า ประเทศปลายทาง ผู้ซื้อ ผู้ใช้ปลายทาง และบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่ในบัญชีต้องห้ามหรือไม่ การตรวจสอบควรครอบคลุมเอกสารการค้า ใบอนุญาตจากกรมการค้าต่างประเทศ ขั้นตอนศุลกากร และเงื่อนไขของธนาคารหรือคู่ค้าต่างประเทศ

ควรปรึกษาทนายเมื่อมีสินค้าเทคโนโลยี สินค้าใช้ได้สองทาง อุปกรณ์ควบคุม อาวุธ สารเคมี หรือธุรกรรมกับประเทศและบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง ทนายจะช่วยแยกหน้าที่ตามกฎหมายไทยออกจากข้อกำหนดของประเทศคู่ค้าได้

กรณีที่ธุรกิจในปากเกร็ดมักต้องใช้ทนาย

  • ขอใบอนุญาตส่งออก: บริษัทในปากเกร็ดต้องการส่งสินค้าไปต่างประเทศ แต่ไม่แน่ใจว่าสินค้าอยู่ในรายการควบคุมหรืออยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ
  • สินค้าที่ใช้ได้สองทาง: อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ เครื่องมือห้องทดลอง หรือชิ้นส่วนอุตสาหกรรมอาจใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร จึงต้องประเมินผู้ใช้ปลายทางและการใช้งาน
  • ธนาคารระงับธุรกรรม: ธนาคารหรือผู้ให้บริการขนส่งขอเอกสารเพิ่มเติม เพราะชื่อผู้ซื้อ ตัวแทน หรือประเทศปลายทางตรงกับข้อมูลความเสี่ยง
  • ศุลกากรตรวจยึดหรือเรียกเอกสาร: การสำแดงพิกัดสินค้า มูลค่า แหล่งกำเนิด หรือใบอนุญาตไม่สอดคล้องกัน อาจนำไปสู่การสอบสวนหรือความผิดทางศุลกากร
  • คู่ค้าต่างประเทศกำหนดเงื่อนไขคว่ำบาตร: สัญญาส่งออกอาจกำหนดให้ผู้ขายปฏิบัติตามมาตรการของสหประชาชาติหรือกฎหมายของประเทศคู่ค้า แม้กฎนั้นไม่ใช่กฎหมายไทยโดยตรง
  • ต้องตรวจสอบย้อนหลัง: บริษัทที่เคยส่งสินค้าออกจากคลังในปากเกร็ดอาจต้องตรวจเอกสารหลายปี เมื่อผู้สอบบัญชี ธนาคาร หรือหน่วยงานรัฐขอหลักฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย

กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและการคว่ำบาตร

พระราชบัญญัติการควบคุมการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ. 2522 ให้อำนาจควบคุมหรือกำหนดเงื่อนไขการส่งออกสินค้าบางประเภท รวมถึงการขออนุญาตและการปฏิบัติตามประกาศที่ออกตามกฎหมาย การใช้กฎหมายต้องตรวจรายการสินค้าและประกาศที่มีผลในขณะทำธุรกรรมกับกรมการค้าต่างประเทศ

พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ใช้กับการนำของเข้าและส่งของออก การสำแดงข้อมูล พิกัด ราคา เอกสาร และอำนาจตรวจสอบของศุลกากร กฎหมายนี้มีผลใช้บังคับหลังพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายในปี 2560 และยังเป็นกฎหมายหลักสำหรับพิธีการศุลกากรในปัจจุบัน

พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. 2559 ใช้กับการระบุบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนทางการเงิน และมาตรการระงับหรืออายัดทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์ของไทย รวมถึงพันธกรณีจากมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

นอกจากกฎหมายเหล่านี้ ยังอาจมีกฎหมายควบคุมสินค้ารายประเภท กฎหมายวัตถุอันตราย กฎหมายอาวุธ และประกาศเกี่ยวกับรายการสินค้าหรือประเทศปลายทาง ทนายควรตรวจฉบับล่าสุดก่อนยื่นคำขอหรือส่งสินค้า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายคว่ำบาตรและควบคุมการส่งออก

บริษัทในปากเกร็ดส่งสินค้าออกเอง ต้องมีทนายหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องมีทนายทุกครั้ง ธุรกรรมสินค้าทั่วไปที่เอกสารชัดเจนอาจดำเนินการผ่านระบบของหน่วยงานรัฐได้เอง

อย่างไรก็ตาม ควรใช้ทนายเมื่อสินค้า ผู้ซื้อ ประเทศปลายทาง หรือเงื่อนไขสัญญามีความเสี่ยง เพราะความผิดพลาดอาจกระทบใบอนุญาต สินค้า และความรับผิดของกรรมการบริษัท

สินค้าประเภทใดควรตรวจสอบเป็นพิเศษ?

สินค้าที่เกี่ยวกับอาวุธ สารเคมี เครื่องมือห้องทดลอง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์เข้ารหัส และเทคโนโลยีที่ใช้ได้สองทางควรตรวจสอบอย่างละเอียด

การจัดประเภทต้องดูคุณสมบัติทางเทคนิคและการใช้งานจริง ไม่ควรพิจารณาจากชื่อสินค้าเพียงอย่างเดียว

มาตรการคว่ำบาตรของต่างประเทศมีผลในไทยโดยอัตโนมัติหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกมาตรการจะมีผลเป็นกฎหมายไทยโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณากฎหมายไทย มติสหประชาชาติ และข้อกำหนดของธนาคารหรือคู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง

แม้มาตรการต่างประเทศไม่ใช้บังคับโดยตรง บริษัทไทยอาจได้รับผลทางสัญญา การชำระเงิน การประกันภัย หรือการขนส่งระหว่างประเทศ

จะตรวจชื่อผู้ซื้อและผู้ใช้ปลายทางได้อย่างไร?

ควรตรวจชื่อบริษัท บุคคล กรรมการ เจ้าของผลประโยชน์ ผู้ขนส่ง และตัวแทนกับบัญชีรายชื่อที่หน่วยงานไทยประกาศใช้ รวมถึงข้อมูลการจดทะเบียนและเอกสารรับรองผู้ใช้ปลายทาง

ควรเก็บหลักฐานวันที่ตรวจ แหล่งข้อมูล และผลการตรวจไว้ เพื่อแสดงกระบวนการปฏิบัติตามกฎหมายภายหลัง

ต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานใด?

หน่วยงานหลักขึ้นอยู่กับชนิดสินค้าและกฎหมายที่ใช้ กรมการค้าต่างประเทศเกี่ยวข้องกับการควบคุมการส่งออกบางประเภท ส่วนกรมศุลกากรรับผิดชอบพิธีการส่งออกและการตรวจปล่อย

สินค้าเฉพาะประเภทอาจต้องติดต่อหน่วยงานอื่น เช่น หน่วยงานด้านวัตถุอันตรายหรือหน่วยงานด้านอาวุธ ทนายจะช่วยระบุหน่วยงานและเอกสารที่ตรงกับสินค้าได้

การยื่นขอใบอนุญาตใช้เวลานานเท่าใด?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า ความครบถ้วนของเอกสาร และการตรวจสอบผู้ใช้ปลายทาง คำขอทั่วไปอาจใช้เวลาหลายวันทำการ แต่กรณีซับซ้อนอาจนานกว่านั้น

ควรตรวจรายการเอกสารและยื่นก่อนกำหนดส่งสินค้าอย่างน้อยหลายสัปดาห์ โดยไม่ควรจองขนส่งแบบเร่งด่วนก่อนทราบผลอนุญาต

ค่าทนายด้านนี้คิดอย่างไร?

ค่าบริการอาจคิดเป็นรายชั่วโมง รายโครงการ หรือค่าบริการรายเดือนสำหรับการตรวจธุรกรรมต่อเนื่อง ไม่มีอัตรากลางที่ใช้กับทนายทุกคน

ควรขอขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร โดยแยกค่าตรวจสินค้า ค่าตรวจคู่ค้า ค่าจัดทำความเห็น ค่ายื่นคำขอ และค่าเดินทางหรือค่าใช้จ่ายราชการ

ผู้ประกอบการรายย่อยขอคำปรึกษาได้หรือไม่?

ได้ ผู้ประกอบการรายย่อยมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายเช่นเดียวกับบริษัทขนาดใหญ่ หากเป็นผู้ส่งออก ผู้ขายเทคโนโลยี หรือผู้จัดหาสินค้าให้ผู้ส่งออก

การปรึกษาแบบครั้งเดียวเพื่อจัดทำรายการตรวจสอบ อาจเหมาะสมกว่าการว่าจ้างดูแลรายเดือนสำหรับธุรกิจที่มีธุรกรรมน้อย

หากศุลกากรเรียกสอบ ควรทำอย่างไร?

ควรเก็บหนังสือเรียก ใบขนสินค้า ใบกำกับสินค้า บัญชีรายการบรรจุ ใบอนุญาต สัญญา และเอกสารผู้ใช้ปลายทางไว้ครบถ้วน

ไม่ควรให้ข้อมูลที่คาดเดาหรือแก้ไขเอกสารย้อนหลังโดยไม่มีคำแนะนำทางกฎหมาย ควรให้ทนายตรวจข้อเท็จจริงและช่วยจัดทำคำชี้แจงก่อนครบกำหนด

การส่งตัวอย่างสินค้าให้ลูกค้าต่างประเทศต้องตรวจสอบหรือไม่?

ต้องตรวจสอบ เพราะการส่งตัวอย่างอาจเป็นการส่งออก แม้ไม่มีการเรียกเก็บเงินหรือมีมูลค่าต่ำ

ควรพิจารณาพิกัดสินค้า มูลค่าที่สำแดง ประเทศปลายทาง ผู้รับ และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องก่อนส่งผ่านบริษัทขนส่ง

ทนายช่วยจัดทำนโยบายภายในบริษัทได้หรือไม่?

ได้ ทนายสามารถช่วยกำหนดขั้นตอนคัดกรองคู่ค้า การอนุมัติการส่งออก การเก็บเอกสาร การอบรมพนักงาน และการรายงานเหตุผิดปกติ

นโยบายควรเหมาะกับธุรกิจจริง เช่น ช่องทางขาย คลังสินค้าในปากเกร็ด ประเภทสินค้า และประเทศที่บริษัทติดต่อ ไม่ควรใช้แบบฟอร์มทั่วไปโดยไม่ปรับแก้

ควรเลือกทนายแบบใดสำหรับคดีหรือคำปรึกษานี้?

ควรเลือกผู้ที่มีประสบการณ์กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ศุลกากร ใบอนุญาตส่งออก และการตรวจสอบคู่ค้า รวมถึงเข้าใจกฎหมายไทยที่ใช้กับสินค้าของบริษัท

ก่อนว่าจ้างควรถามผลงานที่เกี่ยวข้อง ขอบเขตการตรวจสอบ ผู้รับผิดชอบหลัก ระยะเวลา และวิธีจัดการเมื่อหน่วยงานรัฐหรือคู่ค้าขอข้อมูลเพิ่มเติม

หน่วยงานทางการที่ควรตรวจสอบข้อมูล

  • กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์: ให้ข้อมูลและดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการทางการค้า การควบคุมการส่งออกบางประเภท และการขอใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองที่อยู่ในอำนาจของกรม
  • กรมศุลกากร: รับผิดชอบพิธีการศุลกากร การสำแดงสินค้า การตรวจปล่อย การจัดประเภทพิกัด และการบังคับใช้กฎหมายศุลกากรสำหรับการส่งออก
  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน: เกี่ยวข้องกับมาตรการตามกฎหมายว่าด้วยการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง รวมถึงข้อมูลบุคคลหรือองค์กรที่ถูกกำหนดตามกฎหมาย

ขั้นตอนหาทนายและเริ่มดำเนินการ

  1. รวบรวมข้อเท็จจริงภายใน 1-3 วัน: จัดทำรายการสินค้า พิกัดหรือคุณสมบัติทางเทคนิค ประเทศปลายทาง ผู้ซื้อ ผู้ใช้ปลายทาง เส้นทางขนส่ง และกำหนดส่งสินค้า
  2. รวบรวมเอกสารภายใน 1 สัปดาห์: เตรียมใบเสนอราคา สัญญา ใบกำกับสินค้า ใบขนสินค้า ใบอนุญาตเดิม เอกสารบริษัท และเงื่อนไขจากธนาคารหรือบริษัทขนส่ง
  3. ค้นหาทนาย 2-3 ราย: เลือกผู้ที่ระบุประสบการณ์ด้านศุลกากร การส่งออก สินค้าใช้ได้สองทาง หรือการคัดกรองคู่ค้าโดยตรง
  4. นัดประเมินงานภายใน 3-7 วัน: ขอให้ทนายตรวจประเด็นใบอนุญาต รายชื่อผู้เกี่ยวข้อง ความเสี่ยงตามสัญญา และกำหนดเวลาที่ต้องดำเนินการ
  5. เปรียบเทียบข้อเสนอ: ตรวจขอบเขตงาน ค่าบริการ ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลาส่งมอบ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก่อนลงนามว่าจ้าง
  6. ขอความเห็นหรือยื่นคำขอ: ให้ทนายจัดทำรายการเอกสาร ตรวจแบบคำขอ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนส่งสินค้า
  7. จัดทำระบบติดตามต่อเนื่อง: หลังเสร็จธุรกรรม ให้เก็บหลักฐานการตรวจสอบและทบทวนคู่ค้า สินค้า และประกาศทางกฎหมายเป็นระยะ โดยเฉพาะก่อนทำสัญญาหรือส่งสินค้าครั้งใหม่

Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน ปากเกร็ด ผ่านรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่คัดสรรและตรวจสอบล่วงหน้า แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง การคว่ำบาตรและการควบคุมการส่งออก ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า

แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ

ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน ปากเกร็ด, ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:

ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม