ค้นหาคู่มือกฎหมายและแหล่งข้อมูล
ค้นหาคู่มือกฎหมายและแหล่งข้อมูลจากทนายความผู้เชี่ยวชาญ
41 articles found
อุทธรณ์คำพิพากษาคดีการค้าใน Thailand ต้องทำอย่างไร?
Jan 10, 2026คดีการค้า/ธุรกิจในไทย "อุทธรณ์ได้" แต่ต้องยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง และยื่นผ่านศาลชั้นต้น ไม่ใช่ยื่นตรงศาลอุทธรณ์ การอุทธรณ์ "ไม่ทำให้หยุดบังคับคดีอัตโนมัติ" หากเสี่ยงถูกยึดทรัพย์/อายัดบัญชี ต้องพิจารณายื่นคำขอทุเลาการบังคับคดีและเตรียมหลักประกัน ประเด็นที่จะยกขึ้นอุทธรณ์ต้องเขียนให้ชัด (ข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมาย) และโดยหลักควรเป็นประเด็นที่เคยยกสู้กันในศาลชั้นต้นแล้ว จึงต้องรีบ "อ่านสำนวน" และคัดประเด็นให้คม บางคดี "อุทธรณ์ข้อเท็จจริงถูกจำกัด" โดยเฉพาะคดีทุนทรัพย์ไม่สูง (เช่น ไม่เกิน 50,000 บาท หรือเพดานตามพระราชกฤษฎีกา) มักอุทธรณ์ข้อเท็จจริงไม่ได้หากไม่มีความเห็นแย้ง/คำรับรอง/ใบอนุญาต การตัดสินใจอุทธรณ์ควรชั่ง "โอกาสกลับคำพิพากษา vs เวลาและต้นทุน"...
หมายศาลคดีแพ่ง/พาณิชย์มักมาพร้อม "หมายเรียก" และ "สำเนาคำฟ้อง" และนับเวลาเดินทันทีเมื่อมีการส่งหมายโดยชอบ โดยหลักทั่วไป จำเลยต้องยื่น "คำให้การ" ภายใน 15 วันหลังได้รับหมายเรียกและคำฟ้อง หากนิ่งเฉยเสี่ยงถูกพิพากษาแพ้โดยขาดนัดยื่นคำให้การ 24-72 ชั่วโมงแรกควรตรวจสอบความถูกต้องของหมายศาล สรุปประเด็นพิพาท และ "กันพยานหลักฐาน" (อีเมล แชต ใบสั่งซื้อ ใบส่งของ ฯลฯ) เตรียมเอกสารธุรกิจให้ครบจะช่วยให้ทนายประเมินทางเลือกได้เร็ว: สู้คดี, ยกข้อต่อสู้ทางกฎหมาย, ฟ้องแย้ง, หรือเจรจาไกล่เกลี่ย คดีธุรกิจในไทยมีโอกาสจบด้วยการประนีประนอม/ไกล่เกลี่ยได้ แต่ต้องทำให้ทันกำหนดเวลาและไม่เสีย "ตำแหน่งต่อรอง"...
คดีการค้าในไทย "อุทธรณ์" ต้องยื่นเป็นหนังสือต่อศาลชั้นต้นภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง (โดยหลักอ้างอิงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229) และมักมีเงินที่ต้องวางศาลพร้อมกัน ทำให้การวางแผนต้องเริ่มทันทีหลังแพ้คดี อุทธรณ์ที่ดีไม่ใช่การเล่าเรื่องใหม่ แต่คือการชี้ "จุดผิด" ของคำพิพากษาศาลชั้นต้นอย่างมีโครงสร้าง แยกปัญหาข้อเท็จจริง/ข้อกฎหมาย และอธิบายว่าควรแก้อย่างไร ชั้นอุทธรณ์โดยทั่วไปพิจารณาจากสำนวนเดิมเป็นหลัก ศาลอุทธรณ์จะรับพยาน/เอกสารใหม่เฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็นและเกี่ยวข้องกับประเด็นที่อุทธรณ์ การอุทธรณ์ไม่ทำให้ "หยุดบังคับคดี" อัตโนมัติ หากเสี่ยงถูกยึดทรัพย์/อายัดบัญชี ต้องพิจารณาขอทุเลาการบังคับคดีและเตรียมหลักประกัน ค่าใช้จ่ายมักประกอบด้วยค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ เงินวางศาลบางประเภท ค่าใช้จ่ายเอกสาร/คัดถ่าย และค่าทนายความ ซึ่งควรประเมินเทียบกับ "โอกาสชนะ...
โดนหมายศาลคดีธุรกิจทำไงดี? ขั้นตอนรับมือใน Thailand
Jan 10, 2026เมื่อได้รับ "หมายศาล" ในคดีธุรกิจ อย่าเพิกเฉย-โดยหลักต้องยื่น "คำให้การ" เป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับหมายและสำเนาคำฟ้อง ถ้าไม่ยื่นคำให้การ (ขาดนัด) โจทก์อาจขอให้ศาลพิพากษาโดยขาดนัดได้ ทำให้คุณเสียโอกาสอธิบายข้อเท็จจริงและยกเอกสารต่อสู้คดี สิ่งที่ควรทำทันทีคือ: ตรวจวันนัด/กำหนดส่งคำให้การในหมาย, เก็บเอกสารสัญญา-การชำระเงิน-แชต/อีเมล, และให้ทนายตรวจ "คำฟ้อง" เพื่อวางกลยุทธ์ คดีธุรกิจจำนวนมากจบได้ด้วยการเจรจา/ไกล่เกลี่ย (รวมถึงไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องของศาล) ซึ่งช่วยลดต้นทุน เวลา และความเสี่ยงต่อการถูกบังคับคดี ยิ่งปรึกษาทนายเร็ว ยิ่งมีทางเลือกมากขึ้น (เช่น ขอขยายเวลา ยื่นคัดค้านอำนาจศาล ต่อรองเงื่อนไขชำระ/ผ่อนชำระ หรือยื่นฟ้องแย้ง)...
ก่อนตัดสินใจฟ้องคดีธุรกิจในศาล คุณควรประเมินทั้งโอกาสชนะคดี ต้นทุนเวลา และค่าใช้จ่าย รวมถึงโอกาสในการเจรจาไกล่เกลี่ยนอกศาล ข้อพิพาททางธุรกิจที่พบบ่อย เช่น ค่าสินค้าและบริการค้างชำระ เช็คเด้ง สัญญาไม่เป็นไปตามข้อตกลง หุ้นส่วน/ผู้ถือหุ้นขัดแย้งกัน การเลือกศาลแพ่ง ศาลจังหวัด หรือศาลแขวง ขึ้นกับมูลค่าข้อพิพาท (จำนวนเงินที่ฟ้อง) และเขตอำนาจศาลที่คู่กรณีมีภูมิลำเนาหรือสถานที่ชำระหนี้ การเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบก่อนพบทนาย เช่น สัญญา ใบสั่งซื้อ/ใบแจ้งหนี้ หลักฐานโอนเงิน อีเมล/แชต จะช่วยให้ทนายประเมินโอกาสคดีและค่าใช้จ่ายได้ชัดเจน ขั้นตอนคดีแพ่งธุรกิจทั่วไปประกอบด้วย การยื่นฟ้อง รับหมาย แจ้งคู่ความ การยื่นคำให้การ การไกล่เกลี่ย...
เมื่อเกิดข้อพิพาทการค้าระหว่างประเทศ ธุรกิจไทยควรเริ่มจากการตรวจสัญญา โดยเฉพาะเงื่อนไขกฎหมายที่ใช้บังคับ (governing law) และข้อกำหนดเรื่องศาลหรืออนุญาโตตุลาการ การรวบรวมหลักฐานอย่างเป็นระบบ เช่น สัญญา ใบกำกับสินค้า หลักฐานการชำระเงิน และการสื่อสาร เป็นกุญแจสำคัญต่อทั้งการเจรจาและการดำเนินคดี การเลือกใช้อนุญาโตตุลาการ ศาลไทย หรือศาลต่างประเทศ ต้องพิจารณาจากสัญญา ค่าดำเนินการ ความเร็ว และโอกาสบังคับคดีในประเทศที่คู่ค้าตั้งอยู่ การบังคับคดีในต่างประเทศและการตามหาทรัพย์สินของคู่หนี้ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในประเทศนั้น และควรวางแผนตั้งแต่ก่อนเริ่มฟ้องคดีหรือเริ่มอนุญาโตตุลาการ การปรึกษาทนายความด้านการค้าระหว่างประเทศตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยง พัฒนาแผนกลยุทธ์ และเพิ่มโอกาสในการเจรจายุติข้อพิพาทโดยไม่ต้องเสียเวลายืดเยื้อ ข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศสำหรับธุรกิจไทย: ต้องเริ่มอย่างไร? เมื่อคู่ค้าต่างชาติไม่ชำระเงินหรือไม่ส่งมอบสินค้า ธุรกิจไทยไม่ควรรีบร้อน "ฟ้องก่อนคิด"...
กรรมการบริษัทต้องรับผิดอะไรในไทย? เคสจริงใน Thailand
Dec 11, 2025กรรมการบริษัทในไทยมีหน้าที่ทางกฎหมายชัดเจน ทั้งหน้าที่ใช้ความระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติตามกฎหมาย/ข้อบังคับ หากละเมิดอาจถูกฟ้องทั้งทางแพ่งและอาญา ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest) เป็นจุดเสี่ยงหลักของกรรมการ โดยเฉพาะธุรกรรมกับตนเอง/บุคคลที่เกี่ยวโยง หากไม่เปิดเผยและไม่เว้นว่างจากการลงมติอาจนำไปสู่คดีได้ คำพิพากษาศาลฎีกาหลายคดีชี้ชัดว่ากรรมการที่ลงมือหรือปล่อยปละละเลยจนบริษัทเสียหาย ต้องรับผิดชดใช้ และในบริษัทมหาชน/จดทะเบียนอาจมีโทษอาญาเพิ่มเติม การมีนโยบายคณะกรรมการที่ชัดเจน ระบบกำกับดูแลภายในที่ดี และประกันความรับผิดของกรรมการและผู้บริหาร (D&O insurance) ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ แนวทางป้องกันที่ได้ผลมักรวมถึง: การบันทึกมติอย่างละเอียด การจัดการ conflict of interest ตามมาตรฐาน ก.ล.ต./ตลาดหลักทรัพย์ และการขอคำปรึกษาทางกฎหมายอย่างสม่ำเสมอ...
แก้ข้อพิพาทแรงงานในองค์กรอย่างไรให้จบดีใน Thailand
Dec 11, 2025ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานภายในองค์กรในไทย: ขั้นตอนและเทคนิคปฏิบัติ การตั้ง "นโยบายไกล่เกลี่ยภายในองค์กร" ที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร ช่วยลดความเสี่ยงการฟ้องร้องแรงงานและสร้างความเชื่อมั่นให้พนักงาน กระบวนการที่ดีต้องมีโครงขั้นตอนตั้งแต่รับเรื่อง สืบข้อเท็จจริง นัดไกล่เกลี่ย ทำบันทึกข้อตกลง และติดตามผล พร้อมเก็บหลักฐานอย่างเป็นระบบ ผู้ไกล่เกลี่ยภายในควรมีความเป็นกลาง ได้รับการอบรมทักษะการเจรจา และไม่อยู่ในสายบังคับบัญชาตรงของคู่กรณี ควรหยุดไกล่เกลี่ยและเข้าสู่กลไกภายนอก (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ศาลแรงงาน ฯลฯ) เมื่อมีประเด็นสิทธิขั้นพื้นฐาน การคุกคาม หรือคู่กรณีขาดความสมัครใจอย่างชัดเจน ไกล่เกลี่ยภายในหากออกแบบดี สามารถประหยัดต้นทุน (เงิน เวลา ทรัพยากรผู้บริหาร) และช่วยให้ธุรกิจเดินต่อได้โดยไม่เสียขวัญกำลังใจของทีมงาน บทความนี้เน้นกลุ่มผู้อ่านฝั่งนายจ้าง HR...
กรรมการบริษัทรับผิดอะไรบ้างใน Thailand เสี่ยงคดีไหน
Dec 11, 2025กรรมการบริษัทในไทยมีความรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และทางปกครอง หากฝ่าฝืนหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด และ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 1168 ป.พ.พ. และมาตรา 89/7 พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ กำหนดให้กรรมการต้องใช้ความระมัดระวังและความซื่อสัตย์สุจริตในระดับ "วิญญูชนผู้ประกอบธุรกิจ" มิใช่เพียงคนธรรมดาทั่วไป ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (conflict of interest) และรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน เป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่มักนำไปสู่การถูกฟ้องร้องหรือถูกลงโทษจากหน่วยงานกำกับ คำพิพากษาศาลฎีกาและคดีที่ ก.ล.ต. ดำเนินการ แสดงให้เห็นว่ากรรมการสามารถถูกจำคุก ถูกปรับสูง และถูกเพิกถอนสิทธิการเป็นกรรมการ/ผู้บริหารเป็นเวลาหลายปี นโยบายคณะกรรมการที่ชัดเจน ระบบกำกับดูแลที่ดี...
การนำเข้าอาหารเสริมและเครื่องสำอางเพื่อ "จำหน่าย" ในไทย ต้องมีใบอนุญาตสถานที่ + การขึ้นทะเบียน/จดแจ้งผลิตภัณฑ์ + ใบอนุญาตนำเข้าเป็นราย shipment (LPI) ก่อนสินค้าเข้าประเทศ การจำแนกผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก (อาหารเสริม vs ยา vs เครื่องสำอาง) กำหนดทั้งขั้นตอนเอกสาร ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และระดับความเสี่ยงทางกฎหมาย ฉลากและการโฆษณาเป็นจุดเสี่ยงสูง: เคลมเกินจริงหรือแฝงลักษณะ "ยา" มีโอกาสถูกเรียกเก็บตัวอย่าง ระงับโฆษณา หรือสั่งถอนสินค้า เมื่อถูกสุ่มตรวจหรือรับหนังสือแจ้งเตือนจาก อย. ผู้ประกอบการต้องตอบกลับอย่างเป็นระบบ...
การปฏิบัติตามข้อบังคับส่งออกและคว่ำบาตรสำหรับธุรกิจไทย จุดประสงค์การค้นหา: เข้าใจ (Know) + ลงมือทำ (Do) - สำหรับผู้บริหาร/ฝ่ายกฎหมาย/ฝ่ายส่งออกที่ต้องการตั้งระบบ Compliance จริงจัง กลุ่มเป้าหมาย: B2B - บริษัทไทยที่ส่งออกสินค้า เทคโนโลยี หรือทำธุรกรรมระหว่างประเทศ (รวมถึงซัพพลายเออร์ในห่วงโซ่ของบริษัทข้ามชาติ) ธุรกิจไทยต้องปฏิบัติตามทั้งกฎหมายไทย (เช่น กฎหมายควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และกฎหมายฟอกเงิน) และข้อจำกัด/คว่ำบาตรของต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า การตรวจสอบคู่ค้า (KYC/Customer Due Diligence) และการคัดกรองรายชื่อคว่ำบาตร เป็นแนวปฏิบัติพื้นฐานที่ควรทำก่อนรับลูกค้าและทุกครั้งที่มีดีลเสี่ยงสูง สินค้าบางประเภท...
ในไทย โครงสร้าง Private Equity มักใช้กองทุนต่างประเทศ + บริษัทโฮลดิ้ง/SPV แบบบริษัทจำกัดไทย ร่วมกับ private fund หรือ trust ที่อยู่ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ข้อจำกัดการถือหุ้นต่างชาติภายใต้พระราชบัญญัติประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายที่ดิน ส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบสัดส่วนหุ้น สิทธิออกเสียง และการถือครองที่ดินของพอร์ตโฟลิโอบริษัทไทย ดีล PE ที่เกี่ยวข้องกับกิจการภายใต้การกำกับ (เช่น สถาบันการเงิน หลักทรัพย์ กองทุน) หรือบริษัทมหาชน/จดทะเบียน ต้องปฏิบัติตามกฎการเปิดเผยข้อมูล กฎเทนเดอร์ออฟเฟอร์ และกฎของ...
การมี "นโยบายไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานภายใน" ที่ชัดเจน ช่วยลดโอกาสถูกฟ้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ หรือศาลแรงงานได้อย่างมาก ผู้ไกล่เกลี่ยภายในควรมีความเป็นกลาง ได้รับการอบรมด้านกฎหมายแรงงานไทยและทักษะการเจรจา ไม่ควรเป็นหัวหน้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยตรงในกรณีพิพาท กระบวนการที่ดีต้องมีขั้นตอนชัดเจน: รับเรื่อง-คัดกรอง-สืบข้อเท็จจริง-นัดไกล่เกลี่ย-ทำบันทึกข้อตกลง-ติดตามผล พร้อมการเก็บหลักฐานอย่างรัดกุม ต้องรู้ "จุดที่ควรหยุดไกล่เกลี่ย" และส่งต่อไปยังหน่วยงานรัฐ เช่น พนักงานตรวจแรงงาน คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ หรือศาลแรงงาน หากคดีมีความเสี่ยงสูงหรือฝ่ายใดละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมาย หากออกแบบและใช้ไกล่เกลี่ยภายในอย่างถูกวิธี บริษัทจะลดค่าใช้จ่ายข้อพิพาทอย่างมาก รักษาความสัมพันธ์กับพนักงาน และลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานภายในองค์กรคืออะไร และสำคัญอย่างไรในบริบทไทย ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานภายในองค์กร คือ กระบวนการที่บริษัทตั้งขึ้นเองเพื่อช่วยให้ลูกจ้างและนายจ้างหรือหัวหน้างานสามารถเจรจาแก้ไขข้อพิพาทผ่านบุคคลกลางที่เป็นกลาง ก่อนที่จะลุกลามไปสู่การร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐหรือฟ้องต่อศาลแรงงาน....
SME ใกล้ล้มละลาย ฟื้นฟูกิจการอย่างไรใน Thailand ดี
Dec 11, 2025ฟื้นฟูกิจการ SME ในไทย: ทางเลือกก่อนยื่นล้มละลาย การ "ปรับโครงสร้างหนี้" เป็นการเจรจาตกลงใหม่กับเจ้าหนี้เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้ ส่วน "ล้มละลาย" คือการชำระบัญชีทรัพย์สินเมื่อธุรกิจไปต่อไม่ได้แล้ว SME ควรเริ่มพูดคุยกับเจ้าหนี้และวางแผนฟื้นฟูทันทีที่เห็นสัญญาณสภาพคล่องตึงตัว อย่ารอให้ถูกฟ้องล้มละลายก่อน การเตรียมเอกสารการเงินและสัญญาต่าง ๆ อย่างเป็นระบบจะช่วยให้ทนายความและที่ปรึกษาฟื้นฟูประเมินทางเลือกและเจรจาได้มีน้ำหนัก ศาลล้มละลายกลางและผู้ทำแผนฟื้นฟูมีบทบาทสำคัญ หากเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมาย แต่ SME ส่วนมากควรเริ่มจากการฟื้นฟูแบบ "นอกศาล" ก่อน ยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและรักษาการดำเนินธุรกิจได้ หากวางแผนกระแสเงินสด ปรับโครงสร้างค่าใช้จ่าย และเจรจาเงื่อนไขหนี้อย่างรอบคอบ จุดประสงค์ของบทความนี้คือช่วยเจ้าของกิจการและผู้บริหาร SME เข้าใจทางเลือก...
การโต้แย้งคำวินิจฉัยภาษีในไทยมีสองชั้นหลัก คือ การทบทวนภายในกรมสรรพากร (อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์) และการยื่นฟ้อง/อุทธรณ์ต่อศาลภาษีอากรและศาลสูง กำหนดเวลาสำคัญส่วนใหญ่คือ 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน หรือได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ หากเลยกำหนดมักเสียสิทธิ ต้องขอขยายเวลาแบบมีเหตุผลรองรับ เอกสารสำคัญประกอบการอุทธรณ์ ได้แก่ หนังสือแจ้งการประเมินภาษี เอกสารยืนยันตัวผู้เสียภาษี หลักฐานทางบัญชี/ภาษี และเอกสารประกอบข้อโต้แย้งที่ชัดเจน กลยุทธ์ที่ดีต้องแยก "ข้อเท็จจริง" กับ "ข้อกฎหมาย" ออกจากกัน เขียนข้อโต้แย้งเป็นประเด็น ๆ พร้อมพยานหลักฐานและแนวคำพิพากษา/แนวนโยบายที่สนับสนุน คดีที่วงเงินภาษีสูง กระทบกระแสเงินสด หรือมีประเด็นกฎหมายซับซ้อน ควรมีทนายภาษีที่เชี่ยวชาญร่วมวางแผนตั้งแต่ชั้นอุทธรณ์กรมสรรพากร ไม่ใช่รอถึงศาล...
ธุรกิจไทยที่ส่งออกหรือทำธุรกรรมข้ามชาติต้องคำนึงถึงทั้งกฎหมายไทย (WMD / Dual-use, ศุลกากร, ป้องกันฟอกเงิน) และมาตรการคว่ำบาตรของต่างประเทศที่อาจมีผลทางอ้อมผ่านธนาคารและคู่ค้า การทำ KYC และคัดกรองคู่ค้าระหว่างประเทศอย่างเป็นระบบ เป็นด่านแรกที่จะช่วยลดความเสี่ยงการทำธุรกรรมกับบุคคลหรือประเทศที่ถูกคว่ำบาตร สินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าใช้ได้สองทาง (Dual-use) และเทคโนโลยีขั้นสูง กำลังถูกควบคุมเข้มขึ้น ธุรกิจต้องรู้วิธีตรวจสอบรายการควบคุมและขอใบอนุญาตส่งออก บทลงโทษจากการฝ่าฝืนทั้งในไทยและต่างประเทศอาจรุนแรงถึงขั้นค่าปรับมหาศาล ปิดบัญชีธนาคาร ระงับสิทธิส่งออก หรือโทษอาญาต่อกรรมการ การมีนโยบาย Compliance ภายใน อบรมพนักงาน และมีแผนรับมือเมื่อพบเหตุสงสัย จะช่วยลดความเสียหายและช่วยให้สื่อสารกับหน่วยงานรัฐ/ธนาคารได้อย่างน่าเชื่อถือ เมื่อมีความซับซ้อนสูง เช่น สินค้า...
ถูกสอบสวนกฎหมายแข่งขันทางการค้าใน Thailand ทำไงดี
Dec 11, 2025หากได้รับหนังสือสอบสวนหรือถูก "บุกตรวจ" (dawn raid) ภายใต้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า นายจ้างและผู้บริหารต้องตอบสนองทันที จัดทีมกฎหมายภายใน-ภายนอก และหยุดทำลาย/ลบข้อมูลทุกชนิด หน่วยงานหลักคือคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ซึ่งมีอำนาจเรียกเอกสาร สอบสวน ลงโทษทางปกครอง และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการดำเนินคดีอาญาได้ บริษัทและพยานมีสิทธิสำคัญ เช่น สิทธิให้ทนายความร่วมฟังการสอบสวน สิทธิขอสำเนาคำให้การ สิทธิขอปิดบังความลับทางการค้า และสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อศาลที่มีเขตอำนาจ การเตรียมข้อมูลอย่างมีระบบ การสื่อสารภายใน-ภายนอกอย่างรอบคอบ และการกำหนดจุดยืนเชิงกลยุทธ์ (จะต่อสู้หรือเจรจา) มีผลโดยตรงต่อความเสี่ยงค่าปรับ ชื่อเสียง และความต่อเนื่องทางธุรกิจ...
สัญญาธุรกิจในไทยที่รัดกุมควรครอบคลุม "ใคร-ทำอะไร-เมื่อไหร่-อย่างไร-และถ้ามีปัญหาแล้วจะทำอย่างไร" ให้ชัดเจนในทุกข้อ เงื่อนไขการชำระเงิน การค้ำประกัน และการประกันความรับผิด คือหัวใจสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านกระแสเงินสดและหนี้เสียสำหรับธุรกิจ ข้อกำหนดการสิ้นสุดสัญญา (termination) และค่าปรับ ต้องเขียนให้ชัดว่าใครยกเลิกได้เมื่อใด อย่างไร และผลทางการเงินคืออะไร การเลือกกฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาลมีผลต่อ "โอกาสชนะคดี-ระยะเวลา-ค่าใช้จ่าย" หากมีคู่สัญญาต่างชาติหรือธุรกรรมข้ามพรมแดน การใช้เช็คลิสต์ตรวจสัญญาก่อนลงนามช่วยให้ธุรกิจ SMEs และสตาร์ทอัพลดช่องโหว่ที่มักถูกมองข้าม เช่น เงื่อนไขเปลี่ยนราคา การไม่แข่งขัน และการรักษาความลับ สำหรับสัญญาที่มีมูลค่าสูง ความซับซ้อน หรือคู่สัญญาต่างชาติ การให้ทนายความช่วยร่าง/รีวิวสัญญาในกฎหมายไทยมักมีต้นทุนต่ำกว่าค่าความเสียหายจากข้อพิพาทในอนาคต ร่างสัญญาธุรกิจในไทยคืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อการป้องกันความเสี่ยง? ร่างสัญญาธุรกิจในไทยคือการกำหนดข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างคู่สัญญา...
ฟื้นฟูกิจการ SME ในไทย: ทางเลือกก่อนยื่นล้มละลาย จุดประสงค์การค้นหา: Know + Do (ต้องการเข้าใจทางเลือกและเริ่มลงมือเจรจา/เตรียมเอกสาร) กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ประกอบการ / ผู้บริหาร SME (B2B) ที่มีปัญหาสภาพคล่อง และต้องการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือฟื้นฟูกิจการมากกว่าปิดกิจการ "ปรับโครงสร้างหนี้" สามารถทำได้ทั้งแบบเจรจานอกศาลและผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการในศาล ต่างจาก "ล้มละลาย" ซึ่งเน้นการรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์มาชำระหนี้ SME ที่มีหนี้จากการประกอบธุรกิจและมีช่องทางฟื้นฟู สามารถยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย ไม่จำเป็นต้องรอถูกฟ้องล้มละลายก่อน การเตรียมเอกสารการเงินและเอกสารนิติบุคคลครบถ้วน เป็นหัวใจสำคัญให้ทนายและที่ปรึกษาวางแผนเจรจาหนี้และจัดทำแผนฟื้นฟูที่น่าเชื่อถือ ศาลล้มละลายกลาง ผู้ทำแผน...
ดีลควบรวม-ซื้อกิจการในไทยเริ่มจากการกำหนดโครงสร้างดีลและทำ due diligence ทางกฎหมาย การเงิน และภาษีอย่างเป็นระบบ ก่อนลงนามสัญญาซื้อขายหลัก (SPA/SSA) ขอบเขต due diligence ที่ดีครอบคลุม: โครงสร้างผู้ถือหุ้น สัญญาสำคัญ ใบอนุญาต หนีสิน การฟ้องร้อง แรงงาน ภาษี ทรัพย์สินทางปัญญา และการปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะอุตสาหกรรม ประเด็นแรงงาน ภาษี สัญญากับบุคคลที่สาม และ IP มักเป็น "red flag" ที่ต้องจัดการด้วยเงื่อนไขในสัญญา...