ธุรกิจขัดแย้ง? วิธีใช้อนุญาโตตุลาการระงับข้อพิพาทใน Thailand

อัปเดตเมื่อ Jan 23, 2026

  • ความเป็นส่วนตัวและความรวดเร็ว: อนุญาโตตุลาการช่วยรักษาความลับทางธุรกิจและมักใช้เวลาน้อยกว่าการฟ้องร้องต่อศาลซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี
  • การเลือกผู้เชี่ยวชาญ: คู่สัญญาเลือกอนุญาโตตุลาการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในอุตสาหกรรมนั้นๆ ได้ เช่น ก่อสร้าง ทรัพย์สินทางปัญญา หรือเทคโนโลยี
  • ข้อตกลงที่ผูกพัน: การจะใช้วิธีนี้ได้ต้องมีการระบุ "ข้อกำหนดอนุญาโตตุลาการ" (Arbitration Clause) ไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน
  • การบังคับใช้ระดับสากล: คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการสามารถนำไปบังคับใช้ในประเทศอื่นๆ กว่า 160 ประเทศทั่วโลกตามอนุสัญญานิวยอร์ก
  • ค่าใช้จ่ายที่ควบคุมได้: แม้มีค่าธรรมเนียมสถาบัน แต่การลดระยะเวลาพิจารณาช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านทนายความและค่าเสียโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว

ข้อดีของการใช้อนุญาโตตุลาการเปรียบเทียบกับการฟ้องร้องต่อศาล

อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการฟ้องร้องต่อศาลกับการอนุญาโตตุลาการ
อินโฟกราฟิกเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการฟ้องร้องต่อศาลกับการอนุญาโตตุลาการ

การใช้อนุญาโตตุลาการในประเทศไทยเป็นวิธีระงับข้อพิพาทที่เน้นความยืดหยุ่น ความเป็นส่วนตัว และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของผู้วินิจฉัย แตกต่างจากการฟ้องศาลที่กระบวนการมักเป็นแบบแผนเคร่งครัดและเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงหรือความลับทางการค้าของบริษัท

ในทางปฏิบัติ การตัดสินใจเลือกระหว่างศาลกับอนุญาโตตุลาการมักพิจารณาจากปัจจัยด้านล่างนี้:

หัวข้อเปรียบเทียบ การพิจารณาของศาล (Litigation) การอนุญาโตตุลาการ (Arbitration)
ความเป็นส่วนตัว เป็นสาธารณะ บุคคลภายนอกเข้าฟังได้ เป็นความลับ ปิดลับต่อบุคคลภายนอก
ความเชี่ยวชาญ ผู้พิพากษาทั่วไป (อาจไม่มีความชำนาญเฉพาะสาขา) คู่สัญญาเลือกผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้
ระยะเวลา นาน (มีระบบอุทธรณ์/ฎีกา หลายชั้นศาล) รวดเร็ว (คำชี้ขาดถือเป็นที่สุด อุทธรณ์เนื้อหายากมาก)
ความยืดหยุ่น ต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.แพ่ง อย่างเคร่งครัด คู่สัญญากำหนดภาษา สถานที่ และวิธีพิจารณาได้
การบังคับใช้ต่างประเทศ ทำได้ยาก ต้องอาศัยสนธิสัญญาทวิภาคี ทำได้ง่ายตามอนุสัญญานิวยอร์ก (New York Convention)

สำหรับการทำธุรกิจ B2B ที่มีความซับซ้อน เช่น การร่วมทุน (Joint Venture) หรือสัญญาเช่าซื้อเครื่องจักรขนาดใหญ่ การมีบุคคลที่มีความเข้าใจในเนื้องานจริงๆ มาตัดสินย่อมส่งผลดีต่อความเป็นธรรมมากกว่าการรอคำตัดสินจากผู้พิพากษาที่อาจไม่คุ้นเคยกับธรรมเนียมปฏิบัติในอุตสาหกรรมนั้น

การร่างข้อกำหนดอนุญาโตตุลาการ (Arbitration Clause) ในสัญญาธุรกิจ

ข้อกำหนดอนุญาโตตุลาการที่สมบูรณ์ต้องมีความชัดเจนและไม่กำกวม เพื่อป้องกันปัญหา "ข้อกำหนดที่ไม่สามารถบังคับได้" (Pathological Clause) ซึ่งจะส่งผลให้ต้องกลับไปฟ้องศาลตามปกติ ข้อความในสัญญาควรระบุถึงสถาบันที่ใช้ กฎการพิจารณา จำนวนอนุญาโตตุลาการ และภาษาที่ใช้ในการพิจารณา

เพื่อให้ข้อกำหนดนี้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายไทย คุณควรพิจารณาองค์ประกอบต่อไปนี้:

  1. การแสดงเจตนาที่ชัดเจน: ต้องระบุว่า "ข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดขึ้นจากสัญญานี้ ให้ระงับโดยการอนุญาโตตุลาการ"
  2. การเลือกสถาบัน: ในประเทศไทยมีสถาบันหลักคือ สถาบันอนุญาโตตุลาการ (THAC) หรือ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม (TAI)
  3. จำนวนอนุญาโตตุลาการ: มักกำหนดเป็น 1 คน (สำหรับมูลค่าพิพาทไม่สูง) หรือ 3 คน (ฝ่ายละ 1 คน และคนกลางอีก 1 คน)
  4. สถานที่และภาษา: สำคัญมากสำหรับสัญญาที่มีคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการแปลเอกสารและการเดินทาง
  5. กฎหมายที่ใช้บังคับ (Governing Law): ระบุให้ชัดเจนว่าจะใช้กฎหมายไทยหรือกฎหมายของประเทศอื่นในการตีความสัญญา

ตัวอย่างข้อความมาตรฐาน: "ข้อพิพาท ข้อขัดแย้ง หรือการเรียกร้องใดๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับสัญญานี้ ให้ได้รับการวินิจฉัยชี้ขาดโดยการอนุญาโตตุลาการตามข้อบังคับของ (ชื่อสถาบัน) โดยให้อยู่ภายใต้การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการจำนวน (1 หรือ 3) ท่าน และให้ใช้ภาษา (ไทย/อังกฤษ) เป็นภาษาในการดำเนินกระบวนพิจารณา"

ขั้นตอนการตั้งอนุญาโตตุลาการและกระบวนการพิจารณา

แผนภูมิแสดง 6 ขั้นตอนของกระบวนการอนุญาโตตุลาการในประเทศไทย
แผนภูมิแสดง 6 ขั้นตอนของกระบวนการอนุญาโตตุลาการในประเทศไทย

กระบวนการอนุญาโตตุลาการเริ่มต้นจากการที่ฝ่ายหนึ่งส่ง "คำขอเสนอข้อพิพาท" ไปยังอีกฝ่ายและสถาบันอนุญาโตตุลาการที่ระบุไว้ในสัญญา จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกคณะอนุญาโตตุลาการเพื่อเริ่มการพิจารณาพยานหลักฐาน กระบวนการทั้งหมดถูกออกแบบมาให้กระชับและลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

ลำดับขั้นตอนโดยทั่วไปในประเทศไทยมีดังนี้:

  • การยื่นคำขอ (Notice of Arbitration): ผู้เรียกร้องยื่นคำเสนอข้อพิพาทพร้อมชำระค่าธรรมเนียมเบื้องต้น
  • การยื่นคำคัดค้าน (Response): ผู้ถูกเรียกร้องยื่นคำคัดค้านและอาจยื่นฟ้องแย้งได้ในคราวเดียวกัน
  • การแต่งตั้งคณะอนุญาโตตุลาการ: หากตกลงกันไม่ได้ สถาบันจะเป็นผู้ช่วยแต่งตั้งตามบัญชีรายชื่อผู้เชี่ยวชาญ
  • การประชุมจัดการคดี (Case Management Conference): เพื่อกำหนดตารางเวลา การแลกเปลี่ยนเอกสาร และวันสืบพยาน
  • การสืบพยาน (Hearings): การนำเสนอหลักฐานและซักถามพยาน (อาจทำผ่านระบบออนไลน์ได้ในปัจจุบัน)
  • การทำคำชี้ขาด (Award): คณะอนุญาโตตุลาการออกคำวินิจฉัยซึ่งผูกพันคู่สัญญาตามกฎหมาย

ความเข้าใจผิดประการหนึ่งคือกระบวนการนี้จะล่าช้าเหมือนศาล แต่กฎของสถาบันอย่าง THAC มักกำหนดกรอบเวลาชัดเจน เช่น ต้องทำคำชี้ขาดให้เสร็จภายใน 180 วันหลังจากสืบพยานเสร็จสิ้น ทำให้ธุรกิจสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ดีกว่า

การบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในประเทศไทย

คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการมีผลผูกพันคู่สัญญาเสมือนหนึ่งคำพิพากษาของศาล แต่ในกรณีที่ฝ่ายที่แพ้ไม่ยอมปฏิบัติตาม ฝ่ายที่ชนะจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อให้ศาลออกคำสั่งบังคับตามคำชี้ขาดนั้น กระบวนการนี้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545

การบังคับใช้มีรายละเอียดสำคัญที่ธุรกิจต้องทราบ:

  1. ระยะเวลาการยื่นขอ: ต้องยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 3 ปีนับแต่วันที่อาจบังคับตามคำชี้ขาดได้
  2. ขอบเขตการพิจารณาของศาล: ศาลไทยจะไม่ลงไปพิจารณา "เนื้อหา" ของคดีใหม่ (Re-trial) แต่จะตรวจสอบเพียงว่ากระบวนการอนุญาโตตุลาการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
  3. เหตุแห่งการปฏิเสธ: ศาลอาจไม่ยอมบังคับให้หากพบว่า คำชี้ขาดนั้นขัดต่อ "ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน" หรือข้อพิพาทนั้นไม่สามารถระงับได้โดยการอนุญาโตตุลาการตามกฎหมาย (เช่น คดีอาญา)
  4. คำชี้ขาดต่างประเทศ: เนื่องจากประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญานิวยอร์ก ศาลไทยจึงยอมรับและบังคับตามคำชี้ขาดจากสถาบันในต่างประเทศ (เช่น SIAC ของสิงคโปร์ หรือ ICC ของฝรั่งเศส) ได้เช่นเดียวกัน

ค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการดำเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการ

ค่าใช้จ่ายในการอนุญาโตตุลาการประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ ค่าธรรมเนียมสถาบัน ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี (เช่น ค่าทนายความและพยานเชี่ยวชาญ) แม้ดูเหมือนจะมีราคาสูงกว่าค่าธรรมเนียมศาลในตอนเริ่มต้น แต่ความรวดเร็วของคดีมักทำให้ต้นทุนรวมต่ำกว่า

ประเภทค่าใช้จ่าย รายละเอียดโดยประมาณ
ค่าธรรมเนียมการลงทะเบียน ประมาณ 10,000 - 50,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสถาบัน)
ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ คำนวณตาม "ทุนทรัพย์" หรือ "รายชั่วโมง" ตามข้อตกลง
ค่าธรรมเนียมสถาบัน คำนวณเป็นอัตราร้อยละตามมูลค่าข้อพิพาท (ยิ่งทุนทรัพย์สูง เปอร์เซ็นต์ยิ่งลดลง)
ระยะเวลาพิจารณา เฉลี่ย 12 - 18 เดือน (เปรียบเทียบกับศาลที่อาจใช้ 3 - 5 ปี)

ความคุ้มค่าของการอนุญาโตตุลาการจะเห็นผลชัดเจนในคดีที่มีมูลค่าสูง หรือคดีที่ "เวลาคือเงิน" เช่น สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศที่ราคาผันผวนตลอดเวลา การจบเคสได้เร็วช่วยให้ธุรกิจนำเงินทุนกลับมาหมุนเวียนได้เร็วกว่า

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

  • อนุญาโตตุลาการมีไว้สำหรับบริษัทมหาชนเท่านั้น: ไม่จริง ธุรกิจ SMEs ที่ทำสัญญาจ้างผลิตหรือแฟรนไชส์สามารถใช้อนุญาโตตุลาการเพื่อรักษาความลับของสูตรธุรกิจหรือเทคนิคการผลิตได้ดีกว่าการไปศาล
  • ถ้าแพ้สามารถอุทธรณ์คดีต่อศาลได้เสมอ: เป็นความเข้าใจที่ผิดร้ายแรง ศาลจะรับพิจารณาเฉพาะความบกพร่องทางขั้นตอน (Procedural failure) เท่านั้น แต่ศาลจะไม่เปลี่ยนผลการตัดสินในเนื้อหาข้อเท็จจริงของคดี (Merits of the case)
  • ค่าใช้จ่ายแพงกว่าศาลเสมอ: หากมองเพียงค่าธรรมเนียมเริ่มต้นอาจจะใช่ แต่หากคำนวณจากค่าทนายความที่ต้องจ้างหลายปีใน 3 ชั้นศาล และความสูญเสียจากการที่ทรัพย์สินถูกอายัดไว้ระหว่างคดี การอนุญาโตตุลาการมักมี "ต้นทุนแฝง" ที่ต่ำกว่า

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่ได้เขียนข้อกำหนดอนุญาโตตุลาการไว้ในสัญญา จะใช้วิธีนี้ได้ไหม?

ได้ หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันในภายหลัง (หลังเกิดข้อพิพาทแล้ว) โดยการทำ "สัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ" แต่ในทางปฏิบัติมักทำได้ยากเพราะเมื่อเกิดปัญหาแล้ว คู่สัญญามักไม่ยอมตกลงกัน

ทนายความต่างชาติสามารถเข้ามาว่าความในอนุญาโตตุลาการที่ไทยได้หรือไม่?

ได้ตามข้อจำกัดบางประการ ปัจจุบันไทยมีการผ่อนปรนให้ผู้เชี่ยวชาญและทนายความต่างชาติเข้ามาทำหน้าที่ในคดีอนุญาโตตุลาการได้โดยเฉพาะที่ THAC เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลาง ADR ของภูมิภาค

คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการมีอายุความกี่ปี?

หากต้องการนำคำชี้ขาดไปขอให้ศาลบังคับตาม ต้องยื่นภายใน 3 ปีนับแต่วันที่ส่งสำ้าคำชี้ขาดให้แก่คู่สัญญา

เมื่อไหร่ควรจ้างทนายความ

แม้กระบวนการอนุญาโตตุลาการจะดูเป็นกันเองมากกว่าศาล แต่กฎหมายและข้อบังคับมีความซับซ้อนสูง คุณควรจ้างทนายความผู้เชี่ยวชาญด้าน ADR เมื่อ:

  • ต้องร่างหรือตรวจสอบสัญญาธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและมีความเสี่ยง
  • เกิดข้อพิพาทที่ต้องการการรวบรวมพยานหลักฐานเชิงเทคนิคหรือพยานผู้เชี่ยวชาญ
  • ฝ่ายตรงข้ามเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีทีมกฎหมายแข็งแกร่ง
  • ต้องการบังคับตามคำชี้ขาดในต่างประเทศหรือบังคับคำชี้ขาดต่างประเทศในไทย

ขั้นตอนต่อไป:

  1. ตรวจสอบสัญญาปัจจุบันของคุณว่ามี "ข้อกำหนดอนุญาโตตุลาการ" หรือไม่
  2. หากกำลังจะทำสัญญาใหม่ ให้ปรึกษาทนายความเพื่อเลือกร่างข้อกำหนดที่เหมาะสมกับประเภทธุรกิจ
  3. ศึกษาข้อบังคับของสถาบัน เช่น THAC หรือ TAI เพื่อดูอัตราค่าธรรมเนียมและรายชื่ออนุญาโตตุลาการที่มีความชำนาญในสาขาของคุณ

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

เชื่อมต่อกับทนายความผู้เชี่ยวชาญ

รับคำแนะนำทางกฎหมายส่วนบุคคลจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการตรวจสอบในพื้นที่ของคุณ

SB Law Asia Logo
SB Law Asia
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2014
ทนายความ 9 คน
ฟรี 30 minutes
คดีความและข้อพิพาท ธุรกิจ กฎหมายบริษัทและการค้า +1 เพิ่มเติม
โทรเลย
Anona International And Consultancy Co.,  Ltd. Logo
Anona International And Consultancy Co., Ltd.
กรุงเทพมหานคร
ตั้งแต่ปี 2020
ทนายความ 10 คน
ฟรี 1 hour
ธนาคารและการเงิน การย้ายถิ่นฐาน สิทธิพลเมืองและสิทธิมนุษยชน +1 เพิ่มเติม
โทรเลย

ทนายความทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการตรวจสอบพร้อมประวัติการทำงานที่พิสูจน์ได้

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม