ทนายความที่ดีที่สุดใน วัฒนา
แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย
ฟรี ใช้เวลา 2 นาที
รายชื่อทนายความที่ดีที่สุดใน วัฒนา, ประเทศไทย
ประเทศไทย คำถามทางกฎหมายที่ตอบโดยทนายความ
เรียกดู คำถามทางกฎหมาย 90 ข้อ ของเรา ใน ประเทศไทย และอ่านคำตอบจากทนายความ หรือถามคำถามของคุณเองได้ฟรี.
- บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติและผู้ถือหุ้นตัวแทนชาวไทย (สัดส่วน 49/51%)
- ข้าพเจ้ามีบริษัทในลักษณะดังกล่าว ข้าพเจ้าต้องการทราบว่าข้าพเจ้ามีความเสี่ยงหรือไม่ และหากมี ทางท่านรับว่าความในคดีลักษณะนี้หรือไม่ รวมถึงท่านมีแนวทางแก้ไขสำหรับสถานการณ์นี้อย่างไร รายละเอียดโดยสรุปของข้าพเจ้ามีดังนี้: สถานะของข้าพเจ้า อสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อมาเมื่อประมาณ 14 ปีที่แล้ว: จ่ายจริงเป็นเงิน 3.6 ล้านบาท ในขณะนั้น อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวถูกประเมินมูลค่าไว้เพียง 1 ล้านบาท ข้าพเจ้าเป็นผู้ชำระเงินค่าซื้อโดยตรงให้แก่ผู้ขายด้วยตนเอง มูลค่าประเมินในปัจจุบัน: 2.3 ล้านบาท ข้าพเจ้าถือหุ้นในบริษัท 49% ตัวแทนถือหุ้นชาวไทยถือหุ้น 51% ลำดับเหตุการณ์ บริษัทจำกัดของไทยแห่งนี้มีอยู่ก่อนแล้ว อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวถูกสร้างและจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว บริษัทเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวอยู่แล้ว หนึ่งในกรรมการบริษัทชาวไทยที่มีอยู่ในขณะนั้นคือผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว ภายหลังการทำธุรกรรม ได้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ/ผู้ถือหุ้นของบริษัท ต่อมาข้าพเจ้าได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น/กรรมการชาวต่างชาติในสัดส่วน 49% ในขณะนั้นมีกรรมการ/ผู้ถือหุ้นชาวไทยสามคน จากนั้นข้าพเจ้าได้ชำระเงินค่าอสังหาริมทรัพย์จำนวน 3.6 ล้านบาทให้แก่ผู้ขายเป็นการส่วนตัว อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวถูกโอนกรรมสิทธิ์เข้ามาเป็นของบริษัท ภายหลังการชำระเงิน/การซื้อของข้าพเจ้า ได้มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ และข้าพเจ้าได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง จนกระทั่งมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 49/51 ในที่สุด เท่าที่ข้าพเจ้าทราบ ผู้ถือหุ้นชาวไทยทั้งสามคนไม่ได้มีการสมทบเงินทุนใดๆ สำหรับสัดส่วนหุ้น 51% ของพวกเขาในภายหลัง
-
คำตอบจากทนายความ โดย SB Law Asia
ขอขอบคุณสำหรับคำถามของคุณ จากข้อเท็จจริงที่คุณได้ให้ข้อมูลมานั้น มีความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ผู้ถือหุ้นชาวไทยซึ่งถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 ไม่ได้มีการลงทุนในหุ้นดังกล่าวจริง และเป็นการถือหุ้นแทนหรือเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ กฎหมายไทยมีข้อจำกัดในการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน (Nominee) หากการดำเนินการดังกล่าวมีเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดการถือครองธุรกิจโดยคนต่างด้าว รวมถึงข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ทั้งนี้ การที่การดำเนินการดังกล่าวมีมาเป็นเวลาประมาณ 14 ปี ไม่ได้เป็นเหตุที่ขจัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้โดยตัวของมันเอง อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของคุณไม่ควรได้รับการประเมินเพียงแค่สัดส่วนการถือหุ้น 49/51 เท่านั้น ประวัติความเป็นมาของบริษัทและการได้มาซึ่งทรัพย์สินนั้นมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อเท็จจริงที่ว่าบริษัทมีการดำรงอยู่ก่อนแล้ว ลำดับขั้นตอนในการได้มาซึ่งทรัพย์สินและการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและกรรมการ แหล่งที่มาและลักษณะทางกฎหมายของการชำระเงินจำนวน 3.6 ล้านบาท บันทึกทางบัญชีและการเพิ่มทุนของบริษัท ตลอดจนวิธีการที่ผู้ถือหุ้นชาวไทยได้มาและชำระค่าหุ้นนั้น จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบทั้งหมด ใช่ เราดูแลเรื่องที่มีลักษณะเช่นนี้ โดยปกติแนวทางของเราคือการตรวจสอบโครงสร้างองค์กรและทรัพย์สินที่มีอยู่ในปัจจุบันรวมถึงเอกสารประกอบ เพื่อระบุความเสี่ยงทางกฎหมายและทางปฏิบัติที่แท้จริง จากนั้นจึงพิจารณาว่ามีทางเลือกในการปรับโครงสร้างหรือแนวทางการแก้ไขที่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่อาจมีช่องทางในการทำให้ถูกต้องหรือปรับโครงสร้างสถานะดังกล่าวได้ แต่จะยังเร็วเกินไปที่จะแนะนำแนวทางแก้ไขที่เฉพาะเจาะจงหากยังไม่ได้ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง เนื่องด้วยความละเอียดอ่อนที่อาจเกิดขึ้นจากการถือหุ้นแทน (Nominee)...
อ่านคำตอบฉบับเต็ม - Starting a Health Screening Clinic (STD/STI)
- Hello, I am planning to establish a health clinic in Thailand and would like to inquire about the regulatory requirements for providing comprehensive STI/STD testing services as part of the clinic. Our proposed business model would be to offer customers access to a broad range of STI/STD tests, potentially covering... อ่านเพิ่มเติม →
-
คำตอบจากทนายความ โดย SB Law Asia
รูปแบบธุรกิจที่คุณเสนอมีความเป็นไปได้ในประเทศไทย แต่อาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของไทยในหลายด้านที่คาบเกี่ยวกัน ทั้งในส่วนของบริการสาธารณสุข เครื่องมือแพทย์ วิชาชีพเวชกรรม การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการประกอบธุรกิจ ดังนั้น จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดโครงสร้างทางกฎหมายและการขออนุญาตที่เหมาะสม ก่อนที่จะดำเนินการจัดตั้งคลินิกหรือทำสัญญาความร่วมมือกับห้องปฏิบัติการ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือซัพพลายเออร์ชุดตรวจ ทั้งนี้ จำเป็นต้องพิจารณาประเด็นต่างๆ อย่างน้อยดังต่อไปนี้: 1. การขอใบอนุญาตประกอบกิจการคลินิกและสถานพยาบาล หากธุรกิจจะดำเนินการในรูปแบบคลินิกเอกชนและให้บริการด้านการแพทย์หรือการวินิจฉัยโรค สถานที่ประกอบการและการดำเนินงานโดยทั่วไปจะต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลของประเทศไทย ข้อกำหนดในการขอใบอนุญาตที่แน่ชัดจะขึ้นอยู่กับบริการที่จะเปิดให้บริการจริงภายในคลินิกและผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ คลินิกจะต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง และมีโครงสร้างการดำเนินงานที่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับด้านวิชาชีพและสถานพยาบาลที่เกี่ยวข้อง 2. การทดสอบโดยห้องปฏิบัติการ หากมีการเก็บตัวอย่างผ่านทางคลินิกของคุณ แต่การทดสอบเพื่อวินิจฉัยโรคดำเนินการโดยห้องปฏิบัติการภายนอก ห้องปฏิบัติการดังกล่าวจะต้องได้รับใบอนุญาตและมีอำนาจในการดำเนินการทดสอบที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง ความสัมพันธ์ทางสัญญาในรูปแบบเอกสารระหว่างคลินิกและห้องปฏิบัติการควรระบุรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดการสิ่งส่งตรวจ ความรับผิดชอบในการทดสอบ การรายงานผล การรักษาความลับ การคุ้มครองข้อมูล มาตรฐานคุณภาพ และความรับผิดชอบในการแปลผลทางคลินิก (หากมี) 3. ชุดตรวจและเครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI/STD)...
อ่านคำตอบฉบับเต็ม - ภาษีสำหรับภาระผูกพันด้านวีซ่า
- ฉันกำลังสงสัยว่ากฎระเบียบด้านภาษีต่างประเทศฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้กับเงินที่นำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านวีซ่าหรือไม่ เช่น เงินจำนวน 800,000 บาทที่กำหนดไว้สำหรับวีซ่าประเภท OA หรือเงินที่ใช้สำหรับการซื้อวีซ่า เช่น วีซ่าประเภท Elite หรือไม่
-
คำตอบจากทนายความ โดย Anavil Law
สวัสดีครับ ผมเป็นทนายความด้านภาษีอากรในจังหวัดภูเก็ต หากท่านมีสถานะเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยเพื่อเสียภาษี (Tax Residency) เนื่องจากพำนักอยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วันในปีภาษีหรือปีปฏิทินนั้น รายได้ที่ท่านนำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ในการทำวีซ่าอาจต้องเสียภาษี อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่จำเป็นต้องพิจารณา เช่น ประเภทของรายได้ ปีที่ได้รับรายได้ และอนุสัญญาภาษีซ้อน ขอแสดงความนับถือ Anavil Law
อ่านคำตอบฉบับเต็ม
1. เกี่ยวกับการจ้างทนายความในวัฒนา, ประเทศไทย
การจ้างทนายความในเขตวัฒนา กรุงเทพมหานครมักเริ่มจากการระบุประเด็นทางกฎหมายและเลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ตรงกับปัญหานั้นๆ
ขั้นตอนทั่วไปคือการติดต่อทนายเพื่อขอคำปรึกษาเบื้องต้น ประเมินความเหมาะสม และยืนยันค่าธรรมเนียม ก่อนลงนามสัญญารับว่ารับบริการอย่างเป็นลายลักษณ์
2. ทำไมคุณอาจต้องการทนายความ
- กรณีซื้อขายที่ดินหรือคอนโดในวัฒนา มีข้อสงสัยเรื่องสัญญา โฉนด และภาระผูกพัน จำเป็นต้องมีทนายช่วยตรวจสอบเอกสารก่อนลงนาม
- ข้อพิพาทกับผู้ประกอบการบ้านหรือคอนโด เช่น เงินมัดจำ ค่าใบเสร็จ หรือสัญญา นับเป็นกรณีที่ต้องมีการเจรจาและฟ้องร้องหากจำเป็น
- ปัญหาภายในหอพักหรือคอนโด เรื่องกฎระเบียบ การเรียกเก็บค่าบำรุงรักษา หรือสิทธิการใช้งานพื้นที่ส่วนกลาง
- การจัดการหนี้สินหรือทรัพย์สินร่วม เมื่อต้องการแบ่งมรดก หรือเรียกคืนทรัพย์สินที่มีข้อโต้แย้ง
- คดีครอบครัวและการแบ่งปันสินสมรสในเขตวัฒนา เมื่อจำเป็นต้องคำปรึกษาเรื่องการหย่า การดูแลบุตร หรือการแบ่งสินทรัพย์
- ประเด็นข้อมูลส่วนบุคคลและสัญญามูลค่า หากมีข้อสงสัยเรื่องความเป็นส่วนตัวและการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
3. ภาพรวมกฎหมายท้องถิ่น
ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2560 เป็นกรอบการวางผังพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร รวมถึงเขตวัฒนา เพื่อกำหนดการใช้งานที่ดินและอาคารให้สอดคล้องกับผู้อยู่อาศัย
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เป็นกฎหมายหลักที่ควบคุมการก่อสร้าง การรื้อถอน และการใช้อาคารในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศ มีการแก้ไขเพิ่มเติมหลายครั้งเพื่อสอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่
ระเบียบกรุงเทพมหานครเกี่ยวกับการใช้งานอาคารและที่ดิน ถือเป็นระเบียบท้องถิ่นที่ใช้บังคับในเขตวัฒนา เพื่อควบคุมการพัฒนาและการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่
อ้างอิงโดยตรงจากแหล่งข้อมูลทางการ เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักงานกรุงเทพมหานคร เพื่อข้อมูลล่าสุด
หมายเหตุ: วันที่มีผลบังคับใช้ล่าสุดอาจมีการปรับปรุง โปรดตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลทางการของกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสมอ
4. คำถามที่พบบ่อย
อะไรคือขั้นตอนแรกในการจ้างทนายในวัฒนาและเวลาโดยรวมใช้งานได้ประมาณเท่าไร?
เริ่มด้วยการระบุปัญหาชัดเจนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง จากนั้นเรียกปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ 1-2 firm เพื่อประเมินค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปกระบวนการทั้งหมดใช้ 1-3 สัปดาห์ขึ้นกับความซับซ้อน
อย่างไรจึงเลือกทนายที่มีประสบการณ์ตรงกับกรณีในวัฒนา?
ตรวจสอบผลงานที่ผ่านมา ความเชี่ยวชาญด้านสถานที่ในกรุงเทพฯ และความคุ้นเคยกับข้อบังคับในเขตวัฒนา เดินทางไปพบเพื่อให้คำปรึกษาและขอแนวทางค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน
เมื่อไหร่ควรจ้างทนายก่อนลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินในกรุงเทพฯ?
ควรพบทนายก่อนลงนามสัญญาเพื่อให้ตรวจสอบเงื่อนไขสำคัญ เช่น เงินมัดจำ เงื่อนไขการยกเลิก และการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อป้องกันความเสียหายทางการเงิน
ที่ไหนควรหากฎหมายท้องถิ่นของเขตวัฒนาเป็นหลัก?
คุณสามารถเริ่มที่สำนักงานเขตวัฒนา หรือศาลในกรุงเทพฯ เพื่อดูระเบียบที่ใช้งานจริง และเปรียบเทียบกับข้อสัญญา
ทำไมต้องมีสัญญายืนยันค่าธรรมเนียมและขั้นตอนการดำเนินการ?
สัญญาช่วยป้องกันการตีความที่ผิดพลาดเรื่องค่าธรรมเนียม ระยะเวลา และหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ทำให้มีหลักฐานเมื่อมีข้อพิพาท
สามารถเปลี่ยนทนายหากไม่พอใจการให้บริการได้หรือไม่?
ได้ แต่ควรตรวจสอบสัญญาและเงื่อนไขการยุติ หากมี ค่าใช้จ่ายส่วนที่เหลือและการส่งมอบเอกสารที่ยังไม่ครบถ้วน
ควรเตรียมเอกสารอะไรบ้างเมื่อปรึกษาทนายครั้งแรก?
สำเนาสัญญา เอกสารการครอบครอง รูปถ่ายสถานที่ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท เช่น ใบเสร็จ คำร้อง หรือคำพิพากษาเดิม
การจ่ายค่าธรรมเนียมทนายแบบใดที่เป็นมาตรฐาน?
โดยทั่วไปมีทั้งแบบชั่วโมงและแบบเหมารวม ตามความซับซ้อนของคดี ปกติทนายมีค่าธรรมเนียม 2,000-5,000 บาทต่อชั่วโมงขึ้นกับประสบการณ์
หากต้องการฟ้องร้องในเขตวัฒนา ควรทำอย่างไร?
ปรึกษาทนายเพื่อยืนยันเขตอำนาจศาลที่เกี่ยวข้อง และเตรียมเอกสารหลักฐาน หลังจากนั้นยื่นคำฟ้องที่ศาลที่มีอำนาจในกรุงเทพฯ
อธิบายความแตกต่างระหว่างที่ปรึกษากฎหมายกับทนายความ?
ที่ปรึกษากฎหมายมักให้คำแนะนำเชิงแนวคิดและตรวจสอบสัญญา ในขณะที่ทนายความสามารถยื่นเอกสารต่อศาลและดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
คุณควรตรวจสอบใบอนุญาตทนายความอย่างไร?
ตรวจสอบว่าคนที่คุณจ้างมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกฎหมาย และอยู่ในสถานะที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมักระบุบนเว็บไซต์ของสภาทนายความหรือสำนักงานอัยการ
5. ทรัพยากรเพิ่มเติม
Bangkok Metropolitan Administration (BMA) เว็บไซต์ทางการให้ข้อมูลพื้นที่กรุงเทพฯ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง https://www.bangkok.go.th
The Court of Justice (ศาลยุติธรรม) ข้อมูลเกี่ยวกับศาลและกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย https://www.coj.go.th
The Ministry of Justice (MOJ) แหล่งข้อมูลด้านการบังคับใช้กฎหมายและบริการภาครัฐที่เกี่ยวข้อง https://www.moj.go.th
6. ขั้นตอนถัดไป
- ระบุปัญหากฎหมายชัดเจน และจัดเตรียมเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
- ค้นหาทนายที่มีประสบการณ์กับกรณีในวัฒนา ผ่านคำแนะนำ และเว็บไซต์ทางการของสภาทนายความหรือสำนักงานทนาย
- นัดปรึกษาครั้งแรกเพื่อประเมินความเข้ากันได้และสื่อสารเป้าหมาย
- ขอประมาณการค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการชำระเงินเป็นลายลักษณ์อักษร
- ตรวจสอบสัญญาการจ้างงาน ทบทวนขอบเขตงานและระยะเวลาที่คาดหวัง
- ลงนามในสัญญาและเริ่มดำเนินการตามแผนที่ตกลงไว้
- ติดตามความคืบหน้าและสื่อสารกับทนายอย่างสม่ำเสมอ
Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน วัฒนา ผ่านรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่คัดสรรและตรวจสอบล่วงหน้า แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า
แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ
ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน วัฒนา, ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ
เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด contact us และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม
ปรับแต่งการค้นหาของคุณโดยเลือกสาขากฎหมาย