ทนายความ อุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ที่ดีที่สุดใน ประเทศไทย

แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย

ฟรี ใช้เวลา 2 นาที

หรือปรับแต่งการค้นหาของคุณโดยเลือกเมือง:

Smart Legal Solutions
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2016
9 คนในทีม
English
Thai
Spanish
อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ อุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง การบาดเจ็บขณะคลอด +21 เพิ่มเติม
...

คู่มือกฎหมายเขียนโดย Smart Legal Solutions:

  • Main Legal Measures to Protect Foreign Investment in Thailand
  • The importance of the geographical indications for the Thai economy
GKL International Law Firm
ภูเก็ต, ประเทศไทย

English
Thai
French
อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ อุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง การข่มขู่และการทำร้ายร่างกาย +11 เพิ่มเติม
สำนักงานกฎหมาย GKL International Law Firm ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ให้บริการด้านกฎหมายอย่างครบวงจร...
KITTIWAT LAWYER
เชียงใหม่, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2017
7 คนในทีม
English
Chinese
Thai
อุบัติเหตุและการบาดเจ็บ อุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง การบาดเจ็บจากสัตว์และสุนัข +21 เพิ่มเติม
เกี่ยวกับเราทนายกิตติวัฒน์:...
SILQ

SILQ

15 minutes ปรึกษาฟรี
ภูเก็ต, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2025
10 คนในทีม
English
Russian
Ukrainian
Italian
Thai
เกี่ยวกับ SILQ SILQ...
คลองเตย, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2022
English
บริษัท แอลจีแอนด์แอสโซซิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นสำนักงานกฎหมายชั้นนำที่มีความสัมพันธ์กับ ALG & Associates Legal...
JPL Lawyers Company Limited
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย

English
บริษัท เจพีแอล ลอว์เยอร์ส จำกัด เป็นบริษัทกฎหมายชั้นนำที่ดำเนินงานทั้งในจังหวัดภูเก็ตและกรุงเทพมหานคร...
lawyers for expats Thailand Co Ltd
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย

ก่อตั้งเมื่อ 2019
7 คนในทีม
English
Thai
 Lawyers for Expats Thailand ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย...
ตามที่เห็นใน

เกี่ยวกับกฎหมายอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในประเทศไทย

อุบัติเหตุระหว่างการเดินทางหมายถึงเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางเพื่อไปยังจุดหมาย เช่น รถยนต์ รถโดยสาร สายการบิน หรือเรือในประเทศไทย. กรอบกฎหมายหลักเกี่ยวกับอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางครอบคลุมการควบคุมการใช้งานยานพาหนะ ความรับผิดในกรณีความเสียหาย และสิทธิของผู้บาดเจ็บ. สำคัญที่สุดคือพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประกันวินาศภัย รวมถึงกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่คุ้มครองผู้บริโภคในการซื้อบริการด้านการเดินทาง.

นอกจากนี้ กฎหมายประกันภัยมีบทบาทในการกำหนดความรับผิดและเงื่อนไขการชดเชยผ่านประกันรถยนต์ภาคบังคับและประกันภัยเพิ่มเติม. สำหรับผู้เดินทางต่างชาติ ความสามารถในการเรียกร้องค่าเสียหายจะขึ้นกับเงื่อนไขของประกันภัยและหลักฐานที่คุณรวบรวม. ผู้บาดเจ็บควรทราบสิทธิพื้นฐานเพื่อให้กระบวนการเรียกร้องเป็นไปอย่างถูกต้อง.

ทำไมคุณอาจต้องการทนายความ

ทนายความช่วยให้คุณหาช่องทางเรียกร้องค่าเสียหายอย่างมีประสิทธิภาพในประเทศไทย. ต่อไปนี้เป็นสถานการณ์ที่มักต้องการคำแนะนำทางกฎหมายที่เฉพาะเจาะจง:

  • สถานการณ์ที่ 1: รถชนกับจักรยานยนต์บนถนนในกรุงเทพฯ แล้วคู่กรณีปฏิเสธความรับผิด ทนายจะช่วยเรียกร้องค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลและค่าชดเชยอย่างเป็นธรรม.
  • สถานการณ์ที่ 2: ผู้โดยสารเผชิญการเรียกร้องจากบริษัทประกันภัยที่อ้างว่าความเสียหายต่ำกว่าผลกระทบจริง ทนายช่วยตรวจสอบสัญญาประกันและหลักฐานทางการแพทย์.
  • สถานการณ์ที่ 3: เกิดอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกับรถสาธารณะ เช่น รถตู้ รถโดยสารสาธารณะ ผลประกันภัยอาจมีข้อจำกัด ทนายช่วยเรียกร้องค่าชดเชยเต็มที่.
  • สถานการณ์ที่ 4: ต่างชาติที่ไม่มีประกันการเดินทางต้องเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลจากผู้ขับหรือบริษัททัวร์ ทนายช่วยคัดกรองความรับผิดและขั้นตอนฟ้องคดี.
  • สถานการณ์ที่ 5: บริษัททัวร์หรือผู้ให้บริการการเดินทางปฏิเสธความรับผิดหลังเกิดอุบัติเหตุ ทนายช่วยหาทางเรียกร้องจากคู่กรณีหรือประกันภัย.
  • สถานการณ์ที่ 6: กรณีที่มีความซับซ้อนเรื่องหลักฐาน เช่น กล้องวงจรปิด พยานหลายฝ่าย หรือข้อพิพาทเรื่องบาดแผลรุนแรง ทนายช่วยจัดทำพยานหลักฐานและคำให้การ.

ภาพรวมกฎหมายท้องถิ่น

พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เป็นกรอบหลักที่ควบคุมการใช้รถบนถนน รักษาความปลอดภัย และกำหนดบทลงโทษในกรณีละเมิด. กฎหมายนี้ยังระบุความรับผิดของผู้ขับขี่และขั้นตอนการแจ้งเหตุ. การเรียกร้องค่าชดเชยส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับกรอบนี้โดยตรง.

พระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ควบคุมการดำเนินธุรกิจประกันภัย รวมถึงประกันภัยรถยนต์และสิทธิผู้เอาประกัน. ผู้เอาประกันมีสิทธิเรียกร้องคุ้มครองหากเหตุการณ์เกิดขึ้นและผู้ให้ประกันต้องพิจารณาเคลมอย่างเป็นธรรม.

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 รับรองสิทธิของผู้บริโภคในการซื้อบริการที่มีคุณภาพและเป็นธรรม. กรอบนี้ช่วยค้ำประกันว่าบริษัทให้บริการด้านการเดินทางและประกันภัยไม่ใช่เงื่อนไขที่เอาเปรียบผู้บริโภค.

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้ที่แหล่งข้อมูลทางการ. แหล่งข้อมูลทางการ ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก (DLT) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (OIC) รวมถึง Krisdika สำหรับข้อความกฎหมาย.

อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งราชการ: DLT, OIC, Krisdika

คำถามที่พบบ่อย

อะไรคืออุบัติเหตุระหว่างการเดินทางและใครบังคับเรียกร้องได้?

อุบัติเหตุระหว่างการเดินทางคือเหตุที่เกิดระหว่างการเดินทางเพื่อไปยังจุดหมาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถโดยสาร สายการบิน หรือเรือ. ผู้บาดเจ็บมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากผู้รับผิดหรือประกันภัยที่เกี่ยวข้อง. ผู้เสียหายควรรวบรวมพยานหลักฐานและปรึกษาทนายเมื่อต้องการคำแนะนำที่เจาะจง.

ฉันจะเริ่มกระบวนการเรียกร้องค่าชดเชยอย่างไร

เริ่มด้วยการแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ทันทีและบันทึกเหตุการณ์. รวบรวมใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล หลักฐานภาพถ่าย และข้อมูลผู้ขับขี่. ปรึกษาทนายเพื่อกำหนดแนวทางเรียกร้องจากคู่กรณีหรือประกันภัยอย่างถูกต้อง.

ฉันควรติดต่อทนายความเมื่อไรเพื่อกรณีอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง

ควรติดต่อโดยเร็วที่สุดหลังเกิดเหตุ โดยเฉพาะหากมีความซับซ้อนเกี่ยวกับประกันหรือมีข้อพิพาท. ทนายจะช่วยประสานงานกับบริษัทประกัน ตรวจสอบเอกสาร และเตรียมแผนการเรียกร้อง. การเริ่มต้นเร็วช่วยลดความเสี่ยงของการสับสนทางเอกสาร.

ค่าใช้จ่ายในการเรียกร้องค่าชดเชยมีกี่แบบและคิดกันอย่างไร

ค่าใช้จ่ายมักรวมค่าทนาย ค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล และค่าเสียหายอื่นๆ. บางกรณีอาจมีค่าธรรมเนียมล่วงหน้าหรือส่วนแบ่งจากค่าชดเชยที่ได้รับ. คุณควรสอบถามรายละเอียดค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มต้นงาน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด.

ระยะเวลาการเรียกร้องค่าชดเชยโดยทั่วไปนานแค่ไหน

ระยะเวลาขึ้นกับกรณีและบริษัทประกันภัย โดยทั่วไปการยื่นเคลมอาจใช้หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน. หากมีข้อพิทาททางกฎหมาย อาจยาวนานขึ้นเป็นหลายเดือนถึงปี. อย่างไรก็ตาม คุณควรขอคำแนะนำจากทนายเพื่อประเมินระยะเวลาอย่างแม่นยำในกรณีของคุณ.

ฉันต้องการทนายความหรือไม่และคุณสมบัติที่ควรมองหา

ไม่บังคับ แต่มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะกรณีซับซ้อนหรือมีข้อพิพาทกับประกันภัย. มองหานายที่มีประสบการณ์ในอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางในประเทศไทย. ตรวจสอบผลงานอ้างอิง ความเข้าใจกฎหมายท้องถิ่น และวิธีการสื่อสารที่ชัดเจน.

ความแตกต่างระหว่างเรียกร้องผ่านประกันภัยกับการฟ้องคดีคืออะไร

การเรียกร้องผ่านประกันภัยมักเร็วกว่าและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า. การฟ้องคดีมักเกิดเมื่อประกันภัยปฏิเสธความคุ้มครองหรือมีข้อพิพาทสูง. ในบางกรณีทั้งสองวิธีอาจทำร่วมกันภายใต้อำนาจของทนายความ.

ฉันต้องมีประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหรือไม่

ใช่ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับช่วยคุ้มครองผู้เสียหายที่ไม่ใช่คู่กรณีหลัก. มันเป็นสิทธิพื้นฐานที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์. การไม่มีประกันอาจทำให้คุณต้องเรียกร้องจากคู่กรณีโดยตรง.

ฉันเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ฉันมีสิทธิอะไรบ้าง

คุณมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยหรือค่ารักษาพยาบาลจากประกันภัยของผู้เกี่ยวข้องหรือบริษัทท่องเที่ยว. ความคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์ที่คุณและผู้ให้บริการมี. หากไม่มีประกัน การเรียกร้องจะขึ้นกับกฎหมายไทยและข้อตกลงระหว่างคุณกับผู้ประกอบการ.

หากประกันภัยปฏิเสธความคุ้มครอง ฉันควรทำอย่างไร

คุณควรปรึกษาทนายเพื่อประเมินเหตุผลของการปฏิเสธและดูทางเลือก. ทนายสามารถช่วยยื่นอุทธรณ์หรือดำเนินคดีต่อบริษัทประกันได้. สำคัญที่สุดคือมีเอกสารหลักฐานครบถ้วนเพื่อสนับสนุนข้อเรียกร้อง.

ฉันควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างหากต้องฟ้องคดี

เตรียมบันทึกเหตุการณ์ ใบแจ้งเหตุจากตำรวจ ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล พยานหลักฐาน ภาพถ่าย และสัญญาประกันภัย. เอกสารเหล่านี้ช่วยสนับสนุนคำร้องของคุณในศาล. หากมีคำให้การจากแพทย์หรือพยาน ให้เก็บไว้ครบถ้วน.

การนำพยานหลักฐานเกี่ยวกับกล้องวงจรปิดมีความสำคัญอย่างไร

กล้องวงจรปิดช่วยยืนยันเหตุการณ์และลำดับเหตุได้ชัดเจน. บันทึกจากกล้องที่ติดตั้งในสถานที่เกิดเหตุอาจสนับสนุนความรับผิด. ขอความร่วมมือในการเก็บรักษาไฟล์และขอสำเนากับเจ้าของสถานที่หรือผู้ดูแลระบบ.

ฉันควรทำอย่างไรหากต้องการเรียกร้องจากผู้ให้บริการท่องเที่ยว

ติดต่อผู้ให้บริการโดยตรง พร้อมเอกสารหลักฐานและสัญญาการเดินทาง. ทนายช่วยตรวจสอบขอบเขตความรับผิดในสัญญาและขั้นตอนการเรียกร้อง. หากไม่พอใจ สามารถยื่นคำร้องต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง.

ทรัพยากรเพิ่มเติม

ขั้นตอนถัดไป

  1. ระบุประเภทเหตุการณ์และคุณสมบัติผู้รับผลกระทบ เพื่อเตรียมข้อมูลเบื้องต้น. เวลาประเมิน:ทันทีที่เกิดเหตุ
  2. แจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามสถานการณ์. เวลาประเมิน: ภายใน 24 ชั่วโมง
  3. ไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการบาดเจ็บและเก็บบันทึกการรักษา. เวลาประเมิน: ภายใน 24-72 ชั่วโมง
  4. รวบรวมเอกสารสำคัญทั้งหมด เช่น ใบแจ้งเหตุ ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล และภาพถ่าย. เวลาประเมิน:ภายใน 1-2 สัปดาห์
  5. ปรึกษาทนายความที่มีประสบการณ์ในอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง. เวลาประเมิน:ทันทีหลังเหตุการณ์
  6. ยื่นเคลมกับบริษัทประกันภัยและเตรียมเอกสารประกบ. เวลาประเมิน: 2-8 สัปดาห์
  7. หากไม่พอใจผลการเรียกร้อง ให้พิจารณาการเจรจาอย่างเป็นธรรม หรือฟ้องศาล. เวลาประเมิน:ขึ้นกับกรณีและอัตราความซับซ้อน

Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน ประเทศไทย ผ่านรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่คัดสรรและตรวจสอบล่วงหน้า แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง อุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า

แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ

ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:

ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด contact us และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม

เรียกดูสำนักงานกฎหมาย อุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ตามเมืองใน ประเทศไทย

ปรับแต่งการค้นหาของคุณโดยเลือกเมือง