ค้นหาคู่มือกฎหมายและแหล่งข้อมูล

ค้นหาคู่มือกฎหมายและแหล่งข้อมูลจากทนายความผู้เชี่ยวชาญ

3 articles found for อุทธรณ์

คดีการค้า/ธุรกิจในไทย "อุทธรณ์ได้" แต่ต้องยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง และยื่นผ่านศาลชั้นต้น ไม่ใช่ยื่นตรงศาลอุทธรณ์ การอุทธรณ์ "ไม่ทำให้หยุดบังคับคดีอัตโนมัติ" หากเสี่ยงถูกยึดทรัพย์/อายัดบัญชี ต้องพิจารณายื่นคำขอทุเลาการบังคับคดีและเตรียมหลักประกัน ประเด็นที่จะยกขึ้นอุทธรณ์ต้องเขียนให้ชัด (ข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมาย) และโดยหลักควรเป็นประเด็นที่เคยยกสู้กันในศาลชั้นต้นแล้ว จึงต้องรีบ "อ่านสำนวน" และคัดประเด็นให้คม บางคดี "อุทธรณ์ข้อเท็จจริงถูกจำกัด" โดยเฉพาะคดีทุนทรัพย์ไม่สูง (เช่น ไม่เกิน 50,000 บาท หรือเพดานตามพระราชกฤษฎีกา) มักอุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้หากไม่มีความเห็นแย้ง/คำรับรอง/ใบอนุญาต การตัดสินใจอุทธรณ์ควรชั่ง "โอกาสกลับคำพิพากษา vs เวลาและต้นทุน"...

คดีการค้าในไทย "อุทธรณ์" ต้องยื่นเป็นหนังสือต่อศาลชั้นต้นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง (โดยหลักอ้างอิงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229) และมักมีเงินที่ต้องวางศาลพร้อมกัน ทำให้การวางแผนต้องเริ่มทันทีหลังแพ้คดี อุทธรณ์ที่ดีไม่ใช่การเล่าเรื่องใหม่ แต่คือการชี้ "จุดผิด" ของคำพิพากษาศาลชั้นต้นอย่างมีโครงสร้าง แยกปัญหาข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมาย และอธิบายว่าควรแก้อย่างไร ชั้นอุทธรณ์โดยทั่วไปพิจารณาจากสำนวนเดิมเป็นหลัก ศาลอุทธรณ์จะรับพยาน/เอกสารใหม่เฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็นและเกี่ยวข้องกับประเด็นที่อุทธรณ์ การอุทธรณ์ไม่ทำให้ "หยุดบังคับคดี" อัตโนมัติ หากเสี่ยงถูกยึดทรัพย์/อายัดบัญชี ต้องพิจารณาขอทุเลาการบังคับคดีและเตรียมหลักประกัน ค่าใช้จ่ายมักประกอบด้วยค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ เงินวางศาลบางประเภท ค่าใช้จ่ายเอกสาร/คัดถ่าย และค่าทนายความ ซึ่งควรประเมินเทียบกับ "โอกาสชนะ...

การโต้แย้งคำวินิจฉัยภาษีในไทยมีสองชั้นหลัก คือ การทบทวนภายในกรมสรรพากร (อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์) และการยื่นฟ้อง/อุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรและศาลสูง กำหนดเวลาสำคัญส่วนใหญ่คือ 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน หรือได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หากเลยกำหนดมักเสียสิทธิ ต้องขอขยายเวลาแบบมีเหตุผลรองรับ เอกสารสำคัญประกอบการอุทธรณ์ ได้แก่ หนังสือแจ้งการประเมินภาษี เอกสารยืนยันตัวผู้เสียภาษี หลักฐานทางบัญชี/ภาษี และเอกสารประกอบข้อโต้แย้งที่ชัดเจน กลยุทธ์ที่ดีต้องแยก "ข้อเท็จจริง" กับ "ข้อกฎหมาย" ออกจากกัน เขียนข้อโต้แย้งเป็นประเด็น ๆ พร้อมพยานหลักฐานและแนวคำพิพากษา/แนวนโยบายที่สนับสนุน คดีที่วงเงินภาษีสูง กระทบกระแสเงินสด หรือมีประเด็นกฎหมายซับซ้อน ควรมีทนายภาษีที่เชี่ยวชาญร่วมวางแผนตั้งแต่ชั้นอุทธรณ์กรมสรรพากร ไม่ใช่รอถึงศาล...