ทนายความ การควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ ที่ดีที่สุดใน ประเทศไทย
แบ่งปันความต้องการของคุณกับเรา รับการติดต่อจากสำนักงานกฎหมาย
ฟรี ใช้เวลา 2 นาที
หรือปรับแต่งการค้นหาของคุณโดยเลือกเมือง:
รายชื่อทนายความที่ดีที่สุดใน ประเทศไทย
คู่มือกฎหมายเขียนโดย Smart Legal Solutions:
- Main Legal Measures to Protect Foreign Investment in Thailand
- The importance of the geographical indications for the Thai economy
คู่มือกฎหมายเขียนโดย SIAM LEGAL INTERNATIONAL:
- Defamation Laws in Thailand: Criminal Charges and Civil Suits
- The State of Thailand’s Long-Term Resident (LTR) Visa Program in 2025
- The Penalties Of Not Filing Your Income Tax Return As A Foreigner In Thailand
1. เกี่ยวกับกฎหมายการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการในประเทศไทย
การควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในประเทศไทยอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายหลายฉบับ เพื่อคุ้มครองการแข่งขัน ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสีย โดยมักเริ่มจากการวิเคราะห์ว่าธุรกรรมจะลดการแข่งขันหรือไม่ และจะต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่
กรอบกฎหมายหลักด้านการควบรวมมีการแบ่งบทบาทระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (OTCC) ที่ดูเรื่องการแข่งขันกับธุรกรรมใหญ่ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ที่ดูเรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการได้มาซึ่งอำนาจควบคุมในบริษัทจดทะเบียน
ทนายความด้าน M&A จะช่วยคุณตั้งแต่การตรวจสอบข้อมูลภายใน การเจรจาและร่างสัญญา รวมถึงการยื่นขออนุมัติและติดตามกระบวนการกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้กระบวนการเป็นไปตามกฎหมายและลดความเสี่ยงด้านข้อพิพาท
2. ทำไมคุณอาจต้องการทนายความ
สถานการณ์เฉพาะที่ต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมายด้าน M&A มีหลายกรณีและมักเกิดขึ้นจริงในประเทศไทย
กรณีที่ 1: บริษัทอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยรวมกิจการเพื่อเพิ่มขนาดผู้ผลิตและลดต้นทุนการผลิต ในกรณีนี้ OTCC จะพิจารณาผลกระทบต่อการแข่งขัน และต้องมีการตรวจสอบข้อมูลทางการเงินและเชิงธุรกิจอย่างละเอียด
กรณีที่ 2: บริษัทต่างชาติสนใจซื้อหุ้นในบริษัทไทยที่มีสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ข้อตกลงจะอยู่ภายใต้อำนาจ SEC ในเรื่องการเสนอซื้อหุ้น (Tender Offer) และการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นที่มีอิทธิพลต่อการควบคุม
กรณีที่ 3: บริษัทพลังงานไทยต้องการควบรวมกับผู้ให้บริการที่อยู่ในธุรกิจพลังงานอื่น ความซับซ้อนด้านสัมปทาน สัญญาและข้อกำหนดด้านสัญญาในรัฐวิสาหกิจทำให้ต้องมีทนายตรวจสอบและร่างเอกสารหลายฉบับ
กรณีที่ 4: ผู้ประกอบการไทยต้องควบรวมกิจการภายในกลุ่มธุรกิจ เพื่อการบริหารสินทรัพย์และหนี้สินร่วมกัน การให้คำปรึกษาด้านโครงสร้างบริษัท (holding vs. operating) และการบังคับใช้ข้อกำหนดทางกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญ
กรณีที่ 5: การเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่จากผู้ถือหุ้นเดิมในบริษัทจดทะเบียน เพื่อควบรวมองค์กร เสี่ยงทางภาษีและการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนต้องได้รับคำแนะนำจากทนายเพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาท
3. ภาพรวมกฎหมายท้องถิ่น
- พระราชบัญญัติควบคุมการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2562 - กำหนดกรอบการควบรวมที่อาจกระทบการแข่งขันในตลาด และมอบอำนาจให้ OTCC ตรวจสอบหรือระงับธุรกรรมที่อาจผูกขาด
- พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 - กำกับการเปิดเผยข้อมูลและการทำ Tender Offer สำหรับการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมในบริษัทจดทะเบียน และการซื้อขายหลักทรัพย์ที่อาจมีผลต่อผู้ถือหุ้น
- พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 - กำหนดกรอบการบริหารจัดการและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทมหาชน เพื่อให้การควบรวม/เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเป็นไปตามกฎหมาย
網址อ้างอิงและแนวทางจากรัฐบาลไทยสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์หน่วยงานรัฐ
อ้างอิง: ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการควบรวมและข้อกำหนดด้านการแข่งขันจาก OTCC และ SEC เพื่อความเข้าใจภาพรวมกฎหมายปัจจุบัน
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบข้อบังคับและแนวทางการปฏิบัติ โปรดตรวจสอบแหล่งข้อมูลทางการ:
OTCC: สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
SEC: สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
DBD: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
4. คำถามที่พบบ่อย
อะไรคือการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการในประเทศไทย?
การควบรวมคือการรวมกิจการของสองบริษัทเป็นองค์กรเดียว ส่วนการเข้าซื้อกิจการคือการซื้อหุ้นหรือทรัพย์สิน เพื่อให้ฝ่ายซื้อตกเป็นผู้ควบคุม
อย่างไรจึงเริ่มกระบวนการ M&A ในประเทศไทยโดยทั่วไป?
เริ่มจากการทำ LOI, การตรวจสอบข้อมูลภายใน (due diligence), การเจรจาและร่างสัญญาซื้อขาย และขออนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนปิดธุรกรรม
เมื่อไหร่ต้องแจ้ง OTCC หรือ SEC ก่อนทำธุรกรรม?
ถ้าธุรกรรมอาจมีผลกระทบต่อการแข่งขัน อาจต้องยื่นต่อ OTCC และถ้าเป็นบริษัทจดทะเบียนอาจมีข้อกำหนด Tender Offer ใน SEC
ที่ไหนที่ควรดูข้อมูลแนวทางและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง?
แหล่งข้อมูลหลักคือ OTCC, SEC และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งมีประกาศและคำแนะนำอย่างเป็นทางการ
ทำไมถึงควรมีทนายความตั้งแต่ต้นขั้นตอน?
เพื่อประเมินความเสี่ยง แก้ไขสัญญาให้สอดคล้อง และเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นต่อหน่วยงานรัฐ ทำให้กระบวนการราบรื่นขึ้น
สามารถทำ M&A ด้วยตนเองโดยไม่พึ่งทนายได้หรือไม่?
ทำได้ แต่มีความเสี่ยงสูงต่อข้อพิพาทและความไม่ถูกต้องทางกฎหมาย ควรมีที่ปรึกษากฎหมายช่วยตรวจสอบ DD และร่างสัญญา
ควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้างสำหรับการเจรจาซื้อหุ้น?
ข้อมูลทางการเงิน ภาพรวมธุรกิจ สถานะหนี้สิน และรายการทรัพย์สินสำคัญ รวมถึงสัญญาและข้อผูกพันที่มีผลต่อการควบรวม
ค่าใช้จ่ายโดยทั่วไปในการว่าจ้างทนาย M&A ประมาณเท่าไหร่?
ค่าใช้จ่ายขึ้นกับขอบเขตงานและความซับซ้อน โดยมักประกอบด้วยค่าธรรมเนียมพื้นฐานและค่าใช้จ่ายตามงานที่ทำ
ระยะเวลาการดำเนินการโดยทั่วไปใช้เวลานานเท่าใด?
โดยทั่วไปขึ้นกับขนาดและความซับซ้อน ตั้งแต่หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และอาจขยายเมื่อมีข้อสงสัยด้านภาษีหรือกฎระเบียบ
คุณสมบัติที่ทนายควรมีสำหรับโครงการ M&A ในไทยคืออะไร?
ประสบการณ์ด้าน M&A, ความเข้าใจต่อ OTCC/SEC, ทักษะร่างสัญญาและ NDA, และการประสานงานกับหน่วยงานรัฐ
ความแตกต่างระหว่างการควบรวมกับการเข้าซื้อกิจการคืออะไร?
การควบรวมเปลี่ยนสถานะของบริษัทสองฝ่ายเป็นองค์กรเดียว ในขณะที่การเข้าซื้อกิจการเปลี่ยนแปลงอำนาจควบคุมผ่านการซื้อหุ้น
ทำไมข้อกำหนดด้านภาษีถึงสำคัญในการทำ M&A ในไทย?
ประเด็นภาษีอาจส่งผลต่อมูลค่าการทำธุรกรรมและผลประโยชน์ทางภาษีผู้ถือหุ้น จึงต้องมีการวางแผนภาษีร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ
5. ทรัพยากรเพิ่มเติม
- สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (OTCC) - ข้อมูลนโยบายและประกาศที่เกี่ยวกับ M&A: https://www.otcc.go.th
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) - ข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลและ Tender Offer: https://www.sec.or.th
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ - ข้อมูลด้านการจดทะเบียนและการส่งเอกสาร: https://www.dbd.go.th
6. ขั้นตอนถัดไป
- ระบุประเภท M&A ที่จะดำเนินการ เช่น ควบรวม หรือ ซื้อหุ้น แล้วตรวจสอบว่าอยู่ภายใต้ OTCC หรือ SEC หรือไม่ ในระยะแรกสรุปได้ภายใน 1-2 สัปดาห์
- คุณ/บริษัทจองหาผู้ให้คำปรึกษากฎหมาย M&A เพื่อจัดทำกรอบแผนงานและงบประมาณค่าใช้จ่าย
- ดำเนินการรวบรวมเอกสารเบื้องต้น (ข้อมูลบริษัท, สถานะหนี้สิน, สัญญาสำคัญ) เพื่อการ due diligence ครบถ้วน ภายใน 2-8 สัปดาห์
- สรุป DD และแจ้งผลความเสี่ยง พร้อมร่าง LOI และแนวทางการเจรจา 1-3 สัปดาห์
- ร่างสัญญาซื้อขาย (SPA/NDA) และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พร้อมยื่นต่อ OTCC/SEC ตามความจำเป็น 2-4 สัปดาห์
- ยื่นคำขออนุมัติหรือแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดตามผล 1-6 เดือน ขึ้นกับความซับซ้อน
- ปิดธุรกรรมเมื่อได้รับอนุมัติด้านกฎหมายและการยืนยันทางการเงินทั้งหมด 2-8 สัปดาห์หลังอนุมัติ
Lawzana ช่วยคุณค้นหาทนายความและสำนักงานกฎหมายที่ดีที่สุด ใน ประเทศไทย ผ่านรายชื่อผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่คัดสรรและตรวจสอบล่วงหน้า แพลตฟอร์มของเรานำเสนอการจัดอันดับและโปรไฟล์โดยละเอียดของทนายความและสำนักงานกฎหมาย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบตามสาขากฎหมาย รวมถึง การควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ ประสบการณ์ และความคิดเห็นของลูกค้า
แต่ละโปรไฟล์ประกอบด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับสาขากฎหมายของสำนักงาน รีวิวจากลูกค้า สมาชิกในทีมและหุ้นส่วน ปีที่ก่อตั้ง ภาษาที่พูด ที่ตั้งสำนักงาน ข้อมูลการติดต่อ การมีตัวตนบนโซเชียลมีเดีย และบทความหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ สำนักงานส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มของเราพูดภาษาอังกฤษและมีประสบการณ์ทั้งในเรื่องกฎหมายท้องถิ่นและระหว่างประเทศ
ขอใบเสนอราคาจากสำนักงานกฎหมายชั้นนำ ใน ประเทศไทย — รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ยุ่งยาก
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
ข้อมูลที่ให้ไว้ในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย แม้ว่าเราจะพยายามตรวจสอบความถูกต้องและความเกี่ยวข้องของเนื้อหา แต่ข้อมูลทางกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา และการตีความกฎหมายอาจแตกต่างกันไป คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะสำหรับสถานการณ์ของคุณเสมอ
เราปฏิเสธความรับผิดทั้งหมดสำหรับการกระทำที่ทำหรือไม่ทำตามเนื้อหาในหน้านี้ หากคุณเชื่อว่าข้อมูลใดไม่ถูกต้องหรือล้าสมัย โปรด contact us และเราจะตรวจสอบและแก้ไขตามความเหมาะสม
เรียกดูสำนักงานกฎหมาย การควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ ตามเมืองใน ประเทศไทย
ปรับแต่งการค้นหาของคุณโดยเลือกเมือง