ค้นหาคู่มือกฎหมายและแหล่งข้อมูล
ค้นหาคู่มือกฎหมายและแหล่งข้อมูลจากทนายความผู้เชี่ยวชาญ
5 articles found for สัญญา
เริ่มจาก "ตรวจสัญญา + หลักฐานหนี้ค้าง" ให้พร้อมก่อนทวงถามหรือฟ้อง เพื่อไม่เสียเวลาและเพิ่มโอกาสชนะคดี ส่งหนังสือทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุยอดหนี้ ดอกเบี้ย กำหนดชำระ และทางเลือกประนอมหนี้ พร้อมเก็บหลักฐานการส่ง เลือกศาลให้ถูก (ศาลแพ่ง/ศาลจังหวัด/ศาลแขวง หรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในคดีที่เข้าเงื่อนไข) และเตรียมคำฟ้องให้ "เล่าเรื่อง-อ้างสัญญา-คำนวณยอด" ชัดเจน ชนะคดีแล้วต้อง "ขอให้บังคับคดี" ผ่านกรมบังคับคดี เพื่อยึดทรัพย์/อายัดบัญชี/ขายทอดตลาด ไม่ใช่ชนะแล้วได้เงินทันที การว่าจ้างทนายคุ้มค่าที่สุดเมื่อทำ "การประเมินทรัพย์ลูกหนี้ + โอกาสเก็บเงินจริง" ก่อนเดินคดี จุดประสงค์หลักของผู้อ่านบทความนี้คือ "ลงมือทำ...
คดีหนี้ธุรกิจ "ชนะคดี" ยังไม่เท่ากับ "ได้เงิน" ต้องวางแผนตั้งแต่ก่อนฟ้อง: ตรวจสัญญา-หลักฐาน และประเมินทรัพย์ของลูกหนี้ เริ่มจากทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษรและเจรจาประนอมหนี้อย่างมีหลักฐาน เพื่อเพิ่มโอกาสปิดหนี้เร็วและลดต้นทุนคดี เลือกศาลให้ถูก (ศาลแพ่ง vs ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ) โดยดู "ข้อพิพาทจริง" และเงื่อนไขระงับข้อพิพาทในสัญญา หลังชนะคดี ต้องยื่นขอ "คำบังคับ/หมายบังคับคดี" แล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์ อายัดบัญชี และขายทอดตลาด คุ้มไม่คุ้มให้ดู 3 ตัวแปร: โอกาสชนะคดี + โอกาสเจอทรัพย์ + ระยะเวลา/ค่าใช้จ่ายทั้งหมด...
ก่อนฟ้องคดี เจ้าหนี้ควร "ตรวจสัญญา + หลักฐานหนี้ค้าง" ให้ครบ เพื่อพิสูจน์จำนวนหนี้ วันครบกำหนด และเงื่อนไขดอกเบี้ย/ค่าปรับได้ชัดในศาล เริ่มจากหนังสือทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษรและการเจรจาประนอมหนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสได้เงินเร็วและลดต้นทุน เลือกศาลให้ถูก (ศาลแพ่ง/ศาลจังหวัด หรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศในคดีเข้าข่าย) และเตรียมคำฟ้อง/เอกสารให้พร้อม ชนะคดีแล้ว "ยังไม่ได้เงินทันที" ต้องเข้าสู่ขั้นตอนบังคับคดี เช่น ขอคำบังคับ/ยึดทรัพย์/อายัดบัญชี/ขายทอดตลาด กลยุทธ์สำคัญคือประเมิน "โอกาสได้เงินจริง" จากทรัพย์/บัญชี/ลูกหนี้ร่วม/หลักประกัน ก่อนตัดสินใจลงทุนค่าทนายและค่าดำเนินการ บทความนี้เหมาะกับใคร และคุณกำลังค้นหาอะไรเกี่ยวกับการฟ้องหนี้ธุรกิจในไทย? บทความนี้ตอบโจทย์หลักเป็น "ลงมือทำ (Do)" สำหรับเจ้าหนี้ธุรกิจที่ต้องการฟ้องเรียกเงินและไปให้ถึงการยึด/อายัดทรัพย์ในประเทศไทยอย่างเป็นขั้นตอน...
ทำสัญญาธุรกิจอย่างไรไม่เสียเปรียบ ในไทย (Thailand)
Dec 11, 2025สัญญาธุรกิจในไทยที่ดีควรระบุคู่สัญญา ขอบเขตงาน ราคา/การชำระเงิน ระยะเวลา ความรับผิด และวิธีระงับข้อพิพาทให้ชัด เพื่อให้บังคับได้จริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เงื่อนไขการชำระเงิน การค้ำประกัน และการประกันความรับผิดเป็นหัวใจของการบริหารกระแสเงินสดและลดความเสี่ยงการเบี้ยวหนี้ โดยเฉพาะเมื่อดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมายปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 5% ต่อปีหากไม่ได้ตกลงเป็นอย่างอื่น ข้อกำหนดการสิ้นสุดสัญญาและค่าปรับ/ค่าเสียหายล่วงหน้าต้องเขียนอย่างสมเหตุสมผล มิฉะนั้นศาลไทยสามารถลดค่าปรับที่สูงเกินไปได้ และบางกรณีอาจถูกมองว่าเป็น "ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม" โดยเฉพาะเมื่อคู่สัญญาเป็นผู้บริโภค ในสัญญาที่มีต่างชาติหรือมีองค์ประกอบข้ามพรมแดน การเลือกกฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล รวมถึงการกำหนดให้ใช้อนุญาโตตุลาการ มีผลอย่างมากต่อค่าใช้จ่ายและโอกาสบังคับคดี การใช้เช็คลิสต์ตรวจสัญญาก่อนลงนามช่วยลดช่องโหว่ เช่น ภาษาในสัญญาไม่ตรงกับการปฏิบัติจริง ไม่มีข้อจำกัดความรับผิด หรือไม่ได้ตรวจว่าข้อสัญญาขัดกับกฎหมายเฉพาะหรือไม่ เมื่อธุรกรรมมีมูลค่าสูง มีหลายภาษา หรือมีเงื่อนไขซับซ้อน...
สัญญาธุรกิจในไทยที่รัดกุมควรครอบคลุม "ใคร-ทำอะไร-เมื่อไหร่-อย่างไร-และถ้ามีปัญหาแล้วจะทำอย่างไร" ให้ชัดเจนในทุกข้อ เงื่อนไขการชำระเงิน การค้ำประกัน และการประกันความรับผิด คือหัวใจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดและหนี้เสียสำหรับธุรกิจ ข้อกำหนดการสิ้นสุดสัญญา (termination) และค่าปรับ ต้องเขียนให้ชัดว่าใครยกเลิกได้เมื่อใด อย่างไร และผลทางการเงินคืออะไร การเลือกกฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาลมีผลต่อ "โอกาสชนะคดี-ระยะเวลา-ค่าใช้จ่าย" หากมีคู่สัญญาต่างชาติหรือธุรกรรมข้ามพรมแดน การใช้เช็คลิสต์ตรวจสัญญาก่อนลงนามช่วยให้ธุรกิจ SMEs และสตาร์ทอัพลดช่องโหว่ที่มักถูกมองข้าม เช่น เงื่อนไขเปลี่ยนราคา การไม่แข่งขัน และการรักษาความลับ สำหรับสัญญาที่มีมูลค่าสูง ความซับซ้อน หรือคู่สัญญาต่างชาติ การให้ทนายความช่วยร่าง/รีวิวสัญญาในกฎหมายไทยมักมีต้นทุนต่ำกว่าค่าความเสียหายจากข้อพิพาทในอนาคต ร่างสัญญาธุรกิจในไทยคืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อการป้องกันความเสี่ยง? ร่างสัญญาธุรกิจในไทยคือการกำหนดข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างคู่สัญญา...