ทนายความ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและองค์กรการกุศล ที่ดีที่สุดใน กรุงเทพมหานคร
แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย
ฟรี ใช้เวลา 2 นาที
รายชื่อทนายความที่ดีที่สุดใน กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
คู่มือกฎหมายเขียนโดย SIAM LEGAL INTERNATIONAL:
- Defamation Laws in Thailand: Criminal Charges and Civil Suits
- The State of Thailand’s Long-Term Resident (LTR) Visa Program in 2025
- The Penalties Of Not Filing Your Income Tax Return As A Foreigner In Thailand
คู่มือกฎหมายเขียนโดย Smart Legal Solutions:
- Main Legal Measures to Protect Foreign Investment in Thailand
- The importance of the geographical indications for the Thai economy
1. เกี่ยวกับกฎหมายองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและองค์กรการกุศลในกรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและองค์กรการกุศลในกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่ก่อตั้งเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ ซึ่งมีกรอบกฎหมายหลักคุมตั้งแต่การก่อตั้ง การบริหารทรัพย์สิน และการดำเนินงานด้านการระดมทุน
โครงสร้างหลักประกอบด้วยสมาคมและมูลนิธิที่จดทะเบียนตามกฎหมายแพ่ง โดยมีข้อกำหนดเรื่องความโปร่งใส รายงานการใช้จ่าย และการคุ้มครองข้อมูลผู้บริจาค ประเด็นด้านการละเมิดข้อมูลและการระดมทุนมีความสำคัญต่อกรุงเทพมหานครที่มีผู้บริจาคและผู้รับบริการจำนวนมาก
2. ทำไมคุณอาจต้องการทนายความ
- ฉันจะก่อตั้งสมาคมในกรุงเทพฯ ได้อย่างไร? กระบวนการมีเอกสารสัญญาผู้อำนวยการและข้อบังคับองค์กร ก่อนยื่นจดทะเบียน ซึ่งทนายช่วยตรวจทานความถูกต้องและความสอดคล้องกับกฎหมายได้
- อย่างไรฉันจะจดทะเบียนมูลนิธิให้ถูกต้อง? ต้องเตรียมเอกสารอนุมัติจากผู้ก่อตั้ง บัญชีทรัพย์สิน และระบุวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน การตรวจสอบเอกสารอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์
- เมื่อใดที่ต้องปรับโครงสร้างองค์กร? หากการระดมทุนหรือการบริหารทรัพย์สินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือข้อกำหนดภายใน คู่มือหรือกฎหมายอาจต้องปรับโครงสร้าง เช่น ย้ายจากสมาคมไปเป็นมูลนิธิ
- ฉันควรจ้างทนายเมื่อแผนการระดมทุนเริ่มต้น? ใช่ เพื่อให้การระดมทุนสอดคล้องกับกฎหมายการบริจาคและ PDPA และลดความเสี่ยงด้านการใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์
- การละเมิดข้อมูลผู้บริจาคจะก่อความเสียหายอย่างไร? องค์กรอาจถูกปรับค่าปรับและต้องประกาศเหตุการณ์ ทั้งนี้ PDPA กำหนดให้ต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- ทนายช่วยเรื่องสัญญากับพันธมิตรอย่างไร? ทนายจะตรวจสอบข้อกำหนดด้านความรับผิดชอบ การคุ้มครองทรัพย์สินจูงใจ และเงื่อนไขการบอกเลิกสัญญที่รัดกุม
3. ภาพรวมกฎหมายท้องถิ่น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นกรอบหลักที่กำหนดวิธีตั้งสมาคมและมูลนิธิ รวมถึงการบริหารทรัพย์สินและบทบาทของผู้บริหาร
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ใช้บังคับกับองค์กรที่เก็บข้อมูลผู้บริจาคและผู้รับบริการในกรุงเทพฯ ต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมสิทธิให้ผู้ถูกเก็บข้อมูล
ระเบียบท้องถิ่นและข้อกำหนดกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการจดทะเบียนองค์กรสาธารณะประโยชน์และการดำเนินงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้ดำเนินงานควรตรวจสอบระเบียบที่ออกโดยองค์กรท้องถิ่นเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่
PDPA กำหนดให้หน่วยงานที่เก็บข้อมูลต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิของเจ้าของข้อมูล พร้อมช่องทางการร้องเรียนหากละเมิด
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์บังคับใช้อย่างชัดเจนในการจดทะเบียนสมาคมและมูลนิธิ พร้อมระบุข้อกำหนดด้านการบริจาคและการบริหารทรัพย์สิน
แหล่งข้อมูลอ้างอิงที่เป็นทางการ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ - krisdika.go.th และ สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคล - oic.go.th และ กรุงเทพมหานคร - bangkok.go.th
4. คำถามที่พบบ่อย
อะไรคือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรแบบไหนที่สามารถก่อตั้งในกรุงเทพฯ?
องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรแบ่งเป็นสมาคมและมูลนิธิ ซึ่งต้องจดทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การเลือกประเภทขึ้นกับวัตถุประสงค์และรูปแบบการบริหารทรัพย์สิน
อย่างไรจึงเริ่มกระบวนการตั้งสมาคมหรือมูลนิธิในกรุงเทพฯ?
คุณต้องเตรียมข้อบังคับองค์กร บันทึกการประชุมผู้ก่อตั้ง เอกสารยืนยันเจ้าของทรัพย์สิน และแผนการบริหาร ก่อนยื่นคำขอจดทะเบียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อไหร่ควรปรึกษาทนายก่อนจดทะเบียน?
ปรึกษาทนายก่อนยื่นเอกสารเพื่อตรวจสอบข้อกำหนดและสัญญาการบริจาค รวมถึงการวางโครงสร้างข้อมูลผู้บริจาคและผู้รับบริการ
ที่ไหนฉันควรยื่นจดทะเบียน NGO ในกรุงเทพฯ?
การจดทะเบียนมักดำเนินผ่านหน่วยงานภายในท้องถิ่นที่รับผิดชอบองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และสามารถเริ่มได้ที่สำนักงานที่เกี่ยวข้องในกรุงเทพมหานคร
ทำไมต้องคำนึง PDPA ใน NGO?
PDPA ป้องกันข้อมูลผู้บริจาคและผู้รับบริการ องค์กรต้องมีนโยบายความเป็นส่วนตัว รหัสผ่าน และมาตรการคุมเข้มด้านความปลอดภัยข้อมูล
ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน NGO ประมาณเท่าไร?
ค่าใช้จ่ายขึ้นกับประเภทองค์กรและค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน เอกสารทนายที่ปรึกษา และค่าธรรมเนียมของหน่วยงาน มักอยู่ในช่วงหลายหมื่นถึงหลายแสนบาท
ระยะเวลาการจดทะเบียนมูลนิธิ/สมาคมมักใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปขั้นตอนเอกสาร 2-6 สัปดาห์ หากไม่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจขยายเป็น 1-3 เดือน
ฉันต้องมีคุณสมบัติบุคคลอย่างไรบ้าง?
ผู้ก่อตั้งและกรรมการต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมาย เช่น ไม่มีประวัติละเมิดอาชญากรรมหรือมีคุณสมบัติที่กำหนดในข้อบังคับองค์กร
มูลนิธิกับสมาคมต่างกันอย่างไร?
มูลนิธิเน้นการบริจาคทรัพย์สินเพื่อวัตถุประสงค์สาธารณะ ส่วนสมาคมมุ่งประเด็นสมาชิกและการบริหารองค์กรภายใน โดยแต่ละแบบมีข้อกำหนดการบริหารทรัพย์ต่างกัน
รูปแบบสัญญากับผู้ร่วมบริจาคมีอะไรบ้าง?
สัญญาหรือแนวทางการระดมทุนควรรวมเงื่อนไขการใช้เงิน การรายงานผล และความรับผิดชอบต่อผู้บริจาค เพื่อความโปร่งใส
การบริจาคผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องทำอย่างไร?
ต้องมีนโยบาย PDPA และการคุ้มครองข้อมูลการชำระเงิน รวมถึงการบันทึกข้อมูลอย่างปลอดภัย
องค์กรต้องมีการรายงานต่อหน่วยงานรัฐอย่างไร?
องค์กรควรทำบัญชีที่ถูกต้อง รายงานการใช้จ่าย และกรอบการตรวจสอบภายใน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านกฎหมาย
เมื่อองค์กรต้องเลิกกิจการ จะมีขั้นตอนอะไรบ้าง?
ต้องดำเนินการปิดบัญชี ชี้แจงการแจกจ่ายทรัพย์สินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิม แล้วแจ้งการเลิกกิจการต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
5. ทรัพยากรเพิ่มเติม
- กรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ข้อมูลด้านการจดทะเบียนและการกำกับองค์กรสาธารณะประโยชน์ในประเทศไทย
- สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคล (OIC) แนะนำแนวทางปฏิบัติ PDPA สำหรับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
- กรุงเทพมหานคร (BMA) คู่มือระเบียบและแนวทางการดำเนินงานขององค์กรสาธารณะประโยชน์ในกรุงเทพมหานคร
แหล่งข้อมูลอ้างอิงอย่างเป็นทางการ:
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อการก่อตั้งสมาคมและมูลนิธิ - krisdika.go.th
PDPA และแนวทางปฏิบัติสำหรับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร - oic.go.th
ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ทางการ:
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์: https://www.krisdika.go.th
ข้อมูลส่วนบุคคลและ PDPA: https://www.oic.go.th
กรุงเทพมหานคร: https://www.bangkok.go.th
6. ขั้นตอนถัดไป
- กำหนดวัตถุประสงค์และประเภทองค์กรให้ชัดเจน (สมาคมหรือมูลนิธิ) - 1-2 สัปดาห์
- จัดทำข้อบังคับองค์กร บันทึกประชุมผู้ก่อตั้ง และแผนการบริหารทรัพย์สิน - 1-3 สัปดาห์
- ปรึกษาทนายความเพื่อทบทวนเอกสารและความสอดคล้องกับ PDPA - 1-2 สัปดาห์
- ยื่นเอกสารจดทะเบียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกรุงเทพมหานคร - 2-6 สัปดาห์
- ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและระบบบัญชี เพื่อการรายงานภายใน - 1-2 สัปดาห์หลังจดทะเบียน
- ดำเนินมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และนโยบายความเป็นส่วนตัว - ต่อเนื่อง
- เริ่มโปรโมชั่นข้อมูลต่อผู้สนับสนุนและผู้รับบริการ พร้อมรายงานการใช้จ่ายตามข้อกำหนด - หลังได้รับอนุมัติ
Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน กรุงเทพมหานคร ผ่านรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่คัดสรรและตรวจสอบล่วงหน้า แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและองค์กรการกุศล ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า
แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ
ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ
เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด contact us และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม