จ้างทนายต้องรู้! กฎจริยธรรมและความรับผิดทนายความใน Thailand

อัปเดตเมื่อ Jan 14, 2026

กฎจริยธรรมและความรับผิดของทนายความไทย: คู่มือสำหรับลูกความ

ในระบบกฎหมายไทย ทนายความไม่ได้เป็นเพียงผู้รับจ้างทำของ แต่เป็น "บุคลากรในกระบวนการยุติธรรม" ที่ต้องรักษามาตรฐานจริยธรรมอย่างเคร่งครัด การทำความเข้าใจกฎมรรยาททนายความจะช่วยให้คุณในฐานะลูกความ สามารถปกป้องสิทธิของตนเองและมั่นใจได้ว่าคดีความจะถูกดำเนินไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

กฎจริยธรรมวิชาชีพทนายความไทยและหน้าที่สำคัญต่อศาลและลูกความคืออะไร?

กฎจริยธรรมหรือที่ภาษาไทยเรียกว่า "มรรยาททนายความ" คือข้อบังคับที่กำหนดมาตรฐานความประพฤติของทนายความในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมและปกป้องผลประโยชน์ของลูกความภายใต้กรอบของกฎหมาย

หน้าที่หลักของทนายความไทยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ:

  1. หน้าที่ต่อศาล: ทนายความต้องไม่นำความเท็จมากล่าวอ้าง ไม่ใช้อุบายหลอกลวงศาล และต้องให้ความเคารพต่อกระบวนการพิจารณาคดี
  2. หน้าที่ต่อลูกความ: ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ละทิ้งคดีโดยไม่มีเหตุอันควร และรักษาความลับของลูกความอย่างเคร่งครัด
  3. หน้าที่ต่อเพื่อนร่วมวิชาชีพ: ไม่แย่งคดี ไม่กล่าวหาให้ร้ายทนายความผู้อื่น และไม่ใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมในการหาลูกค้า

ทนายความทุกคนในประเทศไทยต้องเป็นสมาชิกของ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ และต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 หากฝ่าฝืนจะถูกพิจารณาโทษทางวินัยโดยคณะกรรมการมรรยาททนายความ

ตารางสรุปหน้าที่พื้นฐานที่ลูกความควรได้รับ

หน้าที่ สิ่งที่ทนายความต้องทำ สิ่งที่ทนายความห้ามทำ
ความซื่อสัตย์ ให้ข้อมูลคดีตามจริงและตรงไปตรงมา รับเงินแล้วไม่ดำเนินงาน หรือหลอกลวงเรื่องผลคดี
ความลับ เก็บข้อมูลของลูกความไว้เป็นความลับตลอดไป นำความลับไปเปิดเผยหรือใช้หาประโยชน์ส่วนตัว
ความเอาใจใส่ แจ้งความคืบหน้าของคดีอย่างสม่ำเสมอ ขาดนัดศาลโดยไม่มีเหตุจำเป็น หรือติดต่อไม่ได้

พฤติกรรมแบบไหนที่เข้าข่ายผิดจริยธรรมและลูกความควรระวัง?

พฤติกรรมที่ผิดมรรยาททนายความมักเกิดขึ้นเมื่อทนายความนำผลประโยชน์ส่วนตัวมาเหนือผลประโยชน์ของลูกความ หรือใช้วิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพื่อให้ชนะคดี การทราบตัวอย่างพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยให้คุณไหวตัวทันก่อนเกิดความเสียหาย

ตัวอย่างพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดมรรยาททนายความที่พบบ่อยในไทย:

  • การเปิดเผยความลับของลูกความ: แม้คดีจะจบลงแล้ว ทนายความไม่มีสิทธิเปิดเผยข้อมูลที่ได้รับทราบมาจากการปฏิบัติหน้าที่ เว้นแต่ได้รับอนุญาตหรือกฎหมายบังคับ
  • ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest): เช่น การรับเป็นทนายความให้ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยในคดีเดียวกัน หรือการรับงานที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับลูกความปัจจุบัน
  • การเรียกรับเงินเกินจริงหรือผิดประเภท: เช่น การอ้างว่าต้องนำเงินไป "ติดสินบน" เจ้าหน้าที่หรือศาล ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงทั้งทางจริยธรรมและทางอาญา
  • การละทิ้งคดี: รับเงินค่าจ้างไปแล้วแต่ไม่ยื่นคำฟ้อง ไม่ยื่นคำให้การ หรือไม่ไปศาลตามนัดจนทำให้ลูกความเสียสิทธิ

คำถามติดตาม: หากทนายความแนะนำให้ฉันให้การเท็จในศาล ฉันควรทำอย่างไร? คำตอบ: การแนะนำให้พยานหรือคู่ความให้การเท็จเป็นความผิดมรรยาทร้ายแรง คุณควรปฏิเสธและพิจารณาเปลี่ยนทนายความทันที เนื่องจากหากศาลจับได้ คุณอาจมีความผิดฐานเบิกความเท็จ ซึ่งมีโทษจำคุก


หากไม่พอใจการทำงานของทนายความ ลูกความมีทางเลือกอย่างไรบ้าง?

หากคุณพบว่าทนายความทำงานบกพร่อง ไม่สื่อสาร หรือมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริต คุณมีสิทธิตามกฎหมายที่จะดำเนินการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องทนต่อการทำงานที่ไม่เป็นมืออาชีพ

ขั้นตอนที่ควรปฏิบัติเมื่อพบปัญหา:

  1. การเจรจาและทำหนังสือทวงถาม: เริ่มต้นด้วยการพูดคุย หากไม่เป็นผล ควรทำหนังสือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ทวงถามความคืบหน้าหรือเอกสารแล้ว
  2. การบอกเลิกสัญญาและถอนทนายความ: ลูกความมีสิทธิเปลี่ยนทนายความได้ทุกเมื่อ โดยการยื่นคำร้องขอถอนทนายความต่อศาล (หากคดีอยู่ในศาล) และแต่งตั้งทนายความใหม่แทน
  3. การร้องเรียนต่อสภาทนายความ: หากพฤติกรรมเข้าข่ายผิดมรรยาท คุณสามารถยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการมรรยาททนายความ ณ สภาทนายความ เพื่อให้สืบสวนและลงโทษทางวินัย

รายการตรวจสอบ (Checklist) ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนทนาย:

  • มีหลักฐานการจ่ายเงินค่าจ้างทนายความชัดเจนหรือไม่?
  • มีเอกสารคดีทั้งหมด (คำฟ้อง, คำให้การ, รายงานกระบวนพิจารณา) อยู่กับตัวหรือไม่?
  • คดีมีกำหนดนัดหมายสำคัญที่กำลังจะถึงในเร็วๆ นี้หรือไม่? (เพื่อแจ้งทนายความคนใหม่ให้เตรียมตัวทัน)

ความรับผิดทางมรรยาทและความรับผิดทางแพ่ง ต่างกันอย่างไร?

ลูกความจำนวนมากสับสนระหว่างการ "ร้องเรียนทนาย" กับการ "เรียกเงินคืน" ในประเทศไทย การดำเนินการทั้งสองอย่างมีช่องทางและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

1. ความรับผิดทางมรรยาท (Ethical Liability): เป็นการดำเนินการผ่านสภาทนายความเพื่อลงโทษตัวทนายความในเชิงวิชาชีพ บทลงโทษมี 3 ระดับ คือ:

  • ภาคทัณฑ์ (ตักเตือน)
  • งดใช้ใบอนุญาตว่าความ (ไม่เกิน 3 ปี)
  • ลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ (เพิกถอนใบอนุญาตถาวร) หมายเหตุ: การร้องเรียนมรรยาทไม่ได้ทำให้ลูกความได้รับเงินคืนโดยอัตโนมัติ

2. ความรับผิดทางแพ่ง (Civil Liability): หากการละเลยหรือความผิดพลาดของทนายความทำให้คุณสูญเสียทรัพย์สินหรือแพ้คดี คุณสามารถฟ้องร้องทนายความเป็นคดีแพ่ง ฐานผิดสัญญาจ้างหรือละเมิด เพื่อเรียกค่าเสียหายและขอเงินค่าจ้างคืน โดยต้องดำเนินการผ่านกระบวนการของ ศาลยุติธรรม

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย:

  • ความเชื่อผิดๆ: ถ้าทนายความแพ้คดี แปลว่าทนายความผิดมรรยาท
  • ความจริง: ผลแพ้ชนะเป็นเรื่องของข้อเท็จจริงและกฎหมาย ทนายความจะผิดมรรยาทก็ต่อเมื่อความพ่ายแพ้นั้นเกิดจากความจงใจประมาทเลินเล่อหรือทุจริตเท่านั้น

ข้อควรพิจารณาในการเลือกทนายความที่มีมาตรฐานวิชาชีพน่าเชื่อถือ

การเลือกทนายความที่เหมาะสมไม่ใช่เพียงแค่ดูที่ค่าจ้างที่ถูกที่สุด แต่ควรดูที่ความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในภายหลัง

แนวทางการตรวจสอบก่อนตัดสินใจจ้าง:

  • ตรวจสอบใบอนุญาต: นำชื่อ-นามสกุล ไปตรวจสอบสถานะในระบบทะเบียนของสภาทนายความ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ถูกพักใช้ใบอนุญาต
  • ประเมินการสื่อสาร: ทนายความที่ดีควรสามารถอธิบายขั้นตอนกฎหมายที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย และบอกถึงความเสี่ยงของคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่รับปากว่าจะชนะ 100%
  • สัญญาจ้างว่าความ: ต้องมีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุขอบเขตงาน ค่าจ้าง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่างชัดเจน
  • ความเชี่ยวชาญ: เลือกทนายความที่มีประสบการณ์ในประเภทคดีนั้นๆ โดยเฉพาะ (เช่น คดีครอบครัว, คดีธุรกิจ หรือคดีอาญา)

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับจริยธรรมทนายความ

1. ทนายความสามารถเรียกเก็บค่าจ้างเป็นเปอร์เซ็นต์ของเงินที่จะได้จากคดีได้หรือไม่?

ในไทย ทนายความสามารถตกลงค่าจ้างเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนหรือตามสัดส่วนที่ตกลงกันได้ แต่การทำสัญญาแบบ "ถ้าไม่ได้เงินไม่คิดค่าทนาย" หรือ Champerty บางกรณีอาจถูกตั้งคำถามเรื่องมรรยาทหากมีลักษณะเป็นการเข้ามีส่วนได้เสียในมูลคดีมากเกินไปจนเสียความเป็นกลาง

2. ถ้าทนายความไม่มาศาลตามนัดจนฉันแพ้คดี ฉันควรทำอย่างไร?

ถือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง คุณควรขอคัดถ่าย "รายงานกระบวนพิจารณา" จากศาลที่ระบุว่าทนายความไม่มาศาล เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการร้องเรียนมรรยาทและฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง

3. ทนายความมีสิทธิยึดเอกสารตัวจริงของลูกความไว้ถ้ายังจ่ายค่าจ้างไม่ครบหรือไม่?

ทนายความมีสิทธิยึดหน่วงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำงานไว้ได้ตามสมควรจนกว่าจะได้รับชำระหนี้ตามกฎหมายแพ่ง แต่ต้องไม่เป็นการใช้สิทธิเกินส่วนจนทำให้ลูกความได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงในคดีที่กำลังดำเนินอยู่


เมื่อไหร่ควรจ้างทนายความและขั้นตอนต่อไป

คุณควรจ้างทนายความทันทีเมื่อเริ่มมีข้อพิพาททางกฎหมาย หรือก่อนที่จะลงนามในเอกสารสำคัญที่มีผลผูกพันทางแพ่งและอาญา การมีทนายความตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันความผิดพลาดที่อาจแก้ไขไม่ได้ในภายหลัง

ขั้นตอนต่อไปที่คุณควรทำ:

  1. รวบรวมเอกสาร: จัดเตรียมหลักฐานทั้งหมดให้เป็นระเบียบเพื่อให้ทนายความประเมินคดีได้แม่นยำ
  2. ปรึกษาเบื้องต้น: คุยกับทนายความ 2-3 ท่านเพื่อเปรียบเทียบแนวทางการทำงานและความรู้สึกไว้วางใจ
  3. ตรวจสอบประวัติ: ใช้เครื่องมือตรวจสอบสถานะทนายความเพื่อให้มั่นใจในความเป็นมืออาชีพ
  4. ทำสัญญาจ้าง: อย่าเริ่มงานโดยไม่มีสัญญาที่ระบุขอบเขตงานและค่าธรรมเนียมที่ชัดเจน

หากคุณต้องการทนายความที่ผ่านการตรวจสอบประวัติและมีมาตรฐานจริยธรรมสูง คุณสามารถเลือกดูรายชื่อทนายความที่ผ่านการคัดสรรแล้วบนแพลตฟอร์ม Lawzana เพื่อเริ่มต้นดำเนินคดีของคุณด้วยความสบายใจ

บทความที่คล้ายกัน

ประเทศไทย Dec 11, 2025

ลงทุน Private Equity ใน Thailand ถูกกฎหมายไหม เสี่ยงอะไรบ้าง

ในไทย โครงสร้าง Private Equity มักใช้กองทุนต่างประเทศ + บริษัทโฮลดิ้ง/SPV แบบบริษัทจำกัดไทย ร่วมกับ private fund...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Dec 11, 2025

ธุรกิจไทยปฏิบัติตามกฎหมายส่งออก-คว่ำบาตรใน Thailand ยังไง

ธุรกิจไทยที่ส่งออกหรือทำธุรกรรมข้ามชาติต้องคำนึงถึงทั้งกฎหมายไทย (WMD / Dual-use, ศุลกากร, ป้องกันฟอกเงิน) และมาตรการค...

อ่านบทความ
ประเทศไทย Jan 16, 2026

คู่ค้าเบี้ยวสัญญาใน Thailand ฟ้องศาลหรือใช้อนุญาโตฯ ดีกว่า?

การเก็บหลักฐานคือหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะสัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร หลักฐานการส่งมอบงาน และการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลที่ย...

อ่านบทความ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2014
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 minutes
คดีความและข้อพิพาท ธุรกิจ กฎหมายบริษัทและการค้า +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Anona International And Consultancy Co.,  Ltd. Logo
Anona International And Consultancy Co., Ltd.
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2020
ทนายความ 10 คน
ฟรี 1 hour
ธนาคารและการเงิน การย้ายถิ่นฐาน สิทธิพลเมืองและสิทธิมนุษยชน +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม