โดนหมายศาลคดีธุรกิจทำไงดี? ขั้นตอนรับมือใน Thailand

อัปเดตเมื่อ Jan 10, 2026
  • เมื่อได้รับ "หมายศาล" ในคดีธุรกิจ อย่าเพิกเฉย-โดยหลักต้องยื่น "คำให้การ" เป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหมายและสำเนาคำฟ้อง
  • ถ้าไม่ยื่นคำให้การ (ขาดนัด) โจทก์อาจขอให้ศาลพิพากษาโดยขาดนัดได้ ทำให้คุณเสียโอกาสอธิบายข้อเท็จจริงและยกเอกสารต่อสู้คดี
  • สิ่งที่ควรทำทันทีคือ: ตรวจวันนัด/กำหนดส่งคำให้การในหมาย, เก็บเอกสารสัญญา-การชำระเงิน-แชต/อีเมล, และให้ทนายตรวจ "คำฟ้อง" เพื่อวางกลยุทธ์
  • คดีธุรกิจจำนวนมากจบได้ด้วยการเจรจา/ไกล่เกลี่ย (รวมถึงไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องของศาล) ซึ่งช่วยลดต้นทุน เวลา และความเสี่ยงต่อการถูกบังคับคดี
  • ยิ่งปรึกษาทนายเร็ว ยิ่งมีทางเลือกมากขึ้น (เช่น ขอขยายเวลา ยื่นคัดค้านอำนาจศาล ต่อรองเงื่อนไขชำระ/ผ่อนชำระ หรือยื่นฟ้องแย้ง)

หมายศาลคดีธุรกิจคืออะไร และคดีแบบไหนที่ SMEs มักถูกฟ้องในศาลไทย?

หมายศาลคดีแพ่ง/พาณิชย์ (คดีธุรกิจ) คือเอกสารจากศาลที่แจ้งว่ามีคนหรือบริษัท "ฟ้องร้อง" คุณแล้ว พร้อมส่งสำเนาคำฟ้องและกำหนดให้คุณต้องตอบเป็นลายลักษณ์อักษรและไปศาลตามวันนัด. สำหรับเจ้าของกิจการ หมายศาลมักเกี่ยวกับหนี้ การผิดสัญญา หรือข้อพิพาทการค้าทั่วไปที่เกิดจากการทำธุรกรรมประจำวัน.

  • สิ่งที่มักมีอยู่ในชุดเอกสารที่ได้รับ

    • หมายเรียก/หมายศาล: ระบุชื่อคู่ความ ศาลที่รับคดี เลขคดี วันนัด และคำสั่งให้ยื่นคำให้การ
    • สำเนาคำฟ้อง: ข้อกล่าวหาและ "คำขอท้ายฟ้อง" ว่าโจทก์อยากให้ศาลสั่งอะไร (เช่น ให้ชำระหนี้ ดอกเบี้ย ค่าเสียหาย)
    • เอกสารแนบท้ายคำฟ้อง: สัญญา ใบแจ้งหนี้ เช็ค หนังสือทวงถาม ฯลฯ
  • ตัวอย่างคดีธุรกิจที่พบบ่อย (B2B เป็นหลัก)

    • คดีผิดสัญญาซื้อขาย/ให้บริการ/รับเหมา (ส่งของไม่ครบ งานล่าช้า คุณภาพไม่ตามสเปก)
    • คดีเรียกชำระหนี้การค้า/หนี้เงินกู้ระหว่างธุรกิจ (รวมดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ)
    • คดีเช่าพื้นที่/คลังสินค้า/ออฟฟิศ (ผิดสัญญาเช่า ค่าเช่าค้าง จบสัญญาแล้วไม่คืนพื้นที่)
    • คดีหุ้นส่วน/ผู้ถือหุ้น/กรรมการ (ความรับผิดของกรรมการ รายการระหว่างกัน การผิดหน้าที่)
    • คดีละเมิดทางธุรกิจ (ทำให้เสียชื่อเสียง ดึงลูกค้า ละเมิดข้อมูลการค้า) และบางกรณีอาจพ่วงประเด็นอาญา

บทความนี้ตอบโจทย์การค้นหาแบบไหน และเหมาะกับใคร?

บทความนี้เน้น "ลงมือทำ (Do)" และ "เข้าใจ (Know)" สำหรับเจ้าของกิจการ/ผู้บริหาร/ฝ่ายบัญชี-การเงินของ SME ที่ได้รับหมายศาลครั้งแรกและต้องตัดสินใจภายในเวลาจำกัด. โทนจะเป็นเชิง B2B (ธุรกิจต่อธุรกิจ) แต่ถ้าหมายศาลระบุฟ้อง "กรรมการ/ผู้ค้ำประกัน" เป็นการส่วนตัว คุณยังใช้เช็กลิสต์และขั้นตอนเดียวกันได้.

  • เหมาะกับ: บริษัท/หจก./ร้านค้าออนไลน์/ผู้รับเหมา/ซัพพลายเออร์/ผู้ประกอบการที่ถูกฟ้องคดีแพ่งหรือคดีการค้า
  • ไม่ใช่บทความเปรียบเทียบทนาย (Compare) แต่ช่วยให้คุณเตรียมตัวเพื่อคุยกับทนายได้คมขึ้นและเร็วขึ้น

คำถามติดตามที่มักเกิดขึ้น: "หมายศาลจริงหรือปลอม?", "ฟ้องบริษัทหรือฟ้องกรรมการด้วยหรือไม่?", "ทุนทรัพย์เท่านี้ขึ้นศาลไหน?", "ยังเจรจาปิดจบได้ไหม?"

กำหนดเวลาในการยื่นคำให้การคือเมื่อไร และถ้าเพิกเฉยจะเกิดอะไรขึ้น?

ในคดีแพ่ง เมื่อคุณได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง โดยหลักต้องยื่น "คำให้การ" ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหมาย. หากไม่ยื่นคำให้การ ศาลอาจถือว่าคุณ "ขาดนัดยื่นคำให้การ" และโจทก์สามารถยื่นคำขอให้ศาลพิพากษาโดยขาดนัดได้ ซึ่งเสี่ยงแพ้คดีโดยแทบไม่ได้เล่าข้อเท็จจริงของฝั่งคุณ. (thailawforum.com)

  • คำให้การคืออะไร (แปลให้เป็นภาษาคนทำธุรกิจ)

    • คือเอกสารตอบคำฟ้องของคุณ ว่าข้อไหน "รับ" ข้อไหน "ปฏิเสธ" และเพราะเหตุใด
    • มักแนบเอกสารหลักฐานสำคัญ หรืออย่างน้อยระบุว่าเอกสารอยู่ที่ไหน/ใครถือไว้ เพื่อให้ทนายวางแผนสืบพยาน
    • ในบางกรณีอาจมี "ฟ้องแย้ง" (คุณฟ้องกลับในคดีเดียวกัน) ถ้าเกี่ยวข้องกัน
  • ถ้าคุณไม่ยื่นคำให้การ (ขาดนัด) ความเสี่ยงมีอะไรบ้าง?

    • เสียโอกาสยกประเด็นสำคัญตั้งแต่ต้น เช่น สัญญามีเงื่อนไขจำกัดความรับผิด, โจทก์ส่งของไม่ครบ, หรือหนี้ถูกชำระแล้วบางส่วน
    • โจทก์สามารถขอให้ศาลพิพากษาโดยขาดนัดได้ตามขั้นตอน และคดีอาจเดินหน้าไปในทางที่คุณคุมเกมไม่ได้ (thailawforum.com)
    • เมื่อมีคำพิพากษาและถึงขั้นบังคับคดี อาจถูกอายัดบัญชี ยึดทรัพย์ หรือกระทบเครดิตและความเชื่อมั่นคู่ค้า
  • ขอขยายเวลาได้ไหม?

    • โดยปฏิบัติในคดีทั่วไป "มัก" ขอขยายเวลาเพื่อยื่นคำให้การได้ แต่ต้องยื่นคำร้องต่อศาลและมีเหตุจำเป็น (เช่น ต้องรวบรวมเอกสารจำนวนมาก/ผู้มีอำนาจลงนามไม่อยู่) (practiceguides.chambers.com)
    • อย่ารอให้ใกล้หมดเวลาแล้วค่อยขอ เพราะเสี่ยงทำไม่ทันและกระทบกลยุทธ์การเจรจา
สิ่งที่เห็นในหมาย/เอกสาร คุณควรทำทันที เหตุผลทางธุรกิจ
วันได้รับหมาย (วันที่รับเอกสาร) จดเป็น "Day 0" และนับกรอบ 15 วัน กำหนดเส้นตายการตัดสินใจ (สู้/เจรจา/ขอผ่อน)
ศาล/เลขคดี/วันนัด ส่งให้ทนายตรวจทันที วางแผนคนไปศาล เอกสาร และอำนาจลงนาม
คำขอท้ายฟ้อง (โจทก์ขอเงิน+ดอกเบี้ย+ค่าใช้จ่าย) คำนวณความเสี่ยงสูงสุด (worst-case) ใช้ตัดสินใจว่า "สู้" คุ้มไหม หรือ "เจรจา" คุ้มกว่า

คำถามติดตามที่มักเกิดขึ้น: "15 วันนับยังไงถ้ารับแทน/รับที่สำนักงาน?", "ถ้าไม่ไปศาลวันนัดแรกจะเป็นอะไรไหม?", "ถ้าบริษัทถูกฟ้อง กรรมการต้องไปเองหรือส่งตัวแทนได้?"

เอกสารและข้อมูลอะไรที่ควรรวบรวมให้ทนายตรวจสอบก่อนยื่นคำให้การ?

เป้าหมายคือทำให้ทนายเห็นภาพธุรกรรมครบใน 1-2 วัน เพื่อวางแนวต่อสู้คดีหรือแนวเจรจาที่ปลอดภัย. เริ่มจาก "คำฟ้อง + สัญญา + หลักฐานเงิน" แล้วค่อยเติมหลักฐานการส่งมอบ/คุณภาพงาน/การสื่อสารที่ยืนยันความจริงของคุณ.

  • เช็กลิสต์เอกสาร (จัดเป็นแฟ้ม/โฟลเดอร์เดียว)

    • ชุดหมายศาลทั้งหมด (ทุกหน้า) + ซอง/หลักฐานวันรับเอกสาร
    • สัญญาหลัก + เอกสารแนบท้าย + ใบเสนอราคา/PO/ใบสั่งงาน + เงื่อนไขการชำระเงิน
    • ใบกำกับภาษี/ใบแจ้งหนี้/ใบส่งของ/ใบรับงาน/ใบตรวจรับ/บันทึกส่งมอบ
    • หลักฐานชำระเงิน: สลิป โอนเงิน รายการเดินบัญชี เช็ค หนังสือรับสภาพหนี้ (ถ้ามี)
    • การสื่อสาร: อีเมล แชต Line/WhatsApp บันทึกประชุม หนังสือทวงถาม/ตอบโต้
    • หลักฐานปัญหางาน: รูปถ่าย รายงาน QC รายงานหน้างาน ใบเคลม/ใบคืนสินค้า
    • ข้อมูลนิติบุคคล: หนังสือรับรองบริษัท วัตถุประสงค์ อำนาจกรรมการ (เพื่อดูเรื่องผู้มีอำนาจลงนาม/มอบอำนาจ)
  • ข้อมูลเชิงบริหารที่ช่วยให้ทนาย "วางเกม" ได้เร็ว

    • ไทม์ไลน์ 1 หน้า: ตกลงซื้อขายเมื่อไร ส่งของเมื่อไร โต้แย้งเมื่อไร จ่ายเงินไปแล้วเท่าไร
    • เป้าหมายของธุรกิจ: ต้องการชนะคดี, ต้องการจบไว, หรือขอผ่อนชำระเพื่อรักษากระแสเงินสด
    • ความสัมพันธ์กับคู่กรณี: ยังต้องค้าขายต่อไหม มีสัญญาอื่นค้างอยู่ไหม

ตัวอย่างจริงแบบย่อ: เมื่อไร "เอกสารนิดเดียว" ทำให้กลับเกมได้

หลายคดีดูเหมือน "หนี้ชัด" เพราะโจทก์แนบใบแจ้งหนี้มา แต่ถ้าคุณมีใบส่งของที่ลงชื่อรับไม่ครบ/มีอีเมลที่คู่กรณียอมรับว่าส่งล่าช้า/มีหลักฐานคืนสินค้า สิ่งเหล่านี้อาจลดทุนทรัพย์ ลดดอกเบี้ย หรือเปลี่ยนจาก "ต้องจ่ายเต็ม" เป็น "เจรจาจบตามความเป็นธรรม". ประเด็นคือเอกสารต้องถูกหยิบขึ้นมาทันก่อนยื่นคำให้การ.

คำถามติดตามที่มักเกิดขึ้น: "แชตไลน์ใช้เป็นหลักฐานได้ไหม?", "เอกสารอยู่กับพนักงานเก่าทำอย่างไร?", "ถ้าสัญญาไม่มีลายเซ็นแต่มีการโอนเงิน/ส่งของ ถือว่ามีสัญญาไหม?"

มีทางเลือกอะไรบ้าง: สู้คดี, เจรจา, ไกล่เกลี่ย, หรือประนีประนอม?

หลังได้รับหมายศาล คุณไม่ได้มีแค่ทางเลือก "สู้หรือยอมแพ้" แต่สามารถผสมกลยุทธ์ได้ เช่น ยื่นคำให้การเพื่อกันการขาดนัดไปพร้อมกับเปิดโต๊ะเจรจา. ในไทย ศาลมีระบบไกล่เกลี่ยทั้งก่อนฟ้องและระหว่างคดี ซึ่งช่วยให้คุมต้นทุนและจบข้อพิพาทด้วยข้อตกลงที่ปฏิบัติได้จริง.

  • ทางเลือกที่ 1: ต่อสู้คดี (Litigation)

    • เหมาะเมื่อ: โจทก์เรียกเกินจริง, คุณมีหลักฐานชัด, หรือมีประเด็นกฎหมาย/ข้อเท็จจริงสำคัญที่ต้องให้ศาลวินิจฉัย
    • สิ่งที่ทนายจะดูตั้งแต่ต้น: ศาลที่มีอำนาจ, อายุความ, เงื่อนไขจำกัดความรับผิด, การส่งมอบ/การผิดนัดของอีกฝ่าย
  • ทางเลือกที่ 2: เจรจาและทำสัญญาประนีประนอมยอมความ

    • เหมาะเมื่อ: หนี้มีอยู่จริงบางส่วน แต่ต้องการลดดอกเบี้ย/เบี้ยปรับ หรือทำแผนผ่อนชำระที่ธุรกิจไหว
    • ทริคเชิงปฏิบัติ: อย่าคุย "ปากเปล่า" อย่างเดียว ควรให้ทนายช่วยทำข้อตกลงที่มีเงื่อนไขชัด (ยอดหนี้, งวดชำระ, เบี้ยปรับกรณีผิดนัด, การถอนฟ้อง/งดบังคับคดี)
  • ทางเลือกที่ 3: ไกล่เกลี่ย (ก่อนฟ้องหรือหลังฟ้อง)

    • ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องของศาล: คู่กรณีสามารถยื่นคำร้องได้ และมีการประชาสัมพันธ์ว่าไม่เสียค่าธรรมเนียมศาล/ค่าใช้จ่าย พร้อมช่องทางผ่านระบบ/เว็บไซต์ของศาล (coj.go.th)
    • หลังฟ้องแล้ว: หลายศาลมีขั้นตอนไกล่เกลี่ย/ประนอมข้อพิพาทระหว่างคดี ช่วยลดวันสืบพยานและค่าใช้จ่ายแฝง
    • เริ่มต้นได้ที่: ไกล่เกลี่ย สำนักงานศาลยุติธรรม (COJ Mediation)

ตารางช่วยตัดสินใจแบบเร็ว (สำหรับผู้บริหาร)

ถ้าคุณต้องตัดสินใจภายในไม่กี่วัน ให้ดู "คุณภาพหลักฐาน" และ "ผลกระทบต่อกระแสเงินสด" เป็นหลัก แล้วค่อยเลือกแนวทางที่ลดความเสี่ยงรวม.

สถานการณ์ แนวทางที่มักเหมาะ สิ่งที่ต้องทำก่อนครบกำหนด
มีหลักฐานว่าคู่กรณีผิดสัญญาก่อน/งานมีปัญหา ยื่นคำให้การ + วางแผนสืบพยาน (อาจเปิดเจรจาควบคู่) รวบรวมหลักฐานหน้างาน/การส่งมอบ/อีเมลโต้แย้ง
หนี้จริง แต่ธุรกิจต้องการผ่อนชำระ เจรจา/ไกล่เกลี่ย + ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ทำแผนเงินสด 3-6 เดือน และกำหนดงวดที่จ่ายได้จริง
ยอดฟ้องสูงผิดปกติ (ดอกเบี้ย/เบี้ยปรับหนัก) ต่อรองประเด็นดอกเบี้ย/เบี้ยปรับ + ให้ทนายประเมินความเสี่ยง คำนวณยอดที่ควรเป็น (พร้อมเอกสารการจ่ายบางส่วน)

คำถามติดตามที่มักเกิดขึ้น: "ยื่นคำให้การแล้วค่อยเจรจาได้ไหม?", "ทำสัญญาประนีประนอมแล้วถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตาม บังคับได้อย่างไร?", "ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องต่างจากไกล่เกลี่ยในศาลอย่างไร?"

ค่าใช้จ่ายและไทม์ไลน์โดยทั่วไปในคดีธุรกิจไทย (เพื่อวางแผนกระแสเงินสด)

ต้นทุนของการรับมือหมายศาลมีทั้ง "เงิน" และ "เวลาผู้บริหาร/ทีมงาน" โดยรายการหลักมักเป็นค่าธรรมเนียมศาล (ฝั่งผู้ฟ้อง), ค่าทนาย, ค่าแปล/รับรองเอกสาร (ถ้ามี), และค่าใช้จ่ายในการนัดศาล/สืบพยาน. สำหรับจำเลย จุดสำคัญคือกันงบ "ระยะแรก" เพื่อทำคำให้การให้ทัน และกันงบ "ระยะยาว" หากคดีต้องสืบพยาน.

  • รายการค่าใช้จ่ายที่ SMEs ควรเตรียมถามทนายให้ชัด

    • ค่าดำเนินการเร่งด่วน: ตรวจคำฟ้อง/ทำคำให้การ/ยื่นขอขยายเวลา
    • ค่าขึ้นศาลตามนัด: วันนัดไกล่เกลี่ย/นัดชี้สองสถาน/นัดสืบพยาน
    • ค่าใช้จ่ายเอกสาร: ถ่ายเอกสาร รับรองสำเนา แปลเอกสาร (กรณีคู่สัญญาต่างชาติ)
    • ค่าใช้จ่ายพยานผู้เชี่ยวชาญ (ถ้ามี): เช่น งานก่อสร้าง งานเทคนิค คุณภาพสินค้า
  • ไทม์ไลน์แบบ "เข้าใจง่าย" (โดยประสบการณ์ทั่วไป)

    • สัปดาห์ที่ 1: ตั้งทีม รวบรวมเอกสาร ส่งทนาย ตรวจคำฟ้อง/ความเสี่ยง
    • สัปดาห์ที่ 2: ยื่นคำให้การหรือคำร้องขอขยายเวลา + เปิดช่องเจรจา/ไกล่เกลี่ย
    • เดือนถัดไป: นัดศาลเพื่อกำหนดประเด็น/พยาน และนัดไกล่เกลี่ย (ถ้าศาลกำหนด)
    • ระยะสืบพยาน: ขึ้นกับความซับซ้อน จำนวนพยาน และภาระคดีของศาล

คำถามติดตามที่มักเกิดขึ้น: "ทำไมคดีใช้เวลานาน?", "ถ้าจบไกล่เกลี่ยจะเร็วแค่ไหน?", "กรณีต่างจังหวัดกับกรุงเทพฯ ไทม์ไลน์ต่างกันไหม?"

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเมื่อได้รับหมายศาล (และสิ่งที่ควรทำแทน)

หลายคนพลาดไม่ใช่เพราะคดีสู้ไม่ได้ แต่พลาดเพราะคิดว่า "ยังไม่ต้องทำอะไร" จนเลยกำหนด. ถ้าคุณแก้ 2-3 ความเข้าใจผิดนี้ได้ โอกาสคุมความเสียหายจะดีขึ้นมาก.

  • เข้าใจผิด: "ไม่ไปรับหมาย/ปฏิเสธรับหมายแล้วจะไม่ถูกฟ้อง"

    ควรทำแทน: ให้ทนายตรวจการรับหมายและวางแผนตอบสนองทันที เพราะกฎหมายมีแนวทางเรื่องการส่งหมายที่อาจทำให้การส่งมีผลได้แม้ผู้รับไม่รับเอกสาร.

  • เข้าใจผิด: "คุยกับโจทก์แล้ว เดี๋ยวเขาถอนฟ้องเอง ไม่ต้องยื่นคำให้การ"

    ควรทำแทน: ให้ทนายยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่ามีการเลื่อน/ถอนฟ้องจริง และในระหว่างนั้นต้องกันความเสี่ยงเรื่องขาดนัดด้วยการยื่นคำให้การหรือขอขยายเวลา.

  • เข้าใจผิด: "ฟ้องบริษัทอย่างเดียว กรรมการไม่เกี่ยว"

    ควรทำแทน: ตรวจรายชื่อจำเลยในคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้อง เพราะบางคดีฟ้องถึงกรรมการ/ผู้ค้ำประกัน และผลกระทบต่อทรัพย์สินส่วนตัวต่างจากคดีที่ฟ้องเฉพาะนิติบุคคล.

คำถามติดตามที่มักเกิดขึ้น: "ถ้าโดนฟ้องทั้งบริษัทและกรรมการ ควรใช้ทนายคนเดียวกันไหม?", "ถ้าเอกสารรับหมายไม่ได้ส่งถึงผู้บริหารถือว่าไม่ถูกต้องไหม?"

ทำไมควรรีบปรึกษาทนายคดีแพ่ง/พาณิชย์ทันทีหลังได้รับหมายศาล?

เพราะเวลาคือทรัพยากรที่แพงที่สุดในช่วง 15 วันแรก: ทนายช่วยกันไม่ให้คุณขาดนัด ยกประเด็นคัดค้านที่ต้องยกให้ทันเวลา และช่วยแปลงเอกสารธุรกิจให้เป็น "คำให้การที่ศาลใช้ตัดสินได้". ที่สำคัญคือทนายช่วยประเมินว่าควรสู้เพื่อชนะ เจรจาเพื่อลดความเสียหาย หรือไกล่เกลี่ยเพื่อจบเร็ว.

  • สิทธิ/ทางเลือกที่มัก "หายไป" ถ้าคุณช้า

    • การขอขยายเวลาเพื่อเตรียมคำให้การและเอกสารให้ครบ
    • การยกข้อคัดค้านเชิงกระบวนการตั้งแต่ต้น (เช่น อำนาจศาล/ความไม่ชัดของคำฟ้องในบางประเด็น)
    • การต่อรองจาก "จุดแข็ง" เพราะยังไม่เสียหน้าในคดีและยังไม่เสี่ยงขาดนัด
  • สิ่งที่ควรถามทนายใน 30 นาทีแรก (เพื่อได้คำตอบที่ใช้ตัดสินใจ)

    • เส้นตายที่แน่นอนของการยื่นคำให้การและงานเร่งด่วน 3 รายการแรก
    • ความเสี่ยงสูงสุดถ้าแพ้คดี (ยอดเงิน + ดอกเบี้ย + ความเสี่ยงบังคับคดี)
    • เอกสาร "ชิ้นเดียว" ที่ถ้าได้มา จะทำให้ต่อรอง/สู้คดีง่ายขึ้น
    • ทางเลือกจบคดีแบบเร็ว (เจรจา/ไกล่เกลี่ย) และเงื่อนไขที่ควรยืนพื้น

คำถามติดตามที่มักเกิดขึ้น: "ควรเลือกทนายที่เชี่ยวชาญเรื่องอะไร?", "ถ้าเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ/คู่ค้าต่างชาติ ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม?", "ควรมอบอำนาจให้ใครไปศาล?"

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถ้าได้รับหมายศาลแล้ว ยังเจรจากับคู่กรณีได้ไหม?

ได้ และหลายคดีเจรจาควบคู่ไปกับการยื่นคำให้การเพื่อกันความเสี่ยงขาดนัด. ควรให้ทนายช่วยสรุปข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน.

ต้องไปศาลเองทุกนัดไหม หรือส่งตัวแทนได้?

โดยทั่วไปคดีธุรกิจมักใช้ทนายเป็นผู้ดำเนินคดีและมีเอกสารมอบอำนาจได้ แต่บางนัดศาลอาจต้องการให้คู่ความ/ผู้มีอำนาจมาเพื่อเจรจาหรือให้ถ้อยคำ. ตรวจคำสั่งในหมายและถามทนายล่วงหน้า.

บริษัทได้รับหมายที่หน้าร้าน/ออฟฟิศ ถือว่า "ได้รับแล้ว" ไหม?

หลายกรณีถือว่าได้รับเมื่อมีการส่งตามกระบวนการและมีหลักฐานการส่งมอบ. สิ่งสำคัญคืออย่าเสียเวลาโต้เถียงเรื่องเทคนิคโดยไม่ยื่นคำให้การ-ให้ทนายตรวจความถูกต้องของการส่งหมายพร้อมกับบริหารเส้นตาย.

อยากใช้ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องของศาล ต้องเริ่มอย่างไร?

สามารถดูช่องทางและขั้นตอนผ่านเว็บไซต์ไกล่เกลี่ยของศาลยุติธรรมและยื่นคำร้องได้ทั้งก่อนฟ้องและบางกรณีหลังฟ้องแล้ว. เริ่มต้นได้ที่ mediation.coj.go.th (mediation.coj.go.th)

ถ้าคิดว่าตัวเอง "ผิดจริง" ต้องทำอะไรใน 15 วันแรก?

ยังควรปรึกษาทนายเพื่อกันความเสี่ยงขาดนัดและเจรจาให้จบแบบคุมความเสียหาย เช่น ลดดอกเบี้ย/เบี้ยปรับ วางแผนผ่อน และทำข้อตกลงที่ป้องกันการฟ้องซ้ำหรือบังคับคดีเกินข้อตกลง.

เมื่อไหร่ควรจ้างทนายความคดีแพ่ง/พาณิชย์ และขั้นตอนต่อไป

ควรจ้างทนายทันทีเมื่อ (1) ใกล้ครบกำหนด 15 วัน, (2) ยอดเรียกสูงหรือกระทบกระแสเงินสด, (3) คดีมีเอกสารจำนวนมาก/หลายสัญญา, หรือ (4) มีความเสี่ยงถูกบังคับคดีต่อทรัพย์สินบริษัทหรือส่วนตัว. แม้คุณตั้งใจจะเจรจา ทนายที่ทำคดีธุรกิจจะช่วยล็อกเงื่อนไขให้ปลอดภัยและปิดความเสี่ยงที่มองไม่เห็น.

  1. ถ่ายรูป/สแกนเอกสารที่ได้รับทั้งหมด และจดวันที่รับหมายให้ชัด
  2. ทำไทม์ไลน์ 1 หน้า + รวบรวมสัญญา/ใบแจ้งหนี้/หลักฐานชำระเงิน
  3. นัดทนายให้ตรวจคำฟ้อง และตกลงแผน "ยื่นคำให้การ/ขอขยายเวลา" ให้ทันกำหนด
  4. ตัดสินใจแนวทาง: สู้คดี, เจรจา, หรือไกล่เกลี่ย (พร้อมกรอบข้อเสนอที่ธุรกิจทำได้จริง)

ถ้าคุณต้องการ ฉันสามารถช่วยทำ "รายการเอกสารที่ควรมี" แบบเฉพาะเคสของคุณได้ โดยคุณพิมพ์มาแค่ 5 อย่าง: ศาลไหน, วันรับหมาย, โจทก์ฟ้องเรื่องอะไร, ยอดเงินที่ฟ้อง, และคุณคิดว่าประเด็นที่คุณสู้ได้คืออะไร.

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Jan 10, 2026

ผู้ถือหุ้นทะเลาะกันทำไงดี? ทางเลือกก่อนฟ้องศาลใน Thailand

บทความนี้เหมาะกับผู้ถือหุ้น ผู้ก่อตั้ง กรรมการ และผู้บริหารใน "บริษัทไทย" (B2B) ที่ต้องการแก้ข้อพิพาทเรื่องอำนาจบริหาร...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Dec 21, 2025

ข้อพิพาทการค้าระหว่างประเทศ เริ่มอย่างไรดีสำหรับธุรกิจไทย Thailand

เมื่อเกิดข้อพิพาทการค้าระหว่างประเทศ ธุรกิจไทยควรเริ่มจากการตรวจสัญญา โดยเฉพาะเงื่อนไขกฎหมายที่ใช้บังคับ (govern...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Jan 30, 2026

วิธีจดทะเบียนบริษัทใน Thailand สำหรับต่างชาติ 2567 ขั้นตอนครบ

การกำหนดสัญชาติของบริษัทในไทยพิจารณาจากสัดส่วนการถือหุ้น หากคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป จะถือเป็นบริษัทต่างด้า...

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2014
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 minutes
คดีความและข้อพิพาท ธุรกิจ กฎหมายบริษัทและการค้า +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Anona International And Consultancy Co.,  Ltd. Logo
Anona International And Consultancy Co., Ltd.
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2020
ทนายความ 10 คน
ฟรี 1 hour
ธนาคารและการเงิน การย้ายถิ่นฐาน สิทธิพลเมืองและสิทธิมนุษยชน +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม