Lawzana Lawzana Logo
ค้นหาทนายความ

คู่มือกฎหมายด้านกฎหมายบริษัทและการค้า

ค้นหาคู่มือกฎหมายและแหล่งข้อมูลที่ใช้ได้จริงสำหรับประเทศของคุณ

ควบรวม-ซื้อกิจการ Thailand ต้องเริ่มยังไง? เช็ก Due Diligence

ดีลควบรวม-ซื้อกิจการ (M&A) ในไทยต้องเริ่มจากการกำหนดขอบเขต Due Diligence ทางกฎหมายและการเงินให้ชัดเจน ว่าต้องการ "คัดกรองดีล" หรือ "ตรวจเช็คเชิงลึกก่อนปิดดีล" ประเด็นที่มักเจอความเสี่ยงสูงในไทยได้แก่ แรงงานและสวัสดิการ ภาษีที่ยังไม่ถูกประเมิน สัญญาที่ต้องขอความยินยอมจากคู่สัญญา และทรัพย์สินทางปัญญาที่จดทะเบียนไม่ครบ โครงสร้างการชำระเงินควรผูกกับผลการ Due Diligence ผ่านกลไกเช่น การปรับราคาหลังปิดดีล Holdback/Escrow และข้อกำหนด Warranties & Indemnities ที่เขียนชัด หลายดีลในไทยต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานรัฐ หรือแจ้งต่อคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หากผิดขั้นตอนอาจถูกสั่งปรับหรือให้แก้โครงสร้างดีลภายหลัง การวางแผนการผสานกิจการ...

โดย ทีมบรรณาธิการ Lawzana

ซื้อกิจการในไทยเสี่ยงไหม? คู่มือ Due Diligence ทางกฎหมาย

การทำ Legal Due Diligence (LDD) คือการตรวจสอบภาระผูกพัน สิทธิ และความเสี่ยงที่อยู่นอกงบดุล เพื่อประเมินมูลค่าแท้จริงก่อนลงนามในสัญญาซื้อขาย ความเสี่ยงหลักในไทยมักเกิดจากการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (Nominee) และการลงบัญชีว่าชำระค่าหุ้นแล้วโดยไม่มีเงินโอนเข้าบัญชีบริษัทจริง สัญญากู้ยืมและสัญญาการค้าหลักมักพ่วงเงื่อนไขสิทธิเปลี่ยนมือ (Change of Control) ซึ่งอาจทำให้เจ้าหนี้มีสิทธิบอกเลิกสัญญาหรือเรียกคืนเงินกู้ทันทีหลังปิดดีล หากผู้ซื้อเป็นต่างชาติ การเข้าถือหุ้นเกิน 49% จะทำให้บริษัทกลายเป็น "คนต่างด้าว" ตามกฎหมายทันที ซึ่งอาจส่งผลให้การประกอบกิจการเดิมกลายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หนี้สินแอบแฝงที่พบบ่อยที่สุดคือภาระเงินชดเชยเลิกจ้างตามกฎหมายแรงงาน การค้ำประกันไขว้ และสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดิน การเข้าซื้อกิจการในไทย ข้อผิดพลาดที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดมักไม่ใช่ผลประกอบการที่ขาดทุน แต่เป็นภาระทางกฎหมายที่มองไม่เห็นในงบการเงิน...

โดย ทีมบรรณาธิการ Lawzana