จ้างทนายต้องรู้! กฎจริยธรรมและความรับผิดทนายความใน Thailand

อัปเดตเมื่อ Jan 13, 2026

กฎจริยธรรมและความรับผิดของทนายความไทย: คู่มือสำหรับลูกความ

PRESERVED_BLOCK_0

ในระบบกฎหมายไทย ทนายความไม่ได้เป็นเพียงผู้รับจ้างทำของ แต่เป็น "บุคลากรในกระบวนการยุติธรรม" ที่ต้องรักษามาตรฐานจริยธรรมอย่างเคร่งครัด การทำความเข้าใจกฎมรรยาททนายความจะช่วยให้คุณในฐานะลูกความ สามารถปกป้องสิทธิของตนเองและมั่นใจได้ว่าคดีความจะถูกดำเนินไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

กฎจริยธรรมวิชาชีพทนายความไทยและหน้าที่สำคัญต่อศาลและลูกความคืออะไร?

กฎจริยธรรมหรือที่ภาษาไทยเรียกว่า "มรรยาททนายความ" คือข้อบังคับที่กำหนดมาตรฐานความประพฤติของทนายความในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมและปกป้องผลประโยชน์ของลูกความภายใต้กรอบของกฎหมาย

หน้าที่หลักของทนายความไทยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ:

  1. หน้าที่ต่อศาล: ทนายความต้องไม่นำความเท็จมากล่าวอ้าง ไม่ใช้อุบายหลอกลวงศาล และต้องให้ความเคารพต่อกระบวนการพิจารณาคดี
  2. หน้าที่ต่อลูกความ: ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ละทิ้งคดีโดยไม่มีเหตุอันควร และรักษาความลับของลูกความอย่างเคร่งครัด
  3. หน้าที่ต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพ: ไม่แย่งคดี ไม่กล่าวหาให้ร้ายทนายความผู้อื่น และไม่ใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมในการหาลูกค้า

ทนายความทุกคนในประเทศไทยต้องเป็นสมาชิกของ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 หากฝ่าฝืนจะถูกพิจารณาโทษทางวินัยโดยคณะกรรมการมรรยาททนายความ

ตารางสรุปหน้าที่พื้นฐานที่ลูกความควรได้รับ

หน้าที่ สิ่งที่ทนายความต้องทำ สิ่งที่ทนายความห้ามทำ
ความซื่อสัตย์ ให้ข้อมูลคดีตามจริงและตรงไปตรงมา รับเงินแล้วไม่ดำเนินงาน หรือหลอกลวงเรื่องผลคดี
ความลับ เก็บข้อมูลของลูกความไว้เป็นความลับตลอดไป นำความลับไปเปิดเผยหรือใช้หาประโยชน์ส่วนตัว
ความเอาใจใส่ แจ้งความคืบหน้าของคดีอย่างสม่ำเสมอ ขาดนัดศาลโดยไม่มีเหตุจำเป็น หรือติดต่อไม่ได้

พฤติกรรมแบบไหนที่เข้าข่ายผิดจริยธรรมและลูกความควรระวัง?

พฤติกรรมที่ผิดมรรยาททนายความมักเกิดขึ้นเมื่อทนายความนำผลประโยชน์ส่วนตัวมาเหนือผลประโยชน์ของลูกความ หรือใช้วิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อให้ชนะคดี การทราบตัวอย่างพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยให้คุณไหวตัวทันก่อนเกิดความเสียหาย

ตัวอย่างพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดมรรยาททนายความที่พบบ่อยในไทย:

  • การเปิดเผยความลับของลูกความ: แม้คดีจะจบลงแล้ว ทนายความไม่มีสิทธิเปิดเผยข้อมูลที่ได้รับทราบมาจากการปฏิบัติหน้าที่ เว้นแต่ได้รับอนุญาตหรือกฎหมายบังคับ
  • ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest): เช่น การรับเป็นทนายความให้ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยในคดีเดียวกัน หรือการรับงานที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับลูกความปัจจุบัน
  • การเรียกรับเงินเกินจริงหรือผิดประเภท: เช่น การอ้างว่าต้องนำเงินไป "ติดสินบน" เจ้าหน้าที่หรือศาล ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงทั้งทางจริยธรรมและทางอาญา
  • การละทิ้งคดี: รับเงินค่าจ้างไปแล้วแต่ไม่ยื่นคำฟ้อง ไม่ยื่นคำให้การ หรือไม่ไปศาลตามนัดจนทำให้ลูกความเสียสิทธิ

คำถามติดตาม: หากทนายความแนะนำให้ฉันให้การเท็จในศาล ฉันควรทำอย่างไร? คำตอบ: การแนะนำให้พยานหรือคู่ความให้การเท็จเป็นความผิดมรรยาทร้ายแรง คุณควรปฏิเสธและพิจารณาเปลี่ยนทนายความทันที เนื่องจากหากศาลจับได้ คุณอาจมีความผิดฐานเบิกความเท็จ ซึ่งมีโทษจำคุก


หากไม่พอใจการทำงานของทนายความ ลูกความมีทางเลือกอย่างไรบ้าง?

หากคุณพบว่าทนายความทำงานบกพร่อง ไม่สื่อสาร หรือมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต คุณมีสิทธิตามกฎหมายที่จะดำเนินการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องทนต่อการทำงานที่ไม่เป็นมืออาชีพ

ขั้นตอนที่ควรปฏิบัติเมื่อพบปัญหา:

  1. การเจรจาและทำหนังสือทวงถาม: เริ่มต้นด้วยการพูดคุย หากไม่เป็นผล ควรทำหนังสือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ทวงถามความคืบหน้าหรือเอกสารแล้ว
  2. การบอกเลิกสัญญาและถอนทนายความ: ลูกความมีสิทธิเปลี่ยนทนายความได้ทุกเมื่อ โดยการยื่นคำร้องขอถอนทนายความต่อศาล (หากคดีอยู่ในศาล) และแต่งตั้งทนายความใหม่แทน
  3. การร้องเรียนต่อสภาทนายความ: หากพฤติกรรมเข้าข่ายผิดมรรยาท คุณสามารถยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการมรรยาททนายความ ณ สภาทนายความ เพื่อให้สืบสวนและลงโทษทางวินัย

รายการตรวจสอบ (Checklist) ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนทนาย:

  • มีหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้างทนายความชัดเจนหรือไม่?
  • มีเอกสารคดีทั้งหมด (คำฟ้อง, คำให้การ, รายงานกระบวนพิจารณา) อยู่กับตัวหรือไม่?
  • คดีมีกำหนดนัดหมายสำคัญที่กำลังจะถึงในเร็วๆ นี้หรือไม่? (เพื่อแจ้งทนายความคนใหม่ให้เตรียมตัวทัน)

ความรับผิดทางมรรยาทและความรับผิดทางแพ่ง ต่างกันอย่างไร?

ลูกความจำนวนมากสับสนระหว่างการ "ร้องเรียนทนาย" กับการ "เรียกเงินคืน" ในประเทศไทย การดำเนินการทั้งสองอย่างมีช่องทางและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

1. ความรับผิดทางมรรยาท (Ethical Liability): เป็นการดำเนินการผ่านสภาทนายความเพื่อลงโทษตัวทนายความในเชิงวิชาชีพ บทลงโทษมี 3 ระดับ คือ:

  • ภาคทัณฑ์ (ตักเตือน)
  • งดใช้ใบอนุญาตว่าความ (ไม่เกิน 3 ปี)
  • ลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ (เพิกถอนใบอนุญาตถาวร) หมายเหตุ: การร้องเรียนมรรยาทไม่ได้ทำให้ลูกความได้รับเงินคืนโดยอัตโนมัติ

2. ความรับผิดทางแพ่ง (Civil Liability): หากการละเลยหรือความผิดพลาดของทนายความทำให้คุณสูญเสียทรัพย์สินหรือแพ้คดี คุณสามารถฟ้องร้องทนายความเป็นคดีแพ่ง ฐานผิดสัญญาจ้างหรือละเมิด เพื่อเรียกค่าเสียหายและขอเงินค่าจ้างคืน โดยต้องดำเนินการผ่านกระบวนการของ ศาลยุติธรรม

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย:

  • ความเชื่อผิดๆ: ถ้าทนายความแพ้คดี แปลว่าทนายความผิดมรรยาท
  • ความจริง: ผลแพ้ชนะเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงและกฎหมาย ทนายความจะผิดมรรยาทก็ต่อเมื่อความพ่ายแพ้นั้นเกิดจากความจงใจประมาทเลินเล่อหรือทุจริตเท่านั้น

ข้อควรพิจารณาในการเลือกทนายความที่มีมาตรฐานวิชาชีพน่าเชื่อถือ

การเลือกทนายความที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงแค่ดูที่ค่าจ้างที่ถูกที่สุด แต่ควรดูที่ความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในภายหลัง

แนวทางการตรวจสอบก่อนตัดสินใจจ้าง:

  • ตรวจสอบใบอนุญาต: นำชื่อ-นามสกุล ไปตรวจสอบสถานะในระบบทะเบียนของสภาทนายความ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ถูกพักใช้ใบอนุญาต
  • ประเมินการสื่อสาร: ทนายความที่ดีควรสามารถอธิบายขั้นตอนกฎหมายที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย และบอกถึงความเสี่ยงของคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่รับปากว่าจะชนะ 100%
  • สัญญาจ้างว่าความ: ต้องมีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุขอบเขตงาน ค่าจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่างชัดเจน
  • ความเชี่ยวชาญ: เลือกทนายความที่มีประสบการณ์ในประเภทคดีนั้นๆ โดยเฉพาะ (เช่น คดีครอบครัว, คดีธุรกิจ หรือคดีอาญา)

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจริยธรรมทนายความ

1. ทนายความสามารถเรียกเก็บค่าจ้างเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินที่จะได้จากคดีได้หรือไม่?

ในไทย ทนายความสามารถตกลงค่าจ้างเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนหรือตามสัดส่วนที่ตกลงกันได้ แต่การทำสัญญาแบบ "ถ้าไม่ได้เงินไม่คิดค่าทนาย" หรือ Champerty บางกรณีอาจถูกตั้งคำถามเรื่องมรรยาทหากมีลักษณะเป็นการเข้ามีส่วนได้เสียในมูลคดีมากเกินไปจนเสียความเป็นกลาง

2. ถ้าทนายความไม่มาศาลตามนัดจนฉันแพ้คดี ฉันควรทำอย่างไร?

ถือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คุณควรขอคัดถ่าย "รายงานกระบวนพิจารณา" จากศาลที่ระบุว่าทนายความไม่มาศาล เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการร้องเรียนมรรยาทและฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง

3. ทนายความมีสิทธิยึดเอกสารตัวจริงของลูกความไว้ถ้ายังจ่ายค่าจ้างไม่ครบหรือไม่?

ทนายความมีสิทธิยึดหน่วงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำงานไว้ได้ตามสมควรจนกว่าจะได้รับชำระหนี้ตามกฎหมายแพ่ง แต่ต้องไม่เป็นการใช้สิทธิเกินส่วนจนทำให้ลูกความได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงในคดีที่กำลังดำเนินอยู่


เมื่อไหร่ควรจ้างทนายความและขั้นตอนต่อไป

คุณควรจ้างทนายความทันทีเมื่อเริ่มมีข้อพิพาททางกฎหมาย หรือก่อนที่จะลงนามในเอกสารสำคัญที่มีผลผูกพันทางแพ่งและอาญา การมีทนายความตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันความผิดพลาดที่อาจแก้ไขไม่ได้ในภายหลัง

ขั้นตอนต่อไปที่คุณควรทำ:

  1. รวบรวมเอกสาร: จัดเตรียมหลักฐานทั้งหมดให้เป็นระเบียบเพื่อให้ทนายความประเมินคดีได้แม่นยำ
  2. ปรึกษาเบื้องต้น: คุยกับทนายความ 2-3 ท่านเพื่อเปรียบเทียบแนวทางการทำงานและความรู้สึกไว้วางใจ
  3. ตรวจสอบประวัติ: ใช้เครื่องมือตรวจสอบสถานะทนายความเพื่อให้มั่นใจในความเป็นมืออาชีพ
  4. ทำสัญญาจ้าง: อย่าเริ่มงานโดยไม่มีสัญญาที่ระบุขอบเขตงานและค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน

หากคุณต้องการทนายความที่ผ่านการตรวจสอบประวัติและมีมาตรฐานจริยธรรมสูง คุณสามารถเลือกดูรายชื่อทนายความที่ผ่านการคัดสรรแล้วบนแพลตฟอร์ม Lawzana เพื่อเริ่มต้นดำเนินคดีของคุณด้วยความสบายใจ

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Dec 11, 2025

SME ใกล้ล้มละลาย ฟื้นฟูกิจการอย่างไรใน Thailand ดี

ฟื้นฟูกิจการ SME ในไทย: ทางเลือกก่อนยื่นล้มละลาย การ "ปรับโครงสร้างหนี้" เป็นการเจรจาตกลงใหม่กับเจ้าหนี้เพื่อให...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Dec 11, 2025

อุทธรณ์คำวินิจฉัยภาษีทำอย่างไรใน Thailand ขั้นตอนอะไรบ้าง

การโต้แย้งคำวินิจฉัยภาษีในไทยมีสองชั้นหลัก คือ การทบทวนภายในกรมสรรพากร (อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์) และก...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Dec 11, 2025

ลงทุน Private Equity ใน Thailand ถูกกฎหมายไหม โครงสร้างอะไรที่ต้องรู้

ดีล Private Equity ในไทยมักใช้โครงสร้างบริษัทจำกัดและโฮลดิ้งคอมพานี (ทั้ง onshore และ offshore) ผสมกับกองทุน/ยาน...

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2014
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 minutes
คดีความและข้อพิพาท ธุรกิจ กฎหมายบริษัทและการค้า +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม