ทำพินัยกรรมใน Thailand ทำอย่างไร? สรุปขั้นตอนและค่าใช้จ่าย

อัปเดตเมื่อ Apr 16, 2026

ประเด็นสำคัญ

การวางแผนมรดกผ่านการทำพินัยกรรมคือการแสดงเจตนาครั้งสุดท้ายเพื่อปกป้องครอบครัวและป้องกันข้อพิพาท ประเด็นหลักที่คุณควรทราบก่อนเริ่มต้นจัดทำเอกสารสำคัญนี้มีดังนี้:

  • อายุขั้นต่ำ: กฎหมายไทยอนุญาตให้บุคคลที่มีอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ สามารถทำพินัยกรรมได้ด้วยตนเอง
  • ความสมบูรณ์ของเอกสาร: พยานในพินัยกรรมต้องไม่ใช่ผู้รับมรดก และไม่ใช่คู่สมรสของผู้รับมรดกเด็ดขาด มิฉะนั้นข้อกำหนดที่มอบให้บุคคลนั้นจะตกเป็นโมฆะ
  • ความคุ้มค่า: การทำพินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ในขณะที่การจ้างทนายความหรือทำที่สำนักงานเขตจะมีค่าธรรมเนียมและค่าบริการเพิ่มเติม
  • การจัดการทรัพย์สิน: การระบุตัวผู้จัดการมรดกที่ไว้ใจได้มีความสำคัญเท่าๆ กับการระบุตัวผู้รับมรดก เพื่อให้กระบวนการแบ่งทรัพย์สินในศาลเป็นไปอย่างราบรื่น

ประเภทของพินัยกรรมในประเทศไทยมีอะไรบ้าง?

ตารางเปรียบเทียบพินัยกรรม 3 ประเภทในไทย แบบธรรมดา แบบเขียนเอง และแบบเอกสารฝ่ายเมือง
ตารางเปรียบเทียบพินัยกรรม 3 ประเภทในไทย แบบธรรมดา แบบเขียนเอง และแบบเอกสารฝ่ายเมือง

กฎหมายไทยกำหนดรูปแบบพินัยกรรมไว้หลายประเภท เพื่อให้เหมาะสมกับความสะดวกและสถานการณ์ของแต่ละบุคคล โดยประเภทที่นิยมนำมาใช้มากที่สุดสำหรับบุคคลทั่วไปคือพินัยกรรมแบบธรรมดา แบบเขียนเองทั้งฉบับ และแบบเอกสารฝ่ายเมือง

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย บัญญัติรูปแบบพินัยกรรมไว้เพื่อให้เกิดความรัดกุมและตรวจสอบได้ คุณสามารถอ้างอิงข้อกฎหมายฉบับเต็มได้จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับกฎหมายมรดก

ประเภทพินัยกรรม ลักษณะเด่น ข้อกำหนดเรื่องพยาน ความเหมาะสม
แบบธรรมดา พิมพ์หรือเขียนด้วยลายมือผู้อื่น แล้วผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อ ต้องมีพยานรู้เห็นและลงชื่อรับรองอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินซับซ้อนและใช้ทนายความร่างให้
แบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทำพินัยกรรมต้องเขียนข้อความทั้งหมดด้วยลายมือตนเอง ลงวันที่และลงชื่อ ไม่จำเป็นต้องมีพยาน (แต่มีไว้ก็ไม่ผิด) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเรียบง่าย ไม่มีค่าใช้จ่าย และเก็บเป็นความลับ
แบบเอกสารฝ่ายเมือง แจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่รัฐ (นายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขต) ให้จดบันทึก มีเจ้าหน้าที่รัฐและพยาน 2 คนร่วมลงชื่อ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงสุด ป้องกันการสูญหายหรือถูกปลอมแปลง

ขั้นตอนการทำพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย

แผนภาพ 6 ขั้นตอนการทำพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่รวบรวมทรัพย์สินจนถึงการเก็บรักษาเอกสาร
แผนภาพ 6 ขั้นตอนการทำพินัยกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่รวบรวมทรัพย์สินจนถึงการเก็บรักษาเอกสาร

การทำพินัยกรรมเริ่มต้นจากการรวบรวมรายการทรัพย์สินทั้งหมด ไปจนถึงการเลือกระบุตัวทายาทและผู้จัดการมรดก ขั้นตอนเหล่านี้ต้องทำอย่างรอบคอบเพื่อให้เอกสารมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายและสามารถบังคับใช้ได้จริงเมื่อถึงเวลา

เช็คลิสต์ขั้นตอนการจัดทำพินัยกรรมมีดังนี้:

  • รวบรวมรายการทรัพย์สินและหนี้สิน: จดบันทึกรายละเอียดของบัญชีธนาคาร โฉนดที่ดิน ทะเบียนรถยนต์ หุ้น และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ รวมถึงหนี้สินที่มีอยู่
  • ระบุตัวผู้รับมรดกให้ชัดเจน: ระบุชื่อ-นามสกุล และความสัมพันธ์ของผู้รับมรดก พร้อมระบุสัดส่วนหรือรายการทรัพย์สินที่แต่ละคนจะได้รับอย่างเจาะจง
  • แต่งตั้งผู้จัดการมรดก: เลือกบุคคลที่บรรลุนิติภาวะและมีความน่าเชื่อถือ เพื่อทำหน้าที่รวบรวมและแจกจ่ายทรัพย์สินตามเจตนารมณ์
  • เลือกรูปแบบและจัดทำเอกสาร: เลือกประเภทพินัยกรรมที่เหมาะสม (เช่น แบบธรรมดาหรือเขียนเอง) และลงวันที่ให้ชัดเจนเสมอ
  • ลงนามต่อหน้าพยาน: หากเป็นพินัยกรรมแบบธรรมดา ผู้ทำพินัยกรรมต้องลงนามต่อหน้าพยาน 2 คนพร้อมกัน และให้พยานลงนามรับรองในขณะนั้น
  • เก็บรักษาเอกสารในที่ปลอดภัย: แจ้งให้ผู้จัดการมรดกหรือบุคคลที่ไว้ใจทราบถึงสถานที่เก็บพินัยกรรม หรือฝากไว้กับสำนักงานทนายความ

ค่าใช้จ่ายในการทำพินัยกรรมและค่าธรรมเนียมราชการ

ค่าใช้จ่ายในการทำพินัยกรรมเริ่มต้นตั้งแต่ไม่มีค่าใช้จ่ายเลยหากเขียนเองทั้งฉบับ ไปจนถึงหลักหมื่นบาทหากใช้บริการทนายความหรือจัดทำแบบเอกสารฝ่ายเมืองที่หน่วยงานราชการ

การประเมินค่าใช้จ่ายล่วงหน้าจะช่วยให้คุณเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับงบประมาณได้:

  • พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ: ไม่มีค่าใช้จ่าย (0 บาท) ใช้เพียงกระดาษและปากกา
  • พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง (ทำที่อำเภอ/เขต): มีค่าธรรมเนียมราชการประมาณ 50 - 100 บาทต่อฉบับ หากต้องการให้เจ้าหน้าที่เก็บรักษาไว้ให้ อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเล็กน้อย
  • การจ้างทนายความร่างพินัยกรรม: ค่าบริการมักเริ่มต้นที่ 5,000 บาท ไปจนถึง 30,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของทรัพย์สิน โครงสร้างธุรกิจ หรือเงื่อนไขที่ต้องการระบุ หากคุณต้องการผู้เชี่ยวชาญ สามารถค้นหาทนายความในประเทศไทย เพื่อเปรียบเทียบค่าบริการและรับคำปรึกษาได้

ผู้จัดการมรดกคือใคร และมีหน้าที่อะไรบ้าง?

ผู้จัดการมรดกคือบุคคลที่ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมหรือตามที่ทายาทร้องขอ เพื่อทำหน้าที่รวบรวม จัดการ และแบ่งปันทรัพย์สินของผู้ตายให้แก่ทายาทตามที่กฎหมายหรือข้อกำหนดในพินัยกรรมระบุไว้

คุณสมบัติและหน้าที่หลักของผู้จัดการมรดกประกอบด้วย:

  • คุณสมบัติ: ต้องบรรลุนิติภาวะ (อายุ 20 ปีขึ้นไป) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย และไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ
  • การทำบัญชีทรัพย์สิน: ต้องจัดทำบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ตายให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ศาลมีคำสั่งแต่งตั้ง
  • การชำระหนี้: ต้องนำเงินจากกองมรดกไปชำระหนี้สินให้แก่เจ้าหนี้ของผู้ตายก่อนที่จะแบ่งทรัพย์สินที่เหลือให้แก่ทายาท
  • การแบ่งปันมรดก: ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้รับมรดกตามที่พินัยกรรมระบุ หากผู้จัดการมรดกทุจริตหรือละเลยหน้าที่ ทายาทสามารถร้องขอให้ศาลถอดถอนได้

ทางเลือกอื่นนอกจากการทำพินัยกรรม

หากไม่ต้องการทำพินัยกรรม คุณสามารถเลือกใช้วิธีการโอนกรรมสิทธิ์ล่วงหน้า การทำประกันชีวิต หรือการจัดการทรัพย์สินในรูปแบบอื่นได้ แต่วิธีเหล่านี้มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันและอาจไม่ครอบคลุมทรัพย์สินทั้งหมด

ทางเลือกในการวางแผนทรัพย์สินนอกเหนือจากพินัยกรรม ได้แก่:

  • การโอนกรรมสิทธิ์ล่วงหน้า (การให้): การโอนที่ดินหรือทรัพย์สินให้ลูกหลานขณะยังมีชีวิตอยู่ ข้อดีคือลดข้อพิพาทหลังเสียชีวิต แต่ข้อเสียคือคุณจะหมดสิทธิในทรัพย์สินนั้นทันที (เว้นแต่จะจดทะเบียนสิทธิเก็บกินไว้)
  • การทำประกันชีวิต: เงินสินไหมทดแทนจากประกันชีวิตไม่ถือเป็นทรัพย์มรดก บริษัทประกันจะจ่ายเงินตรงให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ทันทีโดยไม่ต้องรอศาลตั้งผู้จัดการมรดก
  • การตั้งชื่อร่วมในบัญชีธนาคาร: การเปิดบัญชีเงินฝากร่วมกับทายาท อาจช่วยให้การถอนเงินหลังเสียชีวิตทำได้ง่ายขึ้นในบางเงื่อนไขของธนาคาร

ขั้นตอนการคัดค้านพินัยกรรมเมื่อเกิดข้อพิพาท

การคัดค้านพินัยกรรมสามารถทำได้โดยการยื่นคำร้องต่อศาล หากทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียมีหลักฐานเชื่อได้ว่าพินัยกรรมนั้นตกเป็นโมฆะ ถูกปลอมแปลง หรือผู้ทำพินัยกรรมถูกบังคับข่มขู่

ขั้นตอนและเหตุผลที่มักใช้ในการคัดค้านพินัยกรรมในศาลไทย ได้แก่:

  • มูลเหตุในการคัดค้าน: การพิสูจน์ว่าผู้ทำพินัยกรรมไม่มีสติสัมปชัญญะ (เช่น ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมขั้นรุนแรง) ลายมือชื่อถูกปลอมแปลง หรือพยานในพินัยกรรมเป็นผู้รับมรดก
  • การยื่นคำร้องคัดค้าน: ผู้มีส่วนได้เสียต้องแต่งตั้งทนายความเพื่อยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาล ในคดีที่กำลังมีการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก หรือยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่เพื่อขอให้ศาลสั่งเพิกถอนพินัยกรรม
  • การนำสืบพยานหลักฐาน: ศาลจะพิจารณาจากพยานเอกสาร (เช่น ประวัติการรักษาพยาบาล) พยานบุคคล (แพทย์ ผู้ดูแล หรือพยานที่ลงชื่อในพินัยกรรม) และอาจมีการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อโดยผู้เชี่ยวชาญ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำพินัยกรรม

หลายคนยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับกฎหมายมรดก ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อพิพาทในครอบครัว ทำให้เจตนาของผู้ตายไม่บรรลุผล หรือทำให้พินัยกรรมตกเป็นโมฆะทั้งฉบับ

ข้อผิดพลาดและความเชื่อผิดๆ ที่พบได้บ่อย ได้แก่:

  • "การทำหนังสือมอบอำนาจใช้แทนพินัยกรรมได้" หนังสือมอบอำนาจจะสิ้นผลทางกฎหมายทันทีที่ผู้มอบอำนาจเสียชีวิต ทายาทไม่สามารถนำหนังสือมอบอำนาจไปทำธุรกรรมโอนที่ดินหรือถอนเงินแทนผู้ตายได้
  • "พิมพ์พินัยกรรมเอง ลงชื่อคนเดียวก็ใช้ได้" หากพินัยกรรมเป็นแบบพิมพ์ขึ้นมา (ไม่ใช่การเขียนด้วยลายมือตนเองทั้งฉบับ) กฎหมายบังคับว่าต้องมีพยานลงชื่อรับรอง 2 คนเสมอ หากไม่มีพยาน พินัยกรรมนั้นจะเป็นโมฆะ
  • "คู่สมรสจะได้รับมรดกทั้งหมดอัตโนมัติ" หากไม่มีพินัยกรรม คู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจะต้องแบ่งมรดก (ส่วนที่เป็นสินส่วนตัวของผู้ตาย) ร่วมกับทายาทลำดับอื่น เช่น บุตร หรือบิดามารดาของผู้ตายที่ยังมีชีวิตอยู่

คำถามที่พบบ่อย

หากทำพินัยกรรมไว้หลายฉบับ ฉบับไหนจะมีผลทางกฎหมาย?

กฎหมายจะยึดถือพินัยกรรมฉบับที่มีการลงวันที่ล่าสุดเป็นหลัก หากพินัยกรรมฉบับใหม่มีข้อความที่ขัดแย้งกับฉบับเก่า ข้อกำหนดในฉบับเก่าจะถูกยกเลิกไปโดยปริยายเฉพาะส่วนที่ขัดแย้งกัน การลงวันที่ในเอกสารจึงเป็นเรื่องที่ห้ามลืมเด็ดขาด

สามารถตัดทายาทตามธรรมจรรยาไม่ให้รับมรดกได้หรือไม่?

ทำได้ การที่คุณทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้บุคคลอื่น ถือเป็นการตัดทายาทโดยธรรมที่ไม่ได้ระบุชื่อไว้ในพินัยกรรมออกจากการรับมรดกโดยปริยาย หรือคุณสามารถเขียนระบุไว้ในพินัยกรรมอย่างชัดเจนเลยก็ได้ว่าต้องการตัดทายาทคนใด

คนต่างชาติสามารถทำพินัยกรรมสำหรับทรัพย์สินในไทยได้หรือไม่?

ชาวต่างชาติสามารถทำพินัยกรรมตามรูปแบบกฎหมายไทยเพื่อจัดการทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยได้ (เช่น คอนโดมิเนียม บัญชีธนาคาร) ซึ่งจะช่วยลดความยุ่งยากในการนำพินัยกรรมจากต่างประเทศมาแปลและผ่านกระบวนการรับรองเอกสารทางกฎหมาย

เมื่อไหร่ควรจ้างทนายความและขั้นตอนต่อไป

การจ้างทนายความมีความจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อคุณมีทรัพย์สินจำนวนมาก ธุรกิจที่ซับซ้อน ครอบครัวที่มีบุตรจากหลายการสมรส หรือคาดว่าอาจเกิดข้อพิพาทระหว่างทายาท ทนายความจะช่วยร่างข้อกำหนดที่รัดกุม ปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย และทำหน้าที่เป็นพยานหรือผู้จัดการมรดกให้คุณได้อย่างเป็นกลาง

หากคุณพร้อมที่จะเริ่มต้นวางแผนมรดก ขั้นตอนต่อไปคือการรวบรวมรายการทรัพย์สินและทายาทที่คุณต้องการดูแล คุณสามารถใช้แพลตฟอร์มของเราเพื่อค้นหาทนายความ ที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายครอบครัวและมรดก เพื่อขอรับคำปรึกษาและดำเนินการจัดทำพินัยกรรมให้ถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุดตั้งแต่วันนี้

ต้องการคำแนะนำทางกฎหมาย?

เชื่อมต่อกับทนายความที่มีประสบการณ์ในพื้นที่ของคุณเพื่อรับคำแนะนำส่วนบุคคล

ไม่มีข้อผูกมัดในการจ้าง บริการฟรี 100%

ค้นหาทนายความ

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ

เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด ติดต่อเรา และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม